เวทนาตติกกุสลัตติกนเวทนาตติกนกุสลัตติกะ เล่ม ๔๕
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๓๖–๘๖๐ลำดับ 92 จาก 135 ในปัฏฐาน ภาค ๖พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 25 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๕ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑๒ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๖ เวทนาตติกกุสลัตติกนเวทนาตติกนกุสลัตติกะ
ธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่สุขายเวทนายสัมยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นกุศลที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่ทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นกุศล ที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่อทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นกุศลที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม และธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่อทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นกุศล ที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่ทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรม และธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่อทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นกุศล ที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม และธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่ทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นกุศล ที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม และธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่ทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรม และธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่อทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรมอาศัยธรรมที่เป็นกุศล ที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๗ นัย ธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่อทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นกุศลที่เป็นอทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๗ นัย
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๔
ธรรมที่ไม่ใช่อกุศล ที่ไม่ใช่สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอกุศล ที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๗ นัย อาศัยธรรมที่เป็นอกุศล ที่เป็นทุกขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยมี ๗ นัย อาศัยธรรมที่เป็นอกุศล ที่เป็นอทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๗ นัย รวมเป็นวาระ ๒๑
ธรรมที่เป็นอัพยากฤต ที่เป็นสุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อัพยากฤต ที่ไม่ใช่สุขายเวทนายสัมปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย ฯลฯ สำหรับบทที่ว่า อัพยากตธรรมเกิดขึ้น บทเดียวเท่านั้น มีหัวข้อปัจจัย ๓ เมื่อเปลี่ยนแปลงไปตามแนวเวทนา ได้หัวข้อปัจจัย ๒๑ พึงแจกตามมูล คือ ทุกขายเวทนายสัมปยุตต-*อัพยากตมูล ๑ อทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตตมูล ๑ วิปากัตติกกุสลัตติกนวิปากัตติกนกุสลัตติกะ
ธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่วิปากธัมมธรรม อาศัยธรรมที่เป็นกุศล ที่เป็น วิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ธรรมที่ไม่ใช่อกุศล ที่ไม่ใช่วิปากธัมมธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอกุศล ที่เป็น วิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ธรรมที่ไม่ใช่อัพยากฤต ที่ไม่ใช่เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยธรรมที่เป็น อัพยากฤต ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓อุปาทินนุปาทานิยัตติกกุสลัตติกะนอุปาทินนุปาทานิยัตติกนกุสลัตติกะ
ธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย ธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๖
ธรรมที่ไม่ใช่อกุศล ที่ไม่ใช่อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็น อนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ธรรมที่ไม่ใช่อัพยากฤต ที่ไม่ใช่อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอัพยากตธรรม ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕สังกิลิฏฐสังกิเลสิกัตติกกุสลัตติกะนสังกิลิฏฐสังกิเลสิกัตติกนกุสลัตติกะ
ธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็น อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย ธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐ-*อสังกิเลสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๖
ธรรมที่ไม่ใช่อกุศล ที่ไม่ใช่สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็น สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓ สวิตักกัตติกกุสลัตติกนสวิตักกัตติกนกุสลัตติกะ
ธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่สวิตักกสวิจารธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นสวิตักก-*สวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย ธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่อวิตักกวิจารมัตตธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๕
ธรรมที่ไม่ใช่อกุศล ที่ไม่ใช่สวิตักกสวิจารธรรม อาศัยอกุศลธรรมที่เป็น สวิตักกสวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙ ปีติตติกกุสลัตติกนปีติตติกนกุสลัตติกะ
ธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่ปีติสหคตธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นปีติสหคตธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๗ นัย ธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่สุขสหคตธรรม อาศัยกุศลธรรมที่เป็นสุขสหคตธรรม เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๗ นัย เหมือนกับเวทนาตติกะ ฯลฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. เวทนาติกะ ๑. กุสลติกะ
สภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาซึ่งไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่ สัมปยุตด้วยสุขเวทนาซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๕ หน้า : ๔๔๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลมปัจจนียะ [ติกติกปัฏฐาน] ๒. เวทนาติกะ ๑. กุสลติกะ สภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาซึ่งไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาซึ่งไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาและที่ไม่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาซึ่งไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาและที่ไม่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาซึ่งไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาและที่ไม่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาซึ่งไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาที่ไม่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาและที่ไม่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาซึ่งไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๗ วาระ สภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาซึ่งไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๗ วาระ (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๑๔ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๑๔ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๑๔ วาระ
สภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาซึ่งไม่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรม ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๗ วาระ สภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาซึ่งไม่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๗ วาระ สภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาซึ่งไม่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๗ วาระ (มี๒๑ วาระ)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๕ หน้า : ๔๕๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลมปัจจนียะ [ติกติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๑. กุสลติกะ เหตุปัจจัย มี ๒๑ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๒๑ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๒๑ วาระ
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาซึ่งเป็นอัพยากฤตเป็นปัจจัยแก่สภาว-ธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาซึ่งไม่เป็นอัพยากฤตโดยอารัมมณปัจจัย (ย่อ) อารัมมณปัจจัย มี ๒๑ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๑๐ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๖ วาระ ฯลฯ อุปนิสสยปัจจัย มี ๒๑ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๖ วาระ วิคตปัจจัย มี ๖ วาระ (พึงทำการจำแนกบทที่มีสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตซึ่งสัมปยุตด้วยทุกขเวทนาเป็นมูลและบทที่มีสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตซึ่งสัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเป็นมูล)๓. วิปากติกะ ๑. กุสลติกะ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากซึ่งไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากซึ่งไม่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๕ หน้า : ๔๕๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลมปัจจนียะ [ติกติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๑. กุสลติกะ สภาวธรรมที่มิใช่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากซึ่งไม่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ ๔. อุปาทินนติกะ ๑. กุสลติกะ
สภาวธรรมที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็น อารมณ์ของอุปาทานซึ่งไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยมี ๓ วาระ (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๖ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๖ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๖ วาระ สภาวธรรมที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งไม่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งไม่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๕ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๕ หน้า : ๔๕๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลมปัจจนียะ [ติกติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. กุสลติกะ ๕. สังกิลิฏฐติกะ ๑. กุสลติกะ
สภาวธรรมที่ไม่ใช่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสซึ่งไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่มิใช่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสซึ่งไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๖ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๖ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๖ วาระ สภาวธรรมที่ไม่ใช่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสซึ่งไม่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่มิใช่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสซึ่งไม่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๖ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๖ วาระ ๖. วิตักกติกะ ๑. กุสลติกะ
สภาวธรรมที่ไม่ใช่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่มี ทั้งวิตกและวิจารซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๕ หน้า : ๔๕๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลมปัจจนียะ [ติกติกปัฏฐาน] ๒๒. สนิทัสสนติกะ ๑. กุสลติกะ สภาวธรรมที่มิใช่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๑๕ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๑๕ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๑๕ วาระ สภาวธรรมที่ไม่ใช่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งไม่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ ๗. ปีติติกะ ๑. กุสลติกะ
สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยปีติซึ่งไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๗ วาระ สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยสุขซึ่งไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๗ วาระ สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาซึ่งไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๗ วาระ เหตุปัจจัย มี ๒๑ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๒๑ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๒๑ วาระ (เหมือนกับเวทนาติกะ ย่อ)
อรรถกถา
ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกอรรถกถายึดที่ข้อ ๕๑๓ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปัจจนียปัฏฐาน
บัดนี้ เพื่อจะแสดงปัจจนียปัฏฐานซึ่งมีชื่ออันได้แล้ว เพราะเป็นธรรมตรงกันข้าม ด้วยอำนาจเป็นปฏิปักษ์ต่อบททั้งหลายมีกุศลเป็นต้น พระผู้มีพระภาคจึงทรงเริ่มคำว่า นกุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นกุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา ดังนี้เป็นต้น.
บรรดาบทเหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงห้ามความที่กุศลเป็นปัจจัย ด้วยคำว่า นกุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทรงห้ามการเกิดขึ้นแห่งกุศล ด้วยคำว่า นกุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เพราะฉะนั้น ผู้ศึกษาพึงทราบปัญหาและวิสัชนาในอธิการนี้ โดยนัยมีอาทิอย่างนี้ว่าขันธ์ ๓ ที่เป็นอกุสลาพยากตะและรูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน อาศัยขันธ์หนึ่งที่เป็นอกุสลาพยากตะเกิดขึ้น.
ก็วิธีนับที่ได้ในปัจจัยนั้นๆ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้แล้วในบาลี แม้วาระทั้งหลายที่มีวิสัชนาเหมือนกัน ก็ทรงแสดงไว้ในบาลีนั้นเองเพราะฉะนั้น ในอธิการนี้ ผู้ศึกษาพึงกำหนดบาลีแล้วทราบปัฏฐานนัยทั้งหมด ตามแนวแห่งนัยที่ข้าพเจ้ากล่าวแล้วในหนหลังก็ในอธิการนี้ฉันใด ในทุกปัฏฐาน ทุกติกปัฏฐาน ติกทุกปัฏฐาน ติกติกปัฏฐานและทุกทุกปัฏฐาน ก็ฉันนั้น.
นัย ๖ ในธัมมปัจจนียปัฏฐาน อันท่านแสดงไว้ด้วยคาถาที่ท่านกล่าวไว้ในอรรถกถาว่า
นัย ๖ ในปัจจนียปัฏฐาน คือติกปัฏฐาน อันประเสริฐ ทุกปัฏฐานอันสูงสุด ทุกติกปัฏฐาน ติกทุกปัฏฐาน ติกติกปัฏฐานและทุกทุกปัฏฐาน ลึกซึ้งนัก ดังนี้.
เป็นอันข้าพเจ้าแสดงแล้วด้วยคำมีประมาณเท่านี้ ฯ
ก็ในอธิการนี้ ผู้ศึกษาพึงทราบเฉพาะ ปัจจนียปัฏฐาน เท่านั้น ประดับด้วยนัย ๒๕ โดยปริยายหนึ่งคือ ในปัฏฐานหนึ่งๆ ว่าด้วยอำนาจแห่งปัจจัยมีอย่างละ ๔ นัย มีอนุโลมนัยเป็นต้น.
อรรถกถาปัจจนียปัฏฐาน จบ. -----------------------------------------------------