อุปาทินนุปาทานิยัตติกนอุปาทานุปาทานิยัตติกะ เล่ม ๔๕
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๕ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑๒ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๖ อุปาทินนุปาทานิยัตติกนอุปาทานุปาทานิยัตติกะ
เหตุยา ตึส อวิคเต ตึส ฯ ยถา กุสลตฺติเก สหชาตวารมฺปิ ปจฺจยวารมฺปิ นิสฺสยวารมฺปิ สํสฏฺฐวารมฺปิ สมฺปยุตฺตวารมฺปิ ปญฺหาวารมฺปิ คณิตํ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนีย ติกปฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ ฯ ---------------- ปจฺจนีย ทุกปฏฺฐานํ นเหตุทุกํ
ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทินนุปาทานิยธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรมอาศัยธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนุปาทานิยธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรมอาศัยธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๕ นัย
นเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: นเหตุํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ยาว มหาภูตา ฯ นเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นนเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: นเหตู ขนฺเธ ปฏิจฺจ ... เหตุปฏิสนฺธิ ฯ นเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ จ นนเหตุ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: ฯ นนเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นนเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: นนเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: นนเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ จ นนเหตุ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: ฯ นเหตุญฺจ นนเหตุญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: นเหตุญฺจ นนเหตุญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นนเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: นเหตุญฺจ นนเหตุญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ จ นนเหตุ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: ฯ
ธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทานิยธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุยา นว อารมฺมเณ นว อวิคเต นว ฯ สหชาตวารมฺปิ สมฺปยุตฺตวารมฺปิ ปฏิจฺจวารสทิสํ เอวํ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ
ธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทา-*นิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทินนุปาทานิยธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรมอาศัยธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทินนุปาทานิยธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๕ นัย
นนเหตุ ธมฺโม นนเหตุสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: นนเหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: นนเหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส จ นนเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ
ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรมและธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม และธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทินนุปาทานิยธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรมอาศัยธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
นเหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: นเหตุ ธมฺโม นนเหตุสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: นเหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส จ นนเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ นนเหตุ ธมฺโม นนเหตุสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: นนเหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: นนเหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส จ นนเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ นเหตุ จ นนเหตุ จ ธมฺมา นเหตุสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: นเหตุ จ นนเหตุ จ ธมฺมา นนเหตุสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: นเหตุ จ นนเหตุ จ ธมฺมา นเหตุสฺส จ นนเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ
ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรมและธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม และธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทินนุปาทานิยธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรมอาศัยธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม และธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุยา ตีณิ อารมฺมเณ นว อวิคเต นว ฯ ยถา กุสลตฺติเก ปญฺหาวารํ เอวํ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ นสเหตุกทุกํ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๙ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙ ในอธิปติปัจจัย มี " ๑๑ ในสหชาตปัจจัย มี " ๑๙ ฯลฯ สหชาตวารก็ดี นิสสยวารก็ดี สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงให้พิสดาร
นสเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นสเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: วิจิกิจฺฉาสหคตํ อุทฺธจฺจสหคตํ โมหํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ตโย มหาภูตา เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ นสเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นอเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: วิจิกิจฺฉาสหคตํ อุทฺธจฺจสหคตํ โมหํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ สเหตุกา ขนฺธา ฯ นสเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นสเหตุโก จ นอเหตุโก จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: ฯ นอเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นอเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ตีณิ ฯ นสเหตุกญฺจ นอเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นสเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: นสเหตุกญฺจ นอเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นอเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา ; นสเหตุกญฺจ นอเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นสเหตุโก จ นอเหตุโก จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: ฯ
ธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทินนุปาทา-*นิยธรรม โดยเหตุปัจจัย ธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนุปาทานิยธรรมโดยเหตุปัจจัย ฯลฯ
เหตุยา นว อารมฺมเณ ฉ อวิคเต นว ฯ สหชาตวารมฺปิ สมฺปยุตฺตวารมฺปิ ปฏิจฺจวารสทิสํ เอวํ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ
ธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทินนุปาทา-*นิยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย ธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนุปาทานิยธรรมโดยอารัมมณปัจจัย ธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรมโดยอารัมมณปัจจัย ธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทินนุปาทานิยธรรมและธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย ธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนุปาทานิยธรรมและธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๕ นัย
นสเหตุโก ธมฺโม นสเหตุกสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: นสเหตุโก ธมฺโม นอเหตุกสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: นสเหตุโก ธมฺโม นสเหตุกสฺส จ นอเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ นอเหตุโก ธมฺโม นอเหตุกสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ ฯ
ธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนุปาทา-*นิยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย ธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทินนุปาทานิยธรรมโดยอารัมมณปัจจัย ธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนอนุปาทานิย-*ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย ธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทินนุปาทานิยธรรมและธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย ธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนุปาทานิยธรรมและธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๕ นัย
นสเหตุโก ธมฺโม นสเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ
ธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินน- *อนุปาทานิยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย ฯลฯ มี ๕ นัย
เหตุยา ฉ อารมฺมเณ นว อวิคเต นว ฯ ยถา กุสลตฺติเก ปญฺหาวารํ เอวํ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๓ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑๕ ในอธิปติปัจจัย มี " ๑๑ ฯลฯ แม้ปัญหาวารก็พึงให้พิสดาร
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. อุปาทินนติกะ ๑. ปฏิจจวาร ปัจจยจตุกกนัย-เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือเป็นอารมณ์ ของอุปาทานและที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๕ หน้า : ๒๒๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลมปัจจนียะ [ติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๕) สภาวธรรมที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๕ หน้า : ๒๒๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลมปัจจนียะ [ติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๕) สภาวธรรมที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปทานและที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปทานและที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือไม่เป็นอารมณ์ของ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๕ หน้า : ๒๒๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลมปัจจนียะ [ติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๗. ปัญหาวาร อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๓) (ย่อ)
เหตุปัจจัย มี ๑๙ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๑๑ วาระ ฯลฯ สหชาตปัจจัย มี ๑๙ วาระ ฯลฯ อาเสวนปัจจัย มี ๖ วาระ ฯลฯ วิปากปัจจัย มี ๑๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๑๙ วาระ (พึงขยายสหชาตวาร ปัจจยวาร นิสสยวาร สังสัฏฐวาร และสัมปยุตตวารให้พิสดาร) ๔. อุปาทินนติกะ ๗. ปัญหาวาร ปัจจยจตุกกนัย - เหตุปัจจัยและอารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยเหตุปัจจัย ฯลฯ
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๕ หน้า : ๒๒๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลมปัจจนียะ [ติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย (๕) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๕ หน้า : ๒๓๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลมปัจจนียะ [ติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย (๕) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย ฯลฯ มี ๕ วาระ (ย่อ)
เหตุปัจจัย มี ๑๓ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๑๕ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๑๑ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๑๖ วาระ ฯลฯ สหชาตปัจจัย มี ๑๙ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๙ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๒๓ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๑๘ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๑๖ วาระ ปัจฉาชาตปัจจัย มี ๑๕ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๕ วาระ กัมมปัจจัย มี ๑๕ วาระ วิปากปัจจัย มี ๑๐ วาระ อาหารปัจจัย มี ๒๐ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๑๓ วาระ ฌานปัจจัย มี ๑๓ วาระ มัคคปัจจัย มี ๑๓ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๑๖ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๓๖ วาระ (พึงขยายปัญหาวารให้พิสดาร)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๕ หน้า : ๒๓๑}
ไม่มีอรรถกถาของข้อนี้ — ต้นทางระบุว่าคำอธิบายของข้อนี้อยู่ที่ข้อ ๕๐๖ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๖ ปัจจนียทุกทุกปัฏฐาน นสรณทุกนสเหตุกทุกะเป็นต้น