๖. ปฏิสัลลานสูตร เล่ม ๑๗
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๓๐สาวตฺถิยํ ฯ ตตฺร โข ฯเปฯ ปฏิสลฺลาเน ภิกฺขเว โยคมาปชฺชถ ฯ ปฏิสลฺลีโน ภิกฺขเว ภิกฺขุ ยถาภูตํ ปชานาติ ฯ กิญฺจ ยถาภูตํ ปชานาติ ฯ รูปสฺส สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ เวทนาย สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ สญฺญาย สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ สงฺขารานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ วิญฺญาณสฺส สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ ฯ (ยถา ปฐมสุตฺเต วิตฺถาโร ตถา วิตฺถาเรตพฺพํ ) ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. ปฏิสัลลานสูตร ว่าด้วยการหลีกเร้น
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงประกอบความเพียรในที่สงัด ภิกษุผู้หลีกเร้นอยู่ในที่สงัด ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริง รู้ชัดอะไรเล่าตามความเป็นจริง คือ ภิกษุรู้ชัดความเกิดและความดับแห่งรูป ความเกิดและความดับแห่งเวทนาความเกิดและความดับแห่งสัญญา ความเกิดและความดับแห่งสังขาร ความเกิดและความดับแห่งวิญญาณ (พึงเพิ่มข้อความที่เหลือให้พิสดารเหมือนในสูตรที่ ๑)ปฏิสัลลานสูตรที่ ๖ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๑๙}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปฏิสัลลานสูตรที่ ๖
ในปฏิสัลลานสูตรที่ ๖ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเห็นภิกษุเหล่านั้นผู้เสื่อมจากกายวิเวกแล้ว ทรงทราบว่า เมื่อพวกเธอได้กายวิเวก กรรมฐานจักเจริญ จึงได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า ปฏิสลฺลาเน เป็นต้น.
จบอรรถกถาปฏิสัลลานสูตรที่ ๖ -------------------------------------