๗. เจตนาสูตร เล่ม ๑๗
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ๗. เจตนาสูตร ว่าด้วยสัทธานุสารีและธัมมานุสารีบุคคล
สาวตฺถี ฯ รูปสญฺเจตนา ภิกฺขเว อนิจฺจา วิปริณามี อญฺญถาภาวี สทฺทสญฺเจตนา ฯ คนฺธสญฺเจตนา ฯ รสสญฺเจตนา ฯ โผฏฺฐพฺพสญฺเจตนา ฯ ธมฺมสญฺเจตนา อนิจฺจา วิปริณามี อญฺญถาภาวี ฯ โย ภิกฺขเว อิเม ธมฺเม เอวํ สทฺทหติ อธิมุจฺจติ ฯ อยํ วุจฺจติ สทฺธานุสารี ฯเปฯ สมฺโพธิปรายโนติ ฯ
พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย รูปสัญเจตนาไม่เที่ยง มีอันแปรปรวนเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา สัททสัญเจตนา ฯลฯ คันธสัญเจตนา ฯลฯ รสสัญเจตนา ฯลฯ โผฏฐัพพสัญเจตนา ฯลฯ ธรรมสัญเจตนาไม่เที่ยง มีอันแปรปรวนเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดเชื่อมั่นไม่หวั่นไหว ซึ่งธรรมเหล่านี้อย่างนี้ เรากล่าวผู้นี้ว่า สัทธานุสารีฯลฯ เป็นผู้เที่ยงที่จะตรัสรู้เป็นเบื้องหน้า. จบ สูตรที่ ๗.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. รูปสัญเจตนาสูตร ว่าด้วยรูปสัญเจตนา
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย รูปสัญเจตนา (ความจำนงรูป) ไม่เที่ยง มีความแปรผัน มีภาวะโดยอาการอื่น สัททสัญเจตนา (ความจำนงเสียง) ฯลฯ คันธสัญเจตนา (ความจำนงกลิ่น) ...
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๓๒๔}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๔. โอกกันตสังยุต] ๘. รูปตัณหาสูตร รสสัญเจตนา (ความจำนงรส) ... โผฏฐัพพสัญเจตนา (ความจำนงโผฏฐัพพะ) ... ธัมมสัญเจตนา (ความจำนงธรรมารมณ์) ไม่เที่ยง มีความแปรผัน มีภาวะโดยอาการอื่น ภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดศรัทธาเชื่อมั่นธรรมเหล่านี้อย่างนี้ ผู้นี้เราเรียกว่า ‘สัทธานุสารี ฯลฯ จะสำเร็จสัมโพธิในวันข้างหน้า” รูปสัญเจตนาสูตรที่ ๗ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาโอกกันตสังยุต อรรถกถาจักขุสุตตาทิสูตรที่ ๑-๑๐
พึงทราบวินิจฉัยในโอกกันตสังยุตดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อธิมุจฺจติ ได้แก่ ย่อมได้สัทธาธิโมกข์.
____________________________
อรรถกถาว่า สทฺธาวิโมกฺขํ ฉบับพม่าเป็น สทฺธาธิโมกฺขํ แปลตามต้นฉบับพม่า.
บทว่า โอกฺกนฺโต สมฺมตฺตนิยามํ ได้แก่ เข้าไปสู่อริยมรรค.
ด้วยบทว่า อภพฺโพว ตาว กาลํ กาตุํ นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงถึงความไม่เป็นอันตราย (เครื่องกีดขวาง) ต่อผล ในเมื่อมรรคเกิดขึ้นแล้ว. เพราะว่าเมื่อมรรคเกิดขึ้นแล้ว ขึ้นชื่อว่าการทำอันตราย (เครื่องกีดขวาง) แก่ผล จะไม่มี.
ด้วยเหตุนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ก็บุคคลนี้พึงเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล และเวลาที่กัปจะถูกไฟไหม้ ก็คงมี (แต่ว่า) กัปนี้จะไม่พึงถูกไฟไหม้ ตราบเท่าที่บุคคลนี้ยังไม่ทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล บุคคลนี้จึงถูกเรียกว่าผู้ดำรงอยู่ชั่วกัป.
บทว่า มตฺตโส นิชฺฌานํ ขมนฺติ ความว่า การซึ่งการตรวจตราดูโดยประมาณ.
บทที่เหลือในที่ทุกแห่ง มีความหมายง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาโอกกันตสังยุต -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ
๑. จักขุสูตร
๒. รูปสูตร
๓. วิญญาณสูตร
๔. ผัสสสูตร
๕. เวทนาสูตร
๖. สัญญาสูตร
๗. เจตนาสูตร
๘. ตัณหาสูตร
๙. ธาตุสูตร
๑๐. ขันธสูตร -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ทิฏฐิสังยุต จตุตถเปยยาลที่ ๔ ๒๖. อทุกขมสุขีอัตตาสูตร ว่าด้วยอัตตาไม่มีทั้งทุกข์ทั้งสุข