๔. หลิททิกานิสูตร ที่ ๒ เล่ม ๑๗
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๒๕เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ อายสฺมา มหากจฺจาโน อวนฺตีสุ วิหรติ กุรรฆเร ปปาเต ปพฺพเต ฯ อถ โข หลิทฺทิกานิ คหปติ เยนายสฺมา มหากจฺจาโน เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ มหากจฺจานํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข หลิทฺทิกานิ คหปติ อายสฺมนฺตํ มหากจฺจานํ เอตทโวจ วุตฺตมิทํ ภนฺเต ภควตา สกฺกปญฺเห เย เต สมณพฺราหฺมณา ตณฺหาสงฺขยวิมุตฺตา เต อจฺจนฺตนิฏฺฐา อจฺจนฺตโยคกฺเขมิโน อจฺจนฺตพฺรหฺมจาริโน อจฺจนฺตปริโยสานา เสฏฺฐา เทวมนุสฺสานนฺติ ฯ อิมสฺส นุ โข ภนฺเต ภควตา สงฺขิตฺเตน ภาสิตสฺส กถํ วิตฺถาเรน อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพติ ฯ
๒๖รูปธาตุยา โข คหปติ โย ฉนฺโท โย ราโค ยา นนฺทิ ยา ตณฺหา เย อุปายุปาทานา เจตโส อธิฏฺฐานาภินิเวสานุสยา เตสํ ขยา วิราคา นิโรธา จาคา ปฏินิสฺสคฺคา จิตฺตํ สุวิมุตฺตนฺติ วุจฺจติ ฯ เวทนาธาตุยา โข คหปติ ฯเปฯ สญฺญาธาตุยา โข คหปติ ฯ สงฺขารธาตุยา โข คหปติ ฯ วิญฺญาณธาตุยา โข คหปติ โย ฉนฺโท โย ราโค ยา นนฺทิ ยา ตณฺหา เย อุปายุปาทานา เจตโส อธิฏฺฐานาภินิเวสานุสยา เตสํ ขยา วิราคา นิโรธา จาคา ปฏินิสฺสคฺคา จิตฺตํ สุวิมุตฺตนฺติ วุจฺจติ ฯ อิติ โข คหปติ ยนฺตํ วุตฺตํ ภควตา สกฺกปญฺเห เย เต สมณพฺราหฺมณา ตณฺหาสงฺขยวิมุตฺตา เต อจฺจนฺตนิฏฺฐา อจฺจนฺตโยคกฺเขมิโน อจฺจนฺตพฺรหฺมจาริโน อจฺจนฺตปริโยสานา เสฏฺฐา เทวมนุสฺสานนฺติ ฯ อิมสฺส โข คหปติ ภควตา สงฺขิตฺเตน ภาสิตสฺส เอวํ วิตฺถาเรน อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] มูลปัณณาสก์ ๑. นกุลปิตุวรรค ๔. ทุติยหลิททิกานิสูตร ๔. ทุติยหลิททิกานิสูตร ว่าด้วยหลิททิกานิคหบดี สูตรที่ ๒
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง ท่านพระมหากัจจานะอยู่ ณ ภูเขาที่มีหน้าผาสูงชัน เขตเมือง กุรรฆระ แคว้นอวันตี ครั้งนั้น คหบดีชื่อหลิททิกานิเข้าไปหาท่านพระมหากัจจานะถึงที่อยู่ อภิวาทแล้ว นั่ง ณ ที่สมควร ได้ถามท่านพระมหากัจจานะดังนี้ว่า “ข้าแต่ท่านผู้เจริญ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระภาษิตนี้ในสักกปัญหา ว่า ‘สมณ-พราหมณ์ ผู้หลุดพ้นเพราะสิ้นตัณหาเท่านั้นจึงจะมีความสำเร็จขั้นสูงสุด มีความเกษมจากโยคะ ขั้นสูงสุด มีพรหมจรรย์ ขั้นสูงสุด มีจุดหมาย ขั้นสูงสุด เป็นผู้ประเสริฐสุดกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย’ ข้าแต่ท่านผู้เจริญ เนื้อความแห่งพระภาษิตที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้โดยย่อนี้ พึงทราบโดยพิสดารอย่างไร” พระมหากัจจานะได้กล่าวว่า “คหบดี ความพอใจ ความกำหนัด ความ เพลิดเพลิน ความทะยานอยาก อุบายและความยึดมั่นอันเป็นเหตุที่ใจเข้าไปตั้งมั่นถือมั่นและนอนเนื่องในรูปธาตุ ท่านกล่าวว่า ‘จิตหลุดพ้นดีแล้ว’ เพราะความสิ้นไปคลายกำหนัด ดับ สละ ปล่อยวางความพอใจเป็นต้นเหล่านั้น ความพอใจ ความกำหนัด ... ในเวทนาธาตุ ฯลฯ ในสัญญาธาตุ ฯลฯ ในสังขารธาตุ ฯลฯ ความพอใจ ความกำหนัด ความเพลิดเพลิน ความทะยานอยาก อุบาย และความยึดมั่นอันเป็นเหตุที่ใจเข้าไปตั้งมั่นถือมั่นและนอนเนื่องในวิญญาณธาตุท่านกล่าวว่า ‘จิตหลุดพ้นดีแล้ว’ เพราะความสิ้นไป คลายกำหนัด ดับ สละปล่อยวางความพอใจเป็นต้นเหล่านั้น คหบดี พระภาษิตที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ในสักกปัญหาว่า ‘สมณพราหมณ์ผู้หลุดพ้นเพราะสิ้นตัณหาเท่านั้นจึงจะมีความสำเร็จขั้นสูงสุด มีความเกษมจากโยคะ@เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ ที.ม. (แปล) ๑๐/๓๖๖/๒๙๒-๒๙๔ @ ขั้นสูงสุด ในที่นี้หมายถึงพ้นความพินาศคือกิเลสไป (ที.ม.อ. ๓๖๖/๓๕๓)@ ความเกษมจากโยคะ ในที่นี้หมายถึงพระนิพพาน (ที.ม.อ. ๓๖๖/๓๕๓)@ พรหมจรรย์ ในที่นี้หมายถึงอริยมรรค (ที.ม.อ. ๓๖๖/๓๕๓) @ จุดหมาย ในที่นี้หมายถึงพระนิพพาน (ที.ม.อ. ๓๖๖/๓๕๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๑๖}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] มูลปัณณาสก์ ๑. นกุลปิตุวรรค ๕. สมาธิสูตร ขั้นสูงสุด มีพรหมจรรย์ขั้นสูงสุด มีจุดหมายขั้นสูงสุด เป็นผู้ประเสริฐสุดกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย’ คหบดี เนื้อความแห่งพระภาษิตที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้โดยย่อนี้ พึงทราบโดยพิสดารอย่างนี้แล” ทุติยหลิททิกานิสูตรที่ ๔ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาทุติยหลิททิกานิสูตรที่ ๔
ในทุติยหลิททิกานิสูตรที่ ๔ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
คำว่า สกฺกปญฺเห นี้ท่านกล่าวไว้แล้วทั้งในจูฬสักกปัญหาและทั้งในมหาสักกปัญหา.
บทว่า ตณฺหาสงฺขยวิมุตฺตา ได้แก่ น้อมไปในพระนิพพานอันเป็นที่สิ้นไปแห่งตัณหาด้วยผลวิมุตติ ซึ่งมีพระนิพพานนั้นเป็นอารมณ์.
บทว่า อจฺจนฺตนิฏฺฐา ได้แก่ เสร็จ คือสำเร็จด้วยดีเหลือเกิน.
แม้ในบทที่เหลือก็มีนัยเดียวกันนี้.
จบอรรถกถาหลิททิกานิสูตรที่ ๔ -------------------------------------