ฉบับที่อ่านฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี (อักษรไทย) · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๕๑๗

๑๐. สูจิมุขีสูตร เล่ม ๑๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๑๗ลำดับ 274 จาก 333 ในขันธวรรคพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


เอกํ สมยํ อายสฺมา สารีปุตฺโต ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ อถ โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย ราชคหํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ ราชคเห สปทานํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ตํ ปิณฺฑปาตํ อญฺญตรํ กุฑฺฑมูลํ นิสฺสาย ภุญฺชติ ฯ อถ โข สูจิมุขี ปริพฺพาชิกา เยนายสฺมา สารีปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ เอตทโวจ กึ นุ โข สมณ อโธมุโข ภุญฺชสีติ ฯ น ขฺวาหํ ภคินิ อโธมุโข ภุญฺชามีติ ฯ เตนหิ สมณ อุพฺภมุโข ภุญฺชสีติ ฯ น ขฺวาหํ ภคินิ อุพฺภมุโข ภุญฺชามีติ ฯ เตนหิ สมณ ทิสามุโข ภุญฺชสีติ ฯ น ขฺวาหํ ภคินิ ทิสามุโข ภุญฺชามีติ ฯ เตนหิ สมณ วิทิสามุโข ภุญฺชสีติ ฯ น ขฺวาหํ ภคินิ วิทิสามุโข ภุญฺชามีติ ฯ {๕๑๗.๑} กึ นุ สมณ อโธมุโข ภุญฺชสีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน น ขฺวาหํ ภคินิ อโธมุโข ภุญฺชามีติ วเทสิ เตนหิ สมณ อุพฺภมุโข ภุญฺชสีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน น ขฺวาหํ ภคินิ อุพฺภมุโข ภุญฺชามีติ วเทสิ เตนหิ สมณ ทิสามุโข ภุญฺชสีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน น ขฺวาหํ ภคินิ ทิสามุโข ภุญฺชามีติ วเทสิ เตนหิ สมณ วิทิสามุโข ภุญฺชสีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน น ขฺวาหํ ภคินิ วิทิสามุโข ภุญฺชามีติ วเทสิ {๕๑๗.๒} กถญฺจรหิ สมณ ภุญฺชสีติ ฯ เย หิ เกจิ ภคินิ สมณพฺราหฺมณา วตฺถุวิชฺชาติรจฺฉานวิชฺชาย มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปนฺติ อิเม วุจฺจนฺติ ภคินิ สมณพฺราหฺมณา อโธมุขา ภุญฺชนฺติ ฯ เย หิ เกจิ ภคินิ สมณพฺราหฺมณา นกฺขตฺตวิชฺชาติรจฺฉานวิชฺชาย มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปนฺติ อิเม วุจฺจนฺติ ภคินิ สมณพฺราหฺมณา อุพฺภมุขา ภุญฺชนฺติ ฯ เย หิ เกจิ ภคินิ สมณพฺราหฺมณา ทูเตยฺยปหิณคมนานุโยคา มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปนฺติ อิเม วุจฺจนฺติ ภคินิ สมณพฺราหฺมณา ทิสามุขา ภุญฺชนฺติ ฯ เย หิ เกจิ ภคินิ สมณพฺราหฺมณา องฺควิชฺชาติรจฺฉานวิชฺชาย มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปนฺติ อิเม วุจฺจนฺติ ภคินิ สมณพฺราหฺมณา วิทิสามุขา ภุญฺชนฺติ ฯ {๕๑๗.๓} โส ขฺวาหํ ภคินิ น วตฺถุวิชฺชาติรจฺฉานวิชฺชาย มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปมิ น นกฺขตฺตวิชฺชาติรจฺฉานวิชฺชาย มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปมิ น ทูเตยฺยปหิณคมนานุโยคา มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปมิ น องฺควิชฺชาติรจฺฉานวิชฺชาย มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปมิ ธมฺเมน ภิกฺขํ ปริเยสามิ ธมฺเมน ภิกฺขํ ปริเยสิตฺวา ภุญฺชามีติ ฯ อถ โข สูจิมุขี ปริพฺพาชิกา ราชคเห รถิยาย รถิยํ สิงฺฆาฏเกน สิงฺฆาฏกํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวมาโรเจสิ ธมฺมิกํ สมณา สกฺยปุตฺติยา อาหารํ อาหาเรนฺติ อนวชฺชํ สมณา สกฺยปุตฺติยา อาหารํ อาหาเรนฺติ เทถ สมณานํ สกฺยปุตฺติยานํ ปิณฺฑนฺติ ฯ สารีปุตฺตสํยุตฺตํ ฯ ตสฺสุทฺทานํ วิเวกํ อวิตกฺกํ จ ปีติ อุเปกฺขาจตุตฺถกํ อากาสญฺเจว วิญฺญาณํ อากิญฺจเนวสญฺญินา นิโรโธ นวโม วุตฺโต ทสมํ สูจิมุขิ จาติ ฯ ----------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๑๐. สุจิมุขีสูตร ว่าด้วยสุจิมุขีปริพาชิกา

ข้อ ๓๔๑

สมัยหนึ่ง ท่านพระสารีบุตรอยู่ ณ พระเวฬุวัน สถานที่ให้ เหยื่อกระแต เขตกรุงราชคฤห์ ครั้นในเวลาเช้า ท่านพระสารีบุตรครองอันตรวาสกถือบาตรและจีวรเข้าไปบิณฑบาตยังกรุงราชคฤห์ อาศัยเชิงฝาแห่งหนึ่งฉันบิณฑบาตนั้น ครั้งนั้น ปริพาชิกาชื่อสุจิมุขี เข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่อยู่ แล้วได้ถามว่า “สมณะ ทำไมท่านจึงก้มหน้าฉันเล่า” ท่านพระสารีบุตรตอบว่า “น้องหญิง เรามิได้ก้มหน้าฉัน” “สมณะ ถ้าอย่างนั้น ท่านเงยหน้าฉันหรือ” “น้องหญิง เรามิได้เงยหน้าฉัน” “สมณะ ถ้าอย่างนั้น ท่านมองดูทิศใหญ่ฉันหรือ” “น้องหญิง เรามิได้มองดูทิศใหญ่ฉัน” “สมณะ ถ้าอย่างนั้น ท่านมองดูทิศน้อยฉันหรือ” “น้องหญิง เรามิได้มองดูทิศน้อยฉัน”

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๓๔๗}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๗. สารีปุตตสังยุต] ๑๐. สุจิมุขีสูตร “ดิฉันถามว่า ‘สมณะ ทำไมท่านจึงก้มหน้าฉันเล่า’ ท่านก็ตอบว่า ‘เรามิได้ก้มหน้าฉัน’ ดิฉันถามว่า ‘ถ้าอย่างนั้น ท่านเงยหน้าฉันหรือ’ ท่านก็ตอบว่า ‘เรามิได้เงยหน้าฉัน’ ดิฉันถามว่า ‘ถ้าอย่างนั้น ท่านมองดูทิศใหญ่ฉันหรือ’ ท่านก็ตอบว่า ‘เรามิได้มองดูทิศใหญ่ฉัน’ ดิฉันถามว่า ‘ถ้าอย่างนั้น ท่านมองดูทิศน้อยฉันหรือ’ ท่านก็ตอบว่า ‘เรามิได้มองดูทิศน้อยฉัน’ สมณะ ก็บัดนี้ ท่านฉันอย่างไรเล่า” “น้องหญิง ก็สมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งเลี้ยงชีวิตด้วยมิจฉาชีพเพราะดิรัจฉานวิชา คือวิชาดูพื้นที่ สมณพราหมณ์เหล่านี้ เรียกได้ว่า ก้มหน้าฉัน สมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งเลี้ยงชีวิตด้วยมิจฉาชีพเพราะเดรัจฉานวิชาคือ วิชาดูดาวดูฤกษ์ สมณพราหมณ์เหล่านี้ เรียกได้ว่า เงยหน้าฉัน สมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งเลี้ยงชีวิตด้วยมิจฉาชีพเพราะทำหน้าที่เป็นตัวแทนและผู้สื่อสาร สมณพราหมณ์เหล่านี้ เรียกได้ว่า มองดูทิศใหญ่ฉัน สมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งเลี้ยงชีวิตด้วยมิจฉาชีพเพราะเดรัจฉานวิชาคือวิชาดูอวัยวะ สมณพราหมณ์เหล่านี้ เรียกได้ว่า มองดูทิศน้อยฉัน น้องหญิง เรานั้นมิได้เลี้ยงชีวิตด้วยมิจฉาชีพเพราะเดรัจฉานวิชาคือวิชาดูพื้นที่ มิได้เลี้ยงชีวิตด้วยมิจฉาชีพเพราะเดรัจฉานวิชาคือวิชาดูดาวดูฤกษ์ มิได้เลี้ยงชีวิตด้วยมิจฉาชีพเพราะทำหน้าที่เป็นตัวแทนและผู้สื่อสาร มิได้เลี้ยงชีวิตด้วยมิจฉาชีพเพราะเดรัจฉานวิชาคือวิชาดูอวัยวะ (แต่)เราแสวงหาภิกษาโดยชอบธรรมแล้วจึงฉัน” @เชิงอรรถ : @ เดรัจฉานวิชา หมายถึงวิชาที่ขวางทางไปสู่สวรรค์ และนิพพาน (ที.สี.อ. ๑๗/๘๔)@ วิชาดูพื้นที่ หมายถึงความรู้เรื่องอันเป็นคุณเป็นโทษของทำเลที่ตั้งบ้านเรือนและเรือกสวนไร่นาเป็นต้น@(ที.สี.อ. ๒๑/๘๘)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๓๔๘}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๗. สารีปุตตสังยุต] รวมพระสูตรที่มีในสังยุต ลำดับนั้น สุจิมุขีปริพาชิกาเข้าไปในกรุงราชคฤห์แล้ว ประกาศตามถนนสายหนึ่งไปยังอีกสายหนึ่ง ตามตรอกหนึ่งไปยังอีกตรอกหนึ่งอย่างนี้ว่า “ท่าน สมณศากยบุตรทั้งหลายฉันอาหารที่ได้มาโดยชอบธรรม ไม่มีโทษ ขอเชิญท่านทั้งหลายถวายบิณฑบาตแก่สมณศากยบุตรทั้งหลายเถิด” สุจิมุขีสูตรที่ ๑๐ จบ สารีปุตตสังยุต จบ รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ ๑. วิเวกชสูตร ๒. อวิตักกสูตร ๓. ปีติสูตร ๔. อุเปกขาสูตร ๕. อากาสานัญจายตนสูตร ๖. วิญญาณัญจายตนสูตร ๗. อากิญจัญญายตนสูตร ๘. เนวสัญญานาสัญญายตนสูตร ๙. นิโรธสมาปัตติสูตร ๑๐. สุจิมุขีสูตร

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๓๔๙}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาสูจิมุขีสูตรที่ ๑๐

พึงทราบวินิจฉัยในสูตรที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้ :-

บทว่า สูจิมุขี คือ นางปริพาชิกาผู้มีชื่ออย่างนี้

บทว่า อุปสงฺกมิ ความว่า นางปริพาชิกานั้น เห็นพระเถระมีรูปสวย น่าดู มีผิวพรรณงดงามดังทองคำ ชวนให้เกิดความเลื่อมใสตลอดเวลา จึงเข้าไปหาด้วยคิดว่า เราจักทำการร่าเริงกับพระเถระนี้.

คราทีนั้นเมื่อพระเถระปฏิเสธคำพูดนั้น นางจึงสำคัญอยู่ว่า บัดนี้ เราจักโต้วาทะกับพระเถระนั้น จึงกล่าวว่า สมณะ ถ้าอย่างนั้น ท่านก็แหงนหน้าฉัน (แหงนหน้าหากิน) ละซี?

บทว่า ทิสามุโข ได้แก่ หันหน้าสู่ทิศทั้ง ๔. อธิบายว่า มองดูทั้ง ๔ ทิศ (ทิศใดทิศหนึ่ง).

บทว่า วิทิสามุโข ได้แก่ มองดูทิศเฉียงทั้ง ๔ ทิศ.

บทว่า วตฺถุวิชฺชาติรจฺฉานวิชฺชาย ได้แก่ ดิรัจฉานวิชา กล่าวคือวิชาตรวจดูพื้นที่. อุบายเครื่องรู้ถึงเหตุที่ทำให้พื้นที่ทั้งหลายมีพื้นที่ปลูก น้ำเต้า ฟักเขียวและมันเป็นต้น สมบูรณ์พูนผล ชื่อว่าวิชาดูพื้นที่.

บทว่า มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปนฺติ ความว่า เลี้ยงชีวิตด้วยมิจฉาชีพกล่าวคือดิรัจฉานวิชา ได้แก่ วิชาตรวจดูพื้นที่นั้นนั่นแล. อธิบายว่า บริโภคปัจจัยที่เหล่าชนผู้เลื่อมใส เพราะความสมบูรณ์พูนผลแห่งพื้นที่เหล่านั้นอยู่.

บทว่า อโธมุขา ความว่า ชื่อว่าก้มหน้าบริโภค (ก้มหน้าหากิน) ด้วยอำนาจตรวจดูพื้นที่แล้วบริโภค.

อีกอย่างหนึ่ง ในบทเหล่านี้ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-

บทว่า นกฺขตฺตวิชา ได้แก่ วิชาที่เป็นเหตุให้รู้อย่างนี้ว่า วันนี้ ฤกษ์นี้ ควรไปด้วยฤกษ์นี้ ไม่ควรไปด้วยฤกษ์นี้ ควรทำสิ่งนี้สิ่งนี้ ด้วยฤกษ์นี้.

บทว่า ทูเตยฺยํ ได้แก่ งานของทูต คือ การรับเอาสาส์นของคนเหล่านั้นๆ ไปในที่นั้นๆ.

บทว่า ปหิณคมนํ ได้แก่ การเข้าไปยังตระกูลหนึ่ง ด้วยสาส์นของอีกตระกูลหนึ่ง ในหมู่บ้านเดียวกันนั่นแล.

บทว่า องฺควิชฺชา ได้แก่ วิชชาเป็นเหตุให้รู้องคสมบัติ (ลักษณะอวัยวะที่ดี) ตามอิตถีลักษณะและปุริสลักษณะ แล้วทราบอย่างนี้ว่า บุคคลจะได้สิ่งนี้ ด้วยองคสมบัติอย่างนั้น.

บทว่า วิทิสามุขา ความว่า เพราะว่า วิชาตรวจดูอวัยวะ ชื่อว่าเป็นไปในทิศเฉียงทั้งหลาย เพราะปรารภส่วนของสรีระนั้นๆ เป็นไป (การตรวจดูลักษณะต่างๆ ต้องหันหน้าไปทั่วทุกทิศ) เพราะเหตุนั้น บุคคลทั้งหลายผู้หากินเลี้ยงชีวิตด้วยวิชานั้น จึงชื่อว่าหันหน้าสู่ทิศเฉียงทั้งหลายบริโภค (ส่ายหน้าหากิน).

บทว่า เอวมาโรเจสิ ความว่า นางปริพาชิกา เมื่อกล่าวคำเป็นต้นว่า ธมฺมิกํ สมณ ชื่อว่ากล่าว (สรรเสริญ) คุณของพระศาสนาว่าเป็นนิยยานิกธรรม.

ก็มนุษย์ทั้งหลายได้ฟังกถานั้นแล้วพากันเลื่อมใสพระศาสนาประมาณ ๕๐๐ ตระกูลแล.

จบอรรถกถาสูจิมุขีสูตรที่ ๑๐ จบอรรถกถาสารีปุตตสังยุต -----------------------------------------------------

รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ

๑. วิเวกสูตร

๒. อวิตักกสูตร

๓. ปีติสูตร

๔. อุเปกขาสูตร

๕. อากาสสูตร

๖. วิญญาณสูตร

๗. อากิญจัญญายตนสูตร

๘. เนวสัญญานาสัญญายตนสูตร

๙. นิโรธสูตร

๑๐. สูจิมุขีสูตร -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา