๑๐. ขันธสูตร เล่ม ๑๗
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๔๗๘สาวตฺถี ฯ รูปํ ภิกฺขเว อนิจฺจํ วิปริณามิ อญฺญถาภาวิ เวทนา อนิจฺจา วิปริณามี อญฺญถาภาวี สญฺญา ฯ สงฺขารา อนิจฺจา วิปริณามิโน อญฺญถาภาวิโน วิญฺญาณํ อนิจฺจํ วิปริณามิ อญฺญถาภาวิ ฯ โย ภิกฺขเว อิเม ธมฺเม เอวํ สทฺทหติ อธิมุจฺจติ ฯ อยํ วุจฺจติ สทฺธานุสารี โอกฺกนฺโต สมฺมตฺตนิยามํ สปฺปุริสภูมึ โอกฺกนฺโต วีติวตฺโต ปุถุชฺชนภูมึ อภพฺโพ ตํ กมฺมํ กาตุํ ยํ กมฺมํ กตฺวา นิรยํ วา ติรจฺฉานโยนึ วา ปิตฺติวิสยํ วา อุปปชฺเชยฺย อภพฺโพว ตาว กาลํ กาตุํ ยาว น โสตาปตฺติผลํ สจฺฉิกโรติ ฯ {๔๗๘.๑} ยสฺส โข ภิกฺขเว อิเม ธมฺมา เอวํ ปญฺญาย มตฺตโส นิชฺฌานํ ขมนฺติ ฯ อยํ วุจฺจติ ธมฺมานุสารี โอกฺกนฺโต สมฺมตฺตนิยามํ สปฺปุริสภูมึ โอกฺกนฺโต วีติวตฺโต ปุถุชฺชนภูมึ อภพฺโพ ตํ กมฺมํ กาตุํ ยํ กมฺมํ กตฺวา นิรยํ วา ติรจฺฉานโยนึ วา ปิตฺติวิสยํ วา อุปปชฺเชยฺย อภพฺโพว ตาว กาลํ กาตุํ ยาว น โสตาปตฺติผลํ สจฺฉิกโรติ ฯ โย ภิกฺขเว อิเม ธมฺเม เอวํ ปชานาติ เอวํ ปสฺสติ ฯ อยํ วุจฺจติ โสตาปนฺโน อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโนติ ฯ โอกฺกนฺตสํยุตฺตํ ฯ ตสฺสุทฺทานํ จกฺขุ รูปญฺจ วิญฺญาณํ ผสฺโส จ เวทนาย จ สญฺญา จ เจตนา ตณฺหา ธาตุ ขนฺเธน เต ทสาติ ฯ ---------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. ขันธสูตร ว่าด้วยขันธ์
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย รูปไม่เที่ยง มีความแปรผัน มีภาวะโดยอาการอื่น เวทนาไม่เที่ยง มีความแปรผัน มีภาวะโดยอาการอื่น สัญญา ฯลฯ สังขารไม่เที่ยง มีความแปรผัน มีภาวะโดยอาการอื่น วิญญาณไม่เที่ยง มีความแปรผัน มีภาวะโดยอาการอื่น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๓๒๖}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๔. โอกกันตสังยุต] รวมพระสูตรที่มีในสังยุต ภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดศรัทธาเชื่อมั่นธรรมเหล่านี้อย่างนี้ ผู้นี้เราเรียกว่า ‘สัทธานุสารี ก้าวลงสู่อริยมรรค หยั่งลงสู่ภูมิของสัตบุรุษ ผ่านภูมิของปุถุชนได้แล้ว ไม่ควรทำกรรมที่ทำแล้วไปเกิดในนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน หรือภูมิแห่งเปรต ไม่สมควรตายตราบเท่าที่ยังไม่ทำให้แจ้งโสดาปัตติผล’ ภิกษุทั้งหลาย ธรรมเหล่านี้ของผู้ใดประจักษ์ชัดโดยยิ่งด้วยปัญญาอย่างนี้ ผู้นี้เราเรียกว่า ‘ธัมมานุสารี ก้าวลงสู่อริยมรรค หยั่งลงสู่ภูมิของสัตบุรุษ ผ่านภูมิของปุถุชนได้แล้ว ไม่ควรทำกรรมที่ทำแล้วไปเกิดในนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉานหรือภูมิแห่งเปรต ไม่สมควรตายตราบเท่าที่ยังไม่ทำให้แจ้งโสดาปัตติผล’ ภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดรู้เห็นธรรมเหล่านี้อย่างนี้ ผู้นี้เราเรียกว่า ‘อริยสาวกผู้เป็นโสดาบัน ไม่มีทางตกต่ำ มีความแน่นอนที่จะสำเร็จสัมโพธิในวันข้างหน้า”ขันธสูตรที่ ๑๐ จบ โอกกันตสังยุต จบ รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ ๑. จักขุสูตร ๒. รูปสูตร ๓. วิญญาณสูตร ๔. สัมผัสสสูตร ๕. สัมผัสสชาสูตร ๖. รูปสัญญาสูตร ๗. รูปสัญเจตนาสูตร ๘. รูปตัณหาสูตร ๙. ปฐวีธาตุสูตร ๑๐. ขันธสูตร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๓๒๗}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาโอกกันตสังยุต อรรถกถาจักขุสุตตาทิสูตรที่ ๑-๑๐
พึงทราบวินิจฉัยในโอกกันตสังยุตดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อธิมุจฺจติ ได้แก่ ย่อมได้สัทธาธิโมกข์.
____________________________
อรรถกถาว่า สทฺธาวิโมกฺขํ ฉบับพม่าเป็น สทฺธาธิโมกฺขํ แปลตามต้นฉบับพม่า.
บทว่า โอกฺกนฺโต สมฺมตฺตนิยามํ ได้แก่ เข้าไปสู่อริยมรรค.
ด้วยบทว่า อภพฺโพว ตาว กาลํ กาตุํ นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงถึงความไม่เป็นอันตราย (เครื่องกีดขวาง) ต่อผล ในเมื่อมรรคเกิดขึ้นแล้ว. เพราะว่าเมื่อมรรคเกิดขึ้นแล้ว ขึ้นชื่อว่าการทำอันตราย (เครื่องกีดขวาง) แก่ผล จะไม่มี.
ด้วยเหตุนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ก็บุคคลนี้พึงเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล และเวลาที่กัปจะถูกไฟไหม้ ก็คงมี (แต่ว่า) กัปนี้จะไม่พึงถูกไฟไหม้ ตราบเท่าที่บุคคลนี้ยังไม่ทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล บุคคลนี้จึงถูกเรียกว่าผู้ดำรงอยู่ชั่วกัป.
บทว่า มตฺตโส นิชฺฌานํ ขมนฺติ ความว่า การซึ่งการตรวจตราดูโดยประมาณ.
บทที่เหลือในที่ทุกแห่ง มีความหมายง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาโอกกันตสังยุต -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ
๑. จักขุสูตร
๒. รูปสูตร
๓. วิญญาณสูตร
๔. ผัสสสูตร
๕. เวทนาสูตร
๖. สัญญาสูตร
๗. เจตนาสูตร
๘. ตัณหาสูตร
๙. ธาตุสูตร
๑๐. ขันธสูตร -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ทิฏฐิสังยุต จตุตถเปยยาลที่ ๔ ๒๖. อทุกขมสุขีอัตตาสูตร ว่าด้วยอัตตาไม่มีทั้งทุกข์ทั้งสุข