๑๐. โกฏฐิตสูตร ที่ ๓ เล่ม ๑๗
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๓๓๒ตญฺเญว นิทานํ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา สารีปุตฺโต อายสฺมนฺตํ มหาโกฏฺฐิตํ เอตทโวจ อวิชฺชา อวิชฺชาติ อาวุโส โกฏฺฐิต วุจฺจติ กตมา นุ โข อาวุโส อวิชฺชา กิตฺตาวตา จ อวิชฺชาคโต โหตีติ ฯ อิธาวุโส อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน รูปํ นปฺปชานาติ รูปสมุทยํ นปฺปชานาติ รูปนิโรธํ นปฺปชานาติ รูปนิโรธคามินีปฏิปทํ นปฺปชานาติ เวทนํ ฯเปฯ สญฺญํ ฯ สงฺขาเร ฯ วิญฺญาณํ นปฺปชานาติ วิญฺญาณสมุทยํ นปฺปชานาติ วิญฺญาณนิโรธํ นปฺปชานาติ วิญฺญาณนิโรธคามินีปฏิปทํ นปฺปชานาติ ฯ อยํ วุจฺจตาวุโส อวิชฺชา เอตฺตาวตา จ อวิชฺชาคโต โหตีติ ฯ
๓๓๓เอวํ วุตฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต อายสฺมนฺตํ มหาโกฏฺฐิตํ เอตทโวจ วิชฺชา วิชฺชาติ อาวุโส โกฏฺฐิต วุจฺจติ กตมา นุ โข อาวุโส วิชฺชา กิตฺตาวตา จ วิชฺชาคโต โหตีติ ฯ อิธาวุโส สุตวา อริยสาวโก รูปํ ปชานาติ รูปสมุทยํ ปชานาติ รูปนิโรธํ ปชานาติ รูปนิโรธคามินีปฏิปทํ ปชานาติ เวทนํ ฯ สญฺญํ ฯ สงฺขาเร ฯ วิญฺญาณํ ปชานาติ วิญฺญาณสมุทยํ ปชานาติ วิญฺญาณนิโรธํ ปชานาติ วิญฺญาณนิโรธคามินีปฏิปทํ ปชานาติ ฯ อยํ วุจฺจตาวุโส วิชฺชา เอตฺตาวตา จ วิชฺชาคโต โหตีติ ฯ อวิชฺชาวคฺโค สมตฺโต ฯ ตสฺสุทฺทานํ สมุทยธมฺเมน ตีณิ อสฺสาเท จ อปเร ทุเว สมุทเย จ เทฺว วุตฺตา โกฏฺฐิเต อปเร ตโยติ ฯ -----------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. ตติยโกฏฐิตสูตร ว่าด้วยพระโกฏฐิตะ สูตรที่ ๓
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงพาราณสีเหมือนกัน ท่านพระสารีบุตรนั่ง ณ ที่สมควร ได้ถามท่านพระมหาโกฏฐิตะดังนี้ว่า “ท่านโกฏฐิตะ ที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ‘อวิชชา อวิชชา’ อวิชชาเป็นอย่างไรและด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอ บุคคลจึงเป็นผู้ตกอยู่ในอวิชชา” ท่านพระมหาโกฏฐิตะตอบว่า “ท่านผู้มีอายุ ปุถุชนในโลกนี้ผู้ไม่ได้สดับ ไม่รู้ชัดรูป ไม่รู้ชัดความเกิดแห่งรูป ไม่รู้ชัดความดับแห่งรูป ไม่รู้ชัดปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งรูป ไม่รู้ชัดเวทนา ฯลฯ สัญญา ... สังขาร ... ไม่รู้ชัดวิญญาณ ไม่รู้ชัดความเกิดแห่งวิญญาณ ไม่รู้ชัดความดับแห่งวิญญาณ ไม่รู้ชัดปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งวิญญาณ ท่านผู้มีอายุ นี้พระผู้มีพระภาคตรัสว่า อวิชชา และด้วยเหตุเพียงเท่านี้ บุคคลจึงเป็นผู้ตกอยู่ในอวิชชา” เมื่อท่านพระมหาโกฏฐิตะตอบอย่างนี้แล้ว ท่านพระสารีบุตรจึงได้ถามว่า“ท่านโกฏฐิตะ ที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ‘วิชชา วิชชา’ วิชชาเป็นอย่างไร และด้วยเหตุเพียงเท่าไร บุคคลจึงเป็นผู้มีวิชชา” ท่านพระมหาโกฏฐิตะตอบว่า “ท่านผู้มีอายุ พระอริยสาวกในพระธรรมวินัยนี้ผู้ได้สดับ ย่อมรู้ชัดรูป รู้ชัดความเกิดแห่งรูป รู้ชัดความดับแห่งรูป รู้ชัดปฏิปทาที่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๒๒๙}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] จูฬปัณณาสก์ ๓. อวิชชาวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค ให้ถึงความดับแห่งรูป ... เวทนา ... สัญญา ... สังขาร ... รู้ชัดวิญญาณ รู้ชัดความเกิดแห่งวิญญาณ รู้ชัดความดับแห่งวิญญาณ รู้ชัดปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งวิญญาณ ท่านผู้มีอายุ นี้พระผู้มีพระภาคตรัสว่า วิชชา และด้วยเหตุเพียงเท่านี้ บุคคลจึงเป็นผู้มีวิชชา” ตติยโกฏฐิตสูตรที่ ๑๐ จบ อวิชชาวรรคที่ ๓ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สมุทยธัมมสูตร ๒. ทุติยสมุทยธัมมสูตร ๓. ตติยสมุทยธัมมสูตร ๔. อัสสาทสูตร ๕. ทุติยอัสสาทสูตร ๖. สมุทยสูตร ๗. ทุติยสมุทยสูตร ๘. โกฏฐิตสูตร ๙. ทุติยโกฏฐิตสูตร ๑๐. ตติยโกฏฐิตสูตร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๒๓๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอวิชชาวรรคที่ ๓
อรรถกถาสูตรที่ ๑ ถึงสูตรที่ ๑๐ เริ่มด้วยสมุทยธรรมสูตร
อวิชชาวรรค มีความหมายง่ายทั้งนั้น.
ก็ในวรรคนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสัจจะ ๔ ไว้ในทุกๆ สูตร
(คือแต่สูตรที่ ๑ - ถึงสูตรที่ ๑๐) แล.
จบอรรถกถาอวิชชาวรรคที่ ๓ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. สมุทยธัมมสูตรที่ ๑
๒. สมุทยธัมมสูตรที่ ๒
๓. สมุทยธัมมสูตรที่ ๓
๔. อัสสาทสูตรที่ ๑
๕. อัสสาทสูตรที่ ๒
๖. สมุทยธัมมสูตรที่ ๑
๗. สมุทยธัมมสูตรที่ ๒
๘. โกฏฐิตสูตรที่ ๑
๙. โกฏฐิตสูตรที่ ๒
๑๐. โกฏฐิตสูตรที่ ๓. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ขันธสังยุตต์ จุลปัณณาสก์ ธัมมกถิกวรรคที่ ๒ ๑๓. กัปปสูตรที่ ๒ ว่าด้วยการรู้การเห็นเป็นเหตุปราศจากอหังการ มมังการ และมานานุสัย