วิตักกัตติกสรณทุกะ เล่ม ๔๔
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๔ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑๑ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๕ วิตักกัตติกสรณทุกะ
นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ นว ฯ ยถา กุสลตฺติเก ปญฺหาวารสฺส อนุโลมมฺปิ ปจฺจนียมฺปิ อนุโลมปจฺจนียมฺปิ ปจฺจนียานุโลมมฺปิ คณิตํ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ เหตุทุกสนิทสฺสนสปฺปฏิฆตฺติกํ นิฏฺฐิตํ ฯ -------- สเหตุกทุกกุสลตฺติกํ ปฏิจฺจวาโร
สรณธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็น สวิตักกสวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย สรณธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นสวิตักก-*สวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย สรณธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และสรณธรรมที่เป็นอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย สรณธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย สรณธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม อาศัยสรณธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจาร-*ธรรม และสรณธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
สเหตุกํ กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สเหตุโก กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ฯ
ในเหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๕ ในอวิคตปัจจัย มี " ๕ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารทุกปัจจัย
สเหตุกํ กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สเหตุโก กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา: ฯ
อรณธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็น สวิตักกสวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๗ นัย อรณธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นอวิตักก-*วิจารมัตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๕ นัย อรณธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจาร-*ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุยา เอกํ อารมฺมเณ เอกํ อธิปติยา เอกํ อนนฺตเร เอกํ สมนนฺตเร เอกํ สหชาเต เอกํ อญฺญมญฺเญ เอกํ นิสฺสเย เอกํ อุปนิสฺสเย เอกํ ปุเรชาเต เอกํ อาเสวเน เอกํ กมฺเม เอกํ อาหาเร เอกํ อวิคเต เอกํ ฯ
ในเหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๓๗ ในอวิคตปัจจัย มี " ๓๗สหชาตวารก็ดี ปัญหาวารก็ดี พึงให้พิสดารอย่างนี้วิตักกัตติกสรณทุกะ จบ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกทุกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑๐๐. สรณทุกะ ๖. วิตักกติกะ ๑๐๐. สรณทุกะ ๑. ปฏิจจวาร ปัจจยจตุกกนัย - เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้อาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้อาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้อาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้อาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้อาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)(ย่อ)
เหตุปัจจัย มี ๕ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ (ย่อ) (สหชาตวาร ฯลฯ ปัญหาวาร ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)
สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้อาศัย สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยมี ๗ วาระ สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้อาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๔ หน้า : ๗๑๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกทุกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๑๐๐. สรณทุกะ สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้อาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ย่อ)
เหตุปัจจัย มี ๓๗ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๒๑ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๒๓ วาระ ฯลฯ อัญญมัญญปัจจัย มี ๒๘ วาระ ฯลฯ ปุเรชาตปัจจัย มี ๑๑ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๑๑ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๓๗ วาระ (ย่อ พึงขยายสหชาตวาร ฯลฯ ปัญหาวาร ให้พิสดารอย่างนี้)
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาทุกติกปัฏฐาน
ในทุกติกปัฏฐาน พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแต่งเทศนาโดยสังเขป ด้วยอำนาจการยกเฉพาะปัญหาขึ้น อย่างนี้ว่า เหตุ กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ กุสโล ธมฺโม อุปฺปปชฺชติ เหตุปจฺจยา ผู้ศึกษาควรกล่าวความพิสดาร โดยนัยว่า อโทสเหตุ อโมหเหตุ อาศัยกุศลเหตุ คืออโลภะเป็นต้นความพิสดารนั้นแม้จะไม่ได้กล่าวไว้ ก็อาจทราบได้ โดยนัยที่แสดงไว้แล้วในหนหลัง เพราะฉะนั้น จึงไม่ตรัสปัจจัยสักอย่างหนึ่งไว้ แม้ในบทเดียว.
ก็เทศนาที่แสดงไว้โดยย่อนั้น พึงทราบว่าเทศนานั้นทรงแสดงอย่างนี้.
จริงอยู่ พระองค์ทรงเชื่อมกุศลบทกับเหตุทุกะ แล้วแสดงปัจจัยที่ได้อยู่ทั้งหมด ด้วยอำนาจอนุโลมและปัจจนียนัย ในปฏิจจวาระ ไม่ทรงแสดงอนุโลมปัจจนียนัย และปัจจนียานุโลมนัย และสหชาตวาระเป็นต้น แล้วตรัสว่า ทั้งหมดควรขยายให้พิสดารเหมือนปฏิจจวาระนั่นแหละ.
แม้ในปัญหาวาระ พระองค์ไม่ทรงวิสัชนาปัญหา ทรงยกปัจจัยอย่างเดียว แล้วทรงแสดงปัจจัยที่ได้อยู่ด้วยอำนาจอนุโลมปัจจนียนัยเท่านั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ผู้ศึกษาพึงเชื่อมแม้อกุสลาพยากตบทกับเหตุทุกะ แล้วแสดงไข เหตุกุสลทุกติกะ เหมือนอย่างกุศลบท. ต่อจากนั้นทรงแสดงทุกติกะ ๒๑ มีเหตุเวทนาทุกติกะเป็นต้น โดยนัยว่า เหตุํ สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ เป็นต้น.
ก็เพราะเหตุที่เห็นได้กระทบได้ หรือเห็นไม่ได้กระทบได้ ย่อมไม่มี เพราะฉะนั้นจึงไม่ทรงเชื่อมสนิทัสสนสัปปฏิฆะและอนิทัสสนสัปปฏิฆบทกับเหตุบท. ทรงเชื่อมติกะ ๒๒ ที่มีได้กับเหตุทุกะ ดังอธิบายมาแล้ว ทรงเชื่อมติกะเหล่านั้นกับทุกะทั้งหมด มีสเหตุกทุกะเป็นต้น มีสรณทุกะเป็นที่สุดอีก.
ในทุกะเหล่านั้น บทใดๆ ไม่ประกอบร่วมกับบทใดๆ บทนั้นๆ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในบาลีนั้นเองว่ามีไม่ได้ ในอธิการนี้. พระผู้มีพระภาคเจ้าประกอบติกะ ๒๒ กับทุกะ ๑ แล้วประกอบติกะ ๒๒ กับทุกะบทที่ได้อยู่ใน ๑๐๐ ทุกะ ตามลำดับ คือติกะ ๒๒ ติกะ กับทุกะอื่น ติกะ ๒๒ ติกะ กับทุกะอื่นอีกพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาติกะ ๒๒ ติกะ ดังว่ามานี้ แล้วผนวกเข้าใน ๑๐๐ ทุกะ แสดงปัฏฐานชื่อว่าทุกติกปัฏฐาน ในทุกติกปัฏฐานนั้น ในฐานะใดๆ ทรงแสดงนัยแล้วทำการย่อไว้ในบาลี ผู้ศึกษาพึงทราบความพิสดารแห่งบาลีนั้น ตามสมควรแก่นัยที่ทรงแสดงไว้ในฐานะนั้นๆ แล.
อรรถกถาทุกติกปัฏฐาน จบ. -----------------------------------------------------