๖. ปัญจปุตตขาทิกเปติวัตถุ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๖–๓๔ลำดับ 6 จาก 51 ในเปตวัตถุพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 9 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. ปัญจปุตตขาทิกเปติวัตถุ เรื่องนางเปรตกินลูกคราวละ ๕ ตน (พระสังฆเถระถามว่า)
เธอเปลือยกาย มีผิวพรรณและรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว มีกลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งไป หมู่แมลงวันพากันไต่ตอมเกลื่อนกล่น เธอเป็นใครกันเล่ามายืนอยู่ในที่นี้ (นางเปรตนั้นตอบว่า)
ท่านผู้เจริญ ดิฉันเกิดเป็นเปรตในยมโลก ได้รับความลำบาก เพราะทำกรรมชั่วไว้ จึงต้องจากโลกนี้ไปยังเปตโลก
เวลาเช้า คลอดลูก ๕ คน เวลาเย็นอีก ๕ คน แล้วกินลูกเหล่านั้นทั้งหมด แต่ก็ยังไม่อาจบรรเทาความหิวของดิฉันได้ @เชิงอรรถ : @ ธรรมคือการสงเคราะห์ญาติ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๗๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๑. อุรควรรค] ๗. สัตตปุตตขาทิกเปติวัตถุ
หัวใจของดิฉันถูกความหิวแผดเผาสุมอยู่ ดิฉันไม่ได้ดื่มน้ำที่ควรดื่ม ขอเชิญท่านดูดิฉันซึ่งถึงความพินาศเช่นนี้เถิด (พระเถระถามว่า)
เมื่อก่อน เธอได้ทำกรรมชั่วทางกาย วาจา ใจอะไรไว้หรือ เพราะผลกรรมอะไรเธอจึงต้องกินเนื้อลูก (นางเปรตนั้นตอบว่า)
เมื่อก่อน หญิงร่วมสามีของดิฉันคนหนึ่งได้ตั้งครรภ์ ดิฉันได้คิดร้ายต่อเธอ มีใจประทุษร้ายได้ทำให้เธอแท้ง
นางตั้งครรภ์ ๒ เดือนเท่านั้นก็ตกเลือด ครั้งนั้น มารดาของนางโกรธแล้วเชิญญาติของดิฉันมาประชุมซักถาม ให้ดิฉันสาบาน และขู่เข็ญดิฉันให้กลัว
ส่วนดิฉันนั้นได้กล่าวคำสาบานเท็จอย่างรุนแรงว่า ถ้าดิฉันทำความชั่วอย่างนี้จริง ขอให้ดิฉันกินเนื้อลูกเถิด
เพราะผลกรรม คือการทำลายสัตว์มีชีวิต และการกล่าวเท็จทั้ง ๒ อย่างนั้น ดิฉันจึงมีกายเปื้อนหนองและเลือด กินเนื้อลูกปัญจปุตตขาทิกเปติวัตถุที่ ๖ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๖. ปัญจปุตตขาทิกเปตวัตถุ ว่าด้วยบุพกรรมของเปรตกินลูกคราวละ ๕ คน พระสังฆเถระถามว่า
|๙๑.๒๖| ๖ นคฺคา ทุพฺพณฺณรูปาสิ ทุคฺคนฺธา ปูติ วายสิ มกฺขิกาหิ ปริกิณฺณา กา นุ ตฺวํ อิธ ติฏฺฐสีติ ฯ |๙๑.๒๗| อหํ ภทนฺเต เปตีมฺหิ ทุคฺคตา ยมโลกิกา ปาปกมฺมํ กริตฺวาน เปตโลกํ อิโต คตา |๙๑.๒๘| กาเลน ปญฺจ ปุตฺตานิ สายํ ปญฺจ ปุนาปเร วิชายิตฺวาน ขาทามิ เตปิ น โหนฺติ เม อลํ ฯ |๙๑.๒๙| ปริฑยฺหติ ธูมายติ ขุทาย หทยํ มม ปานียํ น ลเภ ปาตุํ ปสฺส มํ พฺยสนํ คตนฺติ ฯ |๙๑.๓๐| กินฺนุ กาเยน วาจาย มนสา ทุกฺกฏํ กตํ กิสฺส กมฺมวิปาเกน ปุตฺตมํสานิ ขาทสีติ ฯ |๙๑.๓๑| สปตี เม คพฺภินี อาสิ ตสฺสา ปาปํ อเจตยึ สาหํ ปทุฏฺฐมนสา อกรึ คพฺภปาตนํ ฯ |๙๑.๓๒| ตสฺสา เทฺวมาสิโก คพฺโภ โลหิตญฺเญว ปคฺฆริ ตทสฺสา มาตา กุปิตา มยฺหํ ญาตี สมานยิ สปถญฺจ มํ อกาเรสิ ปริภาสาปยิ จ มํ ฯ |๙๑.๓๓| สาหํ โฆรญฺจ สปถํ มุสาวาทํ อภาสิยํ ปุตฺตมํสานิ ขาทามิ สเจตํ ปกตํ มยา ฯ |๙๑.๓๔| ตสฺส กมฺมวิปาเกน มุสาวาทสฺส จูภยํ ปุตฺตมํสานิ ขาทามิ ปุพฺพโลหิตมกฺขิตาติ ฯ ปญฺจปุตฺตขาทิกเปตวตฺถุ ฉฏฺฐํ ฯ
ท่านเปลือยกาย มีผิวพรรณเลวทราม มีกลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งไป หมู่แมลง วันพากันตอมเกลื่อนกล่น ท่านเป็นใครหนอมายืนอยู่ในที่นี้? หญิงเปรตนั้นตอบว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ดิฉันเป็นเปรต ถึงทุคติ เกิดในยมโลก เพราะทำ กรรมอันลามกจึงต้องจากโลกนี้ไปสู่เปตโลก เวลาเช้าคลอดบุตร ๕ คน เวลาเย็นอีก ๕ ตน แล้วกินลูกเหล่านั้นหมด ถึงบุตร ๑๐ คนเหล่านั้น ก็ยังไม่อาจบรรเทาความหิวของดิฉัน หัวใจของดิฉันเร่าร้อนอยู่เป็นนิจ เพราะความหิวดิฉันไม่ได้ดื่มน้ำที่ควรดื่ม ขอท่านจงดูดิฉันผู้ถึงความ พินาศเช่นนี้เถิด. พระเถระถามว่า เมื่อก่อน ท่านได้ทำกรรมชั่วอะไรไว้ด้วยกาย วาจา ใจ หรือท่านกินเนื้อ บุตรทั้งหลาย เพราะวิบากแห่งกรรมอะไร? หญิงเปรตนั้นตอบว่า เมื่อก่อน หญิงร่วมสามีของดิฉันคนหนึ่งมีครรภ์ ดิฉันคิดชั่วต่อเขา มีใจ ประทุษร้าย ได้ทำให้ครรภ์ตกไป เขามีครรภ์ ๒ เดือนเท่านั้น ไหลออก เป็นโลหิต ครั้งนั้น มารดาของเขาโกรธ เชิญพวกญาติของดิฉันมา ประชุมซักถาม ให้ดิฉันทำการสบถและขู่เข็ญให้กลัว ดิฉันได้กล่าวคำ สบถและมุสาวาทอย่างแรงว่า ถ้าดิฉันทำชั่วอย่างนี้ ขอให้ดิฉันกินเนื้อ บุตรเถิด ฉันมีกายอันเปื้อนด้วยหนองและโลหิต กินเนื้อบุตรทั้งหลาย เพราะวิบากแห่งกรรม คือ การทำให้ครรภ์ตกและการพูดมุสาทั้งสองนั้นจบ ปัญจปุตตขาทิกเปตวัตถุที่ ๖.