๗. สัตตปุตตขาทิกเปติวัตถุ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๕–๔๕ลำดับ 7 จาก 51 ในเปตวัตถุพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 11 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. สัตตปุตตขาทิกเปติวัตถุ เรื่องนางเปรตกินลูกคราวละ ๗ ตน (พระมหาเถระถามนางเปรตตนหนึ่งว่า)
เธอเปลือยกาย มีผิวพรรณและรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว มีกลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งไป หมู่แมลงวันพากันไต่ตอมเกลื่อนกล่น เธอเป็นใครกันเล่ามายืนอยู่ในที่นี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๗๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๑. อุรควรรค] ๗.สัตตปุตตขาทิกเปติวัตถุ (นางเปรตนั้นตอบว่า)
ท่านผู้เจริญ ดิฉันเกิดเป็นเปรตในยมโลก ได้รับความลำบาก เพราะทำกรรมชั่วไว้ จึงต้องจากโลกนี้ไปยังเปตโลก
เวลาเช้า คลอดลูก ๗ คน เวลาเย็นอีก ๗ คน แล้วกินลูกเหล่านั้นทั้งหมด แต่ก็ยังไม่อาจบรรเทาความหิวของดิฉันได้
หัวใจของดิฉันถูกความหิวแผดเผาสุมอยู่ ดิฉันเป็นดังถูกไฟเผาในที่อันร้อนยิ่ง ไม่ได้ประสบความเย็นเลย (พระเถระถามว่า)
เมื่อก่อนเธอได้ทำกรรมชั่วทางกาย วาจา ใจอะไรไว้หรือ เพราะผลกรรมอะไรเธอจึงต้องกินเนื้อลูก (นางเปรตนั้นตอบว่า)
เมื่อก่อนดิฉันมีลูก ๒ คน ลูก ๒ คนนั้นกำลังหนุ่มแน่น ดิฉันนั้นประกอบด้วยกำลังคือลูก จึงดูหมิ่นสามีของตน
ภายหลังสามีโกรธดิฉัน จึงได้หาภรรยามาอีก และภรรยาใหม่นั้นตั้งครรภ์ ดิฉันได้คิดร้ายต่อนาง
มีใจประทุษร้ายได้ทำให้นางแท้ง ภรรยาใหม่นั้นตั้งครรภ์ ๓ เดือนเท่านั้น ก็ตกเลือด
ครั้งนั้น มารดาของนางโกรธแล้ว เชิญพวกญาติของดิฉันมาประชุมซักถาม ให้ดิฉันสาบาน และขู่เข็ญดิฉันให้กลัว @เชิงอรรถ : @ ถือตัวว่ามีลูก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๗๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๑. อุรควรรค] ๘. โคณเปตวัตถุ
ส่วนดิฉันนั้นได้กล่าวคำสาบานเท็จอย่างรุนแรงว่า ถ้าดิฉันทำความชั่วอย่างนี้จริง ขอให้ดิฉันกินเนื้อลูกเถิด
เพราะผลกรรมคือการทำลายสัตว์มีชีวิต และการกล่าวเท็จทั้ง ๒ อย่างนั้น ดิฉันจึงมีกายเปื้อนหนองและเลือด กินเนื้อลูกสัตตปุตตขาทิกเปติวัตถุที่ ๗ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๗. สัตตปุตตขาทิกเปตวัตถุ ว่าด้วยบุพกรรมของเปรตกินลูกคราวละ ๗ ตน พระเถระถามหญิงเปรตตนหนึ่งว่า
|๙๒.๓๕| ๗ นคฺคา ทุพฺพณฺณรูปาสิ ทุคฺคนฺธา ปูติ วายติ มกฺขิกาหิ ปริกิณฺณา กา นุ ตฺวํ อิธ ติฏฺฐสีติ ฯ |๙๒.๓๖| อหํ ภทนฺเต เปตีมฺหิ ทุคฺคตา ยมโลกิกา ปาปกมฺมํ กริตฺวาน เปตโลกมิโต คตา |๙๒.๓๗| กาเลน สตฺต ปุตฺตานิ สายํ สตฺต ปุนาปเร วิชายิตฺวาน ขาทามิ เตปิ น โหนฺติ เม อลํ ฯ |๙๒.๓๘| ปริฑยฺหติ ธูมายติ ขุทาย หทยํ มม นิพฺพุตึ นาธิคจฺฉามิ อคฺคิทฑฺเฒว อาตเปติ ฯ |๙๒.๓๙| กินฺนุ กาเยน วาจาย มนสา ทุกฺกฏํ กตํ กิสฺส กมฺมวิปาเกน ปุตฺตมํสานิ ขาทสีติ ฯ |๙๒.๔๐| อหุ มยฺหํ ทุเว ปุตฺตา อุโภ สมฺปตฺตโยพฺพนา สาหํ ปุตฺตพลูเปตา สามิกํ อติมญฺญิสฺสํ ฯ |๙๒.๔๑| ตโต เม สามิโก กุทฺโธ สปติมญฺญมานยิ สา จ คพฺภํ อลภิตฺถ ตสฺสา ปาปํ อเจตยึ |๙๒.๔๒| สาหํ ปทุฏฺฐมนสา อกรึ คพฺภปาตนํ ฯ ตสฺสา เตมาสิโก คพฺโภ ปุพฺพโลหิตโก ปติ |๙๒.๔๓| ตทสฺสา มาตา กุปิตา มยฺหํ ญาตี สมานยิ สปถญฺจ มํ อกาเรสิ ปริภาสาปยิ จ มํ ฯ |๙๒.๔๔| สาหํ โฆรญฺจ สปถํ มุสาวาทญฺจ ภาสิสฺสํ ปุตฺตมํสานิ ขาทามิ สเจตํ ปกตํ มยา ฯ |๙๒.๔๕| ตสฺส กมฺมวิปาเกน มุสาวาทสฺส จูภยํ ปุตฺตมํสานิ ขาทามิ ปุพฺพโลหิตมกฺขิตาติ ฯ สตฺตปุตฺตขาทิกเปตวตฺถุ สตฺตมํ ฯ
ท่านเปลือยกายมีผิวพรรณเลวทราม มีกลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งไป หมู่แมลงวัน พากันตอมเกลื่อนกล่น ท่านเป็นใครหนอมายืนอยู่ที่นี้? หญิงเปรตนั้นตอบว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ดิฉันเป็นเปรต ถึงทุคติ เกิดในยมโลก เพราะทำ กรรมอันลามกจึงต้องจากโลกนั้นไปสู่เปตโลก เวลาเช้าคลอดบุตร ๗ ตน เวลาเย็นอีก ๗ ตน แล้วกินบุตรเหล่านั้นหมด ถึงบุตร ๑๔ คนนั้นก็ยัง ไม่อาจบรรเทาความหิวของดิฉันได้ หัวใจของดิฉันย่อมเร่าร้อนอยู่เป็น นิจเพราะความหิว ดิฉันเป็นดุจถูกเผาด้วยไฟในที่อันร้อนยิ่ง ไม่ได้ ประสบความเย็นเลย. พระเถระถามว่า ท่านทำกรรมชั่วอะไรไว้ด้วยกาย วาจา ใจ หรือท่านกินเนื้อบุตรเพราะ วิบากแห่งกรรมอะไร? หญิงเปรตนั้นตอบว่า เมื่อก่อนดิฉันมีบุตร ๒ คน บุตร ๒ คนนั้นกำลังหนุ่มแน่น ดิฉันเป็น ผู้เข้าถึงกำลังคือบุตร (ถือตัวว่ามีบุตร) จึงได้ดูหมิ่นสามีของตน ภาย หลังสามีของดิฉันโกรธ จึงได้หาภรรยามาใหม่ ก็ภรรยาใหม่นั้นมีครรภ์ ดิฉันคิดชั่วต่อเขา มีใจประทุษร้าย ได้ทำให้ครรภ์ตกไป ภรรยาใหม่มี ครรภ์ ๓ เดือนเท่านั้น ตกเป็นโลหิตเน่า มารดาของเขาโกรธแล้วเชิญ พวกญาติของดิฉันมาประชุมซักถาม ให้ดิฉันทำการสบถและขู่เข็ญดิฉัน ให้กลัว ดิฉันได้กล่าวคำสบถและมุสาวาทอย่างแรงว่า ถ้าดิฉันทำชั่ว อย่างนี้ ขอให้ดิฉันกินเนื้อบุตรเถิด ดิฉันมีกายเปื้อนหนองและโลหิต กินเนื้อบุตรทั้งหลาย เพราะวิบากแห่งกรรม คือ การทำครรภ์ให้ตกไป และมุสาวาททั้งสองนั้น. จบ สัตตปุตตขาทิกเปตวัตถุที่ ๗.