๑๐. ขัลลาฏิยเปติวัตถุ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๘–๗๒ลำดับ 10 จาก 51 ในเปตวัตถุพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 15 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. ขัลลาฏิยเปติวัตถุ เรื่องนางเปรตศีรษะล้าน (หัวหน้าพ่อค้าถามนางเวมานิกเปรตตนหนึ่งว่า)
ท่านเป็นใครกันเล่า อยู่แต่ภายในวิมาน ไม่ออกมาข้างนอกเลย นางผู้เจริญ เชิญท่านออกมาเถิด ข้าพเจ้าจะขอชมท่านผู้มีฤทธิ์มาก (นางเวมานิกเปรตตอบว่า)
ดิฉันเป็นหญิงเปลือยกาย มีแต่ผมปิดบังไว้ กระดากอายที่จะออกไปข้างนอก ดิฉันได้ทำบุญไว้น้อยนัก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๗๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๑. อุรควรรค] ๑๐. ขัลลาฏิยเปติวัตถุ (หัวหน้าพ่อค้ากล่าวว่า)
นางผู้มีรูปงาม เอาเถอะ ข้าพเจ้าจะให้ผ้าเนื้อดีแก่ท่าน เชิญท่านนุ่งผ้านี้ ครั้นนุ่งผ้านี้เสร็จแล้วจงออกมา ขอเชิญออกมาภายนอกนะนางผู้เจริญ ข้าพเจ้าจะขอชมท่านผู้มีฤทธิ์มาก (นางเวมานิกเปรตตอบว่า)
ผ้านั้นถึงท่านจะหยิบยื่นให้ที่มือของดิฉันเอง ก็ไม่สำเร็จแก่ดิฉัน ถ้าในหมู่ชนนี้มีอุบาสกผู้มีศรัทธา เป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ขอท่านจงให้อุบาสกนั้นนุ่งห่มผ้าที่ท่านจะให้ดิฉัน แล้วอุทิศส่วนบุญให้ดิฉัน เมื่อทำอย่างนั้น ดิฉันจักถึงความสุข พรั่งพร้อมด้วยสมบัติตามปรารถนาทุกอย่าง (พระสังคีติกาจารย์ทั้งหลายกล่าวคาถาเหล่านี้ว่า)
พ่อค้าเหล่านั้นให้อุบาสกนั้นอาบน้ำ ลูบไล้ด้วยของหอม ให้นุ่งห่มผ้าแล้ว อุทิศส่วนบุญไปให้นางเวมานิกเปรตนั้น
ในลำดับที่พวกพ่อค้าอุทิศส่วนบุญให้นั้นเอง วิบากคืออาหาร เครื่องนุ่งห่ม และน้ำดื่ม ก็เกิดขึ้นแก่นางเวมานิกเปรตนั้น นี้เป็นผลแห่งทักษิณา
ลำดับนั้น นางมีร่างกายหมดจด นุ่งผ้าสะอาด สวมใส่ผ้าเนื้อดีกว่าผ้าแคว้นกาสี เดินยิ้มออกมาจากวิมาน นี้เป็นผลแห่งทักษิณา
อนึ่ง วิมานของท่านงดงาม มีรูปภาพวิจิตรดี สว่างไสว แม่เทพธิดา พวกข้าพเจ้าถามแล้ว ขอเธอจงบอก นี้เป็นผลของกรรมอะไร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๗๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๑. อุรควรรค] ๑๑. นาคเปตวัตถุ (เทพธิดานั้นตอบว่า)
ดิฉันมีจิตเลื่อมใสดีแล้ว ได้ถวายแป้งคั่วเจือด้วยน้ำมัน แด่ภิกษุผู้ปฏิบัติตรงซึ่งกำลังเที่ยวภิกขาจาร
ดิฉันเสวยวิบากแห่งกุศลกรรมนั้นในวิมาน สิ้นกาลนาน แต่เดี๋ยวนี้ ผลบุญนั้นเหลืออยู่นิดหน่อย
พ้นจาก ๔ เดือนไปแล้ว ดิฉันจักตาย จักตกนรกอันเร่าร้อนแสนสาหัส
นรกนั้นมี ๔ เหลี่ยม มีประตู ๔ ด้าน กรรมสร้างจำแนกไว้เป็นส่วนๆ ล้อมรอบด้วยกำแพงเหล็ก ครอบไว้ด้วยแผ่นเหล็ก
พื้นนรกนั้นล้วนเป็นเหล็กแดงลุกเป็นเปลวเพลิง ประกอบด้วยความร้อน แผ่ไปรอบตลอดร้อยโยชน์อยู่ตลอดกาล
ดิฉันจักต้องเสวยทุกขเวทนาในมหานรกนั้นยาวนาน ด้วยว่า การเสวยทุกข์เช่นนี้เป็นผลกรรมชั่ว เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงเศร้าโศกอย่างหนักขัลลาฏิยเปติวัตถุที่ ๑๐ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๐. ขลาตยเปตวัตถุ ว่าด้วยบุพกรรมของเปรตเปลือย หัวหน้าพ่อค้าถามหญิงเปรตตนหนึ่งว่า
|๙๕.๕๘| ๑๐ กา นุ อนฺโตวิมานสฺมึ ติฏฺฐนฺตี นูปนิกฺขมิ อุปนิกฺขมสฺสุ ภทฺเท ปสฺสามิ ตํ มหิทฺธิกนฺติ ฯ |๙๕.๕๙| อฏฺฏิยามิ หรายามิ นคฺคา นิกฺขมิตุํ พหิ เกเสหมฺหิ ปฏิจฺฉนฺนา ปุญฺญํ เม อปฺปกํ กตนฺติ ฯ |๙๕.๖๐| หนฺทุตฺตรียํ ทามิ เต อิมํ ทุสฺสํ นิวาสย อิมํ ทุสฺสํ นิวาเสตฺวา พหิ นิกฺขม โสภเณ อุปนิกฺขมสฺสุ ภทฺเท ปสฺสามิ ตํ มหิทฺธิกนฺติ ฯ |๙๕.๖๑| หตฺเถน หตฺเถ เต ทินฺนํ น มยฺหํ อุปกปฺปติ เอเสตฺถุปาสโก สทฺโธ สมฺมา สมฺพุทฺธสาวโก |๙๕.๖๒| เอตํ อจฺฉาทยิตฺวาน มม ทกฺขิณมาทิส ตถาหํ สุขิตา เหสฺสํ สพฺพกามสมิทฺธินีติ ฯ |๙๕.๖๓| ตญฺจ เต นหาปยิตฺวาน วิลิมฺปิตฺวาน วาณิชา วตฺเถหจฺฉาทยิตฺวาน ตสฺสา ทกฺขิณมาทิสุํ |๙๕.๖๔| สมนนฺตรานุทิฏฺเฐ วิปาโก อุปปชฺชถ โภชนจฺฉาทนปานียํ ทกฺขิณาย อิทํ ผลํ |๙๕.๖๕| ตโต สุทฺธา สุจิวสนา กาสิกุตฺตมธารินี หสนฺตี วิมานา นิกฺขมิ ทกฺขิณาย อิทํ ผลนฺติ ฯ |๙๕.๖๖| สุจิตฺตรูปํ รุจิรํ วิมานํ เต จ ภาสติ เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลนฺติ ฯ |๙๕.๖๗| ภิกฺขุโน จรมานสฺส โทณินิมฺมุชฺชนี อหํ อทาสึ อุชุภูตสฺส วิปฺปสนฺเนน เจตสา |๙๕.๖๘| ตสฺส กมฺมสฺส กุสลสฺส วิปากํ ทีฆมนฺตรํ อนุโภมิ วิมานสฺมึ ตญฺจ ทานิ ปริตฺตกํ ฯ |๙๕.๖๙| อุทฺธํ จตูหิ มาเสหิ กาลกิริยา ภวิสฺสติ เอกนฺตํ กฏุกํ โฆรํ นิรยูปปติสฺสหํ |๙๕.๗๐| จตุกฺกณฺณํ จตุทฺวารํ วิภตฺตํ ภาคโส มิตํ อโยปาการปริยนฺตํ อยสา ปฏิกุชฺชิตํ ฯ |๙๕.๗๑| ตสฺส อโยมยา ภูมิ ชลิตา เตชสา ยุตฺตา สมนฺตา โยชนสตํ ผริตฺวา ติฏฺฐติ สพฺพทา |๙๕.๗๒| ตตฺถาหํ ทีฆมทฺธานํ ทุกฺขํ เวทิสฺสํ เวทนํ ผลญฺจ ปาปกมฺมสฺส ตสฺมา โสจามิทํ ภูตนฺติ ฯ ขลาติยเปตวตฺถุ ทสมํ ฯ
ท่านเป็นใครหนออยู่ภายในวิมานนี้ ไม่ออกจากวิมานเลย ดูกรนางผู้เจริญ เชิญท่านออกมาเถิด ข้าพเจ้าจะขอดูท่านผู้มีฤทธิ์? นางเวมานิกเปรตฟังคำถามดังนั้นแล้ว จึงกล่าวว่า ดิฉันเป็นหญิงเปลือยกาย มีแต่ผมปิดบังไว้ กระดากอายที่จะออกภายนอก ดิฉันได้ทำบุญไว้น้อยนัก. พ่อค้ากล่าวว่า ดูกรนางผู้มีรูปงาม เอาเถอะ ข้าพเจ้าจะให้ผ้าเนื้อดีแก่ท่าน เชิญท่าน นุ่งผ้านี้ แล้วจงออกมาภายนอก เชิญออกมาภายนอกวิมานเถิด ข้าพเจ้า จะขอดูผู้มีฤทธิ์มาก. นางเวนิกเปรตตอบว่า ผ้านั้นถึงท่านจะให้ที่มือของดิฉันเอง ก็ไม่สำเร็จแก่ดิฉัน ถ้าในหมู่ชนนี้ มีอุบาสกผู้มีศรัทธา เป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอท่านจงให้ อุบาสกนั้นนุ่งห่มผ้าที่ท่านจะให้ดิฉันแล้วอุทิศส่วนกุศลให้ดิฉัน เมื่อ ท่านทำอย่างนั้น ดิฉันจึงจะได้นุ่งห่มผ้านี้ตามปรารถนา ถึงซึ่งความสุข. พ่อค้าทั้งหลายได้ฟังดังนั้นแล้ว จึงให้อุบาสกนั้นอาบน้ำ ลูบไล้แล้วให้นุ่งห่มผ้า แล้วอุทิศส่วนกุศลให้นางเวมานิกเปรตนั้น พระสังคีติกาจารย์เมื่อจะประกาศเนื้อความนั้น ได้กล่าวคาถา ๓ คาถา ความว่า ก็พ่อค้าเหล่านั้นยังอุบาสกนั้นให้อาบน้ำ ลูบไล้ด้วยของหอมแล้วให้นุ่ง ห่มผ้า แล้วอุทิศส่วนกุศลไปให้นางเวมานิกเปรตนั้น ในทันตาเห็นนั้น เอง วิบากย่อมบังเกิดขึ้นแก่นางเวมานิกเปรตนั้น โภชนะ เครื่องนุ่งห่ม และน้ำดื่ม ย่อมบังเกิดขึ้น นี้เป็นผลแห่งทักษิณา ลำดับนั้น นางมี สรีระบริสุทธิ์ นุ่งห่มผ้าสะอาด งามดีกว่าแคว้นกาสี เดินยิ้มออกมาจาก วิมานประกาศว่า นี้เป็นผลแห่งทักษิณา. พ่อค้าเหล่านั้นถามว่า วิมานของท่านงดงาม มีรูปภาพวิจิตรดี สว่างไสว ดูกรนางเทพธิดา พวกข้าพเจ้าถามแล้วขอท่านจงบอก นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร? นางเทพธิดานั้นตอบว่า เมื่อดิฉันเป็นมนุษย์อยู่นั้น มีจิตเลื่อมใส ได้ถวายแป้งคั่วอันเจือด้วย น้ำมัน แก่ภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต มีจิตซื่อตรง ดิฉันเสวยวิบากแห่ง กุศลกรรมนั้นในวิมานนี้สิ้นกาลนาน ก็ผลบุญนั้น เดี๋ยวนี้ยังเหลือ นิดหน่อย พ้น ๔ เดือนไปแล้ว ดิฉันจักจุติจากวิมานนี้ จักไปตกนรก อันเร่าร้อนสาหัส มี ๔ เหลี่ยม มี ๔ ประตู จำแนกเป็นห้องๆ ล้อม ด้วยกำแพงเหล็ก ครอบด้วยแผ่นเหล็ก พื้นนรกนั้นล้วนเป็นเหล็กแดง ลุกเป็นเปลวเพลิง ประกอบด้วยความร้อน แผ่ไปตลอดร้อยโยชน์ โดยรอบ ตั้งอยู่ทุกเมื่อ ดิฉันจักต้องเสวยทุกขเวทนาในนรกนั้นตลอด กาลนาน ก็การเสวยทุกข์เช่นนี้เป็นผลแห่งกรรมชั่ว เพราะฉะนั้น ดิฉัน จึงเศร้าโศกที่จะไปเกิดในนรกนั้น. จบ ขลาตยเปตวัตถุที่ ๑๐.