๗. คยากัสสปเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๔๕–๓๔๙ลำดับ 205 จาก 265 ในเถรคาถาพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 5 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. คยากัสสปเถรคาถา ภาษิตของพระคยากัสสปเถระ (พระคยากัสสปเถระได้กล่าว ๕ คาถาไว้ดังนี้ว่า)
เรานั้นได้ลงน้ำ(ลอยบาป)ในแม่น้ำคยา ในวันเพ็ญเดือน ๔ วันหนึ่ง ๓ เวลา คือ เวลาเช้า เวลาเที่ยง เวลาเย็น โดยเข้าใจเอาว่า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๓๙๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๕. ปัญจกนิบาต] ๘. วักกลิเถรคาถา
เราได้เสวยบาปกรรมที่เราทำไว้ในชาติอื่นๆ แต่ปางก่อน บัดนี้ เราจะลอยบาปนั้นเสียตรงนี้ เราได้มีความเห็นอย่างนี้มาแต่เดิม
เรานั้นครั้นฟังพระวาจาสุภาษิต อันเป็นบทที่ประกอบด้วยเหตุผลแล้ว ก็ได้พิจารณาเห็นเนื้อความตามความเป็นจริง ได้อย่างถ่องแท้ โดยแยบคาย
ล้างบาปได้หมดแล้ว เป็นผู้ไม่มีมลทิน หมดจดสะอาด บริสุทธิ์ เป็นทายาทของพระพุทธเจ้า เป็นบุตรพุทธโอรส
เราก้าวลงสู่กระแสน้ำคือมรรคอันมีองค์ ๘ ลอยบาปได้หมดแล้ว จึงบรรลุวิชชา ๓ ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๗. คยากัสสปเถรคาถา สุภาษิตแสดงความเป็นพุทธทายาท
|๓๔๑.๓๔๕| ๗ ปาโต มชฺฌนฺติกํ สายํ ติกฺขตฺตุํ ทิวสสฺสหํ โอตรึ อุทกํ โสหํ คยาย คยผคฺคุยา ฯ |๓๔๑.๓๔๖| ยํ มยา ปกตํ ปาปํ ปุพฺเพ อญฺญาสุ ชาติสุ ตนฺทานีธ ปวาเหมิ เอวํทิฏฺฐิ ปุเร อหุ ฯ |๓๔๑.๓๔๗| สุตฺวา สุภาสิตํ วาจํ ธมฺมตฺถสหิตํ ปทํ ตถํ ยาถาวตํ อตฺถํ โยนิโส ปจฺจเวกฺขิสํ ฯ |๓๔๑.๓๔๘| นินฺหาตสพฺพปาโปมฺหิ นิมฺมโล ปยโต สุจิ สุทฺโธ พุทฺธสฺส ทายาโท ปุตฺโต พุทฺธสฺส โอรโส ฯ |๓๔๑.๓๔๙| โอคยฺหฏฺฐงฺคิกํ โสตํ สพฺพํ ปาปํ ปวาหยึ ติสฺโส วิชฺชา อชฺฌคมึ กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ คยากสฺสโป เถโร ฯ
เราลงไปลอยบาปในแม่น้ำคยา ที่ท่าคยาผัคคุ วันละ ๓ ครั้ง คือ เวลาเช้า เวลาเที่ยง เวลาเย็น เพราะคิดเห็นว่า บาปใดที่เราทำไว้ในชาติก่อน บัดนี้ เราจะลอยบาปนั้นในที่นี้ ความเห็นอย่างนี้ ได้มีแก่เราในกาลก่อน บัดนี้ เราได้ฟังวาจาอันเป็นสุภาษิต เป็นบทอันประกอบด้วยเหตุผล แล้วพิจารณาเห็นเนื้อความได้ถ่องแท้ตามความเป็นจริง โดยอุบายอัน ชอบ จึงได้ล้างบาปทั้งปวง เป็นผู้ไม่มีมลทิน หมดจด สะอาด เป็น ทายาทผู้บริสุทธิ์ของพระพุทธเจ้า เป็นบุตรผู้เกิดแต่พระอุทรของพระ พุทธเจ้า เราได้หยั่งลงสู่กระแสน้ำ คือ มรรคอันมีองค์ ๘ ลอยบาป ทั้งปวง แล้วเราได้บรรลุวิชชา ๓ และได้ทำกิจพระพุทธศาสนาเสร็จแล้ว.