ฉบับที่อ่านฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๔๔

๗. ภัลลิยเถรคาถา เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๔๔ลำดับ 8 จาก 265 ในเถรคาถาพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๗. ภัลลิยเถรคาถา สุภาษิตเกี่ยวกับผู้ชนะ

ข้อ ๑๔๔

|๑๔๔.๗| ๗ โย ปานุทิ มจฺจุราชสฺส เสนํ นฬเสตุํว สุทุพฺพลํ มโหโฆ วิชิตาวิ อเปตเภรโว หิ ทนฺโต โส ปรินิพฺพุโต ฐิตตฺโตติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ภลฺลิโย เถโร ฯ

ได้ยินว่า ท่านพระภัลลิยเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า ผู้ใดกำจัด เสนาแห่งมัจจุราช เหมือนห้วงน้ำใหญ่ กำจัดสะพานไม้อ้ออันแสนจะ ทรุดโทรม ฉะนั้น ก็ผู้นั้นจัดว่าเป็นผู้ชนะมาร ปราศจากความหวาดกลัว มีตนอันฝึกฝนแล้วมีจิตตั้งมั่น ดับกิเลสและความเร่าร้อนได้แล้ว.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๗. ภัลลิยเถรคาถา ภาษิตของพระภัลลิยเถระ ทราบว่า ท่านพระภัลลิยเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า

ข้อ

ผู้ที่ขจัดเสนาพญามัจจุราช ได้ เหมือนกระแสน้ำหลาก พัดพังทลายสะพานไม้อ้อซึ่งไม่มีกำลังต้านทาน นับว่าเป็นผู้ชนะกิเลส ปราศจากความขลาดกลัว ฝึกตนดีแล้ว มีจิตคงที่ ดับสนิทแล้ว @เชิงอรรถ : @ ยินดีสิ่งของเท่าที่ตนมีอยู่ (ขุ.เถร.อ. ๑/๕/๖๙) @ กำหนดกายเป็นอารมณ์ (ขุ.เถร.อ. ๑/๖/๖๙) @ ความแก่ ความเจ็บ และความตาย (ขุ.เถร.อ. ๑/๗/๗๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๓๐๕}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาภัลลิยเถรคาถา

คาถาของท่านพระภัลลิยเถระเริ่มต้นว่า โย ปานุทิ.

เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?

ได้ยินว่า พระเถระนี้ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ เมื่อพระพุทธเจ้ายังไม่เสด็จอุบัติขึ้น เป็นผู้มีจิตเลื่อมใสถวายผลาผลแก่พระปัจเจกสัมพุทธเจ้านามว่าสุมนะ ท่องเที่ยวอยู่แต่ในสุคติภพทั้งหลายเท่านั้น.

เกิดในตระกูลสัตถวาหะ พระนครอรุณวตี ในกาลของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่าสิขี ได้สดับว่า บุตรพ่อค้า ๒ คน คือ ชื่อว่าอุปชิตะและอุชิตะ ได้ถวายอาหารครั้งแรกแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าสิขี ผู้ได้ตรัสธรรมาภิสมัยก่อนคนอื่น จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าพร้อมด้วยสหายของตน ถวายบังคมแล้วทูลอาราธนาเพื่อเสวยพระกระยาหารในวันรุ่งขึ้นถวายมหาทานแล้วตั้งความปรารถนาว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์แม้ทั้งสองพึงเป็นผู้ได้ถวายอาหารครั้งแรกแด่พระพุทธเจ้าผู้เช่นกับพระองค์ ในอนาคตกาล ดังนี้.

คนทั้งสองกระทำบุญกรรมในภพนั้นๆ แล้ว ท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ในกาลของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า เกิดเป็นบุตรเศรษฐีผู้เลี้ยงวัว เป็นพี่น้องกัน. ในสองพี่น้องนั้น ผู้เป็นพี่ชื่อตปุสสะ ผู้เป็นน้องชื่อภัลลิยะ.

เขาทั้งสองบรรทุกของเต็มเกวียน ๕๐๐ เล่มเดินทางไปค้าขาย เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าแรกตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณทรงยับยั้งอยู่ตลอด ๗ สัปดาห์ด้วยการพิจารณาธรรมคือสุขอันเกิดแต่วิมุตติ ในสัปดาห์ที่ ๘ ทรงประทับนั่งอยู่ที่โคนต้นเกด ก็เดินทางล่วงทางใหญ่ ไปใกล้ต้นเกด.

ในสมัยนั้น เกวียนของเขาทั้งสองไม่ยอมเคลื่อนที่ แม้ในภูมิภาคที่ราบเรียบ ไม่มีหล่มไม่มีโคลน เมื่อพ่อค้าสองพี่น้องพากันคิดอยู่ว่า เหตุอะไรหนอแล ดังนี้

เทวดาผู้เคยเป็นญาติสายโลหิตก็แสดงตัวในระหว่างค่าคบไม้บอกว่า ดูก่อนท่านผู้นิรทุกข์ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นี้ตรัสรู้พระสัมโพธิญาณได้ไม่นาน ไม่ได้เสวยพระกระยาหารมาตลอด ๗ สัปดาห์ เสวยวิมุตติสุขแล้วบัดนี้ ประทับนั่งอยู่ที่โคนต้นเกด ข้อที่ท่านทั้งสองน้อมนำอาหารเข้าไปถวายพระองค์นั้น จะพึงเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลและความสุขแก่ท่านทั้งหลายสิ้นกาลนาน.

พ่อค้าสองพี่น้องฟังคำนั้นแล้ว เสวยปีติโสมนัสอย่างยิ่ง สำคัญว่าการจัดอาหารจักเป็นความเนิ่นช้า จึงถวายสัตตูผงและสัตตูก้อน แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ถึงเทววาจิกสรณคมน์ (ถึงพระพุทธและพระธรรมว่าเป็นสรณะ) ได้พระเกศธาตุไปบูชา หลีกไปแล้ว.

ก็พ่อค้าทั้งสองนั้นได้เป็นอุบาสกก่อนผู้อื่น.

ครั้นเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จไปยังกรุงพาราณสี ประกาศพระธรรมจักร แล้วประทับอยู่ในพระนครราชคฤห์โดยลำดับ ตปุสสะและภัลลิยะจึงเข้าไปสู่พระนครราชคฤห์ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วถวายบังคม นั่ง ณ ส่วนข้างหนึ่ง.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรมแก่เขาทั้งสอง ในพ่อค้าทั้งสองนั้น ตปุสสะตั้งอยู่ในโสดาปัตติผลแล้วได้เป็นอุบาสกอย่างเดียว ส่วนภัลลิยะบวชแล้วได้เป็นผู้มีอภิญญา ๖.

สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า

ครั้งนั้น พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุมนะ ประทับอยู่ในพระนครตักกรา เราได้ถือเอาผลไม้ชื่อวัลลิการะถวายแด่พระพระสยัมภู ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้นด้วยการถวายผลไม้นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้ เราเผากิเลสทั้งหลายสิ้นแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เราได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.

ครั้นในวันหนึ่ง มารแสดงรูปน่ากลัว เพื่อจะหลอกพระภัลลิยเถระให้สะดุ้งกลัว.

พระเถระเมื่อจะประกาศข้อที่ตนล่วงความกลัวได้ทั้งหมด จึงได้ภาษิตคาถานี้ว่า

ผู้ใดกำจัดเสนาแห่งมัจจุราช เหมือนห้วงน้ำใหญ่กำจัด

สะพานไม้อ้ออันแสนจะทรุดโทรมฉะนั้น และผู้นั้นจัดว่าเป็น

ผู้ชนะมาร ปราศจากความหวาดกลัวมีตนอันฝึกฝนแล้ว มีจิต

ตั้งมั่น ดับกิเลสและความเร่าร้อนได้แล้ว ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โยปานุทิ ความว่า ผู้ใดกำจัด คือซัดไป คือละได้แล้ว ได้แก่ขจัดแล้ว.

บทว่า มจฺจุราชสฺส ความว่า ความตาย คือความแตกแห่งขันธ์ทั้งหลาย ชื่อว่ามัจจุ ก็มัจจุนั่นแหละ ชื่อว่าราชา เพราะอรรถว่าเป็นใหญ่ เพราะยังสัตว์ทั้งหลายให้เป็นไปในอำนาจของตน เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า มัจจุราชา. แห่งมัจจุราชนั้น.

บทว่า เสนํ ได้แก่ เสนามีความแก่และโรคเป็นต้น ก็ความแก่และโรคเป็นต้น ชื่อว่าเสนา เพราะเป็นองค์ประกอบในการที่มัจจุราชนั้นยังสัตว์ให้เป็นไปในอำนาจ ด้วยเหตุนั้น มัจจุราชนั้น ท่านจึงเรียกว่า มีเสนาใหญ่ เพราะมีเสนามากมีอย่างต่างๆ แพร่หลาย.

สมดังที่ตรัสไว้ว่า น หิ โน สงฺครนฺเตน มหาเสเนน มจฺจุนา จะขอผัดเพี้ยนกับมัจจุราชผู้มีเสนาใหญ่ มิได้เลย ดังนี้.

อีกอย่างหนึ่ง เทวบุตรมาร ท่านประสงค์เอาว่า มัจจุ ในพระคาถานี้ เพราะอรรถว่าฆ่าเสียซึ่งคุณงามความดี.

กามเป็นต้น ท่านประสงค์เอาว่าเป็นเสนา เพราะเข้าถึงความเป็นสหายกับมัจจุราชนั้น.

สมจริงดังที่ตรัสไว้ว่า

กามทั้งหลายเรากล่าวว่าเป็นเสนาที่หนึ่งของท่าน. ความไม่ยินดี เรากล่าวว่าเป็นเสนาที่สองของท่าน. ความหิวและความกระหาย เรากล่าวว่าเป็นเสนาที่สามของท่าน. ตัณหา เรากล่าวว่าเป็นเสนาที่สี่ของท่าน. ถีนมิทธะ เรากล่าวว่าเป็นเสนาที่ห้าของท่าน. ความขลาดกลัว เรากล่าวว่าเป็นเสนาที่หกของท่าน. ความสงสัย เรากล่าวว่าเป็นเสนาที่เจ็ดของท่าน. ความลบหลู่และความหัวดื้อ เรากล่าวว่าเป็นเสนาที่แปดของท่าน ดังนี้.

บาทคาถาว่า นฬเสตุํว สุทุพฺพลํ มโหโฆ นี้ประกอบความว่า

ผู้ใดกำจัดแล้วคือชนะแล้วซึ่งเสนาคือสังกิเลสที่ชื่อว่าแสนจะทรุดโทรม เพราะไม่มีกำลังมากมายเหมือนห้วงน้ำใหญ่กำจัดสะพานไม้อ้อ เพราะปราศจากแก่นสาร ด้วยมรรคอันเลิศ เช่นกับห้วงน้ำใหญ่ เพราะโลกุตรธรรมทั้ง ๙ มีกำลังมาก ผู้นั้นจัดว่าเป็นผู้ชนะมาร ปราศจากความกลัว มีตนอันฝึกแล้ว มีจิตตั้งมั่น ดับความเร่าร้อนและความกระวนกระวายได้แล้ว ดังนี้.

มารสดับคำนั้นแล้วคิดว่า สมณะรู้ทันเรา ดังนี้ แล้วหายไปในที่นั้นเอง.

จบอรรถกถาภัลลิยเถรคาถา -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา