๖. นทีกัสสปเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๔๐–๓๔๔ลำดับ 204 จาก 265 ในเถรคาถาพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 5 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. นทีกัสสปเถรคาถา ภาษิตของพระนทีกัสสปเถระ (พระนทีกัสสปเถระได้กล่าว ๕ คาถาไว้ดังนี้ว่า) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๓๙๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๕. ปัญจกนิบาต] ๗. คยากัสสสปเถรคาถา
พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาสู่แม่น้ำเนรัญชรา เพื่อเป็นประโยชน์แก่เราผู้ได้ฟังธรรมแล้วละมิจฉาทิฏฐิได้
ครั้งเมื่อเราเป็นปุถุชนยังมืดมนอยู่ สำคัญเอาว่า การบูชายัญนี้เป็นความบริสุทธิ์ จึงได้บูชายัญต่างๆ ชนิด และได้บูชาไฟด้วย
เรานั้นยึดถือทิฏฐิ ลุ่มหลงไปด้วยการเชื่อถือผิด เป็นคนตาบอด ยังไม่รู้แจ้ง ได้สำคัญถึงความไม่บริสุทธิ์ ว่าเป็นความบริสุทธิ์
มิจฉาทิฏฐิเราละได้แล้ว ภพทั้งปวงเราทำลายได้แล้ว บัดนี้ เราบูชาไฟคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ควรแก่ทักษิณา เราจะนอบน้อมพระตถาคต
ความลุ่มหลงทั้งปวงเราละได้แล้ว ภวตัณหาเราก็ทำลายได้แล้ว การเวียนว่ายตายเกิดสิ้นไปแล้ว บัดนี้ ไม่มีการเกิดอีก
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๖. นทีกัสสปเถรคาถา สุภาษิตสรรเสริญพระพุทธองค์
|๓๔๐.๓๔๐| ๖ อตฺถาย วต เม พุทฺโธ นทึ เนรญฺชรํ อคา ยสฺสาหํ ธมฺมํ สุตฺวาน มิจฺฉาทิฏฺฐึ วิวชฺชยึ ฯ |๓๔๐.๓๔๑| ยชึ อุจฺจาวเจ ยญฺเญ อคฺคิหุตํ ชุหึ อหํ เอสา สุทฺธีติ มญฺญนฺโต อนฺธภูโต ปุถุชฺชโน ฯ |๓๔๐.๓๔๒| ทิฏฺฐิคหณปกฺขนฺโน ปรามาเสน โมหิโต อสุทฺธึ มญฺญิสํ สุทฺธึ อนฺธภูโต อวิทฺทสุ ฯ |๓๔๐.๓๔๓| มิจฺฉาทิฏฺฐิ ปหีนา เม ภวา สพฺเพ ปทาลิตา ชุหามิ ทกฺขิเณยฺยคฺคึ นมสฺสามิ ตถาคตํ ฯ |๓๔๐.๓๔๔| โมหา สพฺเพ ปหีนา เม ภวตณฺหา ปทาลิตา วิกฺขีโณ ชาติสํสาโร นตฺถิทานิ ปุนพฺภโวติ ฯ นทีกสฺสโป เถโร ฯ
พระพุทธเจ้าเสด็จมาสู่แม่น้ำเนรัญชรา เพื่อประโยชน์แก่เราหนอ เพราะเราได้ฟังธรรมของพระองค์แล้ว ละมิจฉาทิฏฐิได้ เมื่อเราเป็น ปุถุชนยังมืดมนอยู่ สำคัญว่า การบูชายัญนี้เป็นความบริสุทธิ์ จึงได้ บูชายัญสูงๆ ต่ำๆ และได้บูชาไฟ แล่นไปสู่การถือทิฏฐิ ลุ่มหลง ไปด้วยการเชื่อถือ เป็นคนตาบอดไม่รู้แจ้ง สำคัญความไม่บริสุทธิ์ว่าเป็น ความบริสุทธิ์ บัดนี้ เราละมิจฉาทิฏฐิได้แล้ว ทำลายภพทั้งปวงหมดแล้ว เราบูชาไฟ คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นทักขิไณยบุคคล เราขอ นมัสการพระตถาคต ความลุ่มหลงทั้งปวงเราละหมดแล้ว ตัณหาอันจะ นำไปสู่ภพเราทำลายแล้ว ชาติสงสารสิ้นแล้ว บัดนี้ ภพใหม่มิได้มี.