๖. กาลทานสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๖ลำดับ 36 จาก 368 ในปัญจก-ฉักกนิบาตพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 1 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. กาลทานสูตร ว่าด้วยกาลทาน
ภิกษุทั้งหลาย กาลทาน ๕ ประการนี้ กาลทาน ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ให้ทานแก่ผู้มาสู่ถิ่นของตน ๒. ให้ทานแก่ผู้เตรียมจะไป ๓. ให้ทานแก่ผู้เป็นไข้ ๔. ให้ทานในสมัยมีภิกษาหาได้ยาก ๕. ให้ข้าวอย่างดี และผลไม้ใหม่แก่ผู้มีศีล ภิกษุทั้งหลาย กาลทาน ๕ ประการนี้แล ผู้มีปัญญารู้ความประสงค์ของผู้ขอ เป็นผู้ปราศจากความตระหนี่ ย่อมให้ทานในกาลที่ควรให้ @เชิงอรรถ : @ กาลทาน หมายถึงยุตตทาน คือ การให้ที่เหมาะสม (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๓๖/๒๒)@ รู้ความประสงค์ของผู้ขอ ในที่นี้หมายถึงคฤหัสถ์เมื่อเห็นภิกษุเที่ยวบิณฑบาตยืนที่ประตูเรือนของตนเป็น@ผู้นิ่งไม่ออกปากขอ ก็รู้ความหมายได้ว่า ‘ท่านกำลังขอ ซึ่งเป็นการขออย่างพระอริยะ’ เมื่อรู้แล้วก็คิดว่า@‘พวกเราหุงต้มได้ แต่ภิกษุเหล่านี้หุงต้มไม่ได้ แล้วท่านจะหาภัตรได้ที่ไหน‘จึงจัดแจงไทยธรรมถวายท่าน@(องฺ.ปญฺจก.ฏีกา ๓/๓๖-๓๗/๒๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๕๗}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๔. สุมนวรรค ๗. โภชนทานสูตร ทานที่ให้ในพระอริยะผู้ซื่อตรง ผู้คงที่ ย่อมเป็นทักษิณาที่ไพบูลย์ ทำให้เขามีใจผ่องใส ชนเหล่าใดอนุโมทนาหรือขวนขวายในทักษิณานั้น เพราะการอนุโมทนาหรือขวนขวายของชนเหล่านั้น ทักษิณาย่อมมีผลไม่พร่อง แม้พวกเขาก็เป็นผู้มีส่วนแห่งบุญ เพราะฉะนั้น ผู้มีจิตไม่ท้อถอย จึงควรให้ทานในเขตที่มีผลมาก เพราะบุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในโลกหน้า กาลทานสูตรที่ ๖ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ๖. กาลทานสูตร
ปญฺจิมานิ ภิกฺขเว กาลทานานิ กตมานิ ปญฺจ อาคนฺตุกสฺส ทานํ เทติ คมิกสฺส ทานํ เทติ คิลานสฺส ทานํ เทติ ทุพฺภิกฺเข ทานํ เทติ ยานิ ตานิ นวสสฺสานิ นวผลานิ ตานิ ปฐมํ สีลวนฺเตสุ ปติฏฺฐาเปติ อิมานิ โข ภิกฺขเว ปญฺจ กาลทานานีติ ฯ กาเล ททนฺติ สปฺปญฺญา วทญฺญู วีตมจฺฉรา กาเลน ทินฺนํ อริเยสุ อุชุภูเตสุ ตาทิสุ วิปฺปสนฺนมนา ตสฺส วิปุลา โหติ ทกฺขิณา เย ตตฺถ อนุโมทนฺติ เวยฺยาวจฺจํ กโรนฺติ วา น เตน ทกฺขิณา อูนา เตปิ ปุญฺญสฺส ภาคิโน ตสฺมา ทเท อปฺปฏิวาณจิตฺโต ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณินนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย กาลทาน ๕ ประการนี้ ๕ ประการ เป็นไฉน คือ ทายกย่อมให้ทานแก่ผู้มาสู่ถิ่นของตน ๑ ทายกย่อมให้ทานแก่ผู้เตรียมจะไป ๑ ทายกย่อมให้ทานแก่ผู้เป็นไข้ ๑ ทายกย่อมให้ทานในสมัยข้าวแพง ๑ ทายกย่อมให้ข้าวอย่างดีและผลไม้ใหม่แก่ผู้มีศีล ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายกาลทาน ๕ ประการนี้แล ฯ ผู้มีปัญญา รู้ความประสงค์ ปราศจากความตระหนี่ ย่อมให้ทาน ในกาลที่ควรให้ เพราะผู้ให้ทานตามกาลในพระอริยเจ้า ทั้งหลาย ผู้ปฏิบัติซื่อตรง ผู้มีใจคงที่ เป็นผู้มีใจผ่องใส ทักขิณาทานจึงจะมีผลไพบูลย์ ชนเหล่าใดย่อมอนุโมทนา หรือช่วยเหลือในทักขิณาทานนั้น ทักขิณาทานนั้นย่อมไม่มี ผลบกพร่อง เพราะการอนุโมทนาหรือการช่วยเหลือนั้น แม้พวกที่อนุโมทนาหรือช่วยเหลือ ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งบุญ เพราะฉะนั้น ผู้มีจิตไม่ท้อถอยจึงควรให้ทานในเขตที่มีผล มาก บุญทั้งหลายย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในปรโลก ฯ จบสูตรที่ ๖