๗. ปัญจุโปสถิกชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๒๗–๑๔๒ลำดับ 490 จาก 525 ในชาดกพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 16 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๗. ปัญจุโปสถิกชาดก (๔๙๐) ๗. ปัญจุโปสถิกชาดก (๔๙๐) ว่าด้วยการรักษาอุโบสถของสัตว์ ๕ ชนิด (พระโพธิสัตว์ถามนกพิราบว่า)
เจ้านกพิราบ บัดนี้เจ้าดูขวนขวายน้อยไป เจ้าไม่ต้องการอาหารหรือ ทำไมจึงอดกลั้นความหิวกระหาย รักษาอุโบสถอยู่เล่า เจ้านกพิราบ (นกพิราบกล่าวว่า)
เมื่อก่อนข้าพเจ้าตกอยู่ในความกำหนัดต่อนางนกพิราบ เราทั้ง ๒ รื่นรมย์กันที่ภูมิประเทศนั้นๆ ต่อมานกเหยี่ยวได้บินโฉบเอานางนกพิราบไป ข้าพเจ้ามิได้ประสงค์จะพลัดพรากจากนางนกนั้นเลย
เพราะความพลัดพรากแยกออกจากนาง ข้าพเจ้าจึงได้เสวยเวทนาทางใจ เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงรักษาอุโบสถด้วยคิดว่า ราคะอย่าได้มารบกวนข้าพเจ้าอีกต่อไป (พระโพธิสัตว์ถามสัตว์ทีละตัว ฝ่ายสัตว์เหล่านั้นก็ตอบตามความเป็นจริงว่า)
เจ้างูผู้เป็นสัตว์เลื้อยคลาน ผู้มีลิ้นสองแฉก เจ้าเลื้อยไม่ตรง เลื้อยไปด้วยอก มีเขี้ยวเป็นอาวุธ มีพิษร้ายแรง ทำไมเจ้าจึงอดกลั้นความหิวกระหายรักษาอุโบสถอยู่เล่า
โคเปลี่ยวมีกำลังของนายบ้าน มีหนอกกระเพื่อม มีสีสันสวยงาม มีกำลังวังชาสมบูรณ์ มันเหยียบข้าพเจ้า ข้าพเจ้าโกรธจึงได้กัดมัน มันทุรนทุรายเพราะความทุกข์จนถึงตาย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๔๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๗. ปัญจุโปสถิกชาดก (๔๙๐)
ชนทั้งหลายออกจากหมู่บ้านนั้น พากันคร่ำครวญร้องไห้แล้วได้หลีกไป เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงรักษาอุโบสถด้วยคิดว่า ความโกรธอย่าได้มารบกวนข้าพเจ้าอีกต่อไป
เจ้าสุนัขจิ้งจอก เนื้อของพวกสัตว์ที่ตายแล้ว มีอยู่ในป่าช้าเป็นอันมาก เนื้อนั้นเป็นอาหารที่พอใจของเจ้า ทำไมเจ้าจึงอดกลั้นความหิวกระหายรักษาอุโบสถอยู่เล่า
ข้าพเจ้ายินดีในซากศพ ติดใจในเนื้อช้าง จึงได้เข้าไปยังท้องช้างใหญ่ ลมร้อนและแสงแดดอันแรงกล้าได้แผดเผา จนกระทั่งทวารหนักของช้างเชือกนั้นแห้งยุบลง
พระคุณเจ้าผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งผอมทั้งเหลือง ทั้งไม่มีทางออก ต่อมาเมฆฝนกลุ่มใหญ่ได้ตกมาโดยพลัน ทำให้ทวารหนักของช้างเชือกนั้นเปียกชุ่ม
พระคุณเจ้าผู้เจริญ ข้าพเจ้าออกจากท้องช้างนั้นมาได้ เหมือนดั่งดวงจันทร์พ้นจากปากราหู เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงรักษาอุโบสถด้วยคิดว่า ความโลภอย่าได้มารบกวนข้าพเจ้าอีกต่อไป
เจ้าหมี เมื่อก่อนเจ้าเที่ยวเคี้ยวกินปลวกทั้งหลาย ที่จอมปลวกอยู่ ทำไมเจ้าจึงอดกลั้นความหิวกระหาย รักษาอุโบสถอยู่เล่า
ข้าพเจ้าดูหมิ่นที่อยู่ของตน ได้ไปยังหมู่บ้านมลรัฐ เพราะความอยากเกินไป ชนทั้งหลายออกจากหมู่บ้านนั้น ทุบตีข้าพเจ้าด้วยคันธนูและไม้ค้อน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๔๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๘. มหาโมรชาดก (๔๙๑)
ข้าพเจ้านั้นหัวแตก ตัวเปื้อนเลือด จึงได้กลับมายังที่อยู่ของตน เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงรักษาอุโบสถด้วยคิดว่า ความอยากเกินไปอย่าได้มารบกวนข้าพเจ้าอีกต่อไป (สัตว์ทั้ง ๔ ถามพระโพธิสัตว์ว่า)
พระคุณเจ้าผู้เจริญ ข้อความอันใดท่านได้ถามพวกข้าพเจ้า ข้อความอันนั้น ข้าพเจ้าทั้งหมดก็ได้ตอบตามที่รู้มา พวกข้าพเจ้าจะขอถามท่านบ้าง ท่านพราหมณ์ผู้เจริญ ทำไมท่านจึงรักษาอุโบสถอยู่เล่า (พระโพธิสัตว์ได้ตอบว่า)
พระปัจเจกพุทธเจ้าผู้ไม่ถูกกิเลสทั้งปวงแปดเปื้อน นั่งที่อาศรมของเราครู่หนึ่ง ท่านได้ประกาศให้เราทราบถึงที่ไปที่มา ชื่อ โคตร และความประพฤติทุกอย่าง
แม้ถึงอย่างนั้น เราก็มิได้ไหว้เท้าทั้ง ๒ ของท่าน และมิได้ถามท่าน เพราะมีมานะ เพราะเหตุนั้น เราจึงรักษาอุโบสถด้วยคิดว่า มานะอย่าได้มารบกวนเราอีกต่อไปปัญจุโปสถิกชาดกที่ ๗ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗ ปญฺจุโปสถิกชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๗. ปัญจุโปสถิกชาดก ว่าด้วยนกพิราบ
อปฺโปสฺสุกฺโกทานิ ตุวํ กโปต วิหงฺคม น ตว โภชนตฺโถ ขุทฺทํ ปิปาสํ อธิวาสยนฺโต กสฺมา ภวํโปสถิโก กโปต ฯ
ดูกรนกพิราบ เพราะเหตุไร บัดนี้ เจ้าจึงมีความขวนขวายน้อย ไม่ต้อง การอาหาร อดกลั้นความหิวกระหายมารักษาอุโบสถ.
อหํ ปุเร คิทฺธิคโต กโปติยา ตสฺมึ ปเทสมฺหิ อุโภ รมาม อถคฺคหี สากุณิโก กโปตึ อกามโก ตาย วินา อโหสึ ฯ นานาภาวา วิปฺปโยเคน ตสฺสา มโนมยํ เวทน เวทยามิ ตสฺมา อหํโปสถ ปาลยามิ ราโค มมํ มา ปุนราคมาสิ ฯ
แต่ก่อนนี้ข้าพเจ้าบินไปกับนางนกพิราบ เราทั้ง ๒ ชื่นชมยินดีกันอยู่ใน ป่าประเทศนั้น ทันใดนั้น เหยี่ยวได้โฉบเอานางนกพิราบไปเสีย ข้าพเจ้าไม่ปรารถนาจะพลัดพรากจากนางไป แต่จำต้องพลัดพรากจากนาง เพราะพลัดพรากจากนาง ข้าพเจ้าได้เสวยเวทนาทางใจ เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงรักษาอุโบสถ ด้วยคิดว่า ความรักอย่าได้กลับมาหาเราอีกเลย.
อนุชฺชุคามิ อุรค ทุชิวฺห ทาฐาวุโธ โฆรวิโสสิ สปฺป ขุทฺทํ ปิปาสํ อธิวาสยนฺโต กสฺมา ภวํโปสถิโก นุ ทีฆ ฯ
ดูกรงูผู้ไปไม่ตรง เลื้อยไปด้วยอก มีลิ้น ๒ ลิ้น เจ้ามีเขี้ยวเป็นอาวุธ มีพิษร้ายแรง เพราะเหตุไร เจ้าจึงอดกลั้นความหิวกระหายมารักษา อุโบสถ.
อุสโภ อหุ พลวา คามิกสฺส จลกฺกกู วณฺณพลูปปนฺโน โส มํ อกฺกมิ ตํ กุปิโต อฑํสึ ทุกฺขาภิตุนฺโน มรณํ อุปาคา ฯ ตโต ชนา นิกฺขมิตฺวาน คามา กนฺทิตฺวา โรทิตฺวา อปกฺกมึสุ ตสฺมา อหํโปสถ ปาลยามิ โกโธ มมํ มา ปุนราคมาสิ ฯ
โคของนายอำเภอ กำลังเปลี่ยว มีหนอกกระเพื่อม มีลักษณะงาม มีกำลัง มันได้เหยียบข้าพเจ้า ข้าพเจ้าโกรธจึงได้กัดมัน มันก็ถูกทุกขเวทนา ครอบงำ ถึงความตาย ณ ที่นั้นเอง ลำดับนั้น ชนทั้งหลายก็พากันออก มาจากบ้าน ร้องไห้คร่ำครวญ หาได้พากันหลบหลีกไปไม่ เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงรักษาอุโบสถ ด้วยคิดว่า ความโกรธอย่าได้มาถึงเราอีกเลย.
มตาน มํสานิ พหู สุสาเน มนุญฺญรูปํ ตว โภชเนตํ ขุทฺทํ ปิปาสํ อธิวาสยนฺโต กสฺมา ภวํโปสถิโก สิคาล ฯ
ดูกรสุนัขจิ้งจอก เนื้อของคนที่ตายแล้ว มีอยู่ในป่าช้าเป็นอันมาก อาหารชนิดนี้เป็นที่พอใจของเจ้า เพราะเหตุไร เจ้าจึงอดกลั้นความหิว กระหายมารักษาอุโบสถ.
ปวิสฺส กุจฺฉึ มหโต คชสฺส กุณเป รโต หตฺถิมํเสสุ คิทฺโธ อุโณฺห จ วาโต ติขิณา จ รสฺมิโย เต โสสยุํ ตสฺส กรีสมคฺคํ ฯ กีโส จ ปณฺฑู จ อหํ ภทนฺเต น เม อหุ นิกฺขมนาย มคฺโค มหา จ เมโฆ สหสา ปวสฺสิ โส เตมยิ ตสฺส กรีสมคฺคํ ฯ ตโต อหํ นิกฺขมิสํ ภทนฺเต จนฺโท ยถา ราหุมุขา ปมุตฺโต ตสฺมา อหํโปสถ ปาลยามิ โลโภ มมํ มา ปุนราคมาสิ ฯ
ข้าพเจ้าได้เข้าไปสู่ท้องช้างตัวใหญ่ ยินดีในซากศพ ติดใจในเนื้อช้าง ลมร้อนและแสงแดดอันกล้า ได้แผดเผาทวารหนักของช้างนั้นให้แห้ง ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งผอม ทั้งเหลือง ไม่มีทางจะออกได้ ต่อมา มีฝนห่าใหญ่ตกลงมาโดยพลัน ชะทวารหนักของช้างตัวนั้นให้เปียกชุ่ม ดูกรท่านผู้เจริญ ทีนั้น ข้าพเจ้าจึงออกมาได้ ดังดวงจันทร์ พ้นจาก ปากแห่งราหูฉะนั้น เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงรักษาอุโบสถ ด้วยคิดว่า ความโลภอย่ามาถึงเราอีกเลย.
วมฺมิกถูปสฺมึ กิปิลฺลิกานิ นิปฺโปถยนฺโต ตุวํ ปุเร จราสิ ขุทฺทํ ปิปาสํ อธิวาสยนฺโต กสฺมา ภวํโปสถิโก นุ อจฺฉ ฯ
ดูกรหมี แต่ก่อนนี้ เจ้าขย้ำกินตัวปลวกในจอมปลวก เพราะเหตุไร เจ้าจึงอดกลั้นความหิวกระหายมารักษาอุโบสถเล่า.
สกํ นิเกตํ อติเหฬยาโน อตฺริจฺฉตาย มลตํ อคจฺฉึ ตโต ชนา นิกฺขมิตฺวาน คามา โกทณฺฑเกน ปริโปถยึสุ มํ ฯ โส ภินฺนสีโส รุหิรมกฺขิตงฺโค ปจฺจาคมาสึ สสกํ นิเกตํ ตสฺมา อหํโปสถ ปาลยามิ อตฺริจฺฉตา มา ปุนราคมาสิ ฯ
ข้าพเจ้าดูหมิ่นถิ่นที่เคยอยู่ของตน ได้ไปยังปัจจันตคามแคว้นมลรัฐ เพราะความเป็นผู้อยากมากเกินไป ครั้งนั้น ชนทั้งหลายก็พากันออก จากบ้าน รุมตีข้าพเจ้าด้วยคันธนู ข้าพเจ้าศีรษะแตกเลือดอาบ ได้กลับ มาสู่ถิ่นที่เคยอยู่อาศัยของตน เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงรักษาอุโบสถ ด้วยคิดว่า ความอยากมากเกินไปอย่าได้มาถึงเราอีกเลย.
ยํ โน อปุจฺฉิตฺถ ตุวํ ภทนฺเต สพฺเพว พฺยากริมฺหา ยถาปชานํ มยมฺปิ ปุจฺฉาม ตุวํ ภทนฺเต กสฺมา ภวํโปสถิโก นุ พฺรเหฺม ฯ
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้อความอันใด ท่านก็ได้ถามพวกข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้า ทั้งหมดก็ได้พยากรณ์ข้อความอันนั้นตามที่ได้รู้เห็นมา ข้าแต่ท่านผู้เป็น วงศ์พรหมผู้เจริญ พวกข้าพเจ้าจะขอถามท่านบ้างละ เพราะเหตุไร ท่าน จึงรักษาอุโบสถเล่า.
อนูปลิตฺโต มม อสฺสมมฺหิ ปจฺเจกพุทฺโธ มุหุตฺตํ นิสีทิ โส มํ อเวที คติมาคติญฺจ นามญฺจ โคตฺตํ จรณญฺจ สพฺพํ ฯ เอวมฺปิหํ วนฺทิ น ตสฺส ปาเท น จาปิหํ มานคเตน ปุจฺฉึ ตสฺมา อหํโปสถ ปาลยามิ มาโน มมํ มา ปุนราคมาสีติ ฯ ปญฺจุโปสถิกชาตกํ สตฺตมํ ฯ ---------
พระปัจเจกพุทธะรูปหนึ่ง ผู้ไม่แปดเปื้อนด้วยกิเลส นั่งอยู่ในอาศรมของ ฉันครู่หนึ่ง ท่านได้บอกให้ฉันทราบถึงที่ไปที่มา นามโคตรและจรณะทุก อย่าง ถึงอย่างนั้น ฉันก็มิได้กราบไหว้เท้าทั้ง ๒ ของท่าน อนึ่ง ฉันก็มิได้ ถามถึงนามและโคตรของท่านเลย เพราะเหตุนั้น ฉันจึงรักษาอุโบสถ ด้วยคิดว่า มานะอย่าได้มาถึงฉันอีกเลย. จบ ปัญจุโปสถิกชาดกที่ ๗.