๑๒. พิลารโกสิยชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๒๕–๑๓๔ลำดับ 450 จาก 525 ในชาดกพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 10 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต] ๑๒. พิลารโกสิยชาดก (๔๕๐) ๑๒. พิลารโกสิยชาดก (๔๕๐) ว่าด้วยท้าวสักกะทรมานเศรษฐีตีนแมว (ท้าวสักกะตรัสว่า)
สัตบุรุษทั้งหลายถึงจะไม่หุงต้มกินเอง ได้โภชนะมาก็ปรารถนาที่จะให้ ส่วนท่านหุงต้มกินเอง ไฉนเล่าจึงไม่ให้ การไม่ให้นั้นไม่สมควรเลย
คนไม่ให้ทานเพราะเหตุ ๒ อย่างนี้ คือ เพราะตระหนี่ ๑ เพราะประมาท ๑ ผู้รู้เมื่อหวังบุญ ควรให้ทาน
คนตระหนี่กลัวต่อความหิวความกระหายอันใดจึงไม่ให้ทาน ภัยคือความหิวและความกระหายนั่นแหละย่อมมีแก่เขาผู้ไม่ให้ คนตระหนี่กลัวต่อความหิวและความกระหายอันใด ความหิวและความกระหายนั่นแหละย่อมเบียดเบียนเขาผู้เป็นคนพาล ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
เพราะเหตุนั้น บัณฑิตพึงครอบงำมลทิน กำจัดความตระหนี่แล้วพึงให้ทาน เพราะบุญเป็นที่พึ่งของเหล่าสัตว์ในโลกหน้า (สุริยเทพบุตรเสด็จลงมาแล้ว ขออาหารว่า)
อสัตบุรุษทั้งหลายเมื่อจะให้ทานชื่อว่าให้ได้ยาก เมื่อจะกระทำกรรมก็ชื่อว่าทำได้ยาก ธรรมของสัตบุรุษทั้งหลายพวกอสัตบุรุษรู้ได้ยาก และพวกอสัตบุรุษก็ทำตามได้ยาก
เพราะฉะนั้น สัตบุรุษและอสัตบุรุษ จึงมีคติที่ไปจากโลกนี้ต่างกัน คือ พวกอสัตบุรุษย่อมไปสู่นรก พวกสัตบุรุษย่อมไปสู่สวรรค์ @เชิงอรรถ : @ ดูเล่มนี้ หน้า ๗๙, ดู ขุ.ชา. (แปล) ๒๘/๒๒๘๖-๒๒๘๗/๕๓๗
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๔๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต] ๑๒. พิลารโกสิยชาดก (๔๕๐) (มาตลีเทพบุตรเสด็จมาแสดงธรรมว่า)
แม้มีไทยธรรมเพียงเล็กน้อย คนพวกหนึ่งก็ให้ คนพวกหนึ่งมีไทยธรรมมาก แต่ไม่ให้ ทักษิณาจากไทยธรรมส่วนน้อยที่บุคคลให้แล้ว นับได้เสมอกับการให้ตั้งพัน (ปัญจสิขเทพบุตรเสด็จมาแสดงธรรมว่า)
แม้ผู้ใดเที่ยวแสวงหาอาหารเลี้ยงลูกเมีย เมื่อมีรายได้น้อยก็ยังให้ทาน ผู้นั้นชื่อว่าผู้ประพฤติธรรม การบูชาของคนที่บูชายัญด้วยทรัพย์จำนวนพันนับแสนคนเหล่านั้น ยังไม่ถึงแม้เพียงเสี้ยวหนึ่งของคนจนผู้ประพฤติธรรมเช่นนั้นเลย (เศรษฐีได้ฟังดังนั้นแล้ว ได้กล่าวว่า)
ยัญอันไพบูลย์เพราะมีค่ามากนี้ เหตุใดจึงไม่มีค่าเท่าเทียมทานที่บุคคลให้แล้วโดยสม่ำเสมอเล่า อนึ่ง การบูชาของคนที่บูชายัญด้วยทรัพย์ จำนวนพันนับแสนคน เหล่านั้นย่อมไม่ถึงแม้เพียงเสี้ยวหนึ่งของคนจน ผู้ประพฤติธรรมเช่นนั้นเป็นอย่างไร (ปัญจสิขเทพบุตรกล่าวว่า)
เพราะว่าคนพวกหนึ่งตั้งอยู่ในกายกรรมเป็นต้นอันไม่สม่ำเสมอ ทรมานสัตว์บ้าง ฆ่าสัตว์บ้าง ทำให้สัตว์เศร้าโศกบ้าง แล้วจึงให้ทาน ทักษิณานั้นมีหน้าชุ่มไปด้วยน้ำตา ประกอบไปด้วยอาชญา จึงไม่เท่าราคาของทานที่เขาให้อย่างสม่ำเสมอ การบูชาของคนที่บูชายัญด้วยทรัพย์จำนวนพันนับแสนคนเหล่านั้น ยังไม่ถึงแม้เพียงเสี้ยวหนึ่งของคนจน ที่ประพฤติธรรมเช่นนั้นด้วยอาการอย่างนี้ พิลารโกสิยชาดกที่ ๑๒ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๔๔}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๒ พิลารโกสิยชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๑๒. พิลารโกสิยชาดก ให้ทานไม่ได้เพราะเหตุ ๒ อย่าง
อปจนฺตาปิ อิจฺฉนฺติ สนฺโต ลทฺธาน โภชนํ กิเมว ตฺวํ ปจมาโน ยํ น ทชฺชา น ตํ สมํ ฯ
สัตบุรุษทั้งหลายแม้ไม่หุงกินเอง ได้โภชนะมาแล้ว ย่อมปรารถนาจะให้ ท่านหุงโภชนะ ไว้มิใช่หรือ ไม่พึงให้โภชนะนั้น ไม่สมควรแก่ท่าน.
มจฺเฉรา จ ปมาทา จ เอวํ ทานํ น ทิยฺยติ ปุญฺญํ อากงฺขมาเนน เทยฺยํ โหติ วิชานตา ฯ
บุคคลให้ทานไม่ได้ด้วยเหตุ ๒ อย่างคือ ความตระหนี่ ๑ ความประมาท ๑ บัณฑิตผู้รู้แจ้ง เมื่อต้องการบุญพึงให้ทานแท้.
ยสฺเสว ภีโต น ททาติ (มจฺฉรี) ตเทวาททโต ภยํ ชิฆจฺฉา จ ปิปาสา จ ยสฺส ภายติ มจฺฉรี ตเมว พาลํ ผุสติ อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ ฯ
คนผู้ตระหนี่กลัวยากจน ย่อมไม่ให้อะไรๆ แก่ผู้ใดเลย ความกลัวจน นั่นแลจะเป็นภัยแก่คนผู้ไม่ให้ คนตระหนี่ย่อมกลัวความอยากข้าว อยากน้ำ ความกลัวนั้นแหละ จะกลับมาถูกต้องคนพาลทั้งในโลกนี้ และโลกหน้า.
ตสฺมา วิเนยฺย มจฺเฉรํ ทชฺชา ทานํ มลาภิภู ปุญฺญํ หิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฺฐา โหติ ปาณินํ ฯ
เพราะเหตุนั้น บัณฑิตพึงครอบงำมลทิน กำจัดตระหนี่เสียแล้ว พึงให้ ทานเถิด เพราะบุญย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในโลกหน้า.
ทุทฺททํ ททมานานํ ทุกฺกรํ กมฺมกุพฺพตํ อสนฺโต นานุกุพฺพนฺติ สตํ ธมฺโม ทุรนฺนโย ฯ
ทานผู้ให้ได้ยาก เพราะต้องครอบงำความตระหนี่ก่อน แล้วจึงให้ได้ อสัตบุรุษทั้งหลาย ย่อมไม่ทำทานตามที่สัตบุรุษทำแล้ว ธรรมของ สัตบุรุษอันคนอื่นรู้ได้ยาก.
ตสฺมา สตญฺจ อสตญฺจ นานา โหติ อิโต คติ อสนฺโต นิรยํ ยนฺติ สนฺโต สคฺคปรายนา ฯ
เพราะเหตุนั้น คติจากโลกนี้ของสัตบุรุษ กับอสัตบุรุษจึงต่างกัน อสัตบุรุษย่อมไปนรก สัตบุรุษย่อมไปสวรรค์.
อปฺปมฺเปเก ปเวจฺฉนฺติ พหุนาเก น ทิจฺฉเร อปฺปสฺมา ทกฺขิณา ทินฺนา สหสฺเสน สมํ มิตา ฯ
บัณฑิตพวกหนึ่ง ย่อมให้ไทยธรรมแม้มีส่วนเล็กน้อยได้ สัตว์พวกหนึ่ง แม้มีไทยธรรมมาก ก็ให้ไม่ได้ ทักขิณาทานที่บุคคลให้จากของเล็กน้อย ก็นับว่าเสมอด้วยการให้จำนวนพัน.
ธมฺมญฺจเร โยปิ สมุจฺฉกํ จเร ทารญฺจ โปสํ ททมปฺปกสฺมึ สตสหสฺสานํ สหสฺสยาคินํ กลมฺปิ นาคฺฆนฺติ ตถาวิธสฺส เต ฯ
แม้ผู้ใดเที่ยวไปขออาหารมา ผู้นั้นชื่อว่า ประพฤติธรรม อนึ่ง บุคคล ผู้เลี้ยงบุตรและภรรยาของตน เมื่อไทยธรรมมีน้อยก็เฉลี่ย ให้แก่สมณะ และพราหมณ์ บุคคลนั้นชื่อว่า ประพฤติธรรม ยัญที่คนตั้งแสนฆ่าสัตว์ มาบูชาแก่คนผู้ควรบูชาจำนวนพัน ยัญของคนเช่นนั้น ย่อมไม่ถึงแม้ เสี้ยวแห่งผลทาน ของคนเข็ญใจผู้ยังไทยธรรมให้เกิดโดยชอบให้อยู่.
เกเนส ยญฺโญ วิปุโล มหคฺฆโต สเมน ทินฺนสฺส อนคฺฆเมติ กถํ สหสฺสานํ สหสฺสยาคินํ กลมฺปิ นาคฺฆนฺติ ตถาวิธสฺส เต ฯ
เพราะเหตุไร ยัญนี้ก็ไพบูลย์ มีค่ามาก จึงไม่เท่าค่าแห่งผลทานของ บุคคลที่ให้โดยชอบธรรมเล่า ไฉนยัญที่คนตั้งแสนฆ่าสัตว์มาบูชา แก่ แก่คนที่ควรบูชาจำนวนพันๆ จึงไม่เท่าแม้ส่วนเสี้ยวแห่งผลทาน ของ คนเข็ญใจผู้ยังไทยธรรม ให้เกิดโดยชอบให้อยู่?
ททนฺติ เหเก วิสเม นิวิฏฺฐา ฆตฺวา วธิตฺวา อถ โสจยิตฺวา สา ทกฺขิณา อสฺสุมุขา สทณฺฑา สเมน ทินฺนสฺส น อคฺฆเมติ เอวํ สหสฺสานํ สหสฺสยาคินํ กลมฺปิ นาคฺฆนฺติ ตถาวิธสฺส เตติ ฯ พิลารโกสิยชาตกํ ทฺวาทสมํ ฯ ---------
เพราะว่า คนบางพวกตั้งอยู่ในกายกรรมเป็นต้น อันไม่เสมอกัน ทำสัตว์ให้ลำบากบ้าง ฆ่าให้ตายบ้าง ทำให้เศร้าโศกบ้าง แล้วจึงให้ทาน ทักขิณาทานนั้น มีหน้าชุ่มไปด้วยน้ำตา พร้อมทั้งอาชญา จึงไม่เท่าถึง ส่วนเสี้ยวแห่งผลทานที่บุคคลให้แล้วโดยชอบธรรม เพราะอย่างนี้ ยัญที่คนตั้งแสนฆ่าสัตว์มาบูชายัญ แก่คนที่ควรบูชาจำนวนพันๆ จึงไม่ เท่าถึงส่วนเสี้ยวแห่งผลทาน ของคนเข็ญใจผู้ยังไทยธรรมให้เกิดโดยชอบ ให้อยู่. จบ พิลารโกสิยชาดกที่ ๑๒.