๑๓. จักกวากชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๓๕–๑๔๔ลำดับ 451 จาก 525 ในชาดกพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 10 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต] ๑๓. จักกวากชาดก (๔๕๑) ๑๓. จักกวากชาดก (๔๕๑) ว่าด้วยนกจักรพาก (กาถามนกจักรพากว่า)
นกจักรพากท่านมีสีสวยรูปงามล่ำสัน เลือดฝาดดี ทรวดทรงงาม ใบหน้าผ่องใส
ท่านจับอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำคงคา คงกินอาหารอย่างนี้ คือ ปลากา ปลากระบอก ปลาหมอ ปลาค้าว และปลาตะเพียน นะซิ (นกจักรพากปฏิเสธคำพูดของกานั้นว่า)
ข้าพเจ้ามิได้กินอาหารชนิดนี้ หรือสัตว์บกสัตว์น้ำเลย นอกเสียจากสาหร่ายและจอกแหน เพื่อน สาหร่ายและจอกแหนนี้เป็นอาหารของข้าพเจ้า (กาได้กล่าวว่า)
ข้าพเจ้าไม่เชื่อว่า สาหร่ายและจอกแหนนี้ เป็นอาหารของนกจักรพาก เพื่อน แม้ตัวข้าพเจ้าก็ยังกินอาหารที่มีรสเค็ม และคลุกเคล้าด้วยน้ำมันในบ้าน
ซึ่งเป็นอาหารที่เขาปรุงกันในหมู่มนุษย์ เป็นของสะอาดเจือด้วยเนื้อ นกจักรพาก แต่สีสันของข้าพเจ้าไม่เหมือนท่าน (นกจักรพากได้กล่าวว่า)
ท่านเบียดเบียนหมู่มนุษย์ ต้องคอยมองดูผู้ที่ผูกเวรในตน กินอย่างหวาดสดุ้ง ตกใจกลัว เพราะเหตุนั้น สีสันของท่านจึงเป็นเช่นนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๔๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต] ๑๔. ภูริปัญญชาดก (๔๕๒)
กา ท่านเป็นศัตรูกับชาวโลกทั้งปวง ได้ก้อนข้าวมาด้วยความชั่ว ไม่ทำให้ผู้อื่นอิ่มหนำ เพราะเหตุนั้น สีสันของท่านจึงเป็นเช่นนี้
เพื่อน ข้าพเจ้าไม่เบียดเบียนเหล่าสัตว์ทั้งปวง มีความขวนขวายน้อย ไม่หวาดระแวง ไม่มีความเศร้าโศก ไม่มีภัยแต่ที่ไหนกินอยู่
ท่านนั้นจงสร้างอานุภาพขึ้น จงเลิกประพฤติแบบเดิมเสีย เที่ยวไปในโลกโดยไม่เบียดเบียน จักเป็นที่รักของชาวโลกเหมือนอย่างข้าพเจ้า
ผู้ใดไม่ฆ่าเอง ไม่ใช้ให้ผู้อื่นฆ่า ไม่ทำทรัพย์ให้เสื่อมไป ไม่ใช้ผู้อื่นทำทรัพย์ให้เสื่อมไป มีจิตเมตตาในสัตว์ทุกจำพวก ผู้นั้นไม่ก่อเวรกับใครๆ จักกวากชาดกที่ ๑๓ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๓ จกฺกวากชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๑๓. จักกวากชาดก ว่าด้วยนกจักรพราก
วณฺณวา อภิรูโปสิ ฆโน สญฺชาตโรหิโต จกฺกวาก สุรูโปสิ วิปฺปสนฺนมุขินฺทฺริโย ฯ
ดูกรนกจักรพราก ท่านมีสีสวย รูปงาม ร่างกายแน่นแฟ้น มีสีแดงดัง ทอง ทรวดทรงงาม ใบหน้าผุดผ่อง.
ปาฏีนํ ปาวุสํ มจฺฉํ พลชฺชํ มุญฺชโรหิตํ คงฺคาตีเร นิสินฺโนสิ เอวํ ภุญฺชสิ โภชนํ ฯ
ท่านจับอยู่ที่ฝั่งคงคา เห็นจะได้กินอาหารอย่างนี้ คือ ปลากา ปลากะบอก ปลาหมอ ปลาเค้า ปลาตะเพียน กระมัง?
น วาหเมตํ ภุญฺชามิ ชงฺคลานูทกานิ วา อญฺญตฺร เสวาลปณกา อญฺญํ เม สมฺม โภชนํ ฯ
ดูกรสหาย นอกจากสาหร่ายและแหนแล้ว เรามิได้ถือเอาเนื้อสัตว์บก หรือสัตว์น้ำมากินเป็นอาหารเลย นั่นเป็นอาหารของเรา.
น วาหเมตํ สทฺทหามิ จกฺกวากสฺส โภชนํ อหมฺปิ สมฺม ภุญฺชามิ คาเม โลณิกเตลิกํ ฯ
เราไม่เชื่อว่า นกจักรพรากกินอาหารอย่างนั้นเลย เพื่อนเอ๋ย แม้เรากิน อาหารที่คลุกเคล้าด้วยเกลือและน้ำมันในบ้าน.
มนุสฺเสสุ กตํ ภตฺตํ สุจิมํสูปเสจนํ น จ เม ตาทิโส วณฺโณ จกฺกวาก ยถา ตุวํ ฯ
ปรุงด้วยเนื้ออันสะอาด ซึ่งเขาทำกินกันในหมู่มนุษย์ ดูกรนกจักรพราก ถึงกระนั้น สีของเราก็ไม่เหมือนท่าน.
สมฺปสฺสํ อตฺตนิ เวรํ หึสาย มานุสึ ปชํ อุตฺรโสฺต ฆสสี ภีโต เตน วณฺโณ ตเวทิโส ฯ
ท่านเบียดเบียนสัตว์ทั้งหลาย จึงต้องคอยมองดูผู้ที่ผูกเวรในตน แม้จะ กินก็สะดุ้งกลัว เพราะเหตุนั้น สีกายของท่านจึงเป็นเช่นนี้.
สพฺพโลกวิรุทฺโธสิ ธงฺก ปาเปน กมฺมุนา ลทฺโธ ปิณฺโฑ น ปีเณติ เตน วณฺโณ ตเวทิโส ฯ
ดูกรกา ท่านเป็นผู้ถูกคนทั่วโลกโกรธเคือง อาหารที่ท่านได้มาด้วยกรรม อันลามก ก็หาอิ่มท้องไม่ เพราะเหตุนั้น สีกายของท่าน จึงเป็นเช่น นี้.
อหมฺปิ สมฺม ภุญฺชามิ อหึสํ สพฺพปาณินํ อปฺโปสฺสุกฺโก นิราสงฺโก อโสโก อกุโตภโย ฯ
ดูกรสหาย ส่วนเรามิได้เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวงมากิน มีความขวนขวาย น้อย ไม่มีใครรังเกียจ ใจไม่ห่อเหี่ยว ภัยแต่ที่ไหนๆ ก็มิได้มี.
โส กรสฺสุ อานุภาวํ วีติวตฺตสฺสุ สีลิยํ อหึสาย จรํ โลเก ปิโย โหหิสิ มมฺมิว ฯ
ท่านนั้นจงทำอานุภาพ ละปกติคือความทุศีลของตนเสีย ไม่เบียดเบียน ใครเที่ยวไปในโลก จักเป็นที่รักใคร่ของสัตว์โลกเหมือนเรา ฉะนั้น.
โย น หนฺติ น ฆาเตติ น ชินาติ น ชาปเย เมตฺตํ โส สพฺพภูเตสุ เวรํ ตสฺส น เกนจีติ จกฺกวากชาตกํ เตรสมํ ฯ ---------
ผู้ใดไม่ฆ่าเอง ไม่ใช้ให้ผู้อื่นฆ่า ไม่ทำทรัพย์ให้เสื่อมเอง ไม่ใช้ผู้อื่น ทำให้เสื่อม มีเมตตาจิตในสัตว์ทั่วไป ผู้นั้นย่อมไม่มีเวรกับใคร. จบ จักกวากชาดกที่ ๑๓.