๑๒. กัณณมุณฑเปติวัตถุ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๔๘–๓๖๗ลำดับ 24 จาก 51 ในเปตวัตถุพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 20 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๒. กัณณมุณฑเปติวัตถุ เรื่องนางเปรตผู้ถูกสุนัขกัณณมุณฑกัดกินเนื้อ (พระเจ้าพาราณสีตรัสถามนางเวมานิกเปรตว่า)
สระโบกขรณีมีน้ำใสเย็น มีบันไดทองคำ มีพื้นดาดด้วยทรายทองคำ ในสระโบกขรณีนั้นมีต้นไม้สวยงาม มีกลิ่นหอมยวนใจ
ดาดดื่นไปด้วยหมู่ไม้นานาพันธุ์ ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมต่างๆ ดารดาษไปด้วยบัวนานาชนิด รายล้อมไปด้วยบัวขาว
มีกลิ่นหอมเจริญใจ ยามต้องลมรำเพยพัดก็โชยกลิ่นหอมระรื่นฟุ้งขจรไป ระงมไปด้วยเสียงหงส์และนกกะเรียน นกจักรพาก มาส่งเสียงร้องไพเราะจับใจ @เชิงอรรถ : @ นกชนิดหนึ่ง อยู่ในวงศ์นกเป็ดน้ำ (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๒๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๑๒. กัณณมุณฑเปติวัตถุ
ขวักไขว่ไปด้วยฝูงทิชาชาติ นานาชนิด มีเสียงร้องของนกนานาชนิด ไพเราะจับใจ มีไม้ผล ไม้ดอกนานาพันธุ์
ไม่มีเมืองใดในมนุษย์เหมือนเมืองของท่านนี้ ปราสาทของท่านมีมาก สำเร็จแล้วด้วยทองคำและเงิน ส่องแสงสว่างโชติช่วงโดยรอบทั้ง ๔ ทิศ
ทาสี ๕๐๐ คน ประดับด้วยกำไลทองคำ นุ่งห่มผ้าทองคำ คอยบำเรอท่าน
ท่านมีบัลลังก์ทองคำและเงินจำนวนมาก ปูลาดด้วยหนังชะมดและผ้าโกเชาว์ ที่เขาจัดเตรียมไว้แล้ว
ท่านจะเข้าบรรทมบนบัลลังก์ใดก็สำเร็จสมประสงค์ทุกอย่าง เมื่อถึงเที่ยงคืน ท่านลุกจากบัลลังก์นั้นไป
ลงไปสู่สวนรอบสระโบกขรณี ยืนอยู่ที่ริมสระนั้นซึ่งมีหญ้าเขียวอ่อนนุ่ม
ทันใดนั้น สุนัขชื่อกัณณมุณฑกะก็ขึ้นมาจากสระนั้น กัดอวัยวะน้อยใหญ่ของท่าน เมื่อใดท่านถูกสุนัขกัดกินเหลือแต่ร่างกระดูก เมื่อนั้น ท่านจึงลงสู่สระโบกขรณี ร่างกายก็กลับเป็นเหมือนเดิม
ภายหลังจากเวลาที่ลงสระโบกขรณี ท่านกลับมีอวัยวะน้อยใหญ่บริบูรณ์ งดงาม ดูน่ารัก นุ่งห่มผ้า มาสู่สำนักเรา @เชิงอรรถ : @ นก ได้ชื่อว่า ทิชาชาติ เพราะเกิด ๒ หน คือ คลอดจากท้องมารดาเป็นฟองไข่หนหนึ่ง และถูกฟักจน@คลอดเป็นตัวอีกหนหนึ่ง @ พรมที่ทำด้วยขนแกะที่มีขนยาว (ขุ.เป.อ. ๓๕๔/๑๖๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๒๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๑๒. กัณณมุณฑเปติวัตถุ
เมื่อก่อนท่านได้ทำกรรมชั่วทางกาย วาจา ใจอะไรไว้หรือ เพราะผลกรรมอะไร สุนัขกัณณมุณฑกะจึงกัดกินอวัยวะน้อยใหญ่ของท่าน (นางเวมานิกเปรตกราบทูลว่า)
มีคหบดีคนหนึ่ง เป็นอุบาสก มีศรัทธา อยู่ในเมืองกิมพิลา หม่อมฉันเป็นภรรยาของเขา เป็นคนทุศีล ประพฤตินอกใจเขา
เมื่อหม่อมฉันประพฤตินอกใจเขา สามีจึงพูดดังนี้ว่า การที่เธอประพฤตินอกใจฉันแล้วปกปิดไว้ เป็นการไม่เหมาะ ไม่สมควร
และหม่อมฉันนั้นได้กล่าวเท็จสาบานอย่างร้ายแรงว่า ฉันไม่ได้ประพฤตินอกใจท่านทางกายหรือทางใจ
ถ้าฉันประพฤตินอกใจท่านทางกายหรือทางใจ ขอให้สุนัขกัณณมุณฑกะตัวนี้จงกัดกินอวัยวะน้อยใหญ่ของฉันเถิด
ผลกรรมชั่วและการกล่าวเท็จทั้งสองนั้น หม่อมฉันได้เสวยแล้วเป็นเวลา ๗๐๐ ปี เพราะกรรมอันชั่วช้าสุนัขกัณณมุณฑกะ จึงกัดกินอวัยวะน้อยใหญ่ของหม่อมฉัน
ขอเดชะพระองค์ผู้ประเสริฐ พระองค์ทรงมีอุปการะแก่หม่อมฉันมาก เสด็จมา ณ ที่นี้เพื่อประโยชน์แก่หม่อมฉัน หม่อมฉันพ้นแล้วจากสุนัขกัณณมุณฑกะ หายโศก ไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ
ขอเดชะ หม่อมฉันขอถวายบังคมพระองค์ ขอประนมอัญชลีวิงวอนว่า ขอพระองค์จงเสวยกามสุขอันเป็นทิพย์ รื่นรมย์อยู่กับหม่อมฉันเถิดเพคะ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๒๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๑๓. อุพพรีเปตวัตถุ (พระราชาตรัสว่า)
ฉันเสวยกามสุขอันเป็นทิพย์และรื่นรมย์กับเธอแล้ว เชิญเถิดนางงาม ฉันอ้อนวอนเธอ ขอจงรีบนำฉันกลับเถิด กัณณมุณฑเปติวัตถุที่ ๑๒ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๒. กรรณมุณฑเปตวัตถุ ว่าด้วยบุพกรรมของนางเวมานิกเปรต พระเจ้าพาราณสีตรัสถามนางเวมานิกเปตรว่า
|๑๐๙.๓๓๑| ๑๒ โสวณฺณโสปาณผลกา โสวณฺณวาลุกสนฺถตา ตตฺถ โสคนฺธิยา วคฺคู สุจิคนฺธา มโนรมา |๑๐๙.๓๓๒| นานารุกฺเขหิ สญฺฉนฺนา นานาคนฺธสเมริตา นานาปทุมสญฺฉนฺนา ปุณฺฑรีกสโมหตา ฯ |๑๐๙.๓๓๓| สุรภี สมฺปวายนฺติ มนุญฺญา มาลุเตริตา หํสโกญฺจาภิรุทา จ จกฺกวากาภิกุชิตา |๑๐๙.๓๓๔| นานาทิชคณากิณฺณา นานาสรคณายุตา นานาผลธรา รุกฺขา นานามาลธรา วนา ฯ |๑๐๙.๓๓๕| น มนุสฺเสสุ อีทิสํ นครํ ยาทิสํ อิทํ ปาสาทา จ พหุกา ตุยฺหํ โสวณฺณรูปิยมยา ททฺทลฺลมานา อาเภนฺติ สมนฺตา จตุโร ทิสา ฯ |๑๐๙.๓๓๖| ปญฺจ ทาสีสตา ตุยฺหํ ยา เตมา ปริจาริกา ตา กมฺพุกายูรธรา กญฺจนาเจลภูสิตา ฯ |๑๐๙.๓๓๗| ปลฺลงฺกา พหุกา ตุยฺหํ โสวณฺณรูปิยมยา กทลีมิคสญฺฉนฺนา สชฺชา โคณกสนฺถตา |๑๐๙.๓๓๘| ยตฺถ ตุวํ วาสุปคตา สพฺพกามสมิทฺธินี ฯ สมฺปตฺตาย อฑฺฒรตฺตาย ตโต อุฏฺฐาย คจฺฉสิ |๑๐๙.๓๓๙| อุยฺยานภูมึ คนฺตฺวาน โปกฺขรญฺญา สมนฺตโต ฯ ตสฺสา ตีเร ตุวํฐาสิ หริเต สทฺทเล สุเภ |๑๐๙.๓๔๐| ตโต เต กณฺณมุณฺโฑ จ สุนโข องฺคมงฺคานิ ขาทติ ฯ ยทา จ ขายิตา อาสิ อฏฺฐิสงฺขลิกา กตา โอคาหสิ โปกฺขรณึ โหติ กาโย ยถา ปุเร ฯ |๑๐๙.๓๔๑| ตโต ตฺวํ องฺคปจฺจงฺคี สุจารู ปิยทสฺสนา วตฺเถน ปารุปิตฺวาน อายาสิ มม สนฺติกํ ฯ |๑๐๙.๓๔๒| กินฺนุ กาเยน วาจาย มนสา ทุกฺกฏํ กตํ กิสฺส กมฺมวิปาเกน กณฺณมุณฺโฑ จ สุนโข องฺคมงฺคานิ ขาทตีติ ฯ |๑๐๙.๓๔๓| กิมฺพิลายํ คหปติ สทฺโธ อาสิ อุปาสโก ตสฺสาหํ ภริยา อาสิ ทุสฺสีลา อติจารินี ฯ |๑๐๙.๓๔๔| เอวมาติจรมานาย สามิโก เอตทพฺรูวิ เนตํ ฉนฺนํ ปฏิรูปํ ยํ ตฺวํ อติจราสิ มํ ฯ |๑๐๙.๓๔๕| สาหํ โฆรญฺจ สปถํ มุสาวาทํ อภาสิสฺสํ นาหนฺตํ อติจรามิ กาเยน อุท เจตสา |๑๐๙.๓๔๖| สจาหนฺตํ อติจรามิ กาเยน อุท เจตสา อยํ กณฺณมุณฺโฑ สุนโข องฺคมงฺคานิ ขาทตุ ฯ |๑๐๙.๓๔๗| ตสฺส กมฺมสฺส วิปากํ มุสาวาทสฺส จูภยํ สตฺตวสฺสสตานิ จ อนุภตํ ยโตปิ เม กณฺณมุณฺโฑ จ สุนโข องฺคมงฺคานิ ขาทตีติ ฯ |๑๐๙.๓๔๘| ตฺวญฺจ เทว พหูปกาโร อตฺถาย เม อิธาคโต สุมุตฺตาหํ กณฺณมุณฺฑสฺส อโสกา อกุโตภยา |๑๐๙.๓๔๙| นาหํ เทว นมสฺสามิ ยาจามิ อญฺชลีกตา ภุญฺช อมานุเส กาเม รม เทว มยา สหาติ ฯ |๑๐๙.๓๕๐| ภุตฺตา อมานุสา กามา รมิโตมฺหิ ตยา สห ตาหํ สุภเค ยาจามิ ขิปฺปํ ปฏินยาหิ มนฺติ ฯ กณฺณมุณฺฑเปตวตฺถุ ทฺวาทสมํ ฯ
สระโบกขรณีมีน้ำใสสะอาด มีบันไดทองคำลาดด้วยทรายทองโดยรอบ ในสระนั้นมีกลิ่นหอมฟุ้งน่ารื่นรมย์ใจ ดาดดื่นไปด้วยหมู่ไม้นานา มีกลิ่น ต่างๆ หอมตลบไปด้วยลมรำเพยพัด ดารดาษด้วยบัวต่างๆ เกลื่อนกล่น ด้วยบัวขาวมีกลิ่นหอมเจริญใจ อันลมรำเพยพัดฟุ้งขจร เสียงระงมไปด้วย หงส์และนกกระเรียน นกจักพรากมาร่ำร้องไพเราะจับใจ เกลื่อนกล่น ไปด้วยฝูงนกต่างๆ ส่งเสียงร้องอยู่อึงมี่ มีหมู่รุกขชาติอันมีดอกและผล นานาพรรณ ไม่มีเมืองใดในมนุษย์เหมือนเมืองของท่านนี้ ปราสาทเป็น อันมากของท่าน ล้วนแล้วด้วยทองคำและเงิน รุ่งเรืองงามสง่าไปทั่วทั้ง ๔ ทิศโดยรอบ นางทาสี ๕๐๐ คอยบำเรอท่านประดับด้วยกำไรทอง นุ่งห่มผ้าทองคำบัลลังก์ของท่านมีมาก ซึ่งสำเร็จด้วยทองคำและเงิน ปูลาด ด้วยหนังชะมด และผ้าโกเชาว์อันบุคคลจัดแจงไว้แล้ว ท่านจะเข้านอน บนบัลลังก์ใด ก็สำเร็จดังความปรารถนาทุกอย่าง เมื่อถึงเที่ยงคืน ท่าน ลุกจากบัลลังก์นั้นลงไปสู่สวนใกล้สระโบกขรณี ยืนอยู่ที่ฝั่งสระนั้นอันมี หญ้าเขียวอ่อน งดงาม ลำดับนั้น สุนัขหูด้วนก็ขึ้นมาจากสระนั้น กัดอวัยวะน้อยใหญ่ของท่านเมื่อใด ท่านถูกสุนัขกัดกินแล้วเหลือแต่ กระดูกเมื่อนั้น ท่านจึงลงสู่สระโบกขรณี ร่างกายก็กลับมีเหมือนเดิม ภายหลังจากเวลาลงสระโบกขรณี ท่านกลับมีอวัยวะน้อยใหญ่เต็มบริบูรณ์ งดงามดูน่ารัก นุ่งห่มแล้ว มาสู่สำนักของเรา ท่านได้ทำกรรมชั่วอะไรไว้ ด้วยกาย วาจา ใจ หรือและเพราะวิบากแห่งกรรมอะไร สุนัขหูด้วน จึงกัดกินอวัยวะน้อยใหญ่ของท่าน? นางเวมานิกเปรตกราบทูลว่า มีคฤหบดีคนหนึ่ง เป็นอุบาสกผู้มีศรัทธา อยู่ในเมืองกิมพิละ หม่อมฉัน เป็นภรรยาของอุบาสกนั้น เป็นคนทุศีล ประพฤตินอกใจเขา เมื่อหม่อม ฉันนอกใจเขาอย่างนั้น สามีหม่อมฉันจึงพูดว่า การที่เธอประพฤตินอก ใจฉันนั้นเป็นการไม่เหมาะไม่สมควร และหม่อมฉันได้กล่าวมุสาวาท- สบถอย่างร้างแรงว่า ฉันไม่ได้ประพฤตินอกใจท่านด้วยกายหรือด้วยใจ ถ้าฉันประพฤตินอกใจท่านด้วยกายหรือด้วยใจ ขอให้สุนัขหูด้วนตัวนี้ กัดกินอวัยวะน้อยใหญ่ของฉันเถิด วิบากแห่งกรรมอันลามก คือ การ ประพฤตินอกใจสามี และมุสาวาททั้งสอง อันหม่อมฉันได้เสวยแล้ว ตลอด ๗๐๐ ปี เพราะกรรมอันลามกนั้น สุนัขหูด้วนกัดกินอวัยวะน้อย ใหญ่ของหม่อมฉัน ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ พระองค์มีอุปการะแก่ หม่อมฉันมาก พระองค์เสด็จมาที่นี้ เพื่อประโยชน์แก่หม่อมฉัน หม่อมฉัน พ้นดีแล้วจากสุนัขหูด้วน ไม่มีความโศก ไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ ขอเดชะ หม่อมฉันขอถวายบังคมพระองค์ หม่อมฉันขอประนมอัญชลีวิงวอนว่า ขอพระองค์จงเสวยกามสุขอันเป็นทิพย์ รื่นรมย์อยู่กับหม่อมฉันเถิด. พระราชาตรัสว่า กามสุขอันเป็นทิพย์เราเสวยแล้ว และรื่นรมย์แล้วกับท่าน ดูกรนางผู้ ประกอบด้วยความงาม เราขออ้อนวอนท่าน ขอท่านจงรีบนำฉันกลับ เสียเถิด. จบ กรรณมุณฑเปตวัตถุที่ ๑๒.