๙. มหาปทุมชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๖–๑๒๐ลำดับ 472 จาก 525 ในชาดกพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 15 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๒. ทวาทสกนิบาต] ๙. มหาปทุมชาดก (๔๗๒) ๙. มหาปทุมชาดก (๔๗๒) ว่าด้วยมหาปทุมกุมาร (พวกผู้ใหญ่มีกษัตริย์มหาศาลเป็นต้นตลอดจนอำมาตย์ราชเสวกได้กราบทูลว่า)
โทษน้อยใหญ่ของผู้อื่นทั้งหมดที่ยังมิได้เห็น มิได้พิจารณาด้วยตนเอง ผู้ใหญ่ไม่ควรลงทัณฑ์
ส่วนผู้ใดเป็นกษัตริย์ยังมิได้ทรงพิจารณาแล้วทรงลงอาชญา ผู้นั้นชื่อว่ากลืนโภชนาหารพร้อมทั้งหนาม เหมือนคนตาบอดแต่กำเนิด กลืนกินอาหารที่มีแมลงวัน
พระราชาพระองค์ใดลงอาชญาบุคคลผู้ไม่ควรจะลงอาชญา ไม่ลงอาชญาบุคคลผู้ควรลงอาชญา พระราชาพระองค์นั้นไม่รู้สิ่งสมควรหรือไม่สมควร เหมือนคนตาบอดเดินทางที่ขรุขระ
อนึ่ง ฐานะน้อยใหญ่ทั้งหมดเหล่านี้ พระราชาพระองค์ใดเห็นชัดเจนดีแล้วสั่งการลงไป พระราชาพระองค์นั้นสมควรจะปกครองราชสมบัติได้
พระราชาผู้อ่อนโยนอย่างเดียวหรือผู้แข็งกร้าวอย่างเดียว ไม่สามารถจะดำรงตนอยู่ในฐานะอันยิ่งใหญ่ได้ เพราะเหตุนั้น พึงประพฤติทั้ง ๒ ประการ
พระราชาผู้อ่อนโยนก็อาจจะถูกดูหมิ่น ผู้แข็งกร้าวก็อาจจะมีศัตรู ครั้นทราบเหตุทั้ง ๒ อย่างนี้แล้ว พึงประพฤติพอสมควรเป็นกลางๆ ไว้
คนมีความกำหนัดพึงพูดมาก ถึงคนมีความโกรธก็พูดมาก ขอเดชะมหาราช พระองค์ไม่ควรให้ปลงพระชนม์พระราชโอรส เพราะเหตุแห่งหญิงเลย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๙๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๒. ทวาทสกนิบาต] ๙. มหาปทุมชาดก (๔๗๒) (ฝ่ายพระราชาผู้โง่เขลาทรงสั่งลงอาชญาว่า)
ประชาชนเป็นฝ่ายเดียวกันทั้งหมด ฝ่ายหญิงนี้มีเพียงคนเดียว เพราะเหตุนั้น เราจะปฏิบัติตามคำของหญิงนี้ พวกท่านจงไป จงโยนปทุมกุมารนั้นลงเหวไปเถิด (ต่อมาพระราชาตรัสถามพระโพธิสัตว์ว่า)
ที่ซอกเขาอันเป็นเหวลึกหลายชั่วลำตาล ยากที่จะขึ้นมาได้ เจ้าถูกผลักตกลงไปในเหวนั้นทำไมจึงไม่ตาย (พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)
พญานาคเกิดอยู่ที่ซอกเขานั้น แผ่พังพาน มีกำลัง ใช้ขนดรองรับอาตมภาพ เพราะเหตุนั้น อาตมภาพจึงไม่ตายในเหวนั้น (พระราชาตรัสว่า)
พ่อราชบุตร มาเถิด พ่อจักนำเจ้ากลับพระราชวังของตน ขอความเจริญจงมีแก่เจ้า เจ้าจงครอบครองราชสมบัติเถิด จักทำอะไรอยู่ในป่าเล่า (พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)
อาตมภาพมองเห็นตนเหมือนคนที่กลืนเบ็ด แล้วดึงเบ็ดที่เปื้อนโลหิตขึ้นมา ครั้นดึงขึ้นมาแล้วพึงเป็นสุข (พระราชาตรัสว่า)
อะไรหนอ เจ้ากล่าวว่า เป็นเบ็ด อะไรหนอ เจ้ากล่าวว่า เบ็ดเปื้อนโลหิต อะไรหนอ เจ้ากล่าวว่า ดึงออกมาแล้ว เราถามแล้ว ขอเจ้าจงบอกความข้อนั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๙๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๒. ทวาทสกนิบาต] ๑๐. มิตตามิตตชาดก (๔๗๓) (พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)
กาม อาตมากล่าวว่า เป็นเบ็ด ช้างและม้า อาตมากล่าวว่า เป็นเบ็ดที่เปื้อนโลหิต การสละได้แล้ว อาตมากล่าวว่า ดึงออกมาแล้ว ขอพระองค์ทรงทราบอย่างนี้เถิด จอมกษัตริย์ (พระศาสดาทรงประมวลชาดกด้วยคาถาสุดท้ายว่า)
พระราชมารดา (เลี้ยง) เป็นนางจิญจมาณวิกา พระราชบิดาของอาตมาเป็นพระเทวทัต พญานาคเป็นอานนท์ผู้เป็นบัณฑิต เทวดาเป็นพระสารีบุตร พระราชบุตรคือตถาคต ขอเธอทั้งหลายทรงจำชาดกไว้อย่างนี้มหาปทุมชาดกที่ ๙ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙ มหาปทุมชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๙. มหาปทุมชาดก ว่าด้วยมหาปทุมกุมาร
นาทิฏฺฐา ปรโต โทสํ อณุํถูลานิ สพฺพโส อิสฺสโร ปณเย ทณฺฑํ สามํ อปฺปฏิเวกฺขิย ฯ
พระราชาผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ไม่เห็นโทษของผู้อื่นว่าน้อยหรือมาก โดยประการทั้งปวง ไม่พิจารณาด้วยพระองค์เองก่อนแล้ว ไม่พึงลง อาชญา.
โย จ อปฺปฏิเวกฺขิตฺวา ทณฺฑํ กุพฺพติ ขตฺติโย สกณฺฏกํ โส คิลติ ชจฺจนฺโธว สมกฺขิกํ ฯ
กษัตริย์พระองค์ใด ยังไม่ทันพิจารณาแล้วทรงลงพระราชอาชญา กษัตริย์ พระองค์นั้นชื่อว่า ย่อมกลืนกินพระกระยาหารพร้อมด้วยหนาม เหมือน คนตาบอดกลืนกินอาหารพร้อมด้วยแมลงวัน ฉะนั้น.
อทณฺฑิยํ ทณฺฑิยติ ทณฺฑิยญฺจ อทณฺฑิยํ อนฺโธว วิสมํ มคฺคํ น ชานาติ สมาสมํ ฯ
กษัตริย์พระองค์ใด ทรงลงพระราชอาชญากับผู้ไม่ควรจะลงพระราชอาชญา ไม่ทรงลงพระราชอาชญากับผู้ที่ควรลงพระราชอาญา กษัตริย์พระองค์นั้น เป็นเหมือนคนเดินทางไม่ราบเรียบ ไม่รู้ว่าทางเรียบหรือไม่เรียบ.
โย จ เอตานิ ฐานานิ อณุํถูลานิ สพฺพโส สุทิฏฺฐมนุสาเสยฺย สเว โวหริตุมรหติ ฯ
กษัตริย์พระองค์ใด ทรงเห็นเหตุที่ควรลงพระราชอาชญา และไม่ควร ลงพระราชอาชญา และทรงเห็นเหตุนั้น โดยประการทั้งปวงเป็นอย่างดี แล้ว ทรงปกครองบ้านเมือง กษัตริย์พระองค์นั้น สมควรปกครองราช- สมบัติ.
เนกนฺตมุทุนา สกฺกา เอกนฺตติขิเณน วา อตฺตํ มหตฺเต ฐาเปตุํ ตสฺมา อุภยมาจเร ฯ
กษัตริย์ผู้มีพระทัยอ่อนโยนโดยส่วนเดียว หรือมีพระทัยกล้าโดยส่วน เดียว ก็ไม่อาจที่จะดำรงพระองค์ไว้ในอิสริยยศที่สูงใหญ่ได้ เพราะเหตุ นั้น กษัตริย์ไม่พึงประพฤติเหตุทั้งสอง คือ พระทัยอ่อนเกินไป และกล้า เกินไป.
ปริภูโต มุทุ โหติ อติติกฺโข จ เวรวา เอตญฺจ อุภยํ ญตฺวา อนุมชฺฌํ สมาจเร ฯ
กษัตริย์ผู้มีพระทัยอ่อน ก็ถูกประชาราษฎร์ดูหมิ่น กษัตริย์ผู้มีพระทัย แข็งนักก็มีเวร กษัตริย์ควรทราบเหตุทั้งสองอย่างแล้ว ประพฤติเป็น กลางๆ.
พหุมฺปิ รตฺโต ภาเสยฺย ทุฏฺโฐปิ พหุ ภาสติ น อิตฺถีการณา ราช ปุตฺตํ ฆาเตตุมรหสิ ฯ
ข้าแต่พระราชา คนมีราคะย่อมพูดมาก แม้คนมีโทสะก็พูดมาก พระองค์ ไม่ควรจะให้ปลงพระชนม์พระราชโอรส เพราะเหตุแห่งหญิงเลย.
สพฺโพว โลโก เอกโต อิตฺถี จ อยเมกิกา เตนาหํ ปฏิปชฺชิสฺสํ คจฺฉ ปกฺขิปเถว นํ ฯ
ด้วยเหตุใด ประชาชนทั้งหมดจึงร่วมกันเป็นพวกพ้องของเจ้าปทุมกุมาร ส่วนพระมเหสีนี้พระองค์เดียวเท่านั้นไม่มีพวกพ้อง ด้วยเหตุนั้น เราจัก ปฏิบัติตามคำของพระมเหสี ท่านทั้งหลายจงไป จงโยนเจ้าปทุมกุมารลง ไปในเหวทีเดียว.
อเนกตาเล นรเก คมฺภีเร จ ทุรุตฺตเร ปาติโต คิริทุคฺคสฺมึ เกน ตฺวํ ตตฺถ นามริ ฯ
ท่านเป็นผู้อันเราให้โยนลงในเหวอันลึกหลายชั่วลำตาล เหมือนนรกยากที่ จะขึ้นได้ เหตุไร ท่านจึงไม่ตายอยู่ในเหวนั้น?
นาโค ชาตพโล ตตฺถ ถามวา คิริสานุโช ปจฺจุคฺคหิ มํ โภเคหิ เตนาหํ ตตฺถ นามรึ ฯ
พญานาคผู้มีกำลังเรี่ยวแรงเกิดที่ข้างภูเขา รับอาตมภาพในที่นั้นด้วย ขนดหาง เพราะเหตุนั้น อาตมภาพจึงมิได้ตายในที่นั้น.
เอหิ ตํ ปฏิเนสฺสามิ ราชปุตฺต สกํ ฆรํ รชฺชํ กาเรหิ ภทฺทนฺเต กึ อรญฺเญ กริสฺสสิ ฯ
ดูกรพระราชบุตร มาเถิด เราจักนำเจ้ากลับไปสู่พระราชวัง จะให้เจ้า ครอบครองราชสมบัติ ขอความเจริญจงมีแก่เจ้าเถิด เจ้าจักมาทำอะไร อยู่ในป่าเล่า?
ยถา คิลิตฺวา พลิสํ อุทฺธเรยฺย สโลหิตํ อุทฺธริตฺวา สุขี อสฺส เอวํ ปสฺสามิ อตฺตนา ฯ
บุรุษกลืนกินเบ็ดแล้วปลดเบ็ดที่เปื้อนโลหิตออกได้ แล้วพึงมีความสุข ฉันใด อาตมภาพมองเห็นด้วยตนเอง ฉันนั้น.
กึ นุ ตฺวํ พลิสํ พฺรูสิ กึ ตฺวํ พฺรูสิ สโลหิตํ กึ นุ ตฺวํ อุพฺภตํ พฺรูสิ ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ
เจ้ากล่าวอะไรหนอว่าเป็นเบ็ด เจ้ากล่าวอะไรหนอว่าเบ็ดเปื้อนโลหิต เจ้ากล่าวอะไรหนอว่าปลดออกได้ เราถามแล้ว ขอเจ้าจงบอกความข้อนั้น แก่เรา?
กามาหํ พลิสํ พฺรูมิ หตฺถิอสฺสํ สโลหิตํ จตฺตาหํ อุพฺภตํ พฺรูมิ เอวํ ชานาหิ ขตฺติย ฯ
ดูกรมหาบพิตร อาตมภาพกล่าวกามคุณว่าเป็นเบ็ด กล่าวช้างและม้าว่า เบ็ดเปื้อนโลหิต กล่าวถึงการสละได้ว่าปลดออกได้ ขอมหาบพิตรจงทรง ทราบอย่างนี้เถิด.
จิญฺจมาณวิกา มาตา เทวทตฺโต จ เม ปิตา อานนฺโท ปณฺฑิโต นาโค สารีปุตฺโต จ เทวตา อหํ ตทา ราชปุตฺโต เอวํ ธาเรถ ชาตกนฺติ ฯ มหาปทุมชาตกํ นวมํ ฯ ---------
พระราชมารดาของเรา คือ นางจิญจมานวิกา พระราชบิดาของเรา คือ พระเทวทัต พญานาค คือ พระอานนท์บัณฑิต และเทวดา คือ พระสารีบุตร พระราชบุตรในกาลนั้น คือ เราตถาคต ท่านทั้งหลาย จงจำชาดกไว้อย่างนี้เถิด. จบ มหาปทุมชาดกที่ ๙.