๔. สุมังคลชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๗–๓๕ลำดับ 420 จาก 525 ในชาดกพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 9 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. สุมังคลชาดก (๔๒๐) ว่าด้วยนายสุมังคละ (พระราชาตรัสกับอำมาตย์ว่า)
ผู้เป็นใหญ่รู้ตัวว่าเรากำลังโกรธจัดก็อย่าเพิ่งลงโทษ เพราะผู้ลงโทษอันไม่เหมาะสมแก่ตนโดยขาดเหตุผลแล้ว จะพึงก่อทุกข์ให้เกิดขึ้นแก่บุคคลอื่นอย่างมากมาย
เมื่อใดผู้เป็นใหญ่รู้สึกว่าตนมีจิตผ่องใส พึงพิจารณาคดีที่คนอื่นทำผิด เมื่อพิจารณาด้วยตนเองว่า คดีเป็นอย่างนี้ๆ เมื่อนั้นพึงลงโทษตามความเหมาะสมแก่เขา
ส่วนผู้ใดไม่ลำเอียง พิจารณาความเหมาะสมและไม่เหมาะสม ผู้นั้นชื่อว่าไม่เบียดเบียนผู้อื่นและตนเอง ผู้เป็นใหญ่คนใดในโลกนี้ลงโทษตามสมควร ผู้นั้นย่อมมีคุณงามความดีคุ้มครอง ไม่เสื่อมจากสิริ
กษัตริย์เหล่าใดทรงลำเอียง ไม่ทรงพิจารณาก่อนกระทำ ทรงรีบลงพระอาชญา กษัตริย์เหล่านั้นมีโทษอันน่าติเตียน สวรรคตพ้นจากโลกนี้ไปแล้วย่อมไปสู่ทุคติ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๘๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๘. อัฏฐกนิบาต] กัจจานิวรรค ๔. สุมังคลชาดก (๔๒๐)
กษัตริย์เหล่าใดทรงยินดีในธรรมที่อริยชนประกาศไว้แล้ว กษัตริย์เหล่านั้นนับว่าทรงยอดเยี่ยม ด้วยกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม กษัตริย์เหล่านั้นทรงดำรงมั่นอยู่ในธรรม คือ ขันติ โสรัจจะ และสมาธิ ทรงไปสู่โลกทั้ง ๒ โดยวิธีเช่นนั้น
เราเป็นพระราชาผู้เป็นใหญ่กว่าชายและหญิง ถึงแม้เราจะโกรธก็จะหักห้ามความโกรธได้ ดำรงตนไว้อย่างนั้นต่อชุมชน จะอนุเคราะห์ลงอาชญาโดยธรรม (นายสุมังคละกล่าวสดุดีพระราชาว่า)
ขอเดชะพระบรมกษัตริย์ผู้เป็นใหญ่แห่งหมู่ชน ขอพระสิริสมบัติอย่าได้ละพระองค์ในกาลไหนๆ เลย ขอพระองค์อย่าทรงกริ้ว มีพระราชหฤทัยผ่องใสอยู่เป็นนิตย์ ปราศจากความทุกข์ รักษาพระองค์อยู่ตลอด ๑๐๐ ปีเถิด
ขอเดชะพระบรมกษัตริย์ ขอพระองค์จงทรงประกอบด้วยคุณธรรมเหล่านี้ คือ ทรงมีพระอริยวัตรอันมั่นคง ทรงรับอนุสาสนีโดยง่าย ไม่ทรงกริ้ว ทรงพระสำราญ ปกครองแผ่นดินโดยปราศจากการเบียดเบียน อนึ่ง พระองค์แม้เสด็จพ้นจากโลกนี้ไปแล้ว ขอจงเสด็จสู่สุคติเถิด
พระธรรมิกราชาธิราชเมื่อทรงปกครองโดยกุศโลบาย อันชอบธรรม ด้วยเหตุที่เหมาะสม ด้วยคำอันเป็นสุภาษิต พึงทำมหาชนผู้มีความกระวนกระวายให้เย็นใจ ดุจมหาเมฆยังเมทนีดลให้ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำ สุมังคลชาดกที่ ๔ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๙๐}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔ สุมงฺคลชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๔. สุมังคลชาดก ว่าด้วยคุณธรรมของกษัตริย์
ภุสมฺหิ กุทฺโธติ อเปกฺขิยาน น ตาว ทณฺฑํ ปนเยยฺย อิสฺสโร อฏฺฐานโส อปฺปฏิรูปมตฺตโน ปรสฺส ทุกฺขานิ ภุสํ อุทีรเย ฯ
พระเจ้าแผ่นดินทรงรู้ว่า เรากำลังกริ้วจัดไม่พึงลงอาชญา อันไม่สมควร แก่ตนโดยไม่ใช่ฐานะก่อน พึงเพิกถอนความทุกข์ของผู้อื่นอย่างร้ายแรง ไว้.
ยโต จ ชาเนยฺย ปสาทมตฺตโน อตฺถํ นิยุญฺเชยฺย ปรสฺส ทุกฺกฏํ ตทายมตฺโถติ สยํ อเวกฺขิย อถสฺส ทณฺฑํ สทิสํ นิเวสเย ฯ
เมื่อใด พึงรู้ว่าจิตของตนผ่องใส พึงใคร่ครวญ ความผิดที่ผู้อื่นทำไว้ พึงพิจารณาให้เห็นแจ่มแจ้งด้วยตนเองว่า นี่ส่วนประโยชน์ นี่ส่วนโทษ เมื่อนั้น จึงปรับไหมบุคคลนั้นๆ ตามสมควร.
น จาปิ ฌาเปติ ปรํ น อตฺตนํ อมุจฺฉิโต โย นยเต นยานยํ โย ทณฺฑธาโร ภวตีธ อิสฺสโร ส วณฺณคุตฺโต สิริยา น ธํสติ ฯ
อนึ่ง พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใด ไม่ถูกอคติครอบงำ ย่อมแนะนำผู้อื่น ที่ควรแนะนำ และไม่ควรแนะนำได้ พระเจ้าแผ่นดินพระองค์นั้นชื่อว่า ไม่เผาผู้อื่น และพระองค์เอง พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใดในโลกนี้ ทรงลงอาชญาสมควรแก่โทษ พระเจ้าแผ่นดินพระองค์นั้น อันคุณงาม ความดีคุ้มครองแล้ว ย่อมไม่เสื่อมจากศิริ.
เย ขตฺติยาเส อนิสมฺมการิโน ปเนนฺติ ทณฺฑํ สหสา ปมุจฺฉิตา อวณฺณสํยุตฺตา ชหนฺติ ชีวิตํ อิโต วิมุตฺตาปิจ ยนฺติ ทุคฺคตึ ฯ
กษัตริย์เหล่าใดถูกอคติครอบงำ ไม่ทรงพิจารณาเสียก่อนแล้วทำไป ทรง ลงอาชญาโดยผลุนผลัน กษัตริย์เหล่านั้นประกอบไปด้วยโทษน่าติเตียน ย่อมละทิ้งชีวิตไป และพ้นไปจากโลกนี้แล้ว ก็ย่อมไปสู่ทุคติ.
ธมฺเม จ เย อริยปฺปเวทิเต รตา อนุตฺตรา เต วจสา มนสา กมฺมุนา จ เต ขนฺติโสรจฺจสมาธิสณฺฐิตา วชนฺติ โลกํ ทุภยํ ตถาวิธา ฯ
พระราชาเหล่าใด ทรงยินดีแล้วในทศพิธราชธรรม อันพระอริยเจ้าประกาศ ไว้ พระราชาเหล่านั้นเป็นผู้ประเสริฐด้วยกาย วาจา และใจ พระราชา เหล่านั้นทรงดำรงมั่นอยู่แล้วในขันติ โสรัจจะ และสมาธิ ย่อมถึงโลก ทั้งสองโดยวิธีอย่างนั้น.
ราชาหมสฺมิ นรปมุทานมิสฺสโร สเจปิ กุชฺฌามิ ฐเปมิ อตฺตนํ นิเสธยนฺโต ชนตํ ตถาวิธํ ปเนมิ ทณฺฑํ อนุกมฺป โยนิโส ฯ
เราเป็นพระราชาผู้เป็นใหญ่ของสัตว์และมนุษย์ทั้งหลาย ถ้าเราโกรธ ขึ้นมา เราก็ตั้งตนไว้ในแบบอย่างที่โบราณราชแต่งตั้งไว้ คอยห้ามปราม ประชาชนอยู่อย่างนั้น ลงอาชญาโดยอุบายอันแยบคายด้วยความเอ็นดู.
สิรี จ ลกฺขี จ ตเวว ขตฺติย ชนาธิป มา วิชหิ กุทาจนํ อกฺโกธโน นิจฺจปสนฺนจิตฺโต อนิโฆ ตุวํ วสฺสสตานิ ปาลย ฯ
ข้าแต่กษัตริย์ผู้ชนาธิปัติ บริวารสมบัติและปัญญามิได้ละพระองค์ในกาล ไหนๆ เลย พระองค์มิได้มักกริ้วโกรธ มีพระหฤทัยผ่องใสอยู่เป็นนิจ ขอพระองค์ทรงปราศจากทุกข์ บำรุงพระชนม์ชีพยืนอยู่ตลอดร้อยพรรษา เถิด.
คุเณหิ เอเตหิ อุเปหิ ขตฺติย ฐิตมริยวุตฺติ สุวโจ อโกธโน สุขี อนุปฺปีฬ ปสาส เมทนึ อิโต วิมุตฺโตปิ วชาหิ สุคฺคตึ ฯ
ข้าแต่กษัตริย์ ขอพระองค์ทรงประกอบด้วยคุณธรรมเหล่านี้ คือ โบราณ ราชวัตร มั่นคงทรงอนุญาตให้หนูเตือนได้ ไม่ทรงกริ้วโกรธมีความสุข สำราญ ไม่เดือดร้อน ปกครองแผ่นดินให้ร่มเย็น แม้จุติจากโลกนี้ไปแล้ว ก็จงทรงถึงสุคติเถิด.
เอวํ สุนีเตน สุภาสิเตน ธมฺเมน ญาเยน อุปายโส นยํ นิพฺพาปเย สงฺขุภิตํ มหาชนํ มหาว เมโฆ สลิเลน เมทนินฺติ ฯ สุมงฺคลชาตกํ จตุตฺถํ ฯ ---------
พระเจ้าธรรมิกราชทรงฉลาดในอุบาย เมื่อครองราชสมบัติด้วยอุบายอัน เป็นธรรม คือ กุศลกรรมบถ ๑๐ อันบัณฑิตแนะนำกล่าวไว้ดีแล้วอย่างนี้ พึงยังมหาชนผู้กำเริบร้อนกายและจิตให้ดับหายไป เหมือนมหาเมฆยัง แผ่นดินให้ชุ่มชื่นด้วยน้ำ ฉะนั้น. จบ สุมังคลชาดกที่ ๔.