๖. วังคันตปุตตอุปเสนเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๗๗–๕๘๖ลำดับ 239 จาก 265 ในเถรคาถาพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 10 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. วังคันตปุตตอุปเสนเถรคาถา ภาษิตของพระวังคันตปุตตอุปเสนเถระ (พระวังคันตปุตตอุปเสนเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า)
ภิกษุพึงอยู่เสนาสนะอันสงัด ปราศจากเสียงอื้ออึง ที่สัตว์ร้ายอาศัยอยู่ เพราะการหลีกเร้นเป็นเหตุ
พึงเก็บผ้าจากกองขยะ จากป่าช้า และตรอกน้อย ตรอกใหญ่นั้น ทำเป็นผ้านุ่ง ผ้าห่ม แล้วใช้จีวรที่เศร้าหมอง
ภิกษุพึงคุ้มครองทวาร สำรวมระวังทำใจให้เคารพเอื้อเฟื้อแล้ว เที่ยวบิณฑบาตตามลำดับสกุล ตามลำดับตรอก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๓๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๐. ทสกนิบาต] ๗. โคตมเถรคาถา
พึงยินดีด้วยของตามที่ได้ ถึงจะเป็นของเศร้าหมอง และไม่ควรปรารถนารสอย่างอื่นจากรสตามที่ได้มาให้มาก สำหรับผู้ที่ยังติดในรส ใจย่อมไม่ยินดีในฌาน
ภิกษุพึงเป็นผู้มีความปรารถนาน้อย สันโดษ ชอบสงัด เป็นมุนี และไม่อยู่คลุกคลีด้วยคฤหัสถ์และบรรพชิตทั้งสอง
ภิกษุผู้เป็นบัณฑิตควรแสดงตนให้เป็นเหมือนคนโง่และคนใบ้ ไม่ควรพูดมากในท่ามกลางสงฆ์
ท่านไม่พึงว่าร้ายใคร พึงเว้นการกระทบกระทั่ง ควรสำรวมในพระปาติโมกข์ และรู้จักประมาณในการขบฉัน
เป็นผู้ฉลาดในการเกิดขึ้นแห่งจิตที่กำหนดนิมิตไว้ดีแล้ว ประกอบสมถะและวิปัสสนาตามกาลอันสมควรเนืองๆ
ภิกษุผู้เป็นบัณฑิตพึงเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยความเพียรเป็นนิตย์ ประกอบภาวนาทุกเมื่อ หากยังไม่ถึงที่สุดทุกข์ไม่พึงถึงความวางใจ
อาสวะทั้งปวงของภิกษุผู้ปรารถนาความบริสุทธิ์เป็นอยู่อย่างนี้ ย่อมสิ้นไป และท่านก็ย่อมบรรลุนิพพาน
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๖. อุปเสนวังคันตปุตตเถรคาถา คาถาสุภาษิตของพระอุปเสนวังคันตปุตตเถระ
|๓๗๕.๕๗๗| ๖ วิวิตฺตํ อปฺปนิคฺโฆสํ วาฬมิคนิเสวิตํ เสเว เสนาสนํ ภิกฺขุ ปฏิสลฺลานการณา ฯ |๓๗๕.๕๗๘| สงฺการปุญฺชา อาหตฺวา สุสานา รถิยาหิ จ ตโต สงฺฆาฏิกํ กตฺวา ลูขํ ธาเรยฺย จีวรํ ฯ |๓๗๕.๕๗๙| นีจํ มนํ กริตฺวาน สปทานํ กุลา กุลํ ปิณฺฑิกาย จเร ภิกฺขุ คุตฺตทฺวาโร สุสํวุโต ฯ |๓๗๕.๕๘๐| ลูเขนปิ จ สนฺตุสฺเส นาญฺญํ ปตฺเถ รสํ พหุํ รเสสุ อนุคิทฺธสฺส ฌาเน น รมตี มโน ฯ |๓๗๕.๕๘๑| อปฺปิจฺโฉ เจว สนฺตุฏฺโฐ ปวิวิตฺโต วเส มุนิ อสํสฏฺโฐ คหฏฺเฐหิ อนาคาเรหิ จูภยํ ฯ |๓๗๕.๕๘๒| ยถา ชโฬ จ มูโค จ อตฺตานํ ทสฺสเย ตถา นาติเวลํ ปภาเสยฺย สงฺฆมชฺฌมฺหิ ปณฺฑิโต ฯ |๓๗๕.๕๘๓| น โส อุปวเท กญฺจิ อุปฆาตํ วิวชฺชเย สํวุโต ปาติโมกฺขสฺมึ มตฺตญฺญู จสฺส โภชเน ฯ |๓๗๕.๕๘๔| สุคฺคหีตนิมิตฺตสฺส จิตฺตสฺสุปฺปาทโกวิโท สมถํ อนุยุญฺเชยฺย กาเลน จ วิปสฺสนํ ฯ |๓๗๕.๕๘๕| วิริยสาตจฺจสมฺปนฺโน ยุตฺตโยโค สทา สิยา น จ อปฺปตฺวา ทุกฺขนฺตํ วิสฺสาสํ เอยฺย ปณฺฑิโต ฯ |๓๗๕.๕๘๖| เอวํ วิหรมานสฺส สุทฺธิกามสฺส ภิกฺขุโน ขิยฺยนฺติ อาสวา สพฺเพ นิพฺพุติญฺจาธิคจฺฉตีติ ฯ อุปเสโน วงฺคนฺตปุตฺโต เถโร ฯ
ภิกษุซ่องเสพเสนาสนะอันสงัด ปราศจากเสียงอื้ออึง เป็นที่อยู่อาศัย แห่งสัตว์ร้ายเพราะการหลีกออกเร้นเป็นเหตุ ภิกษุพึงเก็บผ้ามาจากกอง หยากเยื่อ จากป่าช้า จากตรอกน้อยตรอกใหญ่ แล้วทำเป็นผ้านุ่งห่ม พึงทรงจีวรอันเศร้าหมอง ภิกษุควรทำใจให้ต่ำ คุ้มครองทวาร สำรวม ดีแล้ว เที่ยวไปบิณฑบาต ตามลำดับตรอก คือ ตามลำดับสกุล ภิกษุ พึงยินดีด้วยของๆ ตน แม้จะเป็นของเศร้าหมอง ไม่พึงปรารถนารส อาหารอย่างอื่นมาก เพราะใจของบุคคลผู้ติดในรสอาหาร ย่อมไม่ยินดี ในฌาน ภิกษุควรเป็นผู้มีความปรารถนาน้อย สันโดษ ชอบสงัด เป็น มุนี ไม่คลุกคลีด้วยพวกคฤหัสถ์ และพวกบรรพชิตทั้งสอง ภิกษุผู้ เป็นบัณฑิต ควรแสดงตนให้เป็นคนบ้าและคนใบ้ ไม่ควรพูดมากใน ท่ามกลางสงฆ์ ไม่ควรเข้าไปกล่าวว่าใครๆ ควรละเว้นการเข้ากระทบ กระทั่ง เป็นผู้สำรวมในพระปาติโมกข์ และพึงเป็นผู้รู้จักประมาณใน โภชนะ เป็นผู้ฉลาดในการเกิดขึ้นแห่งจิต มีนิมิตอันถือเอาแล้ว พึงประกอบสมถะและวิปัสสนาตามเวลาอันสมควรอยู่เนืองๆ พึง เป็นบัณฑิตผู้ถึงพร้อมด้วยความเพียรเป็นนิตย์ เป็นผู้ประกอบภาวนา ทุกเมื่อ ด้วยความตั้งใจว่า ถ้ายังไม่ถึงที่สุดทุกข์ ไม่พึงถึง ความวางใจ อาสวะทั้งปวงของภิกษุ ผู้ปรารถนาความบริสุทธิ์ เป็นอยู่อย่างนี้ ย่อมสิ้นไป และภิกษุนั้นย่อมบรรลุนิพพาน.