๑๒. พรหมทัตตเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๔๑–๔๔๖ลำดับ 222 จาก 265 ในเถรคาถาพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 6 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๖. ฉักกนิบาต] ๑๓. สิริมัณฑเถรคาถา ๑๒. พรหมทัตตเถรคาถา ภาษิตของพระพรหมทัตตเถระ (พระพรหมทัตตเถระได้กล่าว ๖ คาถาไว้ดังนี้ว่า)
สำหรับผู้ที่ไม่โกรธ ฝึกฝนตนมาแล้ว เป็นอยู่สม่ำเสมอ หลุดพ้นเพราะรู้โดยชอบ สงบคงที่ ความโกรธจะมีแต่ที่ไหน
ผู้ใดโกรธตอบผู้ที่โกรธ ผู้นั้นเลวกว่าผู้ที่โกรธนั้นแหละ เพราะความที่โกรธตอบนั้น ผู้ที่ไม่โกรธตอบผู้ที่โกรธ ชื่อว่าย่อมชนะสงคราม ที่ชนะได้ยาก
ผู้ที่รู้ว่าผู้อื่นโกรธเคืองแล้วมีสติสงบอยู่ได้ ชื่อว่าประพฤติประโยชน์ตนเองและผู้อื่นทั้งสองฝ่าย
เหล่าชนที่ไม่เข้าใจธรรม ย่อมสำคัญบุคคลผู้อดกลั้นต่อตนและผู้อื่นทั้งสอง นั้นว่าเป็นคนโง่เขลา
ถ้าความโกรธพึงเกิดขึ้นแก่ท่าน ท่านจงคำนึงถึงพระโอวาทที่อุปมาด้วยเลื่อย ถ้าความอยากในรสพึงเกิดขึ้นแก่ท่าน ท่านจงระลึกถึงพระโอวาทที่อุปมาด้วยเนื้อบุตร
ถ้าจิตของท่านแล่นพล่านไปทั้งในกามและภพ ท่านจงรีบข่มไว้ด้วยสติเหมือนคนห้ามปรามปศุสัตว์ดื้อที่กินข้าวกล้า
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๒. พรหมทัตตเถรคาถา สุภาษิตสรรเสริญการชนะความโกรธ
|๓๕๘.๔๔๑| ๑๒ อกฺโกธสฺส กุโต โกโธ ทนฺตสฺส สมชีวิโน สมฺมทญฺญา วิมุตฺตสฺส อุปสนฺตสฺส ตาทิโน ฯ |๓๕๘.๔๔๒| ตสฺเสว เตน ปาปิโย โย กุทฺธํ ปฏิกุชฺฌติ กุทฺธํ อปฺปฏิกุชฺฌนฺโต สงฺคามํ เชติ ทุชฺชยํ ฯ |๓๕๘.๔๔๓| อุภินฺนมตฺถํ จรติ อตฺตโน จ ปรสฺส จ ปรํ สงฺกุปิตํ ญตฺวา โย สโต อุปสมฺมติ ฯ |๓๕๘.๔๔๔| อุภินฺนํ ติกิจฺฉนฺตานํ อตฺตโน จ ปรสฺส จ ชนา มญฺญนฺติ พาลาติ เย ธมฺมสฺส อโกวิทา ฯ |๓๕๘.๔๔๕| อุปฺปชฺชเต สเจ โกโธ อาวชฺชํ กกจูปมํ อุปฺปชฺเช เจ รเส ตณฺหา ปุตฺตมํสูปมํ สรํ ฯ |๓๕๘.๔๔๖| สเจ ธาวติ จิตฺตํ เต กาเมสุ จ ภเวสุ จ ขิปฺปํ นิคฺคยฺห สติยา กิฏฺฐาทํ วิย ทุปฺปสุนฺติ ฯ พฺรหฺมทตฺโต เถโร ฯ
ที่ไหนความโกรธจะพึงเกิดขึ้นแก่บุคคลผู้ไม่โกรธ ผู้ฝึกตนแล้ว เลี้ยงชีพ โดยชอบ ผู้หลุดพ้นแล้วเพราะรู้โดยชอบ ผู้สงบ ผู้คงที่ บุคคลโกรธตอบ บุคคลผู้โกรธ จัดว่าเป็นคนเลวกว่าบุคคลผู้โกรธ เพราะความโกรธตอบ นั้น บุคคลผู้ไม่โกรธตอบบุคคลผู้โกรธ ชื่อว่าชนะสงครามที่ชนะได้ยาก บุคคลใดรู้ว่าบุคคลอื่นโกรธแล้ว มีสติสงบใจได้ บุคคลนั้นชื่อว่า ประพฤติประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย คือ แก่ตนและบุคคลอื่น ชนเหล่าใด เป็นผู้ไม่ฉลาดในธรรม ชนเหล่านั้นย่อมสำคัญบุคคลผู้รักษาทั้งสองฝ่าย คือ ตนและบุคคลอื่นว่า เป็นคนโง่เขลา ถ้าความโกรธเกิดขึ้น จงระลึก ถึงพระโอวาทอันอุปมาด้วยเลื่อย ถ้าตัณหาในรสเกิดขึ้น จงระลึกถึง พระโอวาทอันอุปมาด้วยเนื้อบุตร ถ้าจิตของท่านแล่นไปในกามและภพ ทั้งหลาย จงรีบข่มเสียด้วยสติ เหมือนบุคคลห้ามโคที่ชอบกินข้าวกล้า ฉะนั้น.