๕. อธิคมสูตร เล่ม ๒๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๓๕๐๗๙ ฉหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อภพฺโพ อนธิคตํ วา กุสลํ ธมฺมํ อธิคนฺตุํ อธิคตํ วา กุสลํ ธมฺมํ ผาติกาตุํ กตเมหิ ฉหิ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ น อายกุสโล โหติ น อปายกุสโล โหติ น อุปายกุสโล โหติ อนธิคตานํ กุสลานํ ธมฺมานํ อธิคมาย น ฉนฺทํ ชเนติ อธิคเต กุสเล ธมฺเม น สารกฺขติ สาตจฺจกิริยาย น สมฺปาเทติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ฉหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อภพฺโพ อนธิคตํ วา กุสลํ ธมฺมํ อธิคนฺตุํ อธิคตํ วา กุสลํ ธมฺมํ ผาติกาตุํ ฯ {๓๕๐.๑} ฉหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ภพฺโพ อนธิคตํ วา กุสลํ ธมฺมํ อธิคนฺตุํ อธิคตํ วา กุสลํ ธมฺมํ ผาติกาตุํ กตเมหิ ฉหิ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อายกุสโล จ โหติ อปายกุสโล จ โหติ อุปายกุสโล จ โหติ อนธิคตานํ กุสลานํ ธมฺมานํ อธิคมาย ฉนฺทํ ชเนติ อธิคเต กุสเล ธมฺเม สารกฺขติ สาตจฺจกิริยาย สมฺปาเทติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ฉหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ภพฺโพ อนธิคตํ วา กุสลํ ธมฺมํ อธิคนฺตุํ อธิคตํ วา กุสลํ ธมฺมํ ผาติกาตุนฺติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๘. อรหัตตวรรค ๕. อธิคมสูตร ๕. อธิคมสูตร ว่าด้วยการบรรลุกุศลธรรม
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ เป็นผู้ไม่อาจ บรรลุกุศลธรรมที่ยังไม่ได้บรรลุ หรือทำกุศลธรรมที่ได้บรรลุแล้วให้เจริญได้ ธรรม ๖ ประการ อะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ๑. เป็นผู้ไม่ฉลาดในความเจริญ ๒. เป็นผู้ไม่ฉลาดในความเสื่อม ๓. เป็นผู้ไม่ฉลาดในอุบาย ๔. ไม่สร้างฉันทะ เพื่อบรรลุกุศลธรรมที่ยังไม่ได้บรรลุ ๕. ไม่รักษากุศลธรรมที่ได้บรรลุแล้ว ๖. ไม่ทำกุศลธรรมให้ถึงพร้อมด้วยการทำติดต่อ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๖ ประการนี้แล เป็นผู้ไม่อาจบรรลุ กุศลธรรมที่ยังไม่ได้บรรลุ หรือทำกุศลธรรมที่ได้บรรลุแล้วให้เจริญได้ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ เป็นผู้อาจบรรลุกุศลธรรม ที่ยังไม่ได้บรรลุ หรือทำกุศลธรรมที่ได้บรรลุแล้วให้เจริญได้ @เชิงอรรถ : @ ไม่ฉลาดในความเจริญ ในที่นี้หมายถึงไม่ฉลาดในเหตุให้เกิดกุศลธรรมและอกุศลธรรม กล่าวคือ ไม่รู้ว่า@‘เมื่อมนสิการถึงธรรมทั้งหลายอย่างนี้ กุศลธรรมย่อมเจริญ หรือเมื่อมนสิการถึงธรรมทั้งหลายอย่างนี้@อกุศลธรรมย่อมเจริญ’ (องฺ.ฉกฺก.ฏีกา ๓/๗๙/๑๗๗-๑๗๘) @ ไม่ฉลาดในความเสื่อม ในที่นี้หมายถึงไม่ฉลาดในเหตุเสื่อมแห่งกุศลและอกุศล (องฺ.ฉกฺก.ฏีกา ๓/๗๙/๑๗๘)@ ไม่ฉลาดในอุบาย ในที่นี้หมายถึงไม่มีปัญญาหยั่งรู้เหตุที่เกิดขึ้น ในเมื่อมีกิจรีบด่วนหรือภัยเกิดขึ้น ก็ไม่มี@ปัญญาที่จะแก้ไขได้ (เทียบ องฺ.ฉกฺก.ฏีกา ๓/๗๙/๑๗๘) @ ฉันทะ ในที่นี้หมายถึงกัตตุกัมยตาฉันทะ(ความพอใจคือความเป็นผู้ใคร่จะทำ) (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๗๙/๑๕๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๖๐๒}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๘. อรหัตตวรรค ๖. มหัตตสูตร ธรรม ๖ ประการ อะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ๑. เป็นผู้ฉลาดในความเจริญ ๒. เป็นผู้ฉลาดในความเสื่อม ๓. เป็นผู้ฉลาดในอุบาย ๔. สร้างฉันทะเพื่อบรรลุกุศลธรรมที่ยังไม่ได้บรรลุ ๕. รักษากุศลธรรมที่ได้บรรลุแล้ว ๖. ทำกุศลธรรมให้ถึงพร้อมด้วยการทำติดต่อ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๖ ประการนี้แล เป็นผู้อาจบรรลุ กุศลธรรมที่ยังไม่ได้บรรลุ หรือทำกุศลธรรมที่ได้บรรลุแล้วให้เจริญได้ อธิคมสูตรที่ ๕ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอธิคมสูตรที่ ๕
พึงทราบวินิจฉัยในอธิคมสูตรที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า น อายกฺสโล ได้แก่ เป็นผู้ไม่ฉลาดในเหตุที่จะให้ประสบ.
บทว่า น อปายกุสโล ได้แก่ ไม่ฉลาดในเหตุที่ไม่ให้ประสบ.
บทว่า ฉนฺทํ ได้แก่ ความพอใจ คือความเป็นผู้ใคร่เพื่อจะทำ.
บทว่า น อารกฺขติ ได้แก่ ไม่รักษา.
จบอรรถกถาอธิคมสูตรที่ ๕ -----------------------------------------------------