๑๐. สมุททกสูตร เล่ม ๑๕
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทสมํ สมุทฺทกสุตฺตํ
๘๙๙เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ ตตฺร โข ฯเปฯ
๙๐๐ภควา เอตทโวจ ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว สมฺพหุลา อิสโย สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมา สมุทฺทตีเร ปณฺณกุฏีสุ สมฺมนฺติ ฯ เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขเว เทวาสุรสงฺคาโม สมุปพฺยูโฬฺห อโหสิ ฯ อถ โข ภิกฺขเว เตสํ อิสีนํ สีลวนฺตานํ กลฺยาณธมฺมานํ เอตทโหสิ ธมฺมิกา โข เทวา อธมฺมิกา อสุรา สิยาปิ นํ อสุรโต ภยํ ยนฺนูน มยํ สมฺพรํ อสุรินฺทํ อุปสงฺกมิตฺวา อภยทกฺขิณํ ยาเจยฺยามาติ ฯ
๙๐๑อถ โข ภิกฺขเว เต อิสโย สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมา เสยฺยถาปิ นาม พลวา ปุริโส สมฺมิญฺชิตํ วา พาหํ ปสาเรยฺย ปสาริตํ วา พาหํ สมฺมิญฺเชยฺย เอวเมว สมุทฺทตีเร ปณฺณกุฏีสุ อนฺตรหิตา สมฺพรสฺส อสุรินฺทสฺส สมฺมุเข ปาตุรเหสุํ ฯ อถ โข ภิกฺขเว เต อิสโย สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมา สมฺพรํ อสุรินฺทํ คาถาย อชฺฌภาสึสุ อิสโย สมฺพรํ ปตฺตา ยาจนฺติ อภยทกฺขิณํ กามํ กโรสิ เต ทาตุํ ภยสฺส อภยสฺส วาติ ฯ
๙๐๒อิสีนํ อภยํ นตฺถิ ทุฏฺฐานํ สกฺกเสวินํ อภยํ ยาจมานานํ ภยเมว ททามิ โวติ ฯ
๙๐๓อภยํ ยาจมานานํ ภยเมว ททาสิ โน ปฏิคฺคณฺหาม เต เอกํ อภยํ โหตุ เต ภยํ ยาทิสํ ลภเต พีชํ ตาทิสํ ลภเต ผลํ กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ ปวุตฺตํ ตาต เต พีชํ ผลํ ปจฺจนุโภสฺสสีติ ฯ อถ โข ภิกฺขเว เต อิสโย สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมา สมฺพรํ อสุรินฺทํ อภิสเปตฺวา เสยฺยถาปิ นาม พลวา ปุริโส สมฺมิญฺชิตํ วา พาหํ ปสาเรยฺย ปสาริตํ วา พาหํ สมฺมิญฺเชยฺย เอวเมว สมฺพรสฺส อสุรินฺทสฺส สมฺมุเข อนฺตรหิตา สมุทฺทตีเร ปณฺณกุฏีสุ ปาตุรเหสุํ ฯ
๙๐๔อถ โข ภิกฺขเว สมฺพโร อสุรินฺโท เตหิ อิสีหิ สีลวนฺเตหิ กลฺยาณธมฺเมหิ อภิสปิโต รตฺติยา สุทํ ติกฺขตฺตุํ อุพฺพิชฺชตีติ ฯ ปฐโม วคฺโค ฯ ตสฺสุทฺทานํ สุวีรํ สุสิมญฺเจว ธชคฺคํ เวปจิตฺติโน สุภาสิตํ ชยญฺเจว กุลาวกํ นทุพฺภิยํ วิโรจนอสุรินฺโท อิสโย อรญฺญกญฺเจว อิสโย จ สมุทฺทกาติ ฯ -------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑๑. สักกสังยุต] ๑. ปฐมวรรค ๑๐. สมุททกสูตร ๑๐. สมุททกสูตร ว่าด้วยภิกษุผู้อยู่ใกล้ฝั่งสมุทร
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น ฯลฯ พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสเรื่องนี้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ฤๅษีผู้มีศีล มีกัลยาณธรรมจำนวนมาก อาศัยอยู่ในกุฎีที่มุงด้วยใบไม้ใกล้ฝั่งสมุทร สมัยนั้น สงครามระหว่างพวกเทพกับอสูรประชิดกัน ครั้งนั้น ฤๅษีผู้มีศีล มีกัลยาณธรรมเหล่านั้นได้มีความคิดดังนี้ว่า‘พวกเทพดำรงอยู่ในธรรม พวกอสูรไม่ดำรงอยู่ในธรรม ภัยจากพวกอสูรพึงเกิดแก่พวกเรา ทางที่ดีพวกเราพึงเข้าไปหาท้าวสมพรจอมอสูรแล้วขออภัยท่านเถิด’ ครั้งนั้น ฤๅษีผู้มีศีล มีกัลยาณธรรมเหล่านั้น ได้หายตัวจากกุฎีที่มุงด้วยใบไม้ใกล้ฝั่งสมุทรไปปรากฏอยู่ตรงหน้าท้าวสมพรจอมอสูร เหมือนบุรุษผู้มีกำลังเหยียดแขนออกหรือคู้แขนเข้า ฉะนั้น ครั้งนั้น ฤๅษีผู้มีศีล มีกัลยาณธรรมเหล่านั้น ได้กล่าวกับท้าวสมพรจอมอสูรด้วยคาถาว่า พวกฤๅษีมาขออภัยกับท่านท้าวสมพร การให้ภัยหรือให้อภัย ท่านกระทำได้โดยแท้ ท้าวสมพรจอมอสูรได้กล่าวว่า ไม่มีการให้อภัยแก่พวกฤๅษี ผู้ชั่วช้า ผู้คบหาท้าวสักกะ เราให้ภัยเท่านั้นแก่พวกท่านผู้ขออภัย พวกฤๅษีกล่าวว่า ท่านให้ภัยเท่านั้นแก่พวกเราผู้ขออภัย พวกเราขอรับเอาแต่อภัยอย่างเดียว ส่วนภัยจงเป็นของท่านเถิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๗๓}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑๑. สักกสังยุต] ๑. ปฐมวรรค รวมพระสูตรในวรรค บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น คนทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว พ่อ ท่านหว่านพืชลงไปแล้ว ท่านจักต้องเสวยผลของมัน ภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้น ฤๅษีผู้มีศีล มีกัลยาณธรรมเหล่านั้น ได้สาปแช่งท้าวสมพรจอมอสูรแล้วหายตัวไปต่อหน้าท้าวสมพรจอมอสูร ไปปรากฏอยู่ ณ กุฎีที่มุงด้วยใบไม้ใกล้ฝั่งสมุทร เหมือนบุรุษผู้มีกำลังเหยียดแขนออกหรือคู้แขนเข้า ฉะนั้น ครั้งนั้น ท้าวสมพรจอมอสูรถูกฤๅษีผู้มีศีล มีกัลยาณธรรมสาปแช่งแล้ว ได้ยินว่าในคืนนั้น ตกใจหวาดหวั่นถึงสามครั้ง สมุททกสูตรที่ ๑๐ จบ วรรคที่ ๑ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สุวีรสูตร ๒. สุสิมสูตร ๓. ธชัคคสูตร ๔. เวปจิตติสูตร ๕. สุภาสิตชยสูตร ๖. กุลาวกสูตร ๗. นทุพภิยสูตร ๘. เวโรจนอสุรินทสูตร ๙. อารัญญกสูตร ๑๐. สมุททกสูตร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๗๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสมุททกสูตรที่ ๑๐
พึงทราบวินิจฉัยในสมุททกสูตรที่ ๑๐ ต่อไปนี้ :-
บทว่า สมุทฺทตีเร ปณฺณกุฏีสุ ความว่า พวกฤาษีอาศัยอยู่ในบรรณศาลา มีประการดังกล่าวแล้ว บนหาดทรายมีสีเหมือนแผ่นเงินหลังมหาสมุทรในจักรวาล.
บทว่า สิยาปิ นํ แก้เป็น สิยาปิ อมฺหากํ แปลว่า แม้พึงมีแก่พวกเรา.
บทว่า อภยทกฺขิณํ ยาเจยฺยาม ได้แก่ พึงขออภัยทาน.
นัยว่า สงครามระหว่างเทวดาและอสูร โดยมากมีขึ้นที่หลังมหาสมุทร. ชัยชนะมิได้มีแก่พวกอสูรในทุกเวลา. พวกอสูรเป็นฝ่ายแพ้เสียหลายครั้ง.
พวกอสูรเหล่านั้นแพ้เทวดาแล้วพากันหนีไปทางอาศรมบทของพวกฤาษี โกรธว่า ท้าวสักกะปรึกษากับพวกฤาษีเหล่านี้ ทำเราให้พินาศ โดยพวกท่านจับทั้งแม่ทั้งลูก.
พวกอสูรจึงพากันทำลายหม้อน้ำดื่มและศาลาที่จงกรมเป็นต้นในอาศรมบทนั้น. พวกฤาษีถือเอาผลาผลจากป่ากลับมาเห็น ช่วยกันทำให้เหมือนเดิมด้วยความลำบากอีก. แม้พวกอสูรเหล่านั้นก็ทำให้พินาศอย่างนั้นบ่อยๆ. เพราะฉะนั้น พวกฤาษีสดับว่า บัดนี้ สงครามระหว่างเทวดาและอสูรปรากฏขึ้นดังนี้ จึงคิดอย่างนั้น.
บทว่า กามํ กโร ได้แก่ กระทำตามความปรารถนา.
บทว่า ภยสฺส อภยสฺส วา แก้เป็น ภยํ วา อภยํ วา แปลว่า ภัยหรืออภัย.
ท่านอธิบายข้อนี้ไว้ว่า หากท่านประสงค์จะให้อภัยก็พอให้อภัยได้ หากท่านประสงค์จะให้ภัยก็พอจะให้ภัยได้ แต่สำหรับพวกอาตมา ท่านจงให้อภัยทานเถิดดังนี้.
บทว่า ทุฏฺฐานํ แปลว่า ผู้ประทุษร้ายแล้ว คือผู้โกรธแล้ว.
บทว่า ปวุตฺตํ คือ อันเขาหว่านไว้ในนา.
บทว่า ติกฺขตฺตุํ อุพฺพิชฺชติ ความว่า จอมอสูรบริโภคภัตรในตอนเย็นแล้วขึ้นที่นอนนอนพอจะงีบหลับ ก็ลุกขึ้นยืนร้องไปรอบๆ เหมือนถูกหอกร้อยเล่มทิ่มแทง. ภพอสูรหนึ่งหมื่นโยชน์ถึงความปั่นป่วนว่า นี่อะไรกัน.
ลำดับนั้น พวกอสูรพากันมาถามจอมอสูร นี่อะไรกัน. จอมอสูรไม่พูดอะไรเลย.
แม้ในยามที่สองเป็นต้นก็มีนัยนี้แล.
ด้วยประการฉะนี้ เมื่อพวกอสูรพากันปลอบจอมอสูรว่า อย่ากลัวเลย มหาราช ดังนี้จนอรุณขึ้น. ตั้งแต่นั้นมา จอมอสูรก็มีใจหวั่นไหวเกิดอาการไข้ด้วยประการฉะนี้. ด้วยเหตุนั้นนั่นแล จอมอสูรนั้นจึงเกิดชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า เวปจิตติ.
จบอรรถกถาสมุททกสูตรที่ ๑๐ จบวรรคที่ ๑ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรแห่งสักกสังยุตมี ๑๐ สูตร คือ
๑. สุวีรสูตร
๒. สุสิมสูตร
๓. ธชัคคสูตร
๔. เวปจิตติสูตร
๕. สุภาษิตชยสูตร
๖. กุลาวกสูตร
๗. นทุพภิยสูตร
๘. วิโรจนอสุรินทสูตร
๙. อารัญญกสูตร
๑๐. สมุททกสูตร -----------------------------------------------------