๒. อุปัฏฐานสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๒๒ลำดับ 222 จาก 271 ในสคาถวรรคพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 1 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๙. วนสังยุต] ๒. อุปัฏฐานสูตร ๒. อุปัฏฐานสูตร ว่าด้วยเทวดาเตือนภิกษุผู้เข้าพักผ่อนในที่พักกลางวัน
สมัยหนึ่ง ภิกษุรูปหนึ่งอยู่ ณ ราวป่าแห่งหนึ่ง แคว้นโกศล สมัยนั้น ภิกษุนั้นนอนหลับในที่พักกลางวัน ครั้งนั้น เทวดาผู้สิงสถิตอยู่ในราวป่านั้น มีความอนุเคราะห์หวังดีต่อภิกษุนั้นประสงค์จะให้เธอสลดใจ จึงเข้าไปหาภิกษุนั้นถึงที่อยู่แล้วได้กล่าวกับภิกษุนั้นด้วยคาถาว่า ท่านจงลุกขึ้นเถิดภิกษุ จะนอนทำไม มีประโยชน์อะไรด้วยความหลับ ท่านเร่าร้อนเพราะกิเลส ถูกลูกศรเสียบแทงดิ้นรนอยู่ มัวหลับอยู่ทำไม ท่านออกบวชด้วยศรัทธาใด จงเพิ่มพูนศรัทธานั้นเถิด อย่าตกไปสู่อำนาจแห่งความหลับเลย ภิกษุนั้นกล่าวคาถาเหล่านี้ว่า คนเขลาหมกมุ่นอยู่ในกามารมณ์เหล่าใด กามารมณ์เหล่านั้นไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ความหลับจะพึงแผดเผาบรรพชิตผู้พ้นแล้ว ผู้ไม่เกี่ยวข้องในกามารมณ์ซึ่งจะยังสัตว์ให้ติดอยู่ ได้อย่างไร เพราะกำจัดฉันทราคะได้ และเพราะก้าวล่วงอวิชชาได้ ญาณนั้นจึงบริสุทธิ์อย่างยิ่ง ความหลับจะแผดเผาบรรพชิต ได้อย่างไร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๒๔}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๙. วนสังยุต] ๓. กัสสปโคตตสูตร ความหลับจะพึงแผดเผาบรรพชิตผู้ไม่มีความเศร้าโศก ไม่มีความคับแค้นใจ เพราะทำลายอวิชชาได้ด้วยวิชชา และเพราะสิ้นอาสวะแล้ว ได้อย่างไร ความหลับจะพึงแผดเผาบรรพชิต ผู้ปรารภความเพียร อุทิศกายและใจอยู่ มีความเพียรมั่นคงเป็นนิตย์ ผู้หวังนิพพานอยู่ ได้อย่างไร อุปัฏฐานสูตรที่ ๒ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทุติยํ อุปฏฺฐานสุตฺตํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค อุปัฏฐานสูตรที่ ๒
เอกํ สมยํ อญฺญตโร ภิกฺขุ โกสเลสุ วิหรติ อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ ฯ เตน โข ปน สมเยน โส ภิกฺขุ ทิวาวิหารคโต สุปติ ฯ
สมัยหนึ่ง ภิกษุรูปหนึ่ง พำนักอยู่ในแนวป่าแห่งหนึ่งในแคว้น โกศล สมัยนั้นแล ภิกษุรูปนั้น ไปนอนหลับในที่พักกลางวัน ฯ
อถ โข ยา ตสฺมึ วนสณฺเฑ อธิวตฺถา เทวตา ตสฺส ภิกฺขุโน อนุกมฺปิกา อตฺถกามา ตํ ภิกฺขุํ สํเวเชตุกามา เยน โส ภิกฺขุ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ตํ ภิกฺขุํ คาถาหิ อชฺฌภาสิ อุฏฺเฐหิ ภิกฺขุ กึ โสปิ โก อตฺโถ สุปิเตน เต อาตุรสฺส หิ เต นิทฺทา สลฺลวิทฺธสฺส รุปฺปโต ยาย สทฺธาปพฺพชิโต อคารสฺมานคาริยํ ตเมว สทฺธํ พฺรูเหหิ มา นิทฺทาย วสํ คมีติ ฯ
ครั้งนั้น เทวดาที่สิงอยู่ในป่านั้น มีความเอ็นดูใคร่ประโยชน์ แก่ภิกษุรูปนั้น หวังจะให้เธอสลดใจจึงเข้าไปหาแล้วได้กล่าวกะเธอด้วยคาถาว่า ท่านจงลุกขึ้นเถิดภิกษุ ท่านจะต้องการอะไรด้วยความหลับ ท่านผู้เร่าร้อนด้วยกิเลส อันลูกศรคือตัณหาเสียบแทง ดิ้นรน อยู่ จะมัวหลับมีประโยชน์อะไร ท่านออกจากเรือนบวชด้วย ความเป็นผู้ไม่มีเรือนด้วยศรัทธาใด ท่านจงเพิ่มพูนศรัทธานั้น เถิด อย่าไปสู่อำนาจของความหลับเลย ฯ
อนิจฺจา อทฺธุวา กามา เยสุ มนฺโทว มุจฺฉิโต พทฺเธสุ มุตฺตํ อสิตํ กสฺมา ปพฺพชิตํ ตเป ฉนฺทราคสฺส วินยา อวิชฺชาสมติกฺกมา ตํ ญาณํ ปรโมทาตํ กสฺมา ปพฺพชิตํ ตเป เภตฺวา อวิชฺชํ วิชฺชาย อาสวานํ ปริกฺขยา อโสกํ อนุปายาสํ กสฺมา ปพฺพชิตํ ตเป อารทฺธวิริยํ ปหิตตฺตํ นิจฺจํ ทฬฺหปรกฺกมํ นิพฺพานํ อภิกงฺขนฺตํ กสฺมา ปพฺพชิตํ ตเปติ ฯ
คนเขลาหมกมุ่นอยู่ในกามารมณ์เหล่าใด กามารมณ์ เหล่านั้น ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ความหลับจะแผดเผาบรรพชิต ผู้พ้นแล้ว ผู้ไม่เกี่ยวข้องในกามารมณ์ซึ่งยังสัตว์ให้ติดอยู่ได้ อย่างไร เพราะกำจัดฉันทราคะเสียได้ และเพราะก้าวล่วง อวิชชาเสียได้ ญาณนั้นเป็นของบริสุทธิ์อย่างยิ่ง ไฉนความ หลับจะแผดเผาบรรพชิตได้ ความหลับจะแผดเผาบรรพชิต ผู้ไม่มีโศก ไม่มีความแค้นใจ เพราะทำลายอวิชชาเสียด้วย วิชชา และเพราะอาสวะสิ้นไปหมดแล้วอย่างไรได้ ความ หลับจะแผดเผาบรรพชิตผู้ปรารภความเพียร ผู้มีตนอันส่งไป แล้ว ผู้บากบั่นมั่นเป็นนิตย์ ผู้จำนงพระนิพพานอยู่อย่าง ไรได้ ฯ