ปัจจยวาร เล่ม ๔๓
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปจฺจยวาโร
๒๓๑จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปจฺจยา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ตีณิ ปฏิจฺจสทิสา ฯ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปจฺจยา โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: จิตฺตํ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วตฺถุํ ปจฺจยา จิตฺตํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ยาว มหาภูตา ฯ โนจิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปจฺจยา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: จิตฺตํ ปจฺจยา สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา วตฺถุํ ปจฺจยา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ เทฺวปิ กาตพฺพา ฯ {๒๓๑.๑} จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานญฺจ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺเธ เทฺว ขนฺธา ... จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺเธ เทฺว ขนฺธา ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ เทฺวปิ กาตพฺพา ฯ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานญฺจ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: จิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐาเน ขนฺเธ จ จิตฺตญฺจ ปจฺจยา โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ รูปํ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา โนจิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐานํ รูปํ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา จิตฺตํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ตีณิปิ กาตพฺพา ฯ {๒๓๑.๒} จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานญฺจ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา จิตฺตญฺจ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ เทฺวปิ กาตพฺพา ฯ
๒๓๒จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปจฺจยา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา: ตีณิ ปฏิจฺจสทิสา ฯ โนจิตฺต- สํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปจฺจยา โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา: จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ กายายตนํ ... วตฺถุํ ปจฺจยา จิตฺตํ ปฏิสนฺธิ ฯ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปจฺจยา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณ- ปจฺจยา: จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณสหคตา ขนฺธา กายายตนํ ... จิตฺตํ ปจฺจยา สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา วตฺถุํ ปจฺจยา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ เทฺวปิ กาตพฺพา ฯ {๒๓๒.๑} โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปจฺจยา จิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐาโน จ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อารมฺมณปจฺจยา: จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา กายายตนํ ... วตฺถุํ ปจฺจยา จิตฺตํ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ เอกํ ฯ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานญฺจ โนจิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐานญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา: จกฺขุวิญฺญาณสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ จกฺขายตนญฺจ จกฺขุวิญฺญาณญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... กายวิญฺญาณ- สหคตํ ... จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ เทฺว กาตพฺพา ฯ {๒๓๒.๒} จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานญฺจ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณ- ปจฺจยา: จกฺขุวิญฺญาณสหคเต ขนฺเธ จ จกฺขายตนญฺจ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ กายวิญฺญาณสหคเต ... จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา จิตฺตํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ เอกํ ฯ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานญฺจ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อารมฺมณปจฺจยา: จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา จิตฺตญฺจ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ เอกํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
๒๓๓เหตุยา นว อารมฺมเณ นว อธิปติยา นว สพฺพตฺถ นว อวิคเต นว ฯ
๒๓๔จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปจฺจยา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: เอวํ นว ปญฺหา กาตพฺพา ปจฺจยวาเร ปญฺจวิญฺญาณมฺปิ กาตพฺพํ ตีณิเยว โมโห ฯ
๒๓๕นเหตุยา นว นอารมฺมเณ ตีณิ นอธิปติยา นว นอนนฺตเร ตีณิ นสมนนฺตเร ตีณิ นอญฺญมญฺเญ ตีณิ นอุปนิสฺสเย ตีณิ นปุเรชาเต นว นปจฺฉาชาเต นว นอาเสวเน นว นกมฺเม จตฺตาริ นวิปาเก นว นอาหาเร เอกํ นอินฺทฺริเย เอกํ นฌาเน นว นมคฺเค นว นสมฺปยุตฺเต ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต ปญฺจ โนนตฺถิยา ตีณิ โนวิคเต ตีณิ ฯ เอวํ อิตเร เทฺว คณนาปิ นิสฺสยวาโรปิ กาตพฺพา ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖๓. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ๓. ปัจจยวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรมที่ระคน กับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ย่อ) มี ๓ วาระ(เหมือนกับปฏิจจวาร)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๖๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๓. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำจิตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงมหาภูตรูป) (๑) สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์ทำจิตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (ในปฏิสนธิขณะ พึงเพิ่มเป็น ๒ วาระ) มี ๓ วาระ (๓)
สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรมที่ ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็น สมุฏฐานและทำจิตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๑ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ทำขันธ์ ๒ฯลฯ (ในปฏิสนธิขณะ พึงเพิ่มเป็น ๒ วาระ) (๑) สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ รูปที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานทำขันธ์ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและทำจิตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น รูปที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานทำขันธ์ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นจิตทำขันธ์ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (ในปฏิสนธิขณะ พึงเพิ่มเป็น ๓ วาระ) (๒) สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ และรูปที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานทำขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและทำจิตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตทำขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ (ในปฏิสนธิขณะพึงเพิ่มเป็น ๒ วาระ) (๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๖๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๓. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ๓. ปัจจยวาร อารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ(เหมือนกับปฏิจจวาร) สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำกายายตนะ ฯลฯ จิตทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำกายายตนะ ฯลฯ สัมปยุตตขันธ์ทำจิตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (ในปฏิสนธิขณะ พึงเพิ่มเป็น ๒ วาระ) (๒) สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จักขุวิญญาณและสัมปยุตตขันธ์ทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำกายายตนะ ฯลฯ จิตและสัมปยุตตขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (ในปฏิสนธิขณะ พึงเพิ่มเป็น ๑ วาระ) (๓)
สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรมที่ ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณจักขายตนะและทำจักขุวิญญาณให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็น สมุฏฐานและทำจิตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๑ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ทำขันธ์ ๒ฯลฯ (ในปฏิสนธิขณะ พึงเพิ่มเป็น ๒ วาระ) (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๖๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๓. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จักขุวิญญาณทำขันธ์ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณและทำ จักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ จิตทำขันธ์ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (ในปฏิสนธิขณะพึงเพิ่มเป็น ๑ วาระ) (๒) สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ และจิตทำขันธ์ ๑ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ทำขันธ์ ๒ฯลฯ (ในปฏิสนธิขณะ พึงเพิ่มเป็น ๑ วาระ ย่อ) (๓) ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ) อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร
สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรมที่ระคน กับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย (โดยนัยนี้ พึงเพิ่มเป็น ๙ วาระ ในปัจจยวารพึงเพิ่มปัญจวิญญาณ เฉพาะ ๓ วาระ มีโมหะ)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๖๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๓. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ๓. ปัจจยวาร ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
นเหตุปัจจั มี ๙ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ นอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ นสมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๔ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย มี ๙ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๙ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๖ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ (การนับ ๒ อย่างนอกนี้และนิสสยวารพึงทำอย่างนี้)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๖๖}
ไม่มีอรรถกถาของข้อนี้ — ตามบันทึกตอนนำเข้า: “ต้นทางยังไม่ได้จัดทำ”