ฉบับที่อ่านฉบับแสดง
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๙๓

ปฏิจจวาร เล่ม ๔๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๙๓–๓๐๙ลำดับ 36 จาก 121 ในปัฏฐาน ภาค ๔พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 17 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อุปาทาทุกํ ปฏิจฺจวาโร

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๓ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ อุปาทาทุกะ ปฏิจจวาร

ข้อ ๒๙๓

อุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุ- ปจฺจยา: ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ขนฺธา ฯ โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: โนอุปาทา เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา โนอุปาทา จ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ โนอุปาทา เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา โนอุปาทา จ กฏตฺตารูปํ เทฺว ขนฺเธ ... เอกํ มหาภูตํ ... เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา ฯ {๒๙๓.๑} โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: โนอุปาทา ขนฺเธ ปฏิจฺจ อุปาทา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหาภูเต ปฏิจฺจ อุปาทา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ ฯ โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทา จ โนอุปาทา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: โนอุปาทา เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา อุปาทา จ โนอุปาทา จ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิ ฯ อุปาทา จ โนอุปาทา จ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ปฏิสนฺธิกฺขเณ โนอุปาทา เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยอุปาทาธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยหทัยวัตถุ. ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒. อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ อุปาทาจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ในปฏิสนธิขณะ อุปาทาจิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย. อุปาทาธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทาธรรม และไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยขันธ์๑ ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ. ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยอุปาทาธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์๒ ฯลฯ.

ข้อ ๒๙๔

อุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา: ปธิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ขนฺธา ฯ โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา: โนอุปาทา เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ อุปาทา จ โนอุปาทา จ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา: ปฏิสนฺธิกฺขเณ โนอุปาทา เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยอุปาทาธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยหทัยวัตถุ. ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยอุปาทาธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย. คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม และหทัยวัตถุขันธ์ ๒ ฯลฯ.

ข้อ ๒๙๕

โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา: โนอุปาทา เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา โนอุปาทา จ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา: โนอุปาทา ขนฺเธ ปฏิจฺจ อุปาทา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทา จ โนอุปาทา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อธิปติปจฺจยา: โนอุปาทา เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา อุปาทา จ โนอุปาทา จ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ ... อนนฺตรปจฺจยา: ตีณิ สมนนฺตรปจฺจยา: ตีณิ สหชาตปจฺจยา: ปญฺจ ฯ

ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมขันธ์ ๒ ฯลฯ. อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ อุปาทาจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อุปาทาธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทาธรรม และไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ. ฯลฯ เพราะอนันตรปัจจัย มี ๓ นัย เพราะสมนันตรปัจจัย มี ๓ นัย เพราะสหชาต-*ปัจจัย มี ๕ นัย.

ข้อ ๒๙๖

อุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญ- ปจฺจยา: ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ขนฺธา ฯ โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา: โนอุปาทา เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... เอกํ มหาภูตํ ฯเปฯ อสญฺญ- สตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ตโย มหาภูตา เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา ฯ โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา: ปฏิสนฺธิกฺขเณ โนอุปาทา ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ ฯ โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทา จ โนอุปาทา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อญฺญมญฺญปจฺจยา: ปฏิสนฺธิกฺขเณ โนอุปาทา เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วตฺถุ จ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ อุปาทา จ โนอุปาทา จ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา: ปฏิสนฺธิกฺขเณ โนอุปาทา เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ

ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยอุปาทาธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย คือในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยหทัยวัตถุ. ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ ส่วนพวกสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒. ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม. อุปาทาธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และหทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมขันธ์ ๒ ฯลฯ. ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยอุปาทาธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมและหทัยวัตถุ ขันธ์๒ ฯลฯ.

ข้อ ๒๙๗

เหตุยา ปญฺจ อารมฺมเณ ตีณิ อธิปติยา ตีณิ อนนฺตเร ตีณิ สมนนฺตเร ตีณิ สหชาเต ปญฺจ อญฺญมญฺเญ ปญฺจ นิสฺสเย ปญฺจ อุปนิสฺสเย ตีณิ ปุเรชาเต เอกํ อาเสวเน เอกํ กมฺเม ปญฺจ วิปาเก ปญฺจ สพฺพตฺถ ปญฺจ สมฺปยุตฺเต ตีณิ วิปฺปยุตฺเต ปญฺจ อตฺถิยา ปญฺจ นตฺถิยา ตีณิ วิคเต ตีณิ อวิคเต ปญฺจ ฯ

ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓ ในอธิปติปัจจัย มี " ๓ ในอนันตรปัจจัย มีวาระ ๓ ในสมนันตรปัจจัย มี " ๓ ในสหชาตปัจจัย มี " ๕ ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๕ ในนิสสยปัจจัย มี " ๕ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๓ ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๑ ในอาเสวนปัจจัย มี " ๑ ในกัมมปัจจัย มี " ๕ ในวิปากปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๕ ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๓ ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๕ ในอัตถิปัจจัย มี " ๕ ในนัตถิปัจจัย มี " ๓ ในวิคตปัจจัย มี " ๓ ในอวิคตปัจจัย มี " ๕.

ข้อ ๒๙๘

อุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ขนฺธา ฯ โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกํ โนอุปาทา เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา โนอุปาทา จ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ เอกํ มหาภูตํ ฯเปฯ อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ตโย มหาภูตา เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา ฯ {๒๙๘.๑} โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุเก โนอุปาทา ขนฺเธ ปฏิจฺจ อุปาทา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ มหาภูเต ปฏิจฺจ อุปาทา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ ยาว อสญฺญสตฺตา ฯ โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทา จ โนอุปาทา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกํ โนอุปาทา เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา อุปาทา จ โนอุปาทา จ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อเหตุกปฏิสนฺธิ ฯ อุปาทา จ โนอุปาทา จ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ โนอุปาทา เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยอุปาทาธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยหทัยวัตถุ. ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุ-*ปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ. ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒. อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ อุปาทาจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ อุปาทาจิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ตลอดถึงอสัญญสัตว์. อุปาทาธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทาธรรม และไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ อเหตุกปฏิสนธิ. ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยอุปาทาธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม และหทัยวัตถุขันธ์ ๒ ฯลฯ.

ข้อ ๒๙๙

โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: โนอุปาทา ขนฺเธ ปฏิจฺจ โนอุปาทา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ เอกํ มหาภูตํ ยาว อสญฺญสตฺตา เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา ฯ โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: โนอุปาทา ขนฺเธ ปฏิจฺจ อุปาทา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหาภูเต ปฏิจฺจ อุปาทา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ ยาว อสญฺญสตฺตา ฯ โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทา จ โนอุปาทา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นอารมฺมณปจฺจยา: โนอุปาทา ขนฺเธ ปฏิจฺจ อุปาทา จ โนอุปาทา จ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิ ฯ ... นอธิปติปจฺจยา: ปญฺจ นอนนฺตร- ปจฺจยา: ตีณิ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ... นอุปนิสฺสยปจฺจยา: นปุเรชาตปจฺจยา: ปญฺจ นปจฺฉาชาตปจฺจยา: ปญฺจ นอาเสวนปจฺจยา: ปญฺจ ฯ

ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูปที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ในปฏิสนธิขณะ มหาภูตรูป ๑ ตลอดถึงอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒. อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย คือ อุปาทาจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ในปฏิสนธิขณะ อุปาทาจิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ตลอดถึงอสัญญสัตว์. อุปาทาธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทาธรรม และไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ปฏิสนธิ. ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย มี ๕ นัย ไม่ใช่เพราะอนันตรปัจจัย มี ๓ นัย. ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอุปนิสสยปัจจัย ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย มี ๕ นัย ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาตปัจจัย มี๕ นัย ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย มี ๕ นัย.

ข้อ ๓๐๐

โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา: โนอุปาทา ขนฺเธ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา เจตนา พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา ฯ โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา: พาหิเร ... อาหารสมุฏฺฐาเน ... อุตุ- สมุฏฺฐาเน มหาภูเต ปฏิจฺจ อุปาทารูปํ ฯ โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทา จ โนอุปาทา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นกมฺมปจฺจยา: พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ตโย มหาภูตา อุปาทา จ รูปํ ฯ

ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม พาหิรรูป ฯลฯ อาหาร-*สมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒. อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ อุปาทารูป อาศัยพาหิร ฯลฯ อาหารสมุฏฐาน ฯลฯ อุตุสมุฏฐาน มหาภูตรูปทั้งหลาย อุปาทาธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๓ และอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นพาหิร ฯลฯ อาหาร-*สมุฏฐาน ฯลฯ อุตุสมุฏฐาน ฯลฯ.

ข้อ ๓๐๑

โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปากปจฺจยา: โนอุปาทา เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา โนอุปาทา จ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ เอกํ มหาภูตํ ยาว อสญฺญสตฺตา เอวํ ตีณิ โนอุปาทามูลเก ฯ

ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อุปาทา-*ธรรม มหาภูตรูป ๑ ตลอดอสัญญสัตว์ในธรรมที่มีธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นมูล มี ๓ นัยอย่างนี้.

ข้อ ๓๐๒

โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอาหารปจฺจยา: พาหิรํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ... เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา ฯ โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอาหารปจฺจยา: พาหิรํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ มหาภูเต ปฏิจฺจ อุปาทารูปํ ฯ โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทา จ โนอุปาทา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นอาหารปจฺจยา: พาหิรํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ตโย มหาภูตา อุปาทา จ รูปํ ฯ

ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอาหารปัจจัย คือ พาหิรรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒. อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอาหารปัจจัย คือ พาหิรรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย อุปาทายรูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย. อุปาทาธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะอาหารปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๓ และอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นพาหิรรูป อุตุสมุฏฐานรูป.

ข้อ ๓๐๓

โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอินฺทฺริยปจฺจยา: พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ เอกํ มหาภูตํ ... ฯ โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอินฺทฺริยปจฺจยา: พาหิเร มหาภูเต ... อาหารสมุฏฺฐาเน ... อุตุสมุฏฺฐาเน ... อสญฺญสตฺตานํ มหาภูเต ปฏิจฺจ รูปชีวิตินฺทฺริยํ ฯ โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทา จ โนอุปาทา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นอินฺทฺริยปจฺจยา: พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ เอกํ มหาภูตํ ... ฯ

ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอินทริยปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๑ ที่เป็นพาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ. อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอินทริยปัจจัย คือ พาหิรมหาภูตรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย รูปชีวิตินทรีย์ อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย. อุปาทาธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะอินทริยปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๑ ที่เป็นพาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ.

ข้อ ๓๐๔

โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นฌานปจฺจยา: ปญฺจวิญฺญาณสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา ฯ โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นฌานปจฺจยา: พาหิเร ... อาหารสมุฏฺฐาเน ... อุตุสมุฏฺฐาเน ... อสญฺญสตฺตานํ มหาภูเต ปฏิจฺจ อุปาทา กฏตฺตารูปํ ฯ โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทา จ โนอุปาทา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นฌานปจฺจยา: พาหิรํ ... อาหาร- สมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ตโย มหาภูตา มหาภูเต ปฏิจฺจ อุปาทา กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ ฯ

ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณ ขันธ์ ๒ ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒. อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย คือ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย อุปาทากฏัตตารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย. อุปาทาธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย คือ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ อุปาทากฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย.

ข้อ ๓๐๕

อุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นมคฺคปจฺจยา: ปญฺจ ฯ ... นสมฺปยุตฺตปจฺจยา: ตีณิ ฯ

ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยอุปาทาธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัยมี ๕ นัย. ฯลฯ ไม่ใช่เพราะสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ นัย.

ข้อ ๓๐๖

โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา: อรูเป โนอุปาทา เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ... ฯ โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา: พาหิเร ... อาหารสมุฏฺฐาเน ... อุตุสมุฏฺฐาเน ... อสญฺญสตฺตานํ มหาภูเต ปฏิจฺจ อุปาทา กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ ฯ โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทา จ โนอุปาทา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา: พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ตโย มหาภูตา อุปาทา จ รูปํ เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ตโย มหาภูตา กฏตฺตา จ รูปํ อุปาทารูปํ เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา กฏตฺตา จ รูปํ อุปาทารูปํ ฯ ... โนนตฺถิ- ปจฺจยา: โนวิคตปจฺจยา: ฯ

ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ พาหิรรูปฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ. อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย อุปาทากฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย. อุปาทาธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๓ และอุปาทายรูป อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นพาหิรรูป อาหารสมุฏ-*ฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๓ และกฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทายรูป อาศัยมหาภูตรูป ๑ มหาภูตรูป ๒ และกฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทายรูป อาศัยมหาภูตรูป ๒ ฯลฯ ไม่ใช่เพราะนัตถิปัจจัย ไม่ใช่เพราะวิคตปัจจัย.

ข้อ ๓๐๗

นเหตุยา ปญฺจ นอารมฺมเณ ตีณิ นอธิปติยา ปญฺจ นอนนฺตเร ตีณิ นสมนนฺตเร ตีณิ นอญฺญมญฺเญ ตีณิ นอุปนิสฺสเย ตีณิ นปุเรชาเต ปญฺจ นปจฺฉาชาเต ปญฺจ นอาเสวเน ปญฺจ นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก ตีณิ นอาหาเร ตีณิ นอินฺทฺริเย ตีณิ นฌาเน ตีณิ นมคฺเค ปญฺจ นสมฺปยุตฺเต ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ โนนตฺถิยา ตีณิ โนวิคเต ตีณิ ฯ

ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๓.

ข้อ ๓๐๘

เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ตีณิ ... นอธิปติยา ปญฺจ นกมฺเม เอกํ นวิปาเก ตีณิ นสมฺปยุตฺเต ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต เอกํ โนนตฺถิยา ตีณิ โนวิคเต ตีณิ ฯ

ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓.

ข้อ ๓๐๙

นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ ตีณิ ... อนนฺตเร ตีณิ สมนนฺตเร ตีณิ สหชาเต ปญฺจ อญฺญมญฺเญ ปญฺจ นิสฺสเย ปญฺจ อุปนิสฺสเย ตีณิ ปุเรชาเต เอกํ อาเสวเน เอกํ มคฺเค เอกํ อวิคเต ปญฺจ ฯ สหชาตวาโร ปฏิจฺจวารสทิโส ฯ

ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕. สหชาตวาร เหมือนกับปฏิจจวาร.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๖๗. อุปาทาทุกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย

ข้อ ๓๗๐

สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูป เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๒๑๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๗. อุปาทาทุกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓) สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑)อารัมมณปัจจัย

ข้อ ๓๗๑

สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูป เกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูป อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๒๑๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๗. อุปาทาทุกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูป อาศัยสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ฯลฯ (๑) อธิปติปัจจัย

ข้อ ๓๗๒

สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓) เพราะอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ เพราะสมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ เพราะสหชาตปัจจัย มี ๕ วาระ อัญญมัญญปัจจัย

ข้อ ๓๗๓

สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูป เกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นอุปาทายรูป

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๒๑๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๗. อุปาทาทุกะ ๑. ปฏิจจวาร เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ สำหรับอสัญญสัตตพรหม ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์ที่ไม่เป็น อุปาทายรูปเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓และหทัยวัตถุอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ฯลฯ (๓) สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ฯลฯ (ย่อ) (๑) ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย

ข้อ ๓๗๔

เหตุปัจจัย มี ๕ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๕ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๕ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๒๑๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๗. อุปาทาทุกะ ๑. ปฏิจจวาร อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๑ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๑ วาระ กัมมปัจจัย มี ๕ วาระ วิปากปัจจัย มี ๕ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๕ วาระ) สัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๕ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ วิคตปัจจัย มี ๓ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย

ข้อ ๓๗๕

สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูป เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ สำหรับเหล่าอสัญญ-สัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๒๑๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๗. อุปาทาทุกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) (๒) สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะฯลฯ (๓) สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๓อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ฯลฯ (๑) นอารัมมณปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๓๗๖

สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูป เกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๒๑๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๗. อุปาทาทุกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะฯลฯ (๓) เพราะนอธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ เพราะนอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ เพราะนอุปนิสสยปัจจัย มี ๕ วาระ เพราะนปุเรชาตปัจจัย มี ๕ วาระ เพราะนปัจฉาชาตปัจจัย มี ๕ วาระ เพราะนอาเสวนปัจจัย มี ๕ วาระ นกัมมปัจจัย

ข้อ ๓๗๗

สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูป เกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตเจตนาอาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้น ที่เป็นภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ อุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปที่เป็นภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน มีอุตุเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ มหาภูตรูป ๓ และอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นภายนอก มีอาหารเป็นสมุฏฐาน มีอุตุเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๒ ฯลฯ (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๒๑๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๗. อุปาทาทุกะ ๑. ปฏิจจวาร นวิปากปัจจัย

ข้อ ๓๗๘

สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม โดยนัยนี้ มี ๓ วาระในสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเป็นมูล) นอาหารปัจจัย

ข้อ ๓๗๙

สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนอาหารปัจจัย ได้แก่ ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ของเหล่าอสัญญสัตตพรหมที่เป็นภายนอก ซึ่งมีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนอาหารปัจจัย ได้แก่ อุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปของเหล่าอสัญญสัตตพรหมที่เป็นภายนอก ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนอาหารปัจจัย ได้แก่ มหาภูตรูป ๓ และอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูป ๑ ของเหล่าอสัญญสัตตพรหมที่เป็นภายนอก ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๒ ฯลฯ (๓) นอินทรียปัจจัย

ข้อ ๓๘๐

สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูป เกิดขึ้นเพราะนอินทรียปัจจัย ได้แก่ ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๒๒๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๗. อุปาทาทุกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนอินทรียปัจจัย ได้แก่ รูปชีวิตินทรีย์อาศัยมหาภูตรูปของเหล่าอสัญญสัตตพรหมที่เป็นภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนอินทรียปัจจัย ได้แก่ ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ (๓) นฌานปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๓๘๑

สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ของเหล่าอสัญญสัตตพรหมที่เป็นภายนอก ซึ่งมีอาหารเป็นสมุฏฐาน มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ มหาภูตรูป ๒อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปของเหล่าอสัญญสัตตพรหมที่เป็นภายนอก ซึ่งมีอาหารเป็นสมุฏฐาน มีอุตุเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ของเหล่าอสัญญสัตตพรหมที่เป็นภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๒ ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปและอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนมัคคปัจจัย มี ๕ วาระ เพราะนสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระนวิปปยุตตปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๓๘๒

สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูป เกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๒๒๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๗. อุปาทาทุกะ ๑. ปฏิจจวาร ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ของเหล่าอสัญญสัตตพรหมที่เป็นภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐานฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูป และอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปของเหล่าอสัญญสัตตพรหมที่เป็นภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐานที่มีอุตุเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ มหาภูตรูป ๓ และอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ และอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น สำหรับอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ และกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ และกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น เพราะโนนัตถิปัจจัย เพราะโนวิคตปัจจัย (๓)๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร สุทธนัย

ข้อ ๓๘๓

นเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ นอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ นสมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๕ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๒๒๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๗. อุปาทาทุกะ ๑. ปฏิจจวาร นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๕ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๕ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๓ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๓ วาระ นอินทรียปัจจัย มี ๓ วาระ นฌานปัจจัย มี ๓ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๕ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ

ข้อ ๓๘๔

นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๕ วาระ ฯลฯ นกัมมปัจจัย ” มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม

ข้อ ๓๘๕

อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๒๒๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๗. อุปาทาทุกะ ๓. ปัจจยวาร สมนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ สหชาตปัจจัย ” มี ๕ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๕ วาระ นิสสยปัจจัย ” มี ๕ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๑ วาระ อาเสวนปัจจัย ” มี ๑ วาระ ฯลฯ มัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ (สหชาตวารเหมือนกับปฏิจจวาร)

ไม่มีอรรถกถาของข้อนี้ตามบันทึกตอนนำเข้า: “ต้นทางยังไม่ได้จัดทำ”

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร