ปัญหาวาร เล่ม ๔๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปญฺหาวาโร
๒๓๓อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: อปฺปฏิฆา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิ ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: อปฺปฏิฆา เหตู สปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิ ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: อปฺปฏิฆา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ สปฺปฏิฆานญฺจ อปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
๒๓๔สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: จกฺขุํ ... โผฏฺฐพฺเพ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส สปฺปฏิฆา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๒๓๔.๑} อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ปจฺจเวกฺขติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ปจฺจเวกฺขติ ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ปจฺจเวกฺขติ อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ปจฺจเวกฺขนฺติ ผลํ ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อริยา ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ กิเลเส ชานนฺติ วตฺถุํ ... อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ อาโปธาตุํ ... กพฬึการํ อาหารํ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ เจโตปริยญาเณน อปฺปฏิฆจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานาติ อากาสานญฺจายตนํ วิญฺญาณญฺจายตนสฺส อากิญฺจญฺญายตนํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺส อปฺปฏิฆา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมูปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๓๕สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ: จกฺขุํ ... โผฏฺฐพฺเพ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... ตํ ครุํ กตฺวา ... ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ... ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ครุํ กตฺวา ... ผลํ ครุํ กตฺวา ... นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย วตฺถุํ ... อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ อาโปธาตุํ ... กพฬึการํ อาหารํ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯ สหชาตาธิปติ: อปฺปฏิฆาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๒๓๕.๑} อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อปฺปฏิฆาธิปติ สมฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตาธิปติ: อปฺปฏิฆาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ สปฺปฏิฆานญฺจ อปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๓๖อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา อปฺปฏิฆา ขนฺธา ... ฯเปฯ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๓๗อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ
๒๓๘สมฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ฯ อญฺญมญฺญปจฺจเยน ปจฺจโย: ฉ ฯ นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ฯ
๒๓๙สมฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: อุตุํ ... เสนาสนํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ สงฺฆํ ภินฺทติ อุตุ เสนาสนํ สทฺธาย ฯเปฯ ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สทฺธํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ สีลํ ... ฯเปฯ กายิกํ สุขํ ... กายิกํ ทุกฺขํ ... โภชนํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ สงฺฆํ ภินฺทติ สทฺธา ฯเปฯ โภชนํ สทฺธาย ฯเปฯ ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๔๐สมฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... โผฏฺฐพฺเพ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส กายายตนํ กายวิญฺญาณสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: วตฺถุํ ... อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ อาโปธาตุํ ... กพฬึการํ อาหารํ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: วตฺถุ อปฺปฏิฆานํ ขนฺธานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเจน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ จกฺขายตนญฺจ วตฺถุ จ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ วตฺถุ จ อปฺปฏิฆานํ ขนฺธานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๔๑อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตา อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส อปฺปฏิฆสฺส กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส สปฺปฏิฆสฺส กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ทฺวินฺนมฺปิ มูลา กาตพฺพา ฯ
๒๔๒อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา อปฺปฏิฆา ขนฺธา ... โวทานํ มคฺคสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๔๓อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: อปฺปฏิฆา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: อปฺปฏิฆา เจตนา วิปากานํ ขนฺธานํ อปฺปฏิฆานญฺจ กฏตฺตารูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: อปฺปฏิฆา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ สปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: อปฺปฏิฆา เจตนา วิปากานํ ขนฺธานํ สปฺปฏิฆานญฺจ กฏตฺตารูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตา นานาขณิกา ฯเปฯ
๒๔๔อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย: วิปาโก อปฺปฏิโฆ ... ตีณิ ฯ
๒๔๕อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: อปฺปฏิฆา อาหารา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ กพฬึกาโร อาหาโร อิมสฺส อปฺปฏิฆสฺส กายสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อวเสสา เทฺวปิ ปญฺหา กาตพฺพา ปฏิสนฺธิ กพฬึกาโร อาหาโร ทฺวีสุปิ กาตพฺโพ อคฺเค ฯ
๒๔๖สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: จกฺขุนฺทฺริยํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส กายินฺทฺริยํ กายวิญฺญาณสฺส อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ ตีสุปิ ชีวิตินฺทฺริยํ อคฺเค กาตพฺพํ ฯ สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: จกฺขุนฺทฺริยญฺจ จกฺขุวิญฺญาณญฺจ จกฺขุวิญฺญาณสหคตานํ ขนฺธานํ อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย กายินฺทฺริยญฺจ กายวิญฺญาณญฺจ กายวิญฺญาณสหคตานํ ขนฺธานํ อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๔๗ฌานปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ ฯ มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ ฯ สมฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: เอกํ ฯ
๒๔๘สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส กายายตนํ กายวิญฺญาณสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สหชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา อปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺธา วตฺถุสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย วตฺถุ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: วตฺถุ อปฺปฏิฆานํ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส อปฺปฏิฆสฺส กายสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๒๔๘.๑} อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สหชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา สปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ ปจฺฉาชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส สปฺปฏิฆสฺส กายสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สหชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา สปฺปฏิฆานญฺจ อปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ ปจฺฉาชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ กายสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๔๙สปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: เอกํ ปฏิจฺจสทิสา ปฐมปญฺหา ฯ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาตา: สปฺปฏิฆา มหาภูตา อาโปธาตุยา อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย สปฺปฏิฆา มหาภูตา อปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ กฏตฺตารูปานํ อุปาทารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย โผฏฺฐพฺพายตนํ อิตฺถินฺทฺริยสฺส กพฬึการสฺส อาหารสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ อุตุสมุฏฺฐานํ อสญฺญสตฺตานํ ... ฯ ปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... โผฏฺฐพฺเพ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส กายายตนํ กายวิญฺญาณสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๒๔๙.๑} สปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ทฺวินฺนํ มหาภูตานํ อาโปธาตุยา จ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิจฺจสทิสํ ยาว อสญฺญสตฺตา ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ ฯ สหชาโต: อปฺปฏิโฆ เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ... ยาว อสญฺญสตฺตา ฯ ปุเรชาตํ: วตฺถุํ ... อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ อาโปธาตุํ ... กพฬึการํ อาหารํ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ วตฺถุ อปฺปฏิฆานํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส อปฺปฏิฆสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย กพฬึกาโร อาหาโร อิมสฺส อปฺปฏิฆสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย รูปชีวิตินฺทฺริยํ อปฺปฏิฆานํ กฏตฺตารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๒๔๙.๒} อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ ฯ สหชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา สปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ อาโปธาตุ สปฺปฏิฆานํ มหาภูตานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย อาโปธาตุ สปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ กฏตฺตารูปานํ อุปาทารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย อาโปธาตุ จกฺขายตนสฺส โผฏฺฐพฺพายตนสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ อุตุสมุฏฺฐานํ อสญฺญสตฺตานํ ... ฯ ปจฺฉาชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส สปฺปฏิฆสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย กพฬึกาโร อาหาโร อิมสฺส สปฺปฏิฆสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย รูปชีวิตินฺทฺริยํ สปฺปฏิฆานํ กฏตฺตารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๒๔๙.๓} อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ ฯ สหชาโต: อปฺปฏิโฆ เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ สปฺปฏิฆานญฺจ อปฺปฏิฆานญฺจ ... ปฏิจฺจสทิสํ ยาว อสญฺญสตฺตา ฯ ปจฺฉาชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย กพฬึกาโร อาหาโร อิมสฺส สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย รูปชีวิตินฺทฺริยํ สปฺปฏิฆานญฺจ อปฺปฏิฆานญฺจ กฏตฺตารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๒๔๙.๔} สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: ปฏิจฺจสทิสํ ยาว อสญฺญสตฺตา ฯ สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาตา: อปฺปฏิฆา ขนฺธา จ มหาภูตา จ อปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ ... ปฏิจฺจสทิสํ ยาว อสญฺญสตฺตา ฯ สหชาโต: จกฺขุวิญฺญาณสหคโต เอโก ขนฺโธ จ จกฺขายตนญฺจ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ ... เทฺว ขนฺธา ... กายวิญฺญาณสหคโต เอโก ขนฺโธ จ กายายตนญฺจ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... ฯ สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: ปฏิจฺจสทิสํ ฯ
๒๕๐เหตุยา ตีณิ อารมฺมเณ เทฺว อธิปติยา จตฺตาริ อนนฺตเร เอกํ สมนนฺตเร เอกํ สหชาเต นว อญฺญมญฺเญ ฉ นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย เทฺว ปุเรชาเต ตีณิ ปจฺฉาชาเต ตีณิ อาเสวเน เอกํ กมฺเม ตีณิ วิปาเก ตีณิ อาหาเร ตีณิ อินฺทฺริเย ปญฺจ ฌาเน ตีณิ มคฺเค ตีณิ สมฺปยุตฺเต เอกํ วิปฺปยุตฺเต จตฺตาริ อตฺถิยา นว นตฺถิยา เอกํ วิคเต เอกํ อวิคเต นว ฯ เอกํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ
๒๕๑สปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ {๒๕๑.๑} อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา สปฺปฏิฆสฺส จ อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ
๒๕๒นเหตุยา นว ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ นอนนฺตเร นว นสมนนฺตเร นว นสหชาเต จตฺตาริ นอญฺญมญฺเญ นว นนิสฺสเย จตฺตาริ นอุปนิสฺสเย นว นปุเรชาเต นว ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ นสมฺปยุตฺเต นว นวิปฺปยุตฺเต นว โนอตฺถิยา จตฺตาริ โนนตฺถิยา นว โนวิคเต นว โนอวิคเต จตฺตาริ ฯ ปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ ฯ
๒๕๓เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ตีณิ สงฺขิตฺตํ ... นอนนฺตเร ตีณิ นสมนนฺตเร ตีณิ นอญฺญมญฺเญ ตีณิ นอุปนิสฺสเย ตีณิ สงฺขิตฺตํ ... นสมฺปยุตฺเต ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต เอกํ โนนตฺถิยา ตีณิ โนวิคเต ตีณิ ฯ อนุโลมปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ ฯ
๒๕๔นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เทฺว ... อธิปติยา จตฺตาริ ฯ อนุโลมมาติกา คเณตพฺพา ฯ ... อวิคเต นว ฯ ปจฺจนียานุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ สปฺปฏิฆทุกํ นิฏฺฐิตํ ฯ -------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. สัปปฏิฆทุกะ ๗. ปัญหาวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดย เหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบไม่ได้โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑๔๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๐. สัปปฏิฆทุกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยเหตุปัจจัยได้แก่ เหตุที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้โดยเหตุปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตต-สมุฏฐานรูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓)อารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดย อารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ โผฏฐัพพะ ฯลฯ โดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ ปุพเพนิวาสา-นุสสติญาณ อนาคตังสญาณ และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอารัมมณ-ปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้นพิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ออกจากฌานแล้วพิจารณาฌาน พระอริยะออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค พิจารณาผล พิจารณานิพพาน นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค ผล และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย พระอริยะพิจารณากิเลสที่ละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น เห็นแจ้งหทัยวัตถุ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ ฯลฯ ชีวิตินทรีย์ ฯลฯ อาโปธาตุและกวฬิงการาหารโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่กระทบไม่ได้ด้วยเจโตปริยญาณ อากาสานัญจา-ยตนะเป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ ฯลฯ อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่ เนวสัญญานาสัญญายตนะ ฯลฯ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณเจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑๔๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๐. สัปปฏิฆทุกะ ๗. ปัญหาวาร อธิปติปัจจัย
สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอธิปติ- ปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ โผฏฐัพพะให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอธิปติปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว พิจารณากุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้วให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ออกจากฌานแล้วพิจารณาฌานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พระอริยะออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นพิจารณาผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณานิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค และผลโดยอธิปติปัจจัย บุคคลยินดีเพลิดเพลินหทัยวัตถุ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ ฯลฯ ชีวิตินทรีย์ฯลฯ อาโปธาตุ และกวฬิงการาหารให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินหทัยวัตถุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้นทิฏฐิจึงเกิดขึ้น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบไม่ได้โดยอธิปติปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยอธิปติปัจจัยมีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้โดยอธิปติปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยอธิปติปัจจัย (๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑๔๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๐. สัปปฏิฆทุกะ ๗. ปัญหาวาร อนันตรปัจจัย
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้ซึ่งเกิดก่อนๆ ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติโดยอนันตรปัจจัย สมนันตรปัจจัย
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยสมนันตรปัจจัย ฯลฯ สหชาตปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยสหชาต-ปัจจัย มี ๙ วาระ เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๖ วาระ เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ อุปนิสสยปัจจัย
สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดย อุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยอุตุและเสนาสนะแล้วให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์ อุตุและเสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอุปนิสสย-ปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาแล้วให้ทาน ฯลฯ ถือทิฏฐิ อาศัยศีล ฯลฯ สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย และโภชนะแล้วให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์ศรัทธา ฯลฯ โภชนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑๔๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๐. สัปปฏิฆทุกะ ๗. ปัญหาวาร ปุเรชาตปัจจัย
สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ โผฏฐัพพะโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยปุเรชาตปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งหทัยวัตถุ ฯลฯ อิตถินทรีย์ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อาโปธาตุ และกวฬิงการาหารโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่กระทบไม่ได้โดยปุเรชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ ได้แก่จักขายตนะและหทัยวัตถุ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่กระทบไม่ได้โดยปุเรชาตปัจจัย (๑) ปัจฉาชาตปัจจัย
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดย ปัจฉาชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้ซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนซึ่งกระทบไม่ได้โดยปัจฉาชาตปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) ขันธ์ที่กระทบไม่ได้ซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนซึ่งกระทบได้โดยปัจฉาชาตปัจจัย (พึง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑๔๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๐. สัปปฏิฆทุกะ ๗. ปัญหาวาร เพิ่มบทที่เป็นมูล) ขันธ์ที่กระทบไม่ได้ซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนซึ่งกระทบได้และกระทบไม่ได้โดยปัจฉาชาตปัจจัย (สำหรับปัจจัยทั้ง ๒ พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) (๓) อาเสวนปัจจัย
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้ซึ่งเกิดก่อนๆ ฯลฯ โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรคโดยอาเสวนปัจจัย (๑) กัมมปัจจัย
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดย กัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตต-สมุฏฐานรูปที่กระทบไม่ได้โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากและกฏัตตารูปที่กระทบไม่ได้โดยกัมมปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยกัมมปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่กระทบได้โดยกัมมปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตต-สมุฏฐานรูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑๔๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๐. สัปปฏิฆทุกะ ๗. ปัญหาวาร นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากและกฏัตตารูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยกัมมปัจจัย (๓) วิปากปัจจัย
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยวิปากปัจจัย ได้แก่ สภาวธรรมที่เป็นวิบากซึ่งกระทบไม่ได้ ฯลฯ มี ๓ วาระอาหารปัจจัย
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอาหารปัจจัย ได้แก่ อาหารที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตต-สมุฏฐานรูปที่กระทบไม่ได้โดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ กวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่กระทบไม่ได้โดยอาหารปัจจัย (พึงเพิ่ม ๒ วาระที่เหลือ แม้ในวาระทั้ง ๒ ก็พึงเพิ่มปฏิสนธิและกวฬิงการาหาร ไว้ในตอนท้ายด้วย) (๓)อินทรียปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอินทรีย-ปัจจัย ได้แก่ จักขุนทรีย์เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ กายินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอินทรียปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอินทรียปัจจัยมี ๓ วาระ (แม้ในวาระทั้ง ๓ ก็พึงเพิ่มชีวิตินทรีย์ไว้ในตอนท้ายด้วย) (๓) สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอินทรียปัจจัย ได้แก่ จักขุนทรีย์และจักขุวิญญาณเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณโดยอินทรียปัจจัย ฯลฯ กายินทรีย์และกายวิญญาณเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณโดยอินทรียปัจจัย เป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัย มี๓ วาระ เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย มี ๓ วาระ เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย มี๑ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑๕๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๐. สัปปฏิฆทุกะ ๗. ปัญหาวาร วิปปยุตตปัจจัย
สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดย วิปปยุตตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตะ ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยวิปปยุตตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยวิปปยุตต-ปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ และปัจฉาชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบไม่ได้โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ขันธ์เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยวิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์โดยวิปปยุตตปัจจัย ปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่กระทบไม่ได้โดยวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนซึ่ง กระทบไม่ได้โดยวิปปยุตตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยวิปปยุตตปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปัจฉาชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนซึ่ง กระทบได้โดยวิปปยุตตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปัจฉาชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนซึ่ง กระทบได้และกระทบไม่ได้โดยวิปปยุตตปัจจัย (๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑๕๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๐. สัปปฏิฆทุกะ ๗. ปัญหาวาร อัตถิปัจจัย
สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยอัตถิปัจจัยมี ๑ วาระ (วาระที่ ๑ เหมือนกับปฏิจวาร) (๑) สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ มหาภูตรูปที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่อาโปธาตุโดยอัตถิปัจจัยมหาภูตรูปที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปซึ่งกระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่อิตถินทรีย์ ฯลฯ กวฬิงการาหารโดยอัตถิปัจจัย ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ ปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ โผฏฐัพพะโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยงฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุรูปายตนะและจักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะและกายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอัตถิปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย ได้แก่ มหาภูตรูป ๑ ที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๒ และอาโปธาตุโดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ (เหมือนกับปฏิจจวาร พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) (๓)
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดย อัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ ปัจฉาชาตะ อาหาระ และอินทรียะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ฯลฯ (พึง เพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) ปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งหทัยวัตถุ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อาโปธาตุ และกวฬิงการาหารโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑๕๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๐. สัปปฏิฆทุกะ ๗. ปัญหาวาร ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนซึ่งกระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย กวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยอัตถิปัจจัยมี ๔ อย่าง คือ สหชาตะ ปัจฉาชาตะ อาหาระ และอินทรียะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ อาโปธาตุเป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูปที่กระทบได้โดยอัตถิปัจจัย อาโปธาตุเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปซึ่งกระทบได้โดยอัตถิปัจจัย อาโปธาตุเป็นปัจจัยแก่จักขายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะโดยอัตถิปัจจัย ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนซึ่งกระทบได้โดยอัตถิปัจจัย กวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่กระทบได้โดยอัตถิปัจจัยรูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่กระทบได้โดยอัตถิปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย มี ๔ อย่าง คือ สหชาตะ ปัจฉาชาตะ อาหาระ และอินทรียะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้ ฯลฯ (เหมือนกับปฏิจจวาร พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนซึ่งกระทบได้และกระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย กวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัยรูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย (๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑๕๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๐. สัปปฏิฆทุกะ ๗. ปัญหาวาร
สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยอัตถิปัจจัย (เหมือนกับปฏิจจวาร พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) (๑) สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้และมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่จิตต-สมุฏฐานรูปที่กระทบไม่ได้ ฯลฯ (เหมือนกับปฏิจจวาร พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณและจักขายตนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณและกายายตนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย (เหมือนกับปฏิจจวาร) (๓)๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๒ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๔ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๑ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๑ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๖ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๒ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ ปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑๕๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๐. สัปปฏิฆทุกะ ๗. ปัญหาวาร อาเสวนปัจจัย มี ๑ วาระ กัมมปัจจัย มี ๓ วาระ วิปากปัจจัย มี ๓ วาระ อาหารปัจจัย มี ๓ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๕ วาระ ฌานปัจจัย มี ๓ วาระ มัคคปัจจัย มี ๓ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๑ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๔ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๑ วาระ วิคตปัจจัย มี ๑ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ (พึงนับอย่างนี้) อนุโลม จบ ๒. ปัจจนียุทธาร
สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยสหชาต-ปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอารัมมณปัจจัยสหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปุเรชาตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยสหชาตปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดย อารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัยกัมมปัจจัย อาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยสหชาตปัจจัยปัจฉาชาตปัจจัย กัมมปัจจัย อาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย (๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑๕๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๐. สัปปฏิฆทุกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยสหชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย กัมมปัจจัย อาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยสหชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยสหชาตปัจจัยและปุเรชาตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยสหชาตปัจจัย (๓) ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
นเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ นอนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ นสมนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ นสหชาตปัจจัย มี ๔ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย มี ๙ วาระ นนิสสยปัจจัย มี ๔ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ โนอัตถิปัจจัย มี ๔ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ โนอวิคตปัจจัย มี ๔ วาระ ปัจจนียะ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑๕๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๐. สัปปฏิฆทุกะ ๗. ปัญหาวาร ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ เหตุทุกนัย
นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ นอนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อนุโลมปัจจนียะ จบ ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม นเหตุทุกนัย
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ อธิปติปัจจัย ” มี ๔ วาระ (พึงนับอนุโลมมาติกา) อวิคตปัจจัย ” มี ๙ วาระ ปัจจนียานุโลม จบ สัปปฏิฆทุกะ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑๕๗}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ส่วนนี้ ไม่มีเนื้อความอรรถกถา -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ เหตุทุกะ ปฏิจจวาร