ข้อ ๖๐๔–๗๑๙ เล่ม ๓๙
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๙ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อโสตกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อโสตกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ มีแต่โสตะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติ สัตว์ที่ไม่มีจักขุ ไม่มีโสตะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีโสตะ มีแต่จักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ที่ไม่มีโสตะ ไม่มีจักขุฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อจกฺขุกานํ อุปฺปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ มีแต่ฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ สัตว์ที่ไม่มีจักขุ ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ มีแต่จักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติ สัตว์ที่ไม่มีฆานะ ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจักขุ ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นอิตถี แต่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถี ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจักขุ ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นปุริสะ มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะ ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่าโสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นโสมนัส มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัส-*สินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เว้นโสมนัส ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ มีอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจักขุ เว้นอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นอุเบกขา มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปก-*ขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เว้นอุเบกขา ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ เป็นสเหตุกสัตว์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจักขุ เป็นอเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอเหตุกสัตว์ มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ เป็นอเหตุกสัตว์ ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจักขุ ปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ปราศจากปัญญา ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ ไม่มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ เป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีฆานะ ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นอิตถี มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถี ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ เป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีฆานะ ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นปุริสะ มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะ ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ มีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีฆานะ เว้นโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นโสมนัส มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัส-*สินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เว้นโสมนัส ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ มีอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีฆานะ เว้นอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น เว้นอุเบกขา มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ เว้นอุเบกขา ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ เป็นสเหตุกสัตว์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีฆานะ เป็นอเหตุกสัตว์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอเหตุกสัตว์ มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ เป็นอเหตุกสัตว์ ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีฆานะ ปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ซึ่งปราศจากปัญญา ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปุริสะ กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นและปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ไม่เป็นอิตถี ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นและอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นอิตถี มีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถิน-*ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถี เว้นโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นโสมนัส เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เว้นโสมนัส ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นอิตถี มีอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถี เว้นอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นอุเบกขา เป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ เว้นอุเบกขา ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นอิตถี เป็นสเหตุก-*สัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถี เป็นอเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอเหตุกสัตว์ เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เป็นอเหตุกสัตว์ ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นอิตถี ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถี ปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา เป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ปราศจากปัญญา ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นอิตถี มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นปุริสะ มีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์ จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะ เว้นโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น เว้นโสมนัส เป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัส-*สินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เว้นโสมนัส ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ซึ่งไม่เป็นปุริสะ มีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะ เว้นอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นอุเบกขา เป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขิน-*ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เว้นอุเบกขา ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นปุริสะ เป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะ เป็นอเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอเหตุกสัตว์ เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เป็นอเหตุกสัตว์ ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะ ปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ปราศจากปัญญา ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นปุริสะ มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากโสมนัส ในปวัตติกาล แต่ชีวิติน-*ทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากอุเบกขา ในปวัตติกาล แต่ชีวิติน-*ทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากศรัทธา ในปวัตติกาล แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากปัญญา ในปวัตติกาล แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
ยสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขา- สมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ {๖๔๐.๑} ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตโสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา ในปวัตติกาล แต่อุเปก-*ขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากโสมนัส ปราศจากอุเบกขา ผู้เข้านิโรธผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยโสมนัส ในปวัตติกาล แต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นและโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังค-*ขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากอุเบกขา ปราศจากโสมนัส ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์
ยสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตสทฺธาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตสทฺธาวิปฺปยุตฺต- จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ {๖๔๑.๑} ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตโสมนสฺสสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ สทฺธาวิปฺปยุตฺตโสมนสฺส- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นโสมนัส เป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากโสมนัสประกอบด้วยศรัทธา ในปวัตติกาล แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากโสมนัส ปราศจากศรัทธา ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต ที่ปราศจากศรัทธา ประกอบด้วยโสมนัส ในปวัตติกาล แต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากศรัทธา ปราศจากโสมนัส ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์
ยสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตญาณสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺต- โสมนสฺสสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ญาณวิปฺปยุตฺตโสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เว้นโสมนัส ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากโสมนัส ประกอบด้วยปัญญา ในปวัตติกาล แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากโสมนัสปราศจากปัญญา ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา มีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากปัญญา ประกอบด้วยโสมนัสแต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นและโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากปัญญา ปราศจากโสมนัส ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์
ยสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นโสมนัส มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากโสมนัสในปวัตติกาล แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ยสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตสทฺธาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตสทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ สทฺธาวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขา- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นอุเบกขา เป็นสเหตุก-*สัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากอุเบกขา ประกอบด้วยศรัทธา แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากอุเบกขา ปราศจากศรัทธาผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอเหตุกสัตว์ มีอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากศรัทธา ประกอบด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากศรัทธา ปราศจากอุเบกขาผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์
ยสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตญาณสมฺมปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ {๖๔๕.๑} ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ญาณวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขา- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นอุเบกขา ประกอบด้วยปัญญาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากอุเบกขา ประกอบด้วยปัญญา ในปวัตติกาล แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากอุเบกขาปราศจากปัญญา ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา มีอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากปัญญา ประกอบด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากปัญญา ปราศจากอุเบกขา ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์
ยสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นอุเบกขา มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากอุเบกขา ในปวัตติกาล แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ยสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตสทฺธาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ญาณวิปฺปยุตฺตสทฺธา- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา เป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากปัญญา ประกอบด้วยศรัทธา ในปวัตติกาล แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต ที่ปราศจากปัญญาปราศจากศรัทธา ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์
ยสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เป็นอเหตุกสัตว์ มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากศรัทธา ในปวัตติกาล แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ยสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากปัญญา ในปวัตติกาล แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด โสตินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต อรูเป ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือรูปาวจรภูมิ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ
ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต อรูเป ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือรูปาวจรภูมิ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ
ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ย่อมเกิดขึ้น หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ไม่มี
ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อรูเป ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ ย่อม ไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออรูปภูมิ แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออสัญญสัตตภูมิ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อรูเป ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออรูปภูมิ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออสัญญสัตตภูมิ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ย่อมเกิดขึ้น หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ไม่มี
ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต อรูเป ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือรูปาวจรภูมิ แต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปก-*ขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออสัญญสัตตภูมิ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออสัญญสัตตภูมิ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯเปฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ย่อมเกิดขึ้น หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ปุริสินทรีย์ย่อม-*ไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ไม่มี
ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต อรูเป ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ย่อม- *ไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ปุริสินทรีย์-*ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ย่อม- *ไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนิน-*ทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่-*เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ ยตฺถ วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ไม่มี หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น
ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ ฯเปฯ สทฺธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ไม่มี หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น
ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ ฯเปฯ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่-*เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด มนินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อโสตกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อโสตกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุมีแต่โสตะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ ซึ่งไม่มีจักขุ ไม่มีโสตะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุน-*ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีโสตะ มีแต่จักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ โสตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ ซึ่งไม่มีโสตะ ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุมีแต่ฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจักขุ ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุน-*ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ มีแต่จักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ซึ่งไม่มีฆานะ ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถิน- *ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ซึ่งไม่มีจักขุ ไม่เป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุน-*ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี มีแต่จักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ซึ่งไม่เป็นอิตถี ไม่มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสิน- *ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ไม่เป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุน-*ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ แต่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ไม่มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นโสมนัส มีแต่จักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เว้นโสมนัส ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ มีแต่อุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ เว้นอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นอุเบกขา มีแต่จักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เว้นอุเบกขา ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ เป็นอเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจักขุเป็นอเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า สัทธินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออเหตุกสัตว์มีแต่จักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เป็นอเหตุกสัตว์ ไม่มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปัญญินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งปราศจากปัญญา มีแต่จักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ปราศจากปัญญา ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุน-*ทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานิน-*ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี มีแต่ฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถี ไม่มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะ ไม่มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานิน-*ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสม- *นัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ มีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีฆานะเว้นโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์เว้นโสมนัส มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ เว้นโสมนัส ไม่มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ มีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีฆานะ เว้นอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นอุเบกขา มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ เว้นอุเบกขา ไม่มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ นอุปปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ไม่มีฆานะเป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีฆานะ เป็นอเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออเหตุกสัตว์มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เป็นอเหตุกสัตว์ ไม่มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งไม่มีฆานะประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นและปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีฆานะ ปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งปราศ-*จากปัญญา มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ปราศจากปัญญา ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานิน-*ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถี ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะ ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี มีโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถี เว้นโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นโสมนัส เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เว้นโสมนัสไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี มีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถี เว้นอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นอุเบกขา เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ เว้นอุเบกขา ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี เป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถีเป็นอเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออเหตุกสัตว์เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เป็นอเหตุกสัตว์ ไม่เป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถีปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งปราศจากปัญญา เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ปราศจากปัญญาไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ มีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะเว้นโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นโสมนัส เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ เว้นโสมนัส ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ มีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเบกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะเว้นอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นอุเบกขา เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ เว้นอุเบกขา ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ เป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะเป็นอเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งเป็นอเหตุก-*สัตว์ เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ เป็นอเหตุกสัตว์ ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งปราศจากปัญญา เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ปราศจากปัญญาไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากโสมนัส ในปวัตติกาลแต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
ยสฺส ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากอุเบกขา ในปวัตติ-*กาล แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
ยสฺส ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งเป็นอเหตุกสัตว์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากศรัทธา ในปวัตติกาล แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
ยสฺส ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากปัญญา ในปวัตติกาล แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
ยสฺส ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
ยสฺส ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ {๗๑๐.๑} ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตโสมนสฺส- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งมีอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งอุเบกขาสัมปยุตจิต ในปวัตติกาล แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสวิปปยุตจิต อุเบกขา-*วิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดโสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสัมปยุตจิต ในปวัตติกาลแต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอุเบกขาวิปปยุตจิตโสมนัสวิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์
ยสฺส ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตสทฺธาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ โสมนสฺสวิปฺปยุตฺต- สทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ {๗๑๑.๑} ยสฺส วา ปน ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺต- โสมนสฺสสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ สทฺธาวิปฺปยุตฺตโสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งเว้นโสมนัสเป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสวิปปยุตจิตและสัทธาสัมปยุตจิต ในปวัตติกาล แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสวิปปยุตจิต และสัทธาวิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดโสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต อันปราศจากศรัทธา ประกอบด้วยโสมนัส ในปวัตติกาล แต่โสมนัส-*สินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นและโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตอันปราศจากศรัทธา ปราศจากโสมนัสและอสัญญสัตว์
ยสฺส ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตญาณสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ โสมนสฺส- วิปฺปยุตฺตญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตโสมนสฺสสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ญาณวิปฺปยุตฺตโสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นโสมนัส ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต อันปราศจากโสมนัส ประกอบด้วยปัญญา ในปวัตติกาล แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต อันปราศจากโสมนัส ปราศจากปัญญาและอสัญญสัตว์ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดโสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งปราศจากปัญญา มีโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต อันปราศจากปัญญา ประกอบด้วยโสมนัส ในปวัตติกาล แต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะแห่งจิตอันปราศจากปัญญา ปราศจากโสมนัส และอสัญญสัตว์
ยสฺส ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นโสมนัส มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตอันปราศจากโสมนัสแต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต และอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดโสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยสฺส ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตสทฺธาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตสทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ {๗๑๔.๑} ยสฺส วา ปน ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ สทฺธาวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นอุเบกขา เป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต อันปราศจากอุเบกขา ประกอบด้วยศรัทธา ในปวัตติกาล แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตอันปราศจากอุเบกขา ปราศจากศรัทธา หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเป็นอเหตุกสัตว์ มีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต อันปราศจากศรัทธา ประกอบด้วยอุเบกขา ในปวัตติกาล แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะแห่งจิต อันปราศจากศรัทธา ปราศจากอุเบกขา และอสัญญสัตว์
ยสฺส ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตญาณสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ญาณวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขา- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นอุเบกขา ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต อันปราศจากอุเบกขา ประกอบด้วยปัญญา ในปวัตติกาล แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะแห่งจิต อันปราศจากอุเบกขา ปราศจากปัญญา และอสัญญสัตว์ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งปราศจากปัญญา มีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต อันปราศจากปัญญา ประกอบด้วยอุเบกขา ในปวัตติกาล แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตอันปราศจากปัญญา ปราศจากอุเบกขา
ยสฺส ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นอุเบกขา มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต อันปราศจากอุเบกขาในปวัตติกาล แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต และอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยสฺส ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตสทฺธาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ญาณวิปฺปยุตฺตสทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดสัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งปราศ-*จากปัญญา เป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต อันปราศ-*จากปัญญา ประกอบด้วยศรัทธา ในปวัตติกาล แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะแห่งจิตอันปราศจากปัญญา ปราศจากศรัทธา
ยสฺส ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเป็นอเหตุกสัตว์ มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตอันปราศจากศรัทธาในปวัตติกาล แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต และอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดสัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยสฺส ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ -------------
ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งปราศ-*จากปัญญา มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตอันปราศจากปัญญาในปวัตติกาล แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต และอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปัจจนีกบุคคล จักขุนทรียมูลกนัย
อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้โสตะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๙๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้อิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๙๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติบุคคลมีอิตถีและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้ปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุและปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรียมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลมีปุริสะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๙๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้แต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๙๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้แต่เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้แต่มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขุนทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๙๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ฆานินทรียมูลกนัย
อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้อิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะและอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีอิตถีและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้ปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะและปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีปุริสะและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๙๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัส- สินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานินทรียมูลกนัย จบ อิตถินทรียมูลกนัย
อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีและปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะและอิตถี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร เกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และเป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และเป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อิตถินทรียมูลกนัย จบ ปุริสินทรียมูลกนัย
อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัส- สิทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัส-สินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใชไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และเป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้แต่เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย
อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากโสมนัสในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติ-กาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ชีวิตนิทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจาก สัทธาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากญาณในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย
อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุต ด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและอุเบกขา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุต ด้วยโสมนัสในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัส-สินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและโสมนัส บุคคลผู้นิโรธสมาบัติ และบุคคลผุ้ผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นสเหตุกะแต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่ง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร จิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและสัทธา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและที่สัมปยุตด้วยโสมนัสใน ปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและโสมนัส บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิสัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตแต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและที่สัมปยุตด้วยญาณในปวัตติกาล โสมนัสสิน-ทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและญาณบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและที่สัมปยุตด้วยโสมนัสในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและโสมนัส บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อุเปกขินทรียมูลกนัย
อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นสเหตุกะแต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและสัทธาบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิต
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและอุเบกขา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ไช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตแต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและที่สัมปยุตด้วยญาณในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและญาณ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและอุเบกขาบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย
อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังดูเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและสัทธา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ที่วิปปยุตจากสัทธาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ สัทธินทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปัญญินทรียมูลกนัย
อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้และมีจิตเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญญินทรียมูลกนัย จบ ปัจจนีกโอกาส จักขุนทรียมูลกนัย
อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรียมิใช่ ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย
อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรียมิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานินทรียมูลกนัย จบ อิตถินทรียมูลกนัย
อนุ. อิตถินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฯลฯ ปุริสินทรียมูลกนัย
อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย
อนุ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย
อนุ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้น ก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อุเปกขินทรียมูลกนัย
อนุ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย
อนุ. สัทธินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ สัทธินทรียมูลกนัย จบ ปัญญินทรียมูลกนัย
อนุ. ปัญญินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญญินทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขุนทรียมูลกนัย
อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้โสตะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้อิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีอิตถีและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้ปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีปุริสะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และเป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะมีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้แต่เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย
อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้อิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะและอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีอิตถีและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้ปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะและปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัส- สินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิดบุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานินทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อิตถินทรียมูลกนัย
อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีและปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะและอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติอิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติอิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้แต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้แต่เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อิตถินทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปุริสินทรียมูลกนัย
อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัส- สินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิดบุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้แต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้แต่เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย
อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากโสมนัสในปวัตติกาล โสมนัสสินทรย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติ-กาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิป- ปยุตจากอุเบกขา ในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจาก สัทธาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลสัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากญาณในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย
อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุต ด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและอุเบกขา บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุต ด้วยโสมนัสในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาท-
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและโสมนัส บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นสเหตุกะแต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและสัทธาบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและที่สัมปยุตด้วยโสมนัสใน ปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและโสมนัส บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตแต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและที่สัมปยุตด้วยญาณในปวัตติกาล โสมนัส-สินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิดในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและญาณ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและที่สัมปยุตด้วยโสมนัสในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังค-ขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและ โสมนัส บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อุเปกขินทรียมูลกนัย
อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตปราศจากอุเบกขาแต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๔๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังค-ขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและสัทธาบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังค-ขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและอุเบกขา บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตแต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและที่สัมปยุตด้วยญาณในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังค-ขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและญาณบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและอุเบกขา บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๔๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย
อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและสัทธา บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๔๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ วิปปยุตจากสัทธาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ สัทธินทรียมูลกนัย จบ ปัญญินทรียมูลกนัย
อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญญินทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๔๓}
อรรถกถา
ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกอรรถกถายึดที่ข้อ ๓๗๙ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอินทริยยมก
บัดนี้เป็นการพรรณนาอินทริยยมก ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงในลำดับต่อจากธรรมยมก เพราะทรงรวบรวมธรรมทั้งหลายมีกุศลธรรมเป็นต้น ที่พระองค์ทรงแสดงแล้วในมูลยมกเหล่านั้นให้เป็นส่วนหนึ่ง ด้วยอำนาจแห่งธรรมที่ได้อยู่ ในอินทริยยมกนั้นพึงทราบการกำหนดพระบาลี โดยนัยที่กล่าวแล้วในขันธยมกเป็นต้น.
ก็แม้ในอินทริยยมกนี้ มหาวาระ ๓ มีปัณณัตติวาระเป็นต้น และอนันตรวาระ ที่เหลือก็เป็นเช่นกับที่มาแล้วในยมกทั้งหลายมีขันธยมกเป็นต้นพร้อมด้วยประเภทแห่งกาลเป็นต้น แต่ว่ายมกทั้งหลายมีมากกว่าธาตุยมกเพราะความที่แห่งอินทรีย์ทั้งหลายมีมาก ก็ท่านไม่ประกอบ ชิวหายตนะและกายายตนะกับด้วยจักขวายตนะและจักขุธาตุ ในนัยอันมีจักขวายตนะและจักขุธาตุเป็นมูล ในปุคคลวาระเป็นต้น ในหนหลัง และไม่ถือเอายมกทั้งหลาย มีชิวหายตนะและกายายตนะเป็นมูล ฉันใดแม้ในอินทริยยมกนี้ ท่านก็ไม่ประกอบชิวหินทรีย์และกายินทรีย์ ในนัยอันมีจักขุนทรีย์เป็นมูล และไม่ถือเอายมกทั้งหลายที่มีชิวหินทรีย์และกายินทรีย์เป็นมูล ฉันนั้น
พึงทราบเหตุในการไม่ถือเอายมกทั้งหลายเหล่านั้น ตามนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในยมกนั้นนั่นแหละ.
ส่วนมนินทรีย์ พึงทราบว่า ท่านประกอบแล้วด้วยมูลทั้งหลายมีจักขุนทรีย์เป็นมูลเป็นต้น ฉันใด แม้กับมูลทั้งหลายมีอิตถินทรีย์เป็นมูล ก็ฉันนั้นนั่นแหละ มนินทรีย์ย่อมถึงการประกอบ เพราะเหตุใด เพราะเหตุนั้น พึงทราบว่า ท่านไม่ประกอบแล้ว โดยลำดับ บทที่วางไว้ (แต่) ประกอบไว้ในที่สุดกับมูลทั้งหลายมีจักขนุทรีย์เป็นต้น แม้ทั้งหมด.
ท่านประกอบอิตถินทรีย์กับจักขุนทริย์, ปุริสินทรีย์กับจักขุนทรีย์, ชีวิตินทรีย์กับจักขุนทรีย์, สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ไม่มีในปฏิสนธิ เพราะเหตุนั้นท่านจึงไม่ถือเอา.
โสมนัสสินทริย์ อุเบกขินทรีย์ ท่านถือเอาแล้วในปฏิสนธิ เพราะเกิดมีพร้อมกับการเกิดขึ้น อินทรีย์ ๕ อย่างมีสัทธินทรีย์เป็นต้นก็เหมือนอย่างนั้นอินทรีย์ที่เป็นโลกุตตร ๓ อย่าง ท่านก็ไม่ถือเอา เพราะไม่มีในปฏิสนธิ อินทรีย์เหล่าใดท่านถือเอาแล้วด้วยอำนาจแห่งอินทรีย์เหล่านั้นพึงทราบการนับยมกในนัยอันมีจักขุนทรีย์เป็นมูลในอินทริยยมกนี้ ด้วยประการฉะนี้ ก็ในที่มี้พึงทราบการนับยมกในนัยอันมีจักขุทรีย์เป็นมูลในที่นี้ฉันใด ในที่ทั้งปวงก็ฉันนั้นพึงทราบการกำหนดพระบาลีในวาระทั้งหลายอย่างนี้ก่อนว่า ก็ยมกเหล่าใดที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาแล้วควรนับยมกทั้งหลายด้วยสามารถแห่งยมกเหล่านั้น.
อีกอย่างหนึ่ง เมื่อนับ พึงนับด้วยสามารถแห่งโมฆะปุจฉา.
ก็ในการวินิจฉัยเนื้อความนี้ พึงทราบนัยมุขนี้ดังต่อไปนี้.
คำว่า สจกฺขุกานํ น อิตฺถีนํ ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งสัตว์ทั้งหลายที่มีรูป มีพรหมปาริสัชชาเป็นต้น และด้วยสามารถแห่งบุรุษเพศและผู้ไม่มีเพศ เพราะว่าอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดแก่พรหม บุรุษเพศ และผู้ไม่มีเพศเหล่านั้น.
คำว่า สจกฺขุกานํ น ปุริสานํ ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งรูปพรหมด้วย แห่งสตรีเพศและบุคคลผู้ไม่มีเพศด้วย เพราะว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดแก่รูปพรหม สตรีและผู้ไม่มีเพศเหล่านั้น.
คำว่า อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ชีวิตินฺทริยํ อุปฺปชฺชติ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ทั้งหลายในเอกโวการภพ จตุโวการภพและในกามธาตุ.
คำว่า สจกฺขุกานํ วินา โสมนสฺเสน ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งบุคคลผู้ปฏิสนธิด้วยมหาวิบากปฏิสนธิ ๔ ที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขา.
คำว่า สจกฺขุกานํ วินา อุเปกฺขาย ท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งบุคคลผู้ปฏิสนธิพร้อมด้วยโสมนัส.
คำว่า อุเปกฺขาย อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งอเหตุกปฏิสนธิ.
คำว่า อเหตุกานํ ท่านกล่าวแล้วเพราะความไม่มีแห่งอินทรีย์ทั้งหลายมีสัทธินทรีย์เป็นต้น กับด้วยอเหตุกปฏิสนธิ.
จริงอยู่ ในอเหตุกปฏิสนธิ ย่อมไม่มีศรัทธา สติ ปัญญาแน่นอน แต่สมาธิและวิริยะ ย่อมไม่ถึงความเป็นอินทรีย์.
คำว่า สเหตุกานํ อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวแล้วด้วยอำนาจคัพภเสยยกสัตว์ และพรหมที่ไม่มีรูป ก็พวกสเหตุกะอื่นชื่อว่า อจกฺขุโก = ไม่มีจักขุ ย่อมไม่มี.
คำว่า สจกฺขุกานํ อเหตุกานํ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ในอบายด้วยสามารถแห่งโอปปาติกะ.
คำว่า สจกฺขุกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ที่ปฏิสนธิด้วยเหตุสอง ในกามธาตุ.
คำว่า สจกฺขุกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ กล่าวหมายเอารูปพรหมด้วย เทวดาและมนุษย์ในกามาวจรด้วย.
คำว่า ญาณสมฺปยุตฺตานํ อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวหมายเอาอรูปพรหม และติเหตุกสัตว์ผู้เกิดในครรภ์.
ในชีวิตินทรีย์มูล คำว่า วินา โสมนสฺเสน อุปฺปชฺชนฺตานํ ท่านกล่าวหมายเอาชีวิตินทรีย์แม้ทั้งสองอย่าง.
คำว่า ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ท่านกล่าวหมายเอาอรูปชีวิตินทรีย์.
พึงทราบการประกอบ ชีวิตินทรีย์ด้วยสามารถปฏิสนธิและปวัตติ แม้ในที่ทั้งปวงโดยนัยนี้แม้ในมูลทั้งหลายมีโสมนัสสินทรีย์เป็นมูลเป็นต้น พึงถือเอาเนื้อความด้วยสามารถแห่งปฏิสนธิและปวัตตินั่นแหละแต่ในปฏิโลมนัย ในนิโรธวาระ พึงทราบการเกิด การไม่เกิด การดับและการไม่ดับ ในจุติ ปฏิสนธิและปวัตติแม้ทั้ง ๓ กาลด้วยสามารถแห่งธรรมทั้งหลายเหล่านั้นด้วย เหล่าอื่นด้วยตามที่ได้.
ในอนาคตวาระ คำว่า เอเตเนว ภาเวน ดังนี้ อธิบายว่า ด้วยการถือเอาปุริสปฏิสนธินั่นแหละ เพราะไม่ถึงซึ่งอิตถีภาวะ ในลำดับด้วยปุริสภาวะนั้นนั่นแหละ.
คำวิสัชนาว่า กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ อธิบายว่า บุรุษใดถือเอาแล้วซึ่งปฏิสนธิในภพไรๆ ไม่ถึงแล้วซึ่งอิตถีภาวะ จักปรินิพพานเทียว (หมายความว่าเกิดในภพใดด้วยเพศใด จักปรินิพพานด้วยเพศนั้นในภพนั้น)
แม้ในปัญหาที่สองก็นัยนี้ ก็บทว่า มนินทรีย์ด้วยไม่เกิดในภังคขณะแห่งอุปัตติจิตของสุทธาวาสพรหม ดังนี้ในอดีตวาระด้วยปัจจุบันวาระ (ปัจจุปันนาตีตวาระ) อธิบายว่า บัณฑิตไม่ถือเอาเนื้อความด้วยอำนาจการก้าวล่วงอุปาทขณะเหมือนกับในจิตตยมกแต่ควรถือเอาด้วยอำนาจแห่งการไม่เคยเกิดขึ้นในภพนั้น พึงทราบการวินิจฉัยเนื้อความในปวัตติวาระ แม้ทั้งหมดโดยนัยมุขนี้.
ก็ในปริญญาวาระ ท่านแสดงจักขุโสตยมกอย่างเดียวเท่านั้น ในมูลทั้งหลายมีจักขุมูลเป็นต้น ก็เพราะท่านแสดงอินทรีย์ทั้งหลายที่บุคคลไม่ควรกำหนดรู้ ที่เป็นโลกิยอัพยากตะด้วย ที่เจือด้วยโลกิยอัพยากตะด้วย แม้ที่เหลือเหตุนั้นท่านจึงแสดงอินทรีย์ ที่ท่านไม่แสดงเหล่านั้น โดยนัยนี้นั่นเทียว ก็เพราะอกุศลเป็นธรรมอันบุคคลพึงละโดยส่วนเดียวกุศลพึงเจริญโดยส่วนเดียว โลกุตตระอันเป็นอัพยากตะอันบุคคลพึงทำให้แจ้ง เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ย่อมละโทมนัสสินทรีย์ ย่อมเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ก็อัญญินทรีย์บุคคลควรเจริญก็มี ควรทำให้แจ้งก็มี อัญญินทรีย์นั้น ท่านถือเอาด้วยอำนาจการภาวนา (การทำให้เจริญ).
ในคำทั้งหลายเหล่านั้น คำว่า เทฺว ปุคฺคลา ได้แก่ ผู้พร้อมเพรียงด้วยสกทาคามี และผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในบุคคลทั้งสองนั้น คนหนึ่งชื่อว่า ย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์ เพราะไม่สามารถตัดขาดได้ คนหนึ่งชื่อว่า ย่อมไม่ละโทมนัส เพราะความที่ท่านละโทมนัสสินทรีย์แล้ว.
บทว่า จกฺขุนฺทฺริยํ น ปริชานาติ ได้แก่ย่อมไม่รู้ทั่ว เพราะความที่แห่งท่านไม่สามารถยังมรรคที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้นได้บัณฑิตพึงทราบเนื้อความในคำวิสัชนาทั้งปวงโดยนัยนี้. อรรถกถาอินทริยยมก จบ.
นิคมคาถา
ก็หญิงชายผู้ใดถึงพร้อมด้วยกิจดำรงอยู่ในโอวาทของพระศาสดาสัมมาสัมพุทธะพระองค์ใดผู้ทำกิจเสร็จแล้วหญิงชายผู้นั้น กำหนดตั้งมั่นในโอวาทของพระจอมมุนีไว้ดีแล้ว ย่อมเป็นผู้ก้าวล่วงอำนาจของพระยายม. พระสัมมาสัมพุทธะผู้ทรงเป็นเทพยิ่งกว่าเทพทั้งปวง ผู้ไม่มีมลทินอันจะนำไปสู่อำนาจของพระยายมเสด็จประทับอยู่ท่ามกลางเทวบริษัทหมู่ใหญ่ในเทวบุรี ทรงประกาศปกรณ์ชื่อว่ายมก ฉันใด ข้าพเจ้า (พระพุทธโฆษาจารย์) ปรารภอรรถกถาแห่งปกรณ์ยมกนั้น เพื่อแสดงวิธีกำหนดพระบาลีและนัยแห่งอรรถในคำปุจฉาวิสัชนา.
บัดนี้ อรรถกถาแห่งปกรณ์นี้นั้นถึงความสำเร็จแล้วด้วยแบบแผนมีประมาณ ๕ ภาณวาร โดยปราศจากอันตรายในโลกที่มีอันตรายมากฉันใด ขอสัตว์ทั้งหลายจงเป็นผู้มีความสำเร็จในหิตานุหิตประโยชน์ พรั่งพร้อมด้วยความสุข และขอมโนรถแม้ทั้งปวงของสรรพสัตว์ทั้งหลายจงถึงความสำเร็จฉันนั้น เทอญ.
อรรถกถาแห่งยมก จบ. -----------------------------------------------------