ฉบับที่อ่านฉบับแสดงอรรถกถา

ข้อ ๖๐๔–๗๑๙ เล่ม ๓๙

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ลำดับ 5 จาก 22 ในอินทรียยมกพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 116 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อโสตกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อโสตกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อจกฺขุกานํ อุปฺปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขา- สมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ {๖๔๐.๑} ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตโสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตสทฺธาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตสทฺธาวิปฺปยุตฺต- จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ {๖๔๑.๑} ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตโสมนสฺสสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ สทฺธาวิปฺปยุตฺตโสมนสฺส- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตญาณสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺต- โสมนสฺสสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ญาณวิปฺปยุตฺตโสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตสทฺธาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตสทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ สทฺธาวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขา- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตญาณสมฺมปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ {๖๔๕.๑} ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ญาณวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขา- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตสทฺธาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ญาณวิปฺปยุตฺตสทฺธา- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต อรูเป ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต อรูเป ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ

ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อรูเป ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อรูเป ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ

ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต อรูเป ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯเปฯ

ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ

ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต อรูเป ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ ยตฺถ วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ

ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ ฯเปฯ สทฺธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ

ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ ฯเปฯ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อโสตกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อโสตกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ นอุปปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ {๗๑๐.๑} ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตโสมนสฺส- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตสทฺธาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ โสมนสฺสวิปฺปยุตฺต- สทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ {๗๑๑.๑} ยสฺส วา ปน ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺต- โสมนสฺสสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ สทฺธาวิปฺปยุตฺตโสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตญาณสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ โสมนสฺส- วิปฺปยุตฺตญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตโสมนสฺสสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ญาณวิปฺปยุตฺตโสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตสทฺธาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตสทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ {๗๑๔.๑} ยสฺส วา ปน ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ สทฺธาวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตญาณสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ญาณวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขา- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตสทฺธาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ญาณวิปฺปยุตฺตสทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ -------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ปัจจนีกบุคคล จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๑๓

อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้โสตะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคล

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๙๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้อิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๙๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติบุคคลมีอิตถีและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้ปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุและปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรียมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลมีปุริสะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๙๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้แต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๙๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้แต่เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้แต่มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขุนทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๙๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ฆานินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๑๔

อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้อิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะและอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีอิตถีและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้ปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะและปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีปุริสะและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๙๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัส- สินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานินทรียมูลกนัย จบ อิตถินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๑๕

อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีและปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะและอิตถี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร เกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และเป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และเป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อิตถินทรียมูลกนัย จบ ปุริสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๑๖

อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัส- สิทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัส-สินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใชไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และเป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้แต่เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๑๗

อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากโสมนัสในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติ-กาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ชีวิตนิทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจาก สัทธาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากญาณในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๐๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๑๘

อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุต ด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและอุเบกขา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุต ด้วยโสมนัสในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัส-สินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและโสมนัส บุคคลผู้นิโรธสมาบัติ และบุคคลผุ้ผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นสเหตุกะแต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่ง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร จิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและสัทธา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและที่สัมปยุตด้วยโสมนัสใน ปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและโสมนัส บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิสัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตแต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและที่สัมปยุตด้วยญาณในปวัตติกาล โสมนัสสิน-ทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและญาณบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและที่สัมปยุตด้วยโสมนัสในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและโสมนัส บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อุเปกขินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๑๙

อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นสเหตุกะแต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและสัทธาบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิต

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและอุเบกขา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ไช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตแต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและที่สัมปยุตด้วยญาณในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและญาณ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและอุเบกขาบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๒๐

อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังดูเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและสัทธา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ที่วิปปยุตจากสัทธาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ สัทธินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปัญญินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๒๑

อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้และมีจิตเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญญินทรียมูลกนัย จบ ปัจจนีกโอกาส จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๒๒

อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรียมิใช่ ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๒๓

อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรียมิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานินทรียมูลกนัย จบ อิตถินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๒๔

อนุ. อิตถินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฯลฯ ปุริสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๒๕

อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๒๖

อนุ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๒๗

อนุ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้น ก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อุเปกขินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๒๘

อนุ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๒๙

อนุ. สัทธินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ สัทธินทรียมูลกนัย จบ ปัญญินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๓๐

อนุ. ปัญญินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญญินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๓๑

อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้โสตะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้อิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีอิตถีและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้ปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีปุริสะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคล

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และเป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะมีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้แต่เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๓๒

อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้อิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะและอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีอิตถีและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้ปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะและปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัส- สินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิดบุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อิตถินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๓๓

อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีและปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะและอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคล

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติอิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติอิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้แต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้แต่เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อิตถินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปุริสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๓๔

อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัส- สินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิดบุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคล

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้แต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้แต่เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๓๕

อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากโสมนัสในปวัตติกาล โสมนัสสินทรย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติ-กาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิป- ปยุตจากอุเบกขา ในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจาก สัทธาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลสัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากญาณในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๓๖

อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุต ด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและอุเบกขา บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุต ด้วยโสมนัสในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาท-

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและโสมนัส บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นสเหตุกะแต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและสัทธาบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและที่สัมปยุตด้วยโสมนัสใน ปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและโสมนัส บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตแต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและที่สัมปยุตด้วยญาณในปวัตติกาล โสมนัส-สินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิดในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและญาณ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและที่สัมปยุตด้วยโสมนัสในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังค-ขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและ โสมนัส บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อุเปกขินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๓๗

อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตปราศจากอุเบกขาแต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๔๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังค-ขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและสัทธาบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังค-ขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและอุเบกขา บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตแต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและที่สัมปยุตด้วยญาณในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังค-ขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและญาณบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและอุเบกขา บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๔๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๓๘

อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและสัทธา บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๔๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ วิปปยุตจากสัทธาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ สัทธินทรียมูลกนัย จบ ปัญญินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๓๙

อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญญินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๔๓}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

อรรถกถายึดที่ข้อ ๓๗๙ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอินทริยยมก

บัดนี้เป็นการพรรณนาอินทริยยมก ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงในลำดับต่อจากธรรมยมก เพราะทรงรวบรวมธรรมทั้งหลายมีกุศลธรรมเป็นต้น ที่พระองค์ทรงแสดงแล้วในมูลยมกเหล่านั้นให้เป็นส่วนหนึ่ง ด้วยอำนาจแห่งธรรมที่ได้อยู่ ในอินทริยยมกนั้นพึงทราบการกำหนดพระบาลี โดยนัยที่กล่าวแล้วในขันธยมกเป็นต้น.

ก็แม้ในอินทริยยมกนี้ มหาวาระ ๓ มีปัณณัตติวาระเป็นต้น และอนันตรวาระ ที่เหลือก็เป็นเช่นกับที่มาแล้วในยมกทั้งหลายมีขันธยมกเป็นต้นพร้อมด้วยประเภทแห่งกาลเป็นต้น แต่ว่ายมกทั้งหลายมีมากกว่าธาตุยมกเพราะความที่แห่งอินทรีย์ทั้งหลายมีมาก ก็ท่านไม่ประกอบ ชิวหายตนะและกายายตนะกับด้วยจักขวายตนะและจักขุธาตุ ในนัยอันมีจักขวายตนะและจักขุธาตุเป็นมูล ในปุคคลวาระเป็นต้น ในหนหลัง และไม่ถือเอายมกทั้งหลาย มีชิวหายตนะและกายายตนะเป็นมูล ฉันใดแม้ในอินทริยยมกนี้ ท่านก็ไม่ประกอบชิวหินทรีย์และกายินทรีย์ ในนัยอันมีจักขุนทรีย์เป็นมูล และไม่ถือเอายมกทั้งหลายที่มีชิวหินทรีย์และกายินทรีย์เป็นมูล ฉันนั้น

พึงทราบเหตุในการไม่ถือเอายมกทั้งหลายเหล่านั้น ตามนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในยมกนั้นนั่นแหละ.

ส่วนมนินทรีย์ พึงทราบว่า ท่านประกอบแล้วด้วยมูลทั้งหลายมีจักขุนทรีย์เป็นมูลเป็นต้น ฉันใด แม้กับมูลทั้งหลายมีอิตถินทรีย์เป็นมูล ก็ฉันนั้นนั่นแหละ มนินทรีย์ย่อมถึงการประกอบ เพราะเหตุใด เพราะเหตุนั้น พึงทราบว่า ท่านไม่ประกอบแล้ว โดยลำดับ บทที่วางไว้ (แต่) ประกอบไว้ในที่สุดกับมูลทั้งหลายมีจักขนุทรีย์เป็นต้น แม้ทั้งหมด.

ท่านประกอบอิตถินทรีย์กับจักขุนทริย์, ปุริสินทรีย์กับจักขุนทรีย์, ชีวิตินทรีย์กับจักขุนทรีย์, สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ไม่มีในปฏิสนธิ เพราะเหตุนั้นท่านจึงไม่ถือเอา.

โสมนัสสินทริย์ อุเบกขินทรีย์ ท่านถือเอาแล้วในปฏิสนธิ เพราะเกิดมีพร้อมกับการเกิดขึ้น อินทรีย์ ๕ อย่างมีสัทธินทรีย์เป็นต้นก็เหมือนอย่างนั้นอินทรีย์ที่เป็นโลกุตตร ๓ อย่าง ท่านก็ไม่ถือเอา เพราะไม่มีในปฏิสนธิ อินทรีย์เหล่าใดท่านถือเอาแล้วด้วยอำนาจแห่งอินทรีย์เหล่านั้นพึงทราบการนับยมกในนัยอันมีจักขุนทรีย์เป็นมูลในอินทริยยมกนี้ ด้วยประการฉะนี้ ก็ในที่มี้พึงทราบการนับยมกในนัยอันมีจักขุทรีย์เป็นมูลในที่นี้ฉันใด ในที่ทั้งปวงก็ฉันนั้นพึงทราบการกำหนดพระบาลีในวาระทั้งหลายอย่างนี้ก่อนว่า ก็ยมกเหล่าใดที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาแล้วควรนับยมกทั้งหลายด้วยสามารถแห่งยมกเหล่านั้น.

อีกอย่างหนึ่ง เมื่อนับ พึงนับด้วยสามารถแห่งโมฆะปุจฉา.

ก็ในการวินิจฉัยเนื้อความนี้ พึงทราบนัยมุขนี้ดังต่อไปนี้.

คำว่า สจกฺขุกานํ น อิตฺถีนํ ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งสัตว์ทั้งหลายที่มีรูป มีพรหมปาริสัชชาเป็นต้น และด้วยสามารถแห่งบุรุษเพศและผู้ไม่มีเพศ เพราะว่าอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดแก่พรหม บุรุษเพศ และผู้ไม่มีเพศเหล่านั้น.

คำว่า สจกฺขุกานํ น ปุริสานํ ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งรูปพรหมด้วย แห่งสตรีเพศและบุคคลผู้ไม่มีเพศด้วย เพราะว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดแก่รูปพรหม สตรีและผู้ไม่มีเพศเหล่านั้น.

คำว่า อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ชีวิตินฺทริยํ อุปฺปชฺชติ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ทั้งหลายในเอกโวการภพ จตุโวการภพและในกามธาตุ.

คำว่า สจกฺขุกานํ วินา โสมนสฺเสน ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งบุคคลผู้ปฏิสนธิด้วยมหาวิบากปฏิสนธิ ๔ ที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขา.

คำว่า สจกฺขุกานํ วินา อุเปกฺขาย ท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งบุคคลผู้ปฏิสนธิพร้อมด้วยโสมนัส.

คำว่า อุเปกฺขาย อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งอเหตุกปฏิสนธิ.

คำว่า อเหตุกานํ ท่านกล่าวแล้วเพราะความไม่มีแห่งอินทรีย์ทั้งหลายมีสัทธินทรีย์เป็นต้น กับด้วยอเหตุกปฏิสนธิ.

จริงอยู่ ในอเหตุกปฏิสนธิ ย่อมไม่มีศรัทธา สติ ปัญญาแน่นอน แต่สมาธิและวิริยะ ย่อมไม่ถึงความเป็นอินทรีย์.

คำว่า สเหตุกานํ อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวแล้วด้วยอำนาจคัพภเสยยกสัตว์ และพรหมที่ไม่มีรูป ก็พวกสเหตุกะอื่นชื่อว่า อจกฺขุโก = ไม่มีจักขุ ย่อมไม่มี.

คำว่า สจกฺขุกานํ อเหตุกานํ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ในอบายด้วยสามารถแห่งโอปปาติกะ.

คำว่า สจกฺขุกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ที่ปฏิสนธิด้วยเหตุสอง ในกามธาตุ.

คำว่า สจกฺขุกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ กล่าวหมายเอารูปพรหมด้วย เทวดาและมนุษย์ในกามาวจรด้วย.

คำว่า ญาณสมฺปยุตฺตานํ อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวหมายเอาอรูปพรหม และติเหตุกสัตว์ผู้เกิดในครรภ์.

ในชีวิตินทรีย์มูล คำว่า วินา โสมนสฺเสน อุปฺปชฺชนฺตานํ ท่านกล่าวหมายเอาชีวิตินทรีย์แม้ทั้งสองอย่าง.

คำว่า ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ท่านกล่าวหมายเอาอรูปชีวิตินทรีย์.

พึงทราบการประกอบ ชีวิตินทรีย์ด้วยสามารถปฏิสนธิและปวัตติ แม้ในที่ทั้งปวงโดยนัยนี้แม้ในมูลทั้งหลายมีโสมนัสสินทรีย์เป็นมูลเป็นต้น พึงถือเอาเนื้อความด้วยสามารถแห่งปฏิสนธิและปวัตตินั่นแหละแต่ในปฏิโลมนัย ในนิโรธวาระ พึงทราบการเกิด การไม่เกิด การดับและการไม่ดับ ในจุติ ปฏิสนธิและปวัตติแม้ทั้ง ๓ กาลด้วยสามารถแห่งธรรมทั้งหลายเหล่านั้นด้วย เหล่าอื่นด้วยตามที่ได้.

ในอนาคตวาระ คำว่า เอเตเนว ภาเวน ดังนี้ อธิบายว่า ด้วยการถือเอาปุริสปฏิสนธินั่นแหละ เพราะไม่ถึงซึ่งอิตถีภาวะ ในลำดับด้วยปุริสภาวะนั้นนั่นแหละ.

คำวิสัชนาว่า กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ อธิบายว่า บุรุษใดถือเอาแล้วซึ่งปฏิสนธิในภพไรๆ ไม่ถึงแล้วซึ่งอิตถีภาวะ จักปรินิพพานเทียว (หมายความว่าเกิดในภพใดด้วยเพศใด จักปรินิพพานด้วยเพศนั้นในภพนั้น)

แม้ในปัญหาที่สองก็นัยนี้ ก็บทว่า มนินทรีย์ด้วยไม่เกิดในภังคขณะแห่งอุปัตติจิตของสุทธาวาสพรหม ดังนี้ในอดีตวาระด้วยปัจจุบันวาระ (ปัจจุปันนาตีตวาระ) อธิบายว่า บัณฑิตไม่ถือเอาเนื้อความด้วยอำนาจการก้าวล่วงอุปาทขณะเหมือนกับในจิตตยมกแต่ควรถือเอาด้วยอำนาจแห่งการไม่เคยเกิดขึ้นในภพนั้น พึงทราบการวินิจฉัยเนื้อความในปวัตติวาระ แม้ทั้งหมดโดยนัยมุขนี้.

ก็ในปริญญาวาระ ท่านแสดงจักขุโสตยมกอย่างเดียวเท่านั้น ในมูลทั้งหลายมีจักขุมูลเป็นต้น ก็เพราะท่านแสดงอินทรีย์ทั้งหลายที่บุคคลไม่ควรกำหนดรู้ ที่เป็นโลกิยอัพยากตะด้วย ที่เจือด้วยโลกิยอัพยากตะด้วย แม้ที่เหลือเหตุนั้นท่านจึงแสดงอินทรีย์ ที่ท่านไม่แสดงเหล่านั้น โดยนัยนี้นั่นเทียว ก็เพราะอกุศลเป็นธรรมอันบุคคลพึงละโดยส่วนเดียวกุศลพึงเจริญโดยส่วนเดียว โลกุตตระอันเป็นอัพยากตะอันบุคคลพึงทำให้แจ้ง เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ย่อมละโทมนัสสินทรีย์ ย่อมเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ก็อัญญินทรีย์บุคคลควรเจริญก็มี ควรทำให้แจ้งก็มี อัญญินทรีย์นั้น ท่านถือเอาด้วยอำนาจการภาวนา (การทำให้เจริญ).

ในคำทั้งหลายเหล่านั้น คำว่า เทฺว ปุคฺคลา ได้แก่ ผู้พร้อมเพรียงด้วยสกทาคามี และผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในบุคคลทั้งสองนั้น คนหนึ่งชื่อว่า ย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์ เพราะไม่สามารถตัดขาดได้ คนหนึ่งชื่อว่า ย่อมไม่ละโทมนัส เพราะความที่ท่านละโทมนัสสินทรีย์แล้ว.

บทว่า จกฺขุนฺทฺริยํ น ปริชานาติ ได้แก่ย่อมไม่รู้ทั่ว เพราะความที่แห่งท่านไม่สามารถยังมรรคที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้นได้บัณฑิตพึงทราบเนื้อความในคำวิสัชนาทั้งปวงโดยนัยนี้. อรรถกถาอินทริยยมก จบ.

นิคมคาถา

ก็หญิงชายผู้ใดถึงพร้อมด้วยกิจดำรงอยู่ในโอวาทของพระศาสดาสัมมาสัมพุทธะพระองค์ใดผู้ทำกิจเสร็จแล้วหญิงชายผู้นั้น กำหนดตั้งมั่นในโอวาทของพระจอมมุนีไว้ดีแล้ว ย่อมเป็นผู้ก้าวล่วงอำนาจของพระยายม. พระสัมมาสัมพุทธะผู้ทรงเป็นเทพยิ่งกว่าเทพทั้งปวง ผู้ไม่มีมลทินอันจะนำไปสู่อำนาจของพระยายมเสด็จประทับอยู่ท่ามกลางเทวบริษัทหมู่ใหญ่ในเทวบุรี ทรงประกาศปกรณ์ชื่อว่ายมก ฉันใด ข้าพเจ้า (พระพุทธโฆษาจารย์) ปรารภอรรถกถาแห่งปกรณ์ยมกนั้น เพื่อแสดงวิธีกำหนดพระบาลีและนัยแห่งอรรถในคำปุจฉาวิสัชนา.

บัดนี้ อรรถกถาแห่งปกรณ์นี้นั้นถึงความสำเร็จแล้วด้วยแบบแผนมีประมาณ ๕ ภาณวาร โดยปราศจากอันตรายในโลกที่มีอันตรายมากฉันใด ขอสัตว์ทั้งหลายจงเป็นผู้มีความสำเร็จในหิตานุหิตประโยชน์ พรั่งพร้อมด้วยความสุข และขอมโนรถแม้ทั้งปวงของสรรพสัตว์ทั้งหลายจงถึงความสำเร็จฉันนั้น เทอญ.

อรรถกถาแห่งยมก จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา