๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร : อนุโลมบุคคล จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม ฆานินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม อิตถินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม สัทธินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม เป็นต้น ...
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๘๖–๑๙๔ลำดับ 2 จาก 22 ในอินทรียยมกพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 9 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุโลมบุคคล จักขุนทรียมูลกนัย
อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลัง เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้โสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่โสตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดได้กำลังอุบัติจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและโสตินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดได้กำลังอุบัติโสตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดได้กำลังอุบัติจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดได้กำลังอุบัติฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๔๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้อิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุและอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีและจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้ปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุและปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีปุริสะและจักขุเกิดได้กำลังอุบัติปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดแต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๕๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเป็นอุเบกขาแต่จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเป็นอุเบกขาและมีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้แต่เป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้และเป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๕๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นสเหตุกะ แต่มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้เป็นสเหตุกะและมีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้ แต่เป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้และเป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุต แต่มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตและมีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้ จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด จักขุนทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๕๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ฆานินทรียมูลกนัย
อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้อิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะและอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีและฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้ปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะและปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีปุริสะและฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๕๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลัง เกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลัง เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและโสมนัส-สินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลัง เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเป็นโสมนัสแต่ฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นโสมนัสและมีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลัง เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้ แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและ อุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขาและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขาและมีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๕๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้เป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้และ เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นสเหตุกะมีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้เป็นสเหตุกะและมีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้เป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้และเป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตแต่มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตและมีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๕๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด ฆานินทรียมูลกนัย จบ อิตถินทรียมูลกนัย
อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลัง เกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลัง เกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๕๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด และโสมนัส-สินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลัง เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตเป็นโสมนัสแต่มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นโสมนัสและมีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและ อิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลัง เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและ อุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลัง เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขาแต่อิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขาและมีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้แต่เป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้และเป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๕๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นสเหตุกะ มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้เป็นสเหตุกะและมีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้แต่เป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้และเป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุต แต่มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตและมีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้อิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่า นั้นกำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด อิตถินทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๕๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปุริสินทรียมูลกนัย
อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลัง เกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลัง เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้และมีโสมนัสกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลัง เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตเป็นโสมนัส แต่ปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นโสมนัสและมีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลัง เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๕๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลัง เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขา แต่มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขาและมีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้แต่เป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้และเป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นสเหตุกะ แต่มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้เป็นสเหตุกะและมีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้แต่เป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้และเป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุต แต่มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตและมีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๖๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้ปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิด ปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย
อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้น ก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากโสมนัสในปวัตติกาล ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสในปวัตติกาล ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาในปวัตติกาล ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๖๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจาก สัทธาในปวัตติกาล ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากญาณในปวัตติกาล ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุต ด้วยญาณในปวัตติกาล ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๖๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลัง เกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย
อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคล นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลัง เกิดใช่ไหม วิ. (บุคคลมีจิตเป็นโสมนัสเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ) ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส แต่วิปปยุตจากสัทธาในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสและสัทธาในปวัตติกาล โสมนัส-สินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลัง เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นสเหตุกะแต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยสัทธา แต่วิปปยุตจากโสมนัสในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๖๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยสัทธาและโสมนัสในปวัตติกาลสัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตเป็นโสมนัสเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่ง จิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสและที่วิปปยุตจากโสมนัสในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นโสมนัสและเป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสและญาณในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้สัมปยุตด้วยญาณซึ่งกำลังอุบัติด้วยจิตปราศจากโสมนัส ในอุป- ปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยญาณวิปปยุตจากโสมนัสในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้สัมปยุตด้วยญาณซึ่งกำลังอุบัติด้วยจิตที่เป็นโสมนัส ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยญาณและโสมนัสในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลัง เกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลัง เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดแต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิด โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๖๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อุเปกขินทรียมูลกนัย
อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้น ก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขาและเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา แต่วิปปยุตจากสัทธาในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขาและเป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาและสัทธาในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลัง เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นสเหตุกะแต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยสัทธา แต่วิปปยุตจากอุเบกขาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้เป็นสเหตุกะและมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยสัทธาและอุเบกขาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลัง เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขาแต่เป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา แต่วิปปยุตจากญาณในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขาและเป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาและญาณในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลัง เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตแต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยญาณ แต่วิปปยุตจากอุเบกขาในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๖๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตและมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยญาณและอุเบกขาในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขาแต่กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดแต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิด อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย
อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นสเหตุกะเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ที่สัมปยุตด้วยสัทธา แต่วิปปยุตจากญาณในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้เป็นสเหตุกะและเป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยสัทธาและญาณในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๖๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้แต่เป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ที่วิปปยุตจากสัทธาในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและ สัทธินทรีย์ก็กำลังเกิด สัทธินทรียมูลกนัย จบ ปัญญินทรียมูลกนัย
อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้แต่เป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่ง จิตที่วิปปยุตจากญาณในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่สัมปยุตด้วยญาณในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิด ปัญญินทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒๖๗}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปวตฺติวาโร
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๙ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ ปวัตติวาร
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สจกฺขุกานํ อโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ สโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ โสตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน โสตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สโสตกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สโสตกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่จักขุ ไม่มีโสตะ ที่กำลัง-*เกิดขึ้นอยู่ แต่โสตินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและโสตินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ มีโสตะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสตินทรีย์เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่โสตะ ไม่มีจักขุที่กำลัง-*เกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีโสตะ มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สจกฺขุกานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สฆานกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่จักขุ ไม่มีฆานะที่กำลัง-*เกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่จักขุ มีแต่ฆานะ ที่กำลัง-*เกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ฆานินทรีย์เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่ฆานะ ไม่มีจักขุที่กำลัง-*เกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่ฆานะ มีแต่จักขุ ที่กำลัง-*เกิดขึ้นอยู่
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สจกฺขุกานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อิตฺถีนํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ อิตฺถีนํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่จักขุ ไม่ใช่อิตถีที่กำลัง-*เกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่จักขุ เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอิตถี ไม่มีจักขุที่กำลัง-*เกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมเกิด-*ขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอิตถี มีแต่จักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สจกฺขุกานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: ปุริสานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ปุริสานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่จักขุ ไม่ใช่ปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อม-*เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่จักขุ เป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปุริสินทรีย์เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นซึ่งเป็นปุริสะ ไม่มีจักขุ ที่กำลัง-*เกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นซึ่งเป็นปุริสะ มีแต่จักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่แต่จักขุนทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่จักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สจกฺขุกานํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
จักขุนทรีย์เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ เว้นโสมนัสที่กำลัง-*เกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อม-*เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ มีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สจกฺขุกานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อุเปกฺขาย อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขาย สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อม เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ เว้นอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ มีอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีอุเบกขา ไม่มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีอุเบกขา มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สจกฺขุกานํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สเหตุกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สเหตุกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ เป็นอเหตุกสัตว์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่สัทธินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและสัทธินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ซึ่งเป็นสเหตุกสัตว์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นสเหตุกสัตว์ ไม่มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์ จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นสเหตุกสัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สจกฺขุกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: ญาณสมฺปยุตฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ญาณสมฺปยุตฺตานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ปราศจากปัญญาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปัญญินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งประกอบด้วยปัญญาไม่มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้ประกอบด้วยปัญญามีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สจิตฺตกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจิต ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สฆานกานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อิตฺถีนํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ อิตฺถีนํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ซึ่งมีฆานะ ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอิตถี ไม่มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอิตถี มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สฆานกานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: ปุริสานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ปุริสานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อม เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ ไม่เป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ เป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปุริสะ ไม่มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปุริสะ มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อม เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สฆานกานํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: โสมนสฺเสน อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โสมนสฺเสน สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ เว้นโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะมีโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีโสมนัส ไม่มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัส-*สินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีโสมนัสมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สฆานกานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อุเปกฺขาย อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขาย สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ เว้นอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ มีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์ ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีอุเบกขา ไม่มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์ จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีอุเบกขา มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สฆานกานํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชต โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สเหตุกานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สเหตุกานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อม เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ เป็นอเหตุกสัตว์ที่เกิดขึ้นอยู่ แต่สัทธินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ เป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นสเหตุกสัตว์ ไม่มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นสเหตุกสัตว์มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สฆานกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: ญาณสมฺปยุตฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ญาณสมฺปยุตฺตานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อม เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ ปราศจากปัญญาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปัญญินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งประกอบด้วยปัญญา ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งประกอบด้วยปัญญา มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สจิตฺตกานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจิต ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: โน ฯ ยสฺส วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: โน ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ หามิได้ หรือว่า ปุริสินทรีย์ ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หามิได้
ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิด ขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อิตฺถีนํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ อิตฺถีนํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: โสมนสฺเสน นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โสมนสฺเสน อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อม เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอิตถี เว้นโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอิตถีมีโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีโสมนัส ไม่เป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีโสมนัสเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อิตฺถีนํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ อิตฺถีนํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อุเปกฺขาย นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขาย อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อม เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอิตถี เว้นอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอิตถี มีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีอุเบกขา ไม่เป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีอุเบกขา เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อิตฺถีนํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ อิตฺถีนํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สเหตุกานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สเหตุกานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อม เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอิตถี เป็นอเหตุกสัตว์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่สัทธินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอิตถี เป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นสเหตุกสัตว์ ไม่เป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นสเหตุกสัตว์เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อิตฺถีนํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ อิตฺถีนํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: ญาณสมฺปยุตฺตานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อม เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอิตถี ปราศจากปัญญาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปัญญินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอิตถีประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งประกอบด้วยปัญญา ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งประกอบด้วยปัญญา เป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สจิตฺตกานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจิต ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์ย่อม เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิด ขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่แต่ปุริสินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นซึ่งเป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: ปุริสานํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ปุริสานํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: โสมนสฺเสน นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โสมนสฺเสน ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อม เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปุริสะ เว้นโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปุริสะไม่มีโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีโสมนัส ไม่เป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีโสมนัสเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: ปุริสานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ปุริสานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อุเปกฺขาย นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขาย ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อม เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปุริสะ เว้นอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปุริสะ มีอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีอุเบกขา ไม่เป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีอุเบกขา เป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: ปุริสานํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ปุริสานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สเหตุกานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สนฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สเหตุกานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อมเกิด ขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปุริสะ เป็นอเหตุกสัตว์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่สัทธินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปุริสะ เป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นสเหตุกสัตว์ ไม่เป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นสเหตุกสัตว์เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: ปุริสานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ปุริสานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: ญาณสมฺปยุตฺตานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ญาณสมฺปยุตฺตานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อม เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปุริสะ ปราศจากปัญญาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปัญญินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปุริสะ ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งประกอบด้วยปัญญา ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญิน-*ทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งประกอบด้วยปัญญา ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สจิตฺตกานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจิต ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและปุริสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺส- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อม เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสวิปปยุตจิต ในปวัตติกาล แต่โสมนัสสินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสัมปยุตจิต ในปวัตติกาล หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อม เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเว้นอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งอุเบกขาวิปปยุตจิต ในปวัตติกาล แต่อุเปกขินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งอุเบกขาสัมปยุตจิต ในปวัตติกาล หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อม เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาวิปปยุตจิต ในปวัตติกาล แต่สัทธินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและสัทธินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งสัทธา-*สัมปยุตจิต ในปวัตติกาล หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อม เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งญาณวิปปยุตจิต ในปวัตติกาล แต่ปัญญินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและปัญญินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งประกอบด้วยปัญญาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งญาณสัมปยุตจิต ในปวัตติกาล หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ย่อม เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่แต่มนินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาท-*ขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล หรือว่า มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ยสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: โน ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: โน ฯ
โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ หามิได้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หามิได้
ยสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: โสมนสฺเสน อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสสมฺปยุตฺตสทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสสมฺปยุตฺตสทฺธาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สเหตุกานํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาสมฺปยุตฺตโสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาสมฺปยุตฺตโสมนสฺสสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีโสมนัส เป็นอเหตุก-*สัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยโสมนัส ปราศจากศรัทธา ในปวัตติกาล แต่สัทธินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยโสมนัส ประกอบด้วยศรัทธา ในปวัตติกาล หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นสเหตุกสัตว์ เว้นโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยศรัทธาปราศจากโสมนัสในปวัตติกาล แต่โสมนัสสินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยศรัทธา ประกอบด้วยโสมนัส ในปวัตติกาล
ยสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: โสมนสฺเสน ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสสมฺปยุตฺตญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โสมนสฺเสน ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสสมฺปยุตฺตญาณสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ {๕๒๖.๑} ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: ญาณสมฺปยุตฺตานํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณสมฺปยุตฺตโสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ญาณสมฺปยุตฺตานํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณสมฺปยุตฺตโสมนสฺสสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีโสมนัสปราศจากปัญญาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยโสมนัส ปราศจากปัญญาในปวัตติกาล แต่ปัญญินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีโสมนัส ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยโสมนัสประกอบด้วยปัญญา ในปวัตติกาล หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งประกอบด้วยปัญญา เว้นโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยปัญญา ปราศจากโสมนัส ในปวัตติกาล แต่โสมนัสสินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งประกอบด้วยปัญญา มีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยปัญญา ประกอบด้วยโสมนัส ในปวัตติกาล
ยสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สจิตฺตกานํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ย่อม เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจิต เว้นโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสวิปปยุตจิต ในปวัตติกาล แต่โสมนัสสินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสัมปยุตจิต ในปวัตติกาล
ยสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อุเปกฺขาย อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขา- สมฺปยุตฺตสทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขาย สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาสมฺปยุตฺตสทฺธาสมฺปยุตฺตจิตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สเหตุกานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาสมฺปยุตฺตอุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สเหตุกานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาสมฺปยุตฺตอุเปกฺขา- สมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อม เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีอุเบกขา เป็นอเหตุกสัตว์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยอุเบกขา ปราศจากศรัทธาในปวัตติกาล แต่สัทธินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีอุเบกขา เป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา และสัมปยุตด้วยศรัทธา ในปวัตติกาล หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นสเหตุกสัตว์ เว้นอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยศรัทธาปราศจากอุเบกขาในปวัตติกาล แต่อุเปกขินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นสเหตุกสัตว์ มีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยศรัทธา และประกอบด้วยอุเบกขา ในปวัตติกาล
ยสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อุเปกฺขาย ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาสมฺปยุตฺตญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขาย ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาสมฺปยุตฺต- ญาณสมฺปยุตฺตจิตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: ญาณสมฺปยุตฺตานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณสมฺปยุตฺตอุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณสมฺปยุตฺตอุเปกฺขาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อม เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีอุเปกขา ปราศจากปัญญาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยอุเบกขา ปราศจากปัญญาในปวัตติกาล แต่ปัญญินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีอุเบกขา ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยอุเบกขาสัมปยุตด้วยปัญญา ในปวัตติกาล หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้ประกอบด้วยปัญญา เว้นอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยปัญญา ปราศจากอุเบกขาในปวัตติกาล แต่อุเปกขินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้ประกอบด้วยปัญญามีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยปัญญา สัมปยุตด้วยอุเบกขา ในปวัตติกาล
ยสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สจิตฺตกานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ย่อม เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีจิต เว้นอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากอุเบกขา ในปวัตติกาล แต่อุเปกขินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยอุเบกขา ในปวัตติกาล
ยสฺส สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สเหตุกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาสมฺปยุตฺตญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สเหตุกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาสมฺปยุตฺตญาณสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สทฺธินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อม เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นสเหตุกสัตว์ปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยศรัทธา ปราศจากปัญญา ในปวัตติกาล แต่ปัญญินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เป็นสเหตุกสัตว์ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยศรัทธาสัมปยุตด้วยญาณ ในปวัตติกาล หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ยสฺส สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สจิตฺตกานํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจิต เป็นอเหตุกสัตว์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากศรัทธา ในปวัตติกาล แต่มนินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและสัทธินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยศรัทธา ในปวัตติกาล
ยสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ: สจิตฺตกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ
ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์ย่อม เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจิต ปราศจากปัญญาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากปัญญา ในปวัตติกาล แต่ปัญญินทรีย์จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยปัญญา ในปวัตติกาล