๙. สุภัททเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๑–๑๒๔ลำดับ 51 จาก 412 ในอปทานพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 24 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. สุภัททเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสุภัททเถระ (พระสุภัททเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ทรงพระยศยิ่งใหญ่ รื้อถอนหมู่ชน(ออกจากสังสารวัฏ) แล้วเสด็จดับขันธปรินิพพาน
ก็เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จดับขันธปรินิพพาน โลกธาตุมีหมื่นจักรวาลหวั่นไหวแล้ว หมู่ชนและเทวดาจำนวนมากประชุมกันแล้ว ในครั้งนั้น
ข้าพเจ้าบรรจุกฤษณาและดอกมะลิ จนเต็มผอบไม้จันทน์ แล้วมีจิตร่าเริงเบิกบาน บูชาพระผู้มีพระภาค ทรงเป็นผู้สูงสุดแห่งนรชน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] ๙. สุภัททเถราปทาน
พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ยอดเยี่ยมในโลก ทรงทราบความดำริของข้าพเจ้าแล้ว บรรทมอยู่นั่นแลได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
เราจักพยากรณ์ผู้ที่ใช้มาลัยของหอม บังร่มให้เราในกาลสุดท้าย ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด
บุคคลผู้นี้จุติจากโลกนี้แล้ว จักไปเกิดยังหมู่เทวดาชั้นดุสิต ได้ครองราชสมบัติในสวรรค์ชั้นดุสิตนั้นแล้ว จักไปเกิดยังสวรรค์ชั้นนิมมานรดี
เขาถวายมาลัยที่ประเสริฐด้วยอุบายนี้นั่นเอง จักพอใจกรรมของตน เสวยสมบัติ
บุคคลผู้นี้จักเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิตนั้นอีก จุติจากสวรรค์ชั้นดุสิตนั้นแล้วจักไปเกิดเป็นมนุษย์
พระผู้มีพระภาคผู้มหานาคศากยบุตร ผู้เลิศในโลกพร้อมทั้งเทวโลก ทรงมีพระจักษุ ทรงให้หมู่สัตว์จำนวนมากตรัสรู้แล้วจักเสด็จดับขันธปรินิพพาน
ครั้งนั้น เขาถูกกุศลมูลตักเตือนแล้วจักเข้าเฝ้า ครั้นเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วจักทูลถามปัญหาในครั้งนั้น
พระสัพพัญญูสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ทรงให้เขาร่าเริงแล้ว ทรงทราบบุพกรรม จักทรงเปิดเผยสัจจะทั้งหลาย
ปัญหานี้เขาพอใจแล้ว เขายินดี มีใจแน่วแน่ จักถวายอภิวาทพระศาสดาแล้วทูลขอบวช
พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงฉลาดในธรรมอันเลิศ ทรงเห็นเขามีใจเลื่อมใส ยินดีด้วยกรรมของตน จึงยอมให้บวช
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] ๙. สุภัททเถราปทาน
บุคคลผู้นี้เพียรพยายามในศาสนา ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพานภาณวารที่ ๕ จบ
เราประกอบด้วยบุพกรรม มีใจแน่วแน่ มีจิตตั้งมั่น เป็นโอรสของพระพุทธเจ้า เป็นบุตรผู้เกิดแต่ธรรมซึ่งธรรมเนรมิตไว้ดีแล้ว
ข้าพเจ้าเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ผู้เป็นธรรมราชาแล้วได้ทูลถามปัญหาสูงสุด และพระผู้มีพระภาคเมื่อจะทรงพยากรณ์ปัญหาของข้าพเจ้า จึงทรงนำเข้าไปสู่กระแสธรรม
ข้าพเจ้ารู้ทั่วถึงธรรมของพระองค์แล้ว ยินดีในศาสนาอยู่ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ
ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป พระผู้มีพระภาคผู้ทรงเป็นผู้นำซึ่งรุ่งเรืองสูงสุด ผู้ไม่มีอุปาทาน เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว ดังประทีปดับไปเพราะหมดน้ำมัน ฉะนั้น
พระสถูปแก้วของพระผู้มีพระภาค สูงประมาณ ๗ โยชน์ ข้าพเจ้าได้นำธงที่สวยงามกว่าธงทั้งปวง น่ารื่นรมย์ใจ บูชาไว้ที่พระสถูปนั้น
อัครสาวกชื่อว่าติสสะ ของพระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ เป็นบุตรเป็นโอรสของข้าพเจ้า เป็นทายาทในศาสนาของพระชินเจ้า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] ๑๐. จุนทเถราปทาน
ข้าพเจ้ามีใจเลวทราม กล่าววาจาไม่ไพเราะแก่อัครสาวกนั้น ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น ความเจริญจึงได้มีแก่ข้าพเจ้าในภายหลัง
พระชินมุนีผู้ทรงมีความเพียรมาก ทรงเกื้อกูลประกอบด้วยพระกรุณา ทรงประทานบรรพชาแก่ข้าพเจ้าบนที่บรรทมครั้งสุดท้าย ณ สาลวัน ซึ่งเป็นที่แวะเวียนมาแห่งมัลลกษัตริย์ทั้งหลาย
บัดนี้ การบรรพชาอุปสมบท มีแก่ข้าพเจ้า ในวันนี้ การปรินิพพานของพระพุทธชินเจ้าผู้สูงสุด กว่าเทวดาและมนุษย์ได้มีเฉพาะหน้า
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสุภัททเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้สุภัททเถราปทานที่ ๙ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
นวมํ สุภทฺทตฺเถราปทานํ (๔๙)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สุภัททเถราปทานที่ ๙ (๔๙) ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยผอบไม้จันทน์
|๕๑.๑๐๑| ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห ชนตํ อุทฺธริตฺวาน นิพฺพายติ มหายโส ฯ |๕๑.๑๐๒| นิพฺพายนฺเต จ สมฺพุทฺเธ ทสสหสฺสิ กมฺปถ ชนกาโย มหา อาสิ เทวา สนฺนิปตุํ ตทา ฯ |๕๑.๑๐๓| จนฺทนํ ปูรยิตฺวาน ตครามลฺลิกาหิ จ หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน อาโรเปสึ นรุตฺตมํ ฯ |๕๑.๑๐๔| มม สงฺกปฺปมญฺญาย สตฺถา โลเก อนุตฺตโร นิปนฺนโกว สมฺพุทฺโธ อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๕๑.๑๐๕| โย เม ปจฺฉิมเก กาเล คนฺธมลฺเลน ฉาทยิ ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ |๕๑.๑๐๖| อิโต จุโต อยํ โปโส ตุสิตกายํ คมิสฺสติ ตตฺถ รชฺชํ กริตฺวาน นิมฺมานํ โส คมิสฺสติ ฯ |๕๑.๑๐๗| เอเตเนว อุปาเยน ทตฺวา มลฺลํ วรุตฺตมํ สกกมฺมาภิรทฺโธ โส สมฺปตฺตึ อนุโภสฺสติ ฯ |๕๑.๑๐๘| ปุนาปิ ตุสิเต กาเย นิพฺพตฺติสฺสติยํ นโร ตมฺหา กายา จวิตฺวาน มนุสฺสตฺตํ คมิสฺสติ ฯ |๕๑.๑๐๙| สกฺยปุตฺโต มหานาโค อคฺโค โลเก สเทวเก โพธยิตฺวา พหู สตฺเต นิพฺพายิสฺสติ จกฺขุมา ฯ |๕๑.๑๑๐| ตทา โสปคโต สนฺโต สุกฺกมูเลน โจทิโต อุปสงฺกมฺม สมฺพุทฺธํ ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสติ ตทา ฯ |๕๑.๑๑๑| หาสยิตฺวาน สมฺพุทฺโธ สพฺพญฺญู โลกนายโก ปุพฺพกมฺมมภิญฺญาย สจฺจานิ วิวริสฺสติ ฯ |๕๑.๑๑๒| อารทฺโธ จ อยํ ปโญฺห ตุฏฺโฐ เอกคฺคมานโส สตฺถารํ อภิวาเทตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจยิสฺสติ ฯ |๕๑.๑๑๓| ปสนฺนมานสํ ทิสฺวา สกกมฺเมน โตสิตํ ปพฺพชิสฺสติ โส พุทฺโธ อคฺคธมฺมสฺส โกวิโท ฯ |๕๑.๑๑๔| วายมิตฺวานยํ โปโส สมฺมา สมฺพุทฺธสาสเน สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตฺยนาสโว ฯ ปญฺจมํ ภาณวารํ ฯ |๕๑.๑๑๕| ปุพฺพกมฺเมน สํยุตฺโต เอกคฺโค สุสมาหิโต พุทฺธสฺส โอรโส ปุตฺโต ธมฺมโตมฺหิ สุนิมฺมิโต ฯ |๕๑.๑๑๖| ธมฺมราชํ อุปาคมฺม อาปุจฺฉึ ปญฺหมุตฺตมํ กถยนฺโต จ เม ปญฺหํ ธมฺมโสตํ อุปานยิ ฯ |๕๑.๑๑๗| ตสฺสาหํ ธมฺมมญฺญาย วิหาสึ สาสเน รโต สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ |๕๑.๑๑๘| สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ชลชุตฺตมนายโก นิพฺพายิ อนุปาทาโน ทีโปว เตลสงฺขยา ฯ |๕๑.๑๑๙| สตฺตโยชนิกํ อาสิ ถูปญฺจ รตนามยํ ธชํ ตตฺถ อปูเชสึ สพฺพภทฺทํ มโนรมํ ฯ |๕๑.๑๒๐| กสฺสปสฺส จ พุทฺธสฺส ติสฺโส นามคฺคสาวโก ปุตฺโต เม โอรโส อาสิ ทายาโท ชินสาสเน ฯ |๕๑.๑๒๑| ตสฺส หีเนน มนสา วาจํ ภาสึ อภทฺทกํ เตน กมฺมวิปาเกน ปจฺฉา เม อาสิ ภทฺทกํ ฯ |๕๑.๑๒๒| อุปวตฺตเน สาลวเน ปจฺฉิเม สยเน มุนิ ปพฺพาเชสิ มหาวีโร หิโต การุณิโก ชิโน ฯ |๕๑.๑๒๓| อชฺเชว ทานิ ปพฺพชฺชา อชฺเชว อุปสมฺปทา อชฺเชว ปรินิพฺพานํ สมฺมุขา ทิปทุตฺตเม ฯ |๕๑.๑๒๔| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สุภทฺโท เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สุภทฺทตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้แจ้งโลก ผู้ควรรับเครื่องบูชา ผู้มียศมาก ทรงถอนหมู่ชนขึ้นแล้ว จะเสด็จนิพพาน ก็เมื่อพระสัมพุทธ- เจ้าทรงยังหมื่นโลกธาตุให้หวั่นไหวแล้ว จะเสด็จนิพพาน หมู่ชนและ เทวดาเป็นอันมากได้ประชุมกันในเวลานั้น เราเอากฤษณาและดอกมะลิ ซ้อนใส่ผอบไม้จันทน์เต็มแล้ว ร่าเริง มีจิตโสมนัส ยกขึ้นบูชาพระผู้มี มีพระภาคผู้เป็นนระอุดม พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ยอดเยี่ยมใน โลก ทรงทราบความดำริของเรา ทรงบรรทมอยู่นั่นแล ได้ตรัสพระคาถา เหล่านี้ว่า ผู้ใดเอา (ร่ม) กฤษณาและมะลิซ้อนบังร่มให้เราในกาลที่สุด เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว บุคคลผู้นี้เคลื่อนจากโลก นี้แล้ว จักไปสู่หมู่เทวดาชั้นดุสิต เขาได้เสวยรัชสมบัติในชั้นดุสิต นั้นแล้ว จักไปสู่ชั้นนิมมานรดี เขาถวายดอกมะลิซ้อนอันประเสริฐสุด ด้วยอุบายนี้แล้ว จักปรารภกรรมของตนเสวยสมบัติ บุคคลผู้นี้จักบังเกิด ในชั้นดุสิตนั้นอีก เคลื่อนจากชั้นนั้นแล้ว จักไปสู่ความเป็นมนุษย์ พระ- มหานาคศากยบุตรผู้เลิศในโลกพร้อมทั้งเทวโลก ผู้มีพระจักษุ ทรงยังสัตว์ ให้ตรัสรู้เป็นอันมากแล้ว จักเสด็จนิพพานในกาลนั้น เขาอันกุศลมูล ตักเตือนแล้ว จักเข้าไปเฝ้า ครั้นเข้าไปเฝ้าพระสัมพุทธเจ้าแล้ว จักทูล ถามปัญหาในกาลนั้น พระสัพพัญญูสัมพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก ทรง ให้ร่าเริง ทรงทราบบุรพกรรมแล้ว จักทรงเปิดเผย (แสดง) สัจจะ ทั้งหลาย เขายินดีว่า ปัญหานี้ พระศาสดาทรงปรารภ (แก้) แล้ว มีใจชื่นชม ถวายบังคมพระศาสดาแล้วจักทูลขอบวช พระพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงฉลาดในธรรมอันเลิศ ทรงเห็นว่าเขามีใจเลื่อมใส ยินดีด้วย กรรมของตน จักทรงให้บวช บุคคลผู้นี้พยายามแล้ว จักกำหนดรู้อาสวะ ทั้งปวงได้ แล้วจักไม่มีอาสวะนิพพานในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า. จบ ภาณวารที่ ๕ เราประกอบด้วยบุพกรรม มีจิตชื่นชม ตั้งมั่นด้วยดี เป็นบุตรผู้เกิดแต่ พระหทัยของพระพุทธเจ้า อันธรรมนิรมิตดีแล้ว เราเข้าไปเฝ้าพระธรรมราชา แล้ว ได้ทูลถามปัญหาอันสูงสุด และเมื่อพระผู้มีพระภาคจะทรงแก้ปัญหา ของเราได้ตรัสกระแสธรรม เรารู้ทั่วถึงธรรมของพระองค์แล้ว ยินดีใน ศาสนาอยู่ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว ไม่มีอาสวะอยู่ ในแสนกัลป แต่กัลปนี้ พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตระผู้นายกอุดม ไม่ทรงมีอุปาทาน เสด็จนิพพานแล้ว ดังประทีปดับเพราะสิ้นน้ำมัน ฉะนั้น พระสถูปแก้ว ของพระผู้มีพระภาคสูงประมาณ ๗ โยชน์ เราได้ทำธงสวยงามกว่าธงทั้งปวง เป็นที่รื่นรมย์ใจ บูชาไว้ที่พระสถูปนั้น พระอัครสาวกชื่อติสสะ ของ พระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสป เป็นบุตรผู้เกิดในหทัยของเรา เป็นทายาท ในพระพุทธศาสนา เรามีใจเลวทรามได้กล่าววาจาอันไม่เจริญแก่พระอัคร- สาวกนั้น ด้วยผลแห่งกรรมนั้น ความเจริญจึงได้มีแก่เราในภายหลังพระ- มุนีมหาวีรชินเจ้า ผู้ทรงเกื้อกูลประกอบด้วยพระกรุณา ทรงประทานบรรพชา แก่เราบนที่บรรทมครั้งสุด ณ ศาลวันอันเป็นที่เวียนมาแห่งมัลลกษัตริย์ ทั้งหลาย บรรพชาก็มีในวันนี้เดี๋ยวนี้เอง อุปสมบทก็ในวันนี้เอง ปรินิพพาน ก็ในวันนี้เอง เฉพาะพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคผู้สูงสุดกว่าสัตว์ คุณ วิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้ แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสุภัททเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบสุภัททเถราปทาน. -----------------------------------------------------