๑๐. จุนทเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๒๕–๑๔๓ลำดับ 52 จาก 412 ในอปทานพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 19 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. จุนทเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระจุนทเถระ (พระจุนทเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้าให้ทำวัตถุควรบูชา แด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้คงที่ แล้วใช้ดอกมะลิปกปิดไว้
ข้าพเจ้าให้ทำดอกไม้นั้นเสร็จแล้ว น้อมเข้าไปถวายพระพุทธเจ้า และได้ประคองดอกไม้ที่เหลือบูชาพระพุทธเจ้า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] ๑๐. จุนทเถราปทาน
ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี นำดอกไม้ซึ่งเป็นวัตถุควรบูชา ไปบูชาพระพุทธเจ้าผู้เช่นกับทองคำมีค่า ผู้ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงข้ามความสงสัยได้แล้ว มีพระขีณาสพแวดล้อม ผู้ข้ามโอฆะได้แล้ว ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
เราจักพยากรณ์ผู้ที่ถวายดอกไม้ซึ่งเป็นวัตถุควรบูชา ส่งกลิ่นทิพย์หอมฟุ้งแก่เรา ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด
บุคคลผู้นี้จุติจากโลกนี้แล้วจักไปเกิดยังเทวโลก มีหมู่เทวดาแวดล้อม มีดอกมะลิโปรยปราย
เขาจักมีภพที่สูงและวิมาน ที่สำเร็จด้วยทองคำและแก้วมณี ที่เกิดด้วยบุญกรรมปรากฏขึ้น
เขาจักครองเทวสมบัติ มีเหล่านางเทพอัปสรแวดล้อม ได้เสวยสมบัติอยู่ ๗๔ ชาติ
เขาจักเป็นพระเจ้าแผ่นดินครองแผ่นดิน ๓๐๐ ชาติ และจักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๕ ชาติ
จักเป็นใหญ่กว่ามนุษย์มีนามว่าทุชชัย เสวยบุญนั้น ประกอบด้วยกรรมของตน @เชิงอรรถ : @ โอฆะ หมายถึงกิเลสดุจห้วงน้ำท่วมทับสัตว์ให้พินาศมี ๔ คือ กาม ภพ ทิฏฐิ และอวิชชา@(ขุ.อป.อ. ๒/๑๒๘/๙๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] ๑๐. จุนทเถราปทาน
จักไม่ตกวินิบาตนรก ไปเกิดเป็นมนุษย์ เขามีเงินที่สั่งสมไว้ตั้งร้อยโกฏิมิใช่น้อย
เขาจักบังเกิดในกำเนิด(มนุษย์)เป็นพราหมณ์ มีการศึกษามีปัญญาเป็นบุตรสุดที่รักของวังคันตพราหมณ์ กับนางสารีพราหมณี
และภายหลังเขาจักบวช ในศาสนาของพระอังคีรสพุทธเจ้า มีนามว่าจุนทะ เป็นสาวกของพระศาสดา
เขาจักได้เป็นพระขีณาสพ(สิ้นอาสวกิเลส) ขณะเป็นสามเณรทีเดียว กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน
ข้าพเจ้าได้บำรุงพระผู้มีพระภาคผู้ทรงมีความเพียรมาก และสาวกอื่นๆ ผู้มีศีลเป็นที่รักจำนวนมาก และบำรุงพระเถระ(สารีบุตร)ผู้เป็นพี่ชายของข้าพเจ้า เพื่อบรรลุประโยชน์สูงสุด
ข้าพเจ้าครั้นบำรุงพี่ชายของข้าพเจ้าแล้ว ได้เก็บพระธาตุใส่ไว้ในบาตร น้อมเข้าไปถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้องอาจกว่านรชน
พระพุทธเจ้าทรงประคองพระธาตุด้วยพระหัตถ์ทั้ง ๒ เมื่อจะทรงทำพระธาตุนั้นให้ปรากฏในโลกพร้อมทั้งเทวโลก จึงทรงประกาศว่าเป็นพระธาตุอัครสาวก(พระสารีบุตรเถระ)
จิตของข้าพเจ้าหลุดพ้นอย่างวิเศษแล้ว และศรัทธาของข้าพเจ้าก็มั่นคงแล้ว ข้าพเจ้ากำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] รวมอปทานที่มีในวรรค
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระจุนทเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ จุนทเถราปทานที่ ๑๐ จบ อุปาลิวรรคที่ ๕ จบบริบูรณ์ รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อุปาลีเถราปทาน ๒. โสณโกฬิวิสเถราปทาน ๓. ภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถราปทาน ๔. สันนิฏฐาปกเถราปทาน ๕. ปัญจหัตถิยเถราปทาน ๖. ปทุมฉทนิยเถราปทาน ๗. สยนทายกเถราปทาน ๘. จังกมทายกเถราปทาน ๙. สุภัททเถราปทาน ๑๐. จุนทเถราปทาน และมีคาถา ๑๔๔ คาถา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๗}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทสมํ จุนฺทตฺเถราปทานํ (๕๐)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ จุนทเถราปทานที่ ๑๐ (๕๐) ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกไม้
|๕๒.๑๒๕| สิทฺธตฺถสฺส ภควโต โลกเชฏฺฐสฺส ตาทิโน อคฺฆิยํ การยิตฺวาน ชาติปุปฺเผหิ ฉาทยึ ฯ |๕๒.๑๒๖| นิฏฺฐาเปตฺวาน ตํ ปุปฺผํ พุทฺธสฺส อภินามยึ ปุปฺผาวเสสํ ปคฺคยฺห พุทฺธสฺส อภิโรปยึ ฯ |๕๒.๑๒๗| กญฺจนคฺฆิยสงฺกาสํ พุทฺธํ โลกคฺคนายกํ ปสนฺนจิตฺโต สุมโน ปุปฺผคฺฆิยมุปานยึ ฯ |๕๒.๑๒๘| วิติณฺณกงฺโข สมฺพุทฺโธ ติณฺโณเฆหิ ปุรกฺขโต ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๕๒.๑๒๙| ทิพฺพคนฺธํ ปวายนฺตํ โย เม ปุปฺผคฺฆิยํ อทา ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ |๕๒.๑๓๐| อิโต จุโต อยํ โปโส เทวสงฺฆปุรกฺขโต ชาติปุปฺเผหิ ปริกิณฺโณ เทวโลกํ คมิสฺสติ ฯ |๕๒.๑๓๑| อุพฺพิทฺธํ ภวนํ ตสฺส โสวณฺณญฺจ มณีมยํ พฺยมฺหา ปาตุภวิสฺสนฺติ ปุญฺญกมฺมปภาวิตา ฯ |๕๒.๑๓๒| จตุสตฺตติกฺขตฺตุํ โส เทวรชฺชํ กริสฺสติ อนุโภสฺสติ สมฺปตฺตึ อจฺฉราหิ ปุรกฺขโต ฯ |๕๒.๑๓๓| ปฐพฺยา รชฺชํ ติสตํ วสุธํ อาวสิสฺสติ ปญฺจสตฺตติกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ |๕๒.๑๓๔| ทุชฺชโย นาม นาเมน เหสฺสติ มนุชาธิโป อนุโภตฺวาน ตํ ปุญฺญํ สกกมฺมูปสํหิโต ฯ |๕๒.๑๓๕| วินิปาตํ อคนฺตฺวาน มนุสฺสตฺตํ คมิสฺสติ หิรญฺญํ ตสฺส นิจิตํ โกฏิสตํปิ อนปฺปกํ ฯ |๕๒.๑๓๖| นิพฺพตฺติสฺสติ โยนิมฺหิ พฺราหฺมโณ โส ภวิสฺสติ วงฺคนฺตสฺส สุโต ธีมา สาริยา โอรโส ปิโย ฯ |๕๒.๑๓๗| โส จ ปจฺฉา ปพฺพชิตฺวา องฺคีรสสฺส สาสเน จูฬจุนฺโทติ นาเมน เหสฺสติ สตฺถุ สาวโก ฯ |๕๒.๑๓๘| สามเณโรว โส สนฺโต ขีณาสโว ภวิสฺสติ สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตฺยนาสโว ฯ |๕๒.๑๓๙| อุปฏฺฐหึ มหาวีรํ อญฺเญ จ เปสเล พหู ภาตรเมวุปฏฺฐาสึ อุตฺตมตฺถสฺส ปตฺติยา ฯ |๕๒.๑๔๐| ภาตรํ เม อุปฏฺฐหิตฺวา ธาตุํ ปตฺตมฺหิ โอจิย สมฺพุทฺธํ อุปนาเมสึ โลกเชฏฺฐํ นราสภํ ฯ |๕๒.๑๔๑| อุโภหตฺเถหิ ปคฺคยฺห พุทฺโธ โลเก สเทวเก สนฺทสฺสยนฺโต ตํ ธาตุํ กิตฺตยิ อคฺคสาวกํ ฯ |๕๒.๑๔๒| จิตฺตญฺจ สุวิมุตฺตํ เม สทฺธา มยฺหํ ปติฏฺฐิตา สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ |๕๒.๑๔๓| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา จุนฺทตฺเถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ จุนฺทตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ อุทฺทานํ อุปาลิ โสโณ ภทฺที จ สนฺนิฏฺฐาปก หตฺถิโย ฉทนํ เสยฺยจงฺกมํ สุภทฺโท จุนฺทสวฺหโย คาถาสตํ จ ตาฬีสํ จตสฺโส จ ตตฺถุตฺตริ ฯ อุปาลิวคฺโค ปญฺจโม ฯ -----------
เราได้ให้ทำดอกไม้อันเป็นวัตถุควรบูชา เพื่อถวายแด่พระผู้มีพระภาค พระนามว่าสิทธัตถะเชษฐบุรุษของโลกผู้คงที่ แล้วปกปิดด้วยดอกมะลิ เรา ให้ทำดอกไม้นั้นสำเร็จแล้ว น้อมเข้าไปถวายแด่พระพุทธเจ้า และถือเอา ดอกไม้ที่เหลือไปบูชาพระพุทธเจ้า เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส นำเอา ดอกไม้เข้าไปบูชาพระพุทธเจ้าผู้เช่นกับทองคำมีค่า เป็นอัครนายกของโลก พระสัมพุทธเจ้าผู้ทรงข้ามความสงสัยแล้ว ผู้ข้ามห้วงกิเลสได้แล้ว แวดล้อม ด้วยพระขีณาสพ ประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ ว่าผู้ใดได้ถวายดอกไม้มีค่า มีกลิ่นหอมฟุ้งแก่เรา เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่าน ทั้งหลายจงฟังเรากล่าว บุคคลผู้นี้เคลื่อนจากโลกนี้แล้ว จักแวดล้อมด้วย หมู่เทวดา เกลื่อนกล่นด้วยดอกมะลิ จักไปสู่เทวโลก ภพของบุคคลนั้น (สูง) น่าหวาดเสียว สำเร็จด้วยทองและแก้วมณี วิมานทั้งหลายอันเกิด ด้วยกรรม จักปรากฏ เขาจักได้เสวยเทวรัชสมบัติ ๗๔ ครั้ง จักแวดล้อม ด้วยนางอัปสรเสวยสมบัติ จักได้เป็นพระราชาในแผ่นดิน ครอบครอง พสุธา ๓๐๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๕ ครั้ง จักเป็นใหญ่กว่า มนุษย์ มีนามชื่อว่าทุชชยะ เสวยบุญนั้นประกอบด้วยกรรมของตน ไม่ไปสู่ วินิบาต จักไปสู่ความเป็นมนุษย์ เงินที่บุคคลนั้นสั่งสมไว้แล้ว แม้ร้อยโกฏิ มิใช่น้อย บุคคลนั้นจักบังเกิดในกำเนิดเป็นพราหมณ์ เป็นบุตรผู้มีปัญญา ของวังคันตพราหมณ์ เป็นโอรสผู้เป็นที่รักของนางสารีพราหมณี และภายหลัง เขาจักบวชในศาสนาของพระอังคีรส จักได้เป็นพระสาวกของพระศาสดา มีนามชื่อว่า จูฬจุนทะ เขาจักได้เป็นพระขีณาสพแต่ยังเป็นสามเณรทีเดียว กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว จักไม่มีอาสวะนิพพาน เราได้บำรุงพระมหาวีรเจ้า และพระสาวกอื่นๆ ผู้มีศีลเป็นอันมาก และบำรุงพระเถระผู้พี่ชายของเรา เพื่อบรรลุประโยชน์อันสูงสุด ครั้นเราบำรุงพระเถระผู้พี่ชายของเราแล้ว ได้ เอาธาตุใส่ไว้ในบาตร นำเข้าไปถวายพระสัมพุทธเจ้าเชษฐบุรุษของโลก ผู้ นราสภ พระพุทธเจ้าในโลกพร้อมทั้งเทวโลก ทรงรับธาตุนั้นด้วยพระหัตถ์ ทั้งสอง แล้วจักทรงพระโอวาท จึงทรงประกาศพระอัครสาวก จิตของเรา พ้นวิเศษดีแล้ว และศรัทธาของเราตั้งมั่นดีแล้ว เรากำหนดรู้อาสวะทั้งปวง แล้ว ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระจุนทเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบจุนทเถราปทาน. ----------------------------------------------------- รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อุปาลีเถราปทาน ๒. โสณโกฏิยเวสสเถราปทาน ๓. ภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถราปทาน ๔. สันนิฏฐาปกเถราปทาน ๕. ปัญจหัตถิยเถราปทาน ๖. ปทุมฉทนิยเถราปทาน ๗. สยนทายกเถราปทาน ๘. จังกมทายกเถราปทาน ๙. สุภัททเถราปทาน ๑๐. จุนทเถราปทานคาถาในวรรคนั้นมี ๑๔๔ คาถา จบอุบาลีวรรคที่ ๕. -----------------------------------------------------