๖. กาลิงคโพธิชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๗–๘๒ลำดับ 479 จาก 525 ในชาดกพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 16 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. กาลิงคโพธิชาดก (๔๗๙) ว่าด้วยพระเจ้ากาลิงคะทรงบูชาโพธิมณฑล (พระศาสดาทรงประกาศเรื่องนี้ว่า)
พระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่ากาลิงคะ ทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรม ทรงพญาช้างแก้วซึ่งมีอานุภาพมาก ได้เสด็จไปใกล้โพธิพฤกษ์
พราหมณ์ปุโรหิตภารทวาชะ ชาวกาลิงคะพิจารณาดูภูมิภาค แล้วประคองอัญชลี ได้กราบทูลพระราชา พระนามว่ากาลิงคะ ผู้เป็นโอรสของพระดาบสว่า
ขอเดชะพระมหาราช ขอพระองค์เสด็จลงมาเถิด สถานที่นี้เป็นภูมิภาคที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงยกย่องแล้ว เพราะสถานที่นี้ พระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้ล้ำเลิศ ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง ทรงรุ่งเรืองอยู่
ภูมิภาคนี้ ต้นหญ้าลดาวัลย์เวียนเป็นทักษิณาวัฏ ภูมิภาคนี้เป็นจุดศูนย์กลางแห่งแผ่นดิน ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้สดับมาดังนี้
ภูมิภาคแห่งนี้เป็นจุดศูนย์กลางแห่งแผ่นดิน ซึ่งเป็นที่รองรับสรรพสัตว์ เป็นแผ่นดินที่มีสาครล้อมรอบ ขอพระองค์เสด็จลงมานมัสการเถิด พระเจ้าข้า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๐๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๓. เตรสกนิบาต] ๖. กาลิงคโพธิชาดก (๔๗๙)
พญาช้างเหล่าใดถึงจะเป็นช้างแก้วและเกิดในตระกูลสูง พญาช้างเหล่านั้นก็เข้าไปใกล้สถานที่มีประมาณเพียงนั้นไม่ได้
พญาช้างถึงจะเกิดในตระกูลสูงก็จริง ขอพระองค์ทรงไสพญาช้างตัวที่ฝึกแล้วไปเถิด สถานที่มีประมาณเพียงนี้ พญาช้างก็ไม่สามารถจะเข้าไปได้
พระเจ้ากาลิงคะครั้นทรงสดับถ้อยคำนั้นแล้ว ทรงใคร่ครวญวาจาของปุโรหิตผู้พยากรณ์ แล้วทรงไสพญาช้างไปด้วยพระดำริว่า เราจักรู้ตามคำที่พราหมณ์นี้พูดจริงหรือ
ส่วนพญาช้างที่พระราชาทรงไสไป ได้เปล่งเสียงโกญจนาทอันกึกก้อง ได้ถอยหลังคุกเข่าลง เหมือนไม่สามารถจะนำภาระอันหนักไปได้
พราหมณ์ปุโรหิตภารทวาชะชาวกาลิงคะรู้ว่า พระคชาธารสิ้นชีพเสียแล้วจึงได้รีบกราบทูลพระเจ้ากาลิงคะว่า ขอพระองค์เสด็จประทับพระคชาธารเชือกอื่นเถิด พระคชาธารเชือกนี้สิ้นชีพแล้ว พระเจ้าข้า
พระเจ้ากาลิงคะครั้นได้สดับคำนั้นแล้ว รีบประทับพระคชาธารเชือกอื่น เมื่อพระราชาเสด็จประทับแล้ว พระคชาธารก็ล้มลงบนแผ่นดิน ณ ที่นั้นเอง เป็นอันว่า คำของปุโรหิตผู้ถวายพยากรณ์ ได้เป็นจริงตามที่ช้างปรากฏแล้ว
พระเจ้ากาลิงคะได้ตรัส กับพราหมณ์ปุโรหิตกาลิงคะดังนี้ว่า ท่านนั่นแหละเป็นสัมพุทธะ สัพพัญญูรู้เห็นเหตุทั้งปวง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๐๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๓. เตรสกนิบาต] ๗. อกิตติชาดก (๔๘๐)
กาลิงคพราหมณ์ผู้ไม่ยอมรับคำชมเชยนั้นได้กราบทูลอย่างนี้ว่า ความจริง ข้าพระองค์ทั้งหลายเป็นนักพยากรณ์ ส่วนพระพุทธเจ้าทั้งหลายเป็นสัพพัญญู พระพุทธเจ้าข้า
ก็พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงเป็นสัพพัญญู และทรงรู้ทุกอย่าง หาทรงทราบด้วยสูตรไม่ ส่วนข้าพระองค์ทั้งหลายรู้ได้ด้วยกำลังวิชาอาคม พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงรู้ชัดทุกสิ่งทุกอย่าง
ลำดับนั้น พระราชาทรงนำระเบียบดอกไม้ และเครื่องลูบไล้ไปบูชา ฉลองต้นโพธิ ด้วยดนตรีต่างๆ ที่รับสั่งให้ประโคมแล้วเสด็จกลับ
พระเจ้ากาลิงคะทรงรับสั่งให้เก็บดอกไม้หกหมื่นเล่มเกวียน บูชาโพธิมณฑลสถานอันยอดเยี่ยมทุกวัน ดังนี้แลกาลิงคโพธิชาดกที่ ๖ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖ กาลิงฺคโพธิชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๖. กาลิงคโพธิชาดก ว่าด้วยการพยากรณ์ที่อันเป็นชัยภูมิ
ราชา กาลิงฺโค จกฺกวตฺติ ธมฺเมน ปฐวิมนุสาสิ อคมาสิ โพธิสมีปํ นาเคน มหานุภาเวน ฯ
พระเจ้าจักรพรรดิทรงพระนามว่ากาลิงคะ ได้ทรงสั่งสอนมนุษย์ทั่วแผ่นดิน โดยธรรม ได้เสด็จไปสู่ที่ใกล้ต้นโพธิ์ด้วยช้าง ทรงมีอานุภาพมาก.
กาลิงฺโค ภารทฺวาโช จ ราชานํ กาลิงฺคํ สมณโกลญฺญํ จกฺกวตฺตยโต ปริคฺคเหตฺวา ปญฺชลี อิทมโวจ ฯ
ภารทวาชปุโรหิตชาวกาลิงครัฐ พิจารณา ดูภูมิภาคแล้ว จึงประคอง อัญชลีกราบทูลพระเจ้าจักรพรรดิผู้เป็นบุตรแห่งดาบส ชื่อกาลิงคะว่า.
ปจฺโจโรห มหาราช ภูมิภาโค ยถา สมณุคีโต อิธ อนธิวรา พุทฺธา อภิสมฺพุทฺธา วิโรจนฺติ ฯ
ข้าแต่พระมหาราชา ขอเชิญพระองค์เสด็จลงเถิด ภูมิภาคนี้อันพระพุทธเจ้า ผู้เป็นสมณะทรงสรรเสริญแล้ว พระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้ตรัสรู้โดยยิ่ง มีพระคุณหาประมาณมิได้ ย่อมไพโรจน์ ณ ภูมิภาคนี้.
ปทกฺขิณโต อาวฏฺฏา ติณลตา อสฺมึ ภูมิภาคสฺมึ ปฐวิยา อยํ มณฺโฑ อิติ โน สุตํ มหาราช ฯ
หญ้าและเครือเถาทั้งหลายในภูมิภาคส่วนนี้ ม้วนเวียนโดยทักษิณาวัตร ภูมิภาคส่วนนี้ เป็นที่ไม่หวั่นไหวแห่งแผ่นดิน (เมื่อกัลป์จะตั้งขึ้นก็ตั้ง ขึ้นก่อน เมื่อกัลป์พินาศก็พินาศภายหลัง) ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระองค์ ได้สดับมาอย่างนี้.
สาครปริยนฺตาย (เมทนิยา) สพฺพภูตธรณิยา ปฐวิยา อยํ มณฺโฑ โอโรหิตฺวา นโม กโรหิ ฯ
ภูมิภาคส่วนนี้ เป็นมณฑลแห่งแผ่นดินอันทรงไว้ซึ่งภูตทั้งปวง มีสาคร เป็นขอบเขต ขอเชิญพระองค์เสด็จลง แล้วทรงกระทำการนอบน้อมเถิด พระเจ้าข้า.
เย เต ภวนฺติ นาคา จ อภิชาตา จ กุญฺชรา เอตฺตาวตา ปเทสํ เต นาคา เนวมุปยนฺติ ฯ
ช้างกุญชรตัวประเสริฐ เกิดในตระกูลอุโบสถ ย่อมไม่เข้าไปใกล้ประเทศ นั้นเลย ด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้.
อภิชาโต นาโค กามํ เปเสหิ กุญฺชรํ ทนฺตึ เอตฺตาวตา ปเทโส จ น สกฺกา นาเคน อุปคนฺตุํ ฯ
ช้างตัวประเสริฐนี้ เป็นช้างเกิดแล้วในตระกูลอุโบสถโดยแท้ ถึงกระนั้น ก็ไม่อาจจะเข้าไปใกล้ประเทศมีประมาณเท่านี้ได้ ถ้าพระองค์ยังทรงสงสัย อยู่ ก็จงทรงไสช้างพระที่นั่งไปเถิด.
ตํ สุตฺวา ราชา กาลิงฺโค เวยฺยญฺชนิกวโจ นิสาเมตฺวา สมฺเปเสสิ นาคํ อุยฺยาม มยํ ยถา อิทํ วจนํ ฯ
พระเจ้ากาลิงคะทรงสดับคำนั้นแล้ว จึงทรงใคร่ครวญถ้อยคำของปุโรหิต ผู้ชำนาญการพยากรณ์ว่า เราจักรู้ถ้อยคำของปุโรหิตนี้ว่า จริงหรือไม่จริง นี้แล้ว ทรงไสช้างพระที่นั่งไป.
สมฺเปสิโต จ รญฺญา นาโค โกญฺโจว อภินทิตฺวาน ปฏิสกฺกิตฺวา นิสีทิ ครุภารํ อสหมาโน ฯ
ฝ่ายช้างพระที่นั่งนั้น ถูกพระราชาทรงไสไปแล้ว ก็เปล่งเสียงดุจนก กระเรียนแล้วถอยหลังทรุดคุกลง ดังอดทนภาระหนักไม่ได้.
กาลิงฺโค ภารทฺวาโช นาคํ ขีณายุกํ วิทิตฺวาน ราชานํ กาลิงฺคํ ตรมาโน อชฺฌภาสิตฺถ อญฺญํ สงฺกม นาคํ นาโค ขีณายุโก มหาราช ฯ
ปุโรหิตภารทราชะชาวกาลิงครัฐ รู้ว่า ช้างพระที่นั่งสิ้นอายุแล้ว จึงรีบ กราบทูลพระเจ้ากาลิงคะว่า ข้าแต่พระมหาราชา ขอเชิญเสด็จไปทรงช้าง พระที่นั่งเชือกอื่นเถิด ช้างพระที่นั่งเชือกนี้สิ้นอายุแล้ว พระเจ้าข้า.
ตํ สุตฺวา กาลิงฺโค ตรมาโน สงฺกมิ นาคํ สงฺกนฺเตว รญฺเญ นาโค ตตฺเถว ปติ ภูมฺยา เวยฺยญฺชนิกวโจ ยถา ตถา อหุ นาโค ฯ
พระเจ้ากาลิงคะทรงสดับคำนั้นแล้ว จึงรีบเสด็จไปทรงช้างพระที่นั่ง เชือกใหม่ เมื่อพระราชาเสด็จก้าวไปพ้นแล้ว ช้างพระที่นั่งที่ตายแล้ว ก็ล้มลง ณ พื้นดินที่นั้นเอง ถ้อยคำของปุโรหิต ผู้ชำนาญการพยากรณ์ เป็นอย่างใด ช้างพระที่นั่งเป็นอย่างนั้น.
กาลิงฺคภารทฺวาชํ กาลิงฺโค พฺราหฺมณํ อิทมโวจ ตฺวเมวาสิ สมฺพุทฺโธ สพฺพญฺญู สพฺพทสฺสาวี ฯ
พระเจ้ากาลิงคะได้ตรัสกะพราหมณ์ภารทวาชะชาวกาลิงครัฐอย่างนี้ว่า ท่านเป็นสัมพุทธะ รู้เห็นเหตุทั้งปวงโดยแท้.
ตํ อนธิวาเสนฺโต กาลิงฺโค พฺราหฺมโณ อิทมโวจ เวยฺยญฺชนิกา หิ มยํ พุทฺธา สพฺพญฺญุโน มหาราช ฯ
กาลิงคพราหมณ์ เมื่อไม่รับคำสรรเสริญนั้นจึงได้กราบทูลว่า ข้าแต่ พระมหาราชา ข้าพระองค์เป็นผู้ชำนาญการพยากรณ์ ชื่อว่าพุทธะ ผู้รู้เหตุ ทั้งปวงก็จริง.
สพฺพญฺญู สพฺพวิทู จ พุทฺธา ลกฺขเณน ชานนฺติ อาคมพลสา หิ มยํ พุทฺธา สพฺพํ ปชานนฺติ ฯ
แต่พระพุทธเจ้าทั้งหลายเป็นพระสัพพัญญูด้วย เป็นพระสัพพวิทูด้วย ย่อมรู้เหตุทั้งปวงด้วยพระญาณเป็นเครื่องกำหนด ข้าพระองค์รู้เหตุ ทั้งปวงได้ เพราะกำลังแห่งอาคม พระพุทธเจ้าทั้งหลาย รู้เหตุทั้งปวงได้ ด้วยพระสัพพัญญุตญาณ.
ปหํสิตฺวาน สมฺโพธึ นานาตุริเยหิ วิชฺชมาเนหิ มาลาวิเลปนํ อภิหริตฺวา ปาการปริกฺเขปํ กาเรสิ อถ ราชา ปายาสิ ฯ
พระเจ้ากาลิงคะ ทรงนำเอามาลาและเครื่องลูบไล้พร้อมด้วยดนตรีต่างๆ ไปบูชาพระมหาโพธิ์แล้ว รับสั่งให้กระทำกำแพงแวดล้อม.
สฏฺฐิวาหสหสฺสานิ ปุปฺผานิ สนฺนิปาตยิ ปูเชสิ ราชา กาลิงฺโค โพธิมณฺฑมนุตฺตรนฺติ ฯ กาลิงฺคโพธิชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ ---------
รับสั่งให้เก็บดอกไม้ประมาณหกหมื่นเล่มเกวียนมาบูชาโพธิมณฑลอันเป็น อนุตริยะ แล้วเสด็จกลับ. จบ กาลิงคโพธิชาดกที่ ๖.