๒. เอกวิหาริยเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๓๗–๕๔๖ลำดับ 235 จาก 265 ในเถรคาถาพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 10 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๐. ทสกนิบาต] ๒. เอกวิหาริยเถรคาถา ๒. เอกวิหาริยเถรคาถา ภาษิตของพระเอกวิหาริยเถระ (พระเอกวิหาริยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า)
ถ้าไม่มีผู้อื่นอยู่ข้างหน้าหรือข้างหลัง เราอยู่ในป่าผู้เดียวจะมีความผาสุกอย่างยิ่ง
เอาเถอะ เราคนเดียวจะไปป่าที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญว่า มีแต่ความผาสุกแก่ภิกษุผู้มักอยู่ผู้เดียว มีใจเด็ดเดี่ยว
เราผู้เดียวมุ่งประโยชน์เป็นสำคัญ จะรีบเข้าป่าใหญ่ที่ทำปีติให้เกิดแก่ผู้บำเพ็ญเพียร น่ารื่นรมย์ ซึ่งช้างซับมันอาศัยอยู่
จะอาบน้ำที่ซอกภูเขาอันเยือกเย็นในป่าร่มรื่น มีดอกไม้บานสะพรั่ง จงกรมแต่ผู้เดียว
เมื่อไร เราจะได้อยู่ป่าใหญ่ที่น่ารื่นรมย์แต่ผู้เดียว ไม่มีเพื่อน ได้สำเร็จกิจ ไม่มีอาสวะ
ขอความประสงค์ของเราผู้ต้องการจะทำอย่างนั้นจงสำเร็จเถิด เราจักทำให้สำเร็จได้เอง ผู้อื่นไม่อาจทำให้ผู้อื่นได้เลย
เรานี้สวมเกราะคือความเพียรอยู่ จะเข้าป่าใหญ่ ยังไม่ถึงความสิ้นอาสวะ ก็จักไม่ออกจากป่าใหญ่นั้น
เมื่อลมเย็นพัดเอากลิ่นดอกไม้หอมฟุ้งมา เราจะนั่งบนยอดเขาทำลายอวิชชา
จักได้รับความสุข รื่นรมย์ด้วยวิมุตติสุข ที่เงื้อมภูเขามีพื้นเย็นในป่า ซึ่งดารดาษด้วยดอกโกสุม แน่แท้
เรานั้นมีความดำริเต็มเปี่ยม เหมือนดวงจันทร์วันเพ็ญ สิ้นอาสวะทั้งปวง บัดนี้ การเกิดอีกก็ไม่มี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๓๔}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๒. เอกวิหาริยเถรคาถา คาถาสุภาษิตของพระเอกวิหาริยเถระ
|๓๗๑.๕๓๗| ๒ ปุรโต ปจฺฉโต วาปิ อปโร เจ น วิชฺชติ อตีว ผาสุ ภวติ เอกสฺส วสโต วเน ฯ |๓๗๑.๕๓๘| หนฺท เอโก คมิสฺสามิ อรญฺญํ พุทฺธวณฺณิตํ ผาสุํ เอกวิหาริสฺส ปหิตตฺตสฺส ภิกฺขุโน ฯ |๓๗๑.๕๓๙| โยคิปีติกรํ รมฺมํ มตฺตกุญฺชรเสวิตํ เอโก อตฺถวสี ขิปฺปํ ปวิสิสฺสามิ กานนํ ฯ |๓๗๑.๕๔๐| สุปุปฺผิเต สีตวเน สีตเล คิริกนฺทเร คตฺตานิ ปริสิญฺจิตฺวา จงฺกมิสฺสามิ เอกโก ฯ |๓๗๑.๕๔๑| เอกากิโย อทุติโย รมณีเย มหาวเน กทาหํ วิหริสฺสามิ กตกิจฺโจ อนาสโว ฯ |๓๗๑.๕๔๒| เอวํ เม กตฺตุกามสฺส อธิปฺปาโย สมิชฺฌตุ สาธยิสฺสามหํ เยว นาญฺโญ อญฺญสฺส การโก ฯ |๓๗๑.๕๔๓| เอส พนฺธามิ สนฺนาหํ ปวิสิสฺสามิ กานนํ น ตโต นิกฺขมิสฺสามิ อปฺปตฺโต อาสวกฺขยํ ฯ |๓๗๑.๕๔๔| มาลุเต อุปวายนฺเต สีเต สุรภิคนฺธเก อวิชฺชํ ทาลยิสฺสามิ นิสินฺโน นคมุทฺธนิ ฯ |๓๗๑.๕๔๕| วเน กุสุมสญฺฉนฺเน ปพฺภาเร นูน สีตเล วิมุตฺติสุเขน สุขิโต รมิสฺสามิ คิริพฺพเช ฯ |๓๗๑.๕๔๖| โสหํ ปริปุณฺณสงฺกปฺโป จนฺโท ปณฺณรโส ยถา สพฺพาสวปริกฺขีโณ นตฺถิทานิ ปุนพฺภโวติ ฯ เอกวิหาริโย เถโร ฯ
ถ้าไม่มีผู้อื่นอยู่ข้างหน้าหรือข้างหลังเรา ความสบายใจอย่างยิ่งคงจะมี แก่เราผู้อยู่ในป่าผู้เดียว ผิฉะนั้น เราผู้เดียวจักไปสู่ป่าอันพระพุทธเจ้า ทรงสรรเสริญว่า ความผาสุกย่อมมีแก่ภิกษุอยู่แต่ผู้เดียว มีใจเด็ดเดี่ยว เราผู้เดียวเป็นผู้ชำนาญในสิ่งที่เป็นประโยชน์ จักเข้าไปสู่ป่าใหญ่ อัน ทำให้เกิดปีติแก่พระโยคาวจร น่ารื่นรมย์ เป็นที่อยู่ของหมู่ช้างตกมัน โดยเร็วพลัน เราผู้เดียว จักอาบน้ำในซอกเขาอันเยือกเย็นในป่าอันเย็น มีดอกไม้บานสะพรั่ง จักจงกรมให้เป็นที่สำราญใจ เมื่อไรเราจึงจักได้ อยู่ในป่าใหญ่อันน่ารื่นรมย์แต่ผู้เดียว ไม่มีเพื่อนสอง จักเป็นผู้ทำกิจสำเร็จ หาอาสวะมิได้ ขอความประสงค์ของเราผู้ปรารถนาจะทำอย่างนี้จงสำเร็จ เถิด เราจักยังความประสงค์ของเราให้สำเร็จจงได้ ผู้อื่นไม่อาจ ทำผู้อื่นให้สำเร็จได้ เราจักผูกเกราะ คือ ความเพียร จักเข้า ไปสู่ป่าใหญ่ เรายังไม่บรรลุถึงความสิ้นอาสวะแล้ว จักไม่ออกไปจากป่า นั้นเมื่อลมพัดเย็นมา กลิ่นดอกไม้ก็หอมฟุ้งมา เราจักนั่งอยู่บนยอดเขา ทำลายอวิชชา เราจักได้รับความสุขรื่นรมย์อยู่ด้วยวิมุตติสุขในถ้ำที่เงื้อม เขา ซึ่งดารดาษไปด้วยดอกโกสุม มีภาคพื้นเยือกเย็น อันมีอยู่ใน ป่าใหญ่เป็นแน่ เรามีความดำริอันเต็มเปี่ยม เหมือนพระจันทร์ใน วันเพ็ญ เป็นผู้สิ้นอาสวะทั้งปวงแล้ว บัดนี้ ภพใหม่มิได้มี.