๑๐. ตติยสักกนมัสนสูตร เล่ม ๑๕
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทสมํ ตติยสกฺกนมสฺสนสุตฺตํ
๙๓๘สาวตฺถีนิทานํ ฯ ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว สกฺโก เทวานมินฺโท มาตลึ สงฺคาหกํ อามนฺเตสิ โยเชหิ สมฺม มาตลิ สหสฺสยุตฺตํ อาชญฺญรถํ อุยฺยานภูมึ คจฺฉาม สุภูมึ ทสฺสนายาติ ฯ เอวํ ภทฺทนฺตวาติ โข ภิกฺขเว มาตลิ สงฺคาหโก สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส ปฏิสฺสุตฺวา สหสฺสยุตฺตํ อาชญฺญรถํ โยเชตฺวา สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส ปฏิเวเทสิ ยุตฺโต โข เต มาริส สหสฺสยุตฺโต อาชญฺญรโถ ยสฺสทานิ กาลํ มญฺญสีติ ฯ อถ โข ภิกฺขเว สกฺโก เทวานมินฺโท เวชยนฺตปาสาทา โอโรหนฺโต อญฺชลึ กตฺวา สุทํ ภิกฺขุสงฺฆํ นมสฺสติ ฯ
๙๓๙อถ โข ภิกฺขเว มาตลิ สงฺคาหโก สกฺกํ เทวานมินฺทํ คาถาย อชฺฌภาสิ ตํ หิ เอเต นมสฺเสยฺยุํ ปูติเทหสยา นรา นิมุคฺคา กุณปเสฺมเต ขุปฺปิปาสา สมปฺปิตา กึ นุ เตสํ ปิหยสิ อนาคาราน วาสว อาจารํ อิสินํ พฺรูหิ ตํ สุโณม วโจ ตวาติ ฯ
๙๔๐เอตํ เตสํ ปิหยามิ อนาคาราน มาตลิ ยมฺหา คามา ปกฺกมนฺติ อนเปกฺขา วชนฺติ เต น เตสํ โกฏฺเฐ โอเปนฺติ น กุมฺภา น กโฬปิยํ ปรนิฏฺฐิตเมสนา เตน ยาเปนฺติ สุพฺพตา สุมนฺตมนฺติโน ธีรา ตุณฺหีภูตา สมญฺจรา เทวา วิรุทฺธา อสุเรหิ ปุถุมจฺจา จ มาตลิ อวิรุทฺธา วิรุทฺเธสุ อตฺตทณฺเฑสุ นิพฺพุตา สาทาเนสุ อนาทานา เต นมสฺสามิ มาตลีติ ฯ
๙๔๑เสฏฺฐา หิ กิร โลกสฺมึ เย ตฺวํ สกฺก นมสฺสสิ อหมฺปิ เต นมสฺสามิ เย นมสฺสสิ วาสวาติ ฯ
๙๔๒อิทํ วตฺวาน มฆวา เทวราชา สุชมฺปติ ภิกฺขุสงฺฆํ นมสฺสิตฺวา ปมุโข รถมารุหีติ ฯ ทุติโย วคฺโค ฯ ตสฺสุทฺทานํ วตปเทน ตโย วุตฺตา ทฬิทฺทญฺจ รามเณยฺยกํ ยชมานญฺจ วนฺทนา ตโย สกฺกนมสฺสนาติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑๑. สักกสังยุต] ๒. ทุติยวรรค ๑๐. ตติยสักกนมัสสนสูตร ๑๐. ตติยสักกนมัสสนสูตร ว่าด้วยการนอบน้อมของท้าวสักกะ สูตรที่ ๓
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี “ภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ท้าวสักกะจอมเทพได้ตรัสกับมาตลีสังคาหก-เทพบุตรว่า ‘สหายมาตลี ท่านจงจัดเตรียมรถซึ่งเทียมด้วยม้าอาชาไนย ๑,๐๐๐ ตัวเราจะไปยังพื้นที่อุทยานเพื่อชมภูมิภาคอันงดงาม’ มาตลีสังคาหกเทพบุตรทูลรับพระดำรัสแล้ว จัดเตรียมรถซึ่งเทียมด้วยม้า อาชาไนย ๑,๐๐๐ ตัว เสร็จแล้วกราบทูลแก่ท้าวสักกะจอมเทพว่า ‘ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์ รถซึ่งเทียมด้วยม้าอาชาไนย ๑,๐๐๐ ตัว สำหรับพระองค์จัดเตรียมไว้เสร็จแล้ว ขอพระองค์ทรงทราบกาลอันควรในบัดนี้เถิด’ ได้ทราบว่า ครั้งนั้น ท้าวสักกะจอมเทพขณะเสด็จลงจากเวชยันต์ปราสาททรงประนมมือนอบน้อมภิกษุสงฆ์อยู่ ครั้งนั้น มาตลีสังคาหกเทพบุตรได้ทูลถามท้าวสักกะจอมเทพด้วยคาถาว่า นรชนผู้นอนทับกายอันเปื่อยเน่าเหล่านี้ นอบน้อมพระองค์เท่านั้น พวกเขาจมอยู่ในซากศพ เป็นผู้เพียบพร้อมด้วยความหิวและความกระหาย ข้าแต่ท้าววาสวะ เพราะเหตุไรหนอ พระองค์จึงทรงโปรดปรานท่านผู้ไม่มีเรือนเหล่านั้น ขอพระองค์ตรัสบอกมรรยาทของฤๅษีทั้งหลาย ข้าพระองค์ขอฟังพระดำรัสของพระองค์ พระเจ้าข้า @เชิงอรรถ : @ จมอยู่ในซากศพ ในที่นี้หมายถึงอยู่ในท้องของมารดา ๑๐ เดือน (สํ.ส.อ. ๑/๒๖๖/๓๓๕,@สํ.ฏีกา ๑/๒๖๖/๓๖๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๘๘}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑๑. สักกสังยุต] ๒. ทุติยวรรค ๑๐. ตติยสักกนมัสสนสูตร ท้าวสักกะตรัสตอบว่า มาตลี เราโปรดปรานมรรยาท ของท่านผู้รู้ที่ไม่มีเรือนเหล่านั้น เพราะท่านเหล่านั้นเป็นผู้ไม่มีความห่วงใย ในบ้านที่ท่านจากไป บุคคลผู้จะเก็บข้าวเปลือก ของท่านเหล่านั้นไว้ในฉางก็ไม่มี จะเก็บไว้ในหม้อก็ไม่มี จะเก็บไว้ในกระเช้าก็ไม่มี ท่านเหล่านั้นมีวัตรงาม แสวงหาอาหารที่ผู้อื่นทำเสร็จแล้ว เยียวยาอัตภาพด้วยอาหารนั้น ท่านเหล่านั้นเป็นนักปราชญ์ กล่าวคำสุภาษิต เป็นผู้สงบ ประพฤติสม่ำเสมอ มาตลี พวกเทวดายังโกรธกับอสูร และสัตว์เป็นอันมากยังโกรธซึ่งกันและกัน เมื่อเขายังโกรธกัน แต่ท่านเหล่านั้นไม่โกรธ ดับ(ความโกรธ)เสียได้ในบุคคลผู้มีอาชญาในตน เมื่อชนทั้งหลายยังมีความถือมั่น ท่านเหล่านั้นไม่ถือมั่น มาตลี เราจึงนอบน้อมท่านเหล่านั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๘๙}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑๑. สักกสังยุต] ๒. ทุติยวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค มาตลีสังคาหกเทพบุตรกราบทูลว่า ข้าแต่ท้าวสักกะ ได้ยินว่า พระองค์ทรงนอบน้อมบุคคลเหล่าใด บุคคลเหล่านั้นเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลก ข้าแต่ท้าววาสวะ พระองค์ทรงนอบน้อมบุคคลเหล่าใด แม้ข้าพระองค์ก็ขอนอบน้อมบุคคลเหล่านั้นเหมือนกัน ท้าวมฆวาสุชัมบดีเทวราช ผู้เป็นประมุข ครั้นตรัสดังนี้แล้ว ทรงนอบน้อมภิกษุสงฆ์ เสด็จขึ้นราชรถกลับไป” ตติยสักกนมัสสนสูตรที่ ๑๐ จบ วรรคที่ ๒ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปฐมเทวสูตร ๒. ทุติยเทวสูตร ๓. ตติยเทวสูตร ๔. ทฬิททสูตร ๕. รามเณยยกสูตร ๖. ยชมานสูตร ๗. วันทนาสูตร ๘. ปฐมสักกนมัสสนสูตร ๙. ทุติยสักกนมัสสนสูตร ๑๐. ตติยสักกนมัสสนสูตร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๙๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาตติยสักกนมัสนสูตรที่ ๑๐
พึงทราบวินิจฉัยในตติยสักกนมัสสนสูตรที่ ๑๐ ต่อไปนี้ :-
บทว่า อชฺฌภาสิ ความว่า เพราะเหตุไร มาตลิสังคาหกเทพบุตรนี้จึงได้กล่าวอย่างนี้บ่อยๆ.
นัยว่า ท้าวสักกะเทวราชมีพระสุรเสียงไพเราะ ในเวลาดำรัสช่องพระทันตสนิท เปล่งพระสุรเสียงดุจเสียงกระดิ่งทอง. มาตลิสังคาหกเทพบุตรพูดว่า เราจักได้ฟังพระสุรเสียงนั้นบ่อยๆ.
บทว่า ปูติเทหสยา ความว่า ชื่อว่านอนทับกายเน่าเพราะนอนทับบนร่างกายของมารดาที่เน่า หรือสรีระของตนเอง.
บทว่า นิมฺมุคฺคา กุณปเสฺมเต คือ คนเหล่านี้จมอยู่ในซาก กล่าวคือท้องมารดาตลอด ๑๐ เดือน.
บทว่า เอตํ เนสํ ปิหยามิ ได้แก่ เราชอบใจมารยาทของท่านผู้ไม่มีเรือนเหล่านั้น.
บทว่า น เตลํ โกฏฺเฐ โอเปนฺติ ความว่า บุคคลจะไม่เก็บข้าวเปลือกของท่านเหล่านั้นไว้ในฉางคือข้าวเปลือกของท่านเหล่านั้นไม่มี.
บทว่า น กุมฺภา ได้แก่ ไม่เก็บไว้ในหม้อ.
บทว่า น กโฬปิยํ ได้แก่ ไม่เก็บไว้ในกระบุง.
บทว่า ปรนิฏฺฐิตเมสนา ได้แก่ เสาะแสวงหาของที่สุกแล้วในเรื่องนั้นๆ ที่สำเร็จเพื่อคนเหล่าอื่นด้วยภิกขาจารวัตร.
บทว่า เตน ได้แก่ ด้วยการแสวงหาอย่างนี้นั้น.
บทว่า สุพฺพตา ได้แก่ สมาทานวัตรงามดีแล้วตลอด ๑๐ ปีบ้าง ๖๐ ปีบ้าง.
บทว่า สุมนฺตนฺติโน คือ มีปกติกล่าวคำสุภาษิตอย่างนี้ว่า เราจะสาธยายธรรม จักปฏิบัติธุดงค์ จักบำเพ็ญสมณธรรมดังนี้.
บทว่า ตุณฺหีภูตา สมญฺจรา ความว่า แม้กล่าวธรรมก็ยังกังวานอยู่เสมอตลอดทั้ง ๓ ยามเหมือนเสียงฟ้าร้อง.
ถามว่า เพราะเหตุไร.
ตอบว่า เพราะไม่มีคำที่ไร้ประโยชน์.
บทว่า ปุถุมจฺจา จ ได้แก่ สัตว์เป็นอันมากผิดใจกันและกัน.
บทว่า อตฺตทณฺเฑสุ นิพฺพุตา ได้แก่ ดับเสียได้ในอาชญาที่ถือเอาแล้ว เพื่อเบียดเบียนผู้อื่น คือสละอาชญาเสียแล้ว.
บทว่า สาทาเนสุ อนาทานา ความว่า เมื่อสัตว์ทั้งหลายมีความถือมั่น ไม่มีความถือมั่นเพราะไม่ถือมั่น แม้ส่วนหนึ่งของกำเนิดภพเป็นต้น.
จบอรรถกถาตติยสักกนมัสนสูตรที่ ๑๐ จบทุติยวรรคที่ ๒ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ปฐมเทวสูตร
๒. ทุติยเทวสูตร
๓. ตติยเทวสูตร
๔. ทฬิททสูตร
๕. รามเณยยกสูตร
๖. ยชมานสูตร
๗. วันทนสูตร
๘. ปฐมสักกนมัสนสูตร
๙. ทุติยสักกนมัสนสูตร
๑๐. ตติยสักกนมัสนสูตร -----------------------------------------------------