กรรม ๔ วัตถุวิบัติ ญัตติวิบัติ อนุสาวนาวิบัติ สีมาวิบัติ บริษัทวิบัติ กรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ เป็นต้น อปโลกนกรรม เป็นต้น ฐานะแห่งอปโลกนกรรม ฐานะแห่งญัตติกรรม ฐานะแห่งญัตติทุติยกรรม ฐานะแห่งญัตติจตุตถกรรม กรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ เป็นต้น
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๘๒–๔๙๗ลำดับ 1 จาก 6 ในปริวารสรุปพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 16 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ปัญจวรรค] ๑. กรรมวรรค ปัญจวรรค ว่าด้วยหมวด ๕ หมวด ๑. กรรมวรรค หมวดว่าด้วยเรื่องกรรม กรรม ๔
กรรม(สังฆกรรม) ๔ อย่าง คือ ๑. อปโลกนกรรม ๒. ญัตติกรรม ๓. ญัตติทุติยกรรม ๔. ญัตติจตุตถกรรม ถาม : กรรม ๔ อย่างนี้ ย่อมวิบัติโดยอาการเท่าไร ตอบ : กรรม ๔ อย่างนี้ ย่อมวิบัติโดยอาการ ๕ อย่าง คือ ๑. โดยวัตถุ ๒. โดยญัตติ ๓. โดยอนุสาวนา ๔. โดยสีมา ๕. โดยบริษัท วัตถุวิบัติ
ถาม : กรรมย่อมชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุอย่างไร ตอบ : กรรมย่อมชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุอย่างนี้ คือ กรรมที่ควรทำพร้อมหน้าแต่สงฆ์ทำลับหลัง กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ กรรมที่ควรสอบถามก่อนทำ แต่สงฆ์ไม่สอบถามก่อนทำ กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ กรรมที่ควรทำตามปฏิญญา แต่สงฆ์ไม่ทำตามปฏิญญา กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้อมูฬหวินัยแก่ภิกษุผู้ควรสติวินัย กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๗๐๑}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ปัญจวรรค] ๑. กรรมวรรค สงฆ์ทำตัสสปาปิยสิกากรรมแก่ภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัย กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ทำตัชชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรตัสสปาปิยสิกากรรม กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ทำนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้ควรตัชชนียกรรม กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ทำปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรนิยสกรรม กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ทำปฏิสารณียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรปัพพาชนียกรรม กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ทำอุกเขปนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรปฏิสารณียกรรม กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้ปริวาสแก่ภิกษุผู้ควรอุกเขปนียกรรม กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ชักภิกษุผู้ควรปริวาสเข้าหาอาบัติเดิม กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้มานัตแก่ภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์อัพภานภิกษุผู้ควรมานัต กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้ภิกษุผู้ควรอัพภานอุปสมบท กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ทำอุโบสถในวันมิใช่วันอุโบสถ กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ปวารณาในวันมิใช่วันปวารณา กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุอย่างนี้ กรรมย่อมชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ ญัตติวิบัติ
ถาม : กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติอย่างไร ตอบ : กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติด้วยอาการ ๕ อย่าง คือ ๑. ไม่ระบุวัตถุ ๒. ไม่ระบุสงฆ์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๗๐๒}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ปัญจวรรค] ๑. กรรมวรรค ๓. ไม่ระบุบุคคล ๔. ไม่ระบุญัตติ ๕. ตั้งญัตติภายหลัง กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติด้วยอาการ ๕ อย่างนี้ อนุสาวนาวิบัติ
ถาม : กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนาอย่างไร ตอบ : กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนาด้วยอาการ ๕ อย่าง คือ ๑. ไม่ระบุวัตถุ ๒. ไม่ระบุสงฆ์ ๓. ไม่ระบุบุคคล ๔. ทิ้งวาจาประกาศ ๕. สวดในกาลไม่ควร กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนาด้วยอาการ ๕ อย่างนี้สีมาวิบัติ
ถาม : กรรมย่อมวิบัติโดยสีมาอย่างไร ตอบ : กรรมย่อมวิบัติโดยสีมาด้วยอาการ ๑๑ อย่าง คือ ๑. สมมติสีมาเล็กเกิน ๒. สมมติสีมาใหญ่เกิน ๓. สมมติสีมามีนิมิตขาด ๔. สมมติสีมาใช้เงาเป็นนิมิต ๕. สมมติสีมาไม่มีนิมิต ๖. ภิกษุอยู่ภายนอกสีมาสมมติสีมา ๗. สมมติสีมาในแม่น้ำ ๘. สมมติสีมาในทะเล ๙. สมมติสีมาในสระเกิดเอง ๑๐. คาบเกี่ยวสีมาด้วยสีมา ๑๑. ทับสีมาด้วยสีมา กรรมย่อมวิบัติโดยสีมาด้วยอาการ ๑๑ อย่างนี้บริษัทวิบัติ
ถาม : กรรมย่อมวิบัติโดยบริษัทอย่างไร ตอบ : กรรมย่อมวิบัติโดยบริษัทด้วยอาการ ๑๒ อย่าง คือ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๗๐๓}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ปัญจวรรค] ๑. กรรมวรรค ๑. ในกรรมที่สงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมีจำนวนเท่าไร ที่ยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา ภิกษุพร้อมเพรียงกัน คัดค้าน ๒. ในกรรมที่สงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมีจำนวนเท่าไร ที่มาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา ภิกษุพร้อมเพรียง กันคัดค้าน ๓. ในกรรมที่สงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมีจำนวนเท่าไร ที่มาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา แต่ภิกษุพร้อมเพรียงกัน คัดค้าน ๔. ในกรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ฯลฯ ๕. ในกรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ฯลฯ ๖. ในกรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ฯลฯ ๗. ในกรรมที่สงฆ์ทสวรรคพึงทำ ฯลฯ ๘. ในกรรมที่สงฆ์ทสวรรคพึงทำ ฯลฯ ๙. ในกรรมที่สงฆ์ทสวรรคพึงทำ ฯลฯ ๑๐. ในกรรมที่สงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมีจำนวน เท่าไร ที่ยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา ภิกษุพร้อม เพรียงกันคัดค้าน ๑๑. ในกรรมที่สงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมีจำนวน เท่าไร ที่มาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา ภิกษุ พร้อมเพรียงกันคัดค้าน ๑๒. ในกรรมที่สงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมีจำนวน เท่าไร ที่มาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา แต่ภิกษุพร้อม เพรียงกันคัดค้าน กรรมย่อมวิบัติโดยบริษัทด้วยอาการ ๑๒ อย่างนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๗๐๔}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ปัญจวรรค] ๑. กรรมวรรค กรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ เป็นต้น
ในกรรมที่สงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๔ รูป เป็นผู้เข้ากรรมปกตัตตะที่เหลือเป็นผู้ควรฉันทะ ภิกษุรูปที่สงฆ์ทำกรรมนั้น ไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรมและไม่ควรฉันทะ แต่เป็นผู้ควรแก่กรรม ในกรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๕ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะที่เหลือเป็นผู้ควรฉันทะ ภิกษุรูปที่สงฆ์ทำกรรมนั้น ไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรมและไม่ควรฉันทะแต่เป็นผู้ควรแก่กรรม ในกรรมที่สงฆ์ทสวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๑๐ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะที่เหลือเป็นผู้ควรฉันทะ ภิกษุรูปที่สงฆ์ทำกรรมนั้น ไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรมและไม่ควรฉันทะแต่เป็นผู้ควรแก่กรรม ในกรรมที่สงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๒๐ รูป เป็นผู้เข้ากรรมปกตัตตะที่เหลือเป็นผู้ควรฉันทะ ภิกษุรูปที่สงฆ์ทำกรรมนั้น ไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรมและไม่ควรฉันทะ แต่เป็นผู้ควรแก่กรรม กรรม ๔
กรรม ๔ อย่าง คือ (๑) อปโลกนกรรม (๒) ญัตติกรรม(๓) ญัตติทุติยกรรม (๔) ญัตติจตุตถกรรม ถาม : กรรม ๔ อย่างนี้ ย่อมวิบัติโดยอาการเท่าไร ตอบ : กรรม ๔ อย่างนี้ ย่อมวิบัติโดยอาการ ๕ อย่าง คือ ๑. โดยวัตถุ ๒. โดยญัตติ ๓. โดยอนุสาวนา ๔. โดยสีมา ๕. โดยบริษัท วัตถุวิบัติ
ถาม : กรรมย่อมชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุอย่างไร ตอบ : กรรมย่อมชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุอย่างนี้ คือ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๗๐๕}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ปัญจวรรค] ๑. กรรมวรรค สงฆ์ให้บัณเฑาะก์อุปสมบท กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนไถยสังวาสอุปสมบท กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้เข้ารีดเดียรถีย์อุปสมบท กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้สัตว์ดิรัจฉานอุปสมบท กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้ฆ่ามารดาอุปสมบท กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้ฆ่าบิดาอุปสมบท กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้ฆ่าพระอรหันต์อุปสมบท กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้ประทุษร้ายภิกษุณีอุปสมบท กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้ทำลายสงฆ์อุปสมบท กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้ยังพระโลหิตห้ออุปสมบท กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนสองเพศอุปสมบท กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนมีอายุไม่ถึง ๒๐ ปี อุปสมบท กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ อย่างนี้ กรรมชื่อว่าย่อมวิบัติโดยวัตถุ ญัตติวิบัติ
ถาม : กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติอย่างไร ตอบ : กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติด้วยอาการ ๕ อย่าง คือ ๑. ไม่ระบุวัตถุ ๒. ไม่ระบุสงฆ์ ๓. ไม่ระบุบุคคล ๔. ไม่ระบุญัตติ ๕. ตั้งญัตติภายหลัง กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติด้วยอาการ ๕ อย่างนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๗๐๖}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ปัญจวรรค] ๑. กรรมวรรค อนุสาวนาวิบัติ
ถาม : กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนาอย่างไร ตอบ : กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนาด้วยอาการ ๕ อย่าง คือ ๑. ไม่ระบุวัตถุ ๒. ไม่ระบุสงฆ์ ๓. ไม่ระบุบุคคล ๔. ไม่ระบุญัตติ ๕. ตั้งญัตติภายหลัง กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนาด้วยอาการ ๕ อย่างนี้สีมาวิบัติ
ถาม : กรรมย่อมวิบัติโดยสีมาอย่างไร ตอบ : กรรมย่อมวิบัติโดยสีมาด้วยอาการ ๑๑ อย่าง คือ ๑. สมมติสีมาเล็กเกิน ๒. สมมติสีมาใหญ่เกิน ๓. สมมติสีมามีนิมิตขาด ๔. สมมติสีมาใช้เงาเป็นนิมิต ๕. สมมติสีมาไม่มีนิมิต ๖. ภิกษุอยู่ภายนอกสีมาสมมติสีมา ๗. สมมติสีมาในแม่น้ำ ๘. สมมติสีมาในทะเล ๙. สมมติสีมาในสระเกิดเอง ๑๐. คาบเกี่ยวสีมาด้วยสีมา ๑๑. ทับสีมาด้วยสีมา กรรมย่อมวิบัติโดยสีมาด้วยอาการ ๑๑ อย่างนี้บริษัทวิบัติ
ถาม : กรรมย่อมวิบัติโดยบริษัท อย่างไร ตอบ : กรรมย่อมวิบัติโดยบริษัทด้วยอาการ ๑๒ อย่าง คือ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๗๐๗}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ปัญจวรรค] ๑. กรรมวรรค ๑. ในกรรมที่สงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้าร่วมกรรมมีจำนวน เท่าไร ที่ยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา ภิกษุพร้อม เพรียงกันคัดค้าน ๒. ในกรรมที่สงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้าร่วมกรรมมีจำนวน เท่าไร ที่มาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา ภิกษุพร้อม เพรียงกันคัดค้าน ๓. ในกรรมที่สงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้าร่วมกรรมมีจำนวน เท่าไร ที่มาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา แต่ภิกษุพร้อม เพรียงกันคัดค้าน ๔. ในกรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ฯลฯ ๕. ในกรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ฯลฯ ๖. ในกรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ฯลฯ ๗. ในกรรมที่สงฆ์ทสวรรคพึงทำ ฯลฯ ๘. ในกรรมที่สงฆ์ทสวรรคพึงทำ ฯลฯ ๙. ในกรรมที่สงฆ์ทสวรรคพึงทำ ฯลฯ ๑๐. ในกรรมที่สงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้าร่วมกรรมมี จำนวนเท่าไร ที่ยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา ภิกษุ พร้อมเพรียงกันคัดค้าน ๑๑. ในกรรมที่สงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้าร่วมกรรมมี จำนวนเท่าไร ที่มาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา ภิกษุพร้อมเพรียงกันคัดค้าน ๑๒. ในกรรมที่สงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้าร่วมกรรมมี จำนวนเท่าไร ที่มาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา แต่ ภิกษุพร้อมเพรียงกันคัดค้าน กรรมย่อมวิบัติโดยบริษัทด้วยอาการ ๑๒ อย่างนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๗๐๘}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ปัญจวรรค] ๑. กรรมวรรค อปโลกนกรรม เป็นต้น
ถาม : อปโลกนกรรมย่อมถึงฐานะเท่าไร ญัตติกรรมย่อมถึงฐานะเท่าไรญัตติทุติยกรรมย่อมถึงฐานะเท่าไร ญัตติจตุตถกรรมย่อมถึงฐานะเท่าไร ตอบ : อปโลกนกรรมย่อมถึงฐานะ ๕ อย่าง ญัตติกรรมย่อมถึงฐานะ ๙ อย่างญัตติทุติยกรรมย่อมถึงฐานะ ๗ อย่าง ญัตติจตุตถกรรมย่อมถึงฐานะ ๗ อย่างฐานะแห่งอปโลกนกรรม
ถาม : อปโลกนกรรมย่อมถึงฐานะ ๕ เหล่าไหน ตอบ : ฐานะ ๕ เหล่านี้ คือ โอสารณา นิสสารณา ภัณฑุกรรม พรหมทัณฑ์ทั้งกรรมลักษณะเป็นคำรบ ๕ อปโลกนกรรมย่อมถึงฐานะ ๕ เหล่านี้ ฐานะแห่งญัตติกรรม ถาม : ญัตติกรรมย่อมถึงฐานะ ๙ เหล่าไหน ตอบ : ฐานะ ๙ เหล่านี้ คือ โอสารณา นิสสารณา อุโบสถ ปวารณา สมมติ การให้ การรับ การเลื่อนปวารณาออกไป ทั้งกรรมลักษณะเป็นคำรบ ๙ญัตติกรรมย่อมถึงฐานะ ๙ เหล่านี้ ฐานะแห่งญัตติทุติยกรรม ถาม : ญัตติทุติยกรรมย่อมถึงฐานะ ๗ เหล่าไหน ตอบ : ฐานะ ๗ เหล่านี้ คือ โอสารณา นิสสารณา สมมติ การให้ การถอนการแสดง ทั้งกรรมลักษณะเป็นคำรบ ๗ ญัตติทุติยกรรมย่อมถึงฐานะ ๗ เหล่านี้ ฐานะแห่งญัตติจตุตถกรรม ถาม : ญัตติจตุตถกรรมย่อมถึงฐานะ ๗ เหล่าไหน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๗๐๙}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ปัญจวรรค] ๒. อัตถวสมวรรค ตอบ : ฐานะ ๗ เหล่านี้ คือ โอสารณา นิสสารณา สมมติ การให้ นิคคหะสมนุภาสน์ ทั้งกรรมลักษณะเป็นคำรบ ๗ ญัตติจตุตถกรรมย่อมถึงฐานะ ๗ เหล่านี้ กรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ เป็นต้น
ในกรรมที่สงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๔ รูป เป็นผู้เข้ากรรมปกตัตตะที่เหลือเป็นผู้ควรฉันทะ ภิกษุรูปที่สงฆ์ทำกรรมนั้น ไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรมและไม่ใช่เป็นผู้ควรฉันทะ แต่เป็นผู้ควรแก่กรรม ในกรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ฯลฯ ในกรรมที่สงฆ์ทสวรรคพึงทำ ฯลฯ ในกรรมที่สงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๒๐ รูป เป็นผู้เข้ากรรมปกตัตตะที่เหลือเป็นผู้ควรฉันทะ ภิกษุรูปที่สงฆ์ทำกรรมนั้น ไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรมและไม่ใช่เป็นผู้ควรฉันทะ แต่เป็นผู้ควรแก่กรรม กรรมวรรคที่ ๑ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปญฺจ วคฺคา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร ปัญจวรรค กรรมวรรคที่ ๑ กรรม ๔
จตฺตาริ กมฺมานิ อปโลกนกมฺมํ ญตฺติกมฺมํ ญตฺติทุติยกมฺมํ ญตฺติจตุตฺถกมฺมํ ฯ อิมานิ จตฺตาริ กมฺมานิ กตีหากาเรหิ วิปชฺชนฺติ ฯ อิมานิ จตฺตาริ กมฺมานิ ปญฺจหากาเรหิ วิปชฺชนฺติ วตฺถุโต วา ญตฺติโต วา อนุสฺสาวนโต วา สีมโต วา ปริสโต วา ฯ
กรรม ๔ อย่าง คือ อปโลกนกรรม ๑ ญัตติกรรม ๑ ญัตติทุติยกรรม ๑ญัตติจตุตถกรรม ๑. ถามว่า กรรม ๔ อย่างนี้ ย่อมวิบัติโดยอาการเท่าไร? ตอบว่า กรรม ๔ อย่างนี้ ย่อมวิบัติโดยอาการ ๕ คือ โดยวัตถุ ๑ โดยญัตติ ๑โดยอนุสาวนา ๑ โดยสีมา ๑ โดยบริษัท ๑. วัตถุวิบัติ
กถํ วตฺถุโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ สมฺมุขากรณียํ กมฺมํ อสมฺมุขา กโรติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ ปฏิปุจฺฉากรณียํ กมฺมํ อปฺปฏิปุจฺฉา กโรติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ ปฏิญฺญาย กรณียํ กมฺมํ อปฺปฏิญฺญาย กโรติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ สติวินยารหสฺส อมูฬฺหวินยํ เทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ อมูฬฺหวินยารหสฺส ตสฺสปาปิยสิกากมฺมํ กโรติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ ตสฺสปาปิยสิกากมฺมารหสฺส ตชฺชนียกมฺมํ กโรติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ ตชฺชนียกมฺมารหสฺส นิยสฺสกมฺมํ กโรติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ นิยสฺสกมฺมารหสฺส ปพฺพาชนียกมฺมํ กโรติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ ปพฺพาชนียกมฺมารหสฺส ปฏิสารณียกมฺมํ กโรติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ ปฏิสารณียกมฺมารหสฺส อุกฺเขปนียกมฺมํ กโรติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ อุกฺเขปนียกมฺมารหสฺส ปริวาสํ เทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ ปริวาสารหํ มูลาย ปฏิกสฺสติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ มูลาย ปฏิกสฺสนารหสฺส มานตฺตํ เทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ มานตฺตารหํ อพฺเภติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ อพฺภานารหํ อุปสมฺปาเทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ อนุโปสเถ อุโปสถํ กโรติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ อปวารณาย ปวาเรติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ เอวํ วตฺถุโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ
ถามว่า กรรมย่อมวิบัติโดยวัตถุ อย่างไร? ตอบว่า กรรมย่อมวิบัติโดยวัตถุอย่างนี้คือ กรรมที่ควรทำพร้อมหน้า แต่สงฆ์ทำลับ-*หลัง ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ กรรมที่ควรสอบถามก่อนทำ แต่สงฆ์ไม่สอบถามก่อนทำ ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรมวิบัติโดยวัตถุ กรรมที่ควรทำตามปฏิญญา แต่สงฆ์ไม่ทำตามปฏิญญา ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้อมูฬหวินัย แก่ภิกษุผู้ควรสติวินัย ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ทำตัสสปาปิยสิกากรรม แก่ภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัย ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรมวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ทำตัชชนียกรรม แก่ภิกษุผู้ควรตัสสปาปิยสิกากรรม ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรมวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ทำนิยสกรรม แก่ภิกษุผู้ควรตัชชนียกรรม ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ทำปัพพาชนียกรรม แก่ภิกษุผู้ควรนิยสกรรม ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ทำปฏิสารณียกรรม แก่ภิกษุผู้ควรปัพพาชนียกรรม ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรมวิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ทำอุกเขปนียกรรม แก่ภิกษุผู้ควรปฏิสารณียกรรม ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้ปริวาส แก่ภิกษุผู้ควรอุกเขปนียกรรม ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ชักภิกษุผู้ควรปริวาสเข้าหาอาบัติเดิม ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้มานัตแก่ภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์อัพภานภิกษุผู้ควรมานัต ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้ภิกษุผู้ควรอัพภานอุปสมบท ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ทำอุโบสถในวันมิใช่อุโบสถ ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ปวารณาในวันมิใช่ปวารณา ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ อย่างนี้ กรรมย่อมวิบัติโดยวัตถุ. ญัตติวิบัติ
กถํ ญตฺติโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ ปญฺจหากาเรหิ ญตฺติโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ วตฺถุํ น ปรามสติ สงฺฆํ น ปรามสติ ปุคฺคลํ น ปรามสติ ญตฺตึ น ปรามสติ ปจฺฉา วา ญตฺตึ ฐเปติ ฯ อิเมหิ ปญฺจหากาเรหิ ญตฺติโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ
ถามว่า กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติ อย่างไร? ตอบว่า กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติ ด้วยอาการ ๕ คือ:- ๑. ไม่ระบุวัตถุ ๒. ไม่ระบุสงฆ์ ๓. ไม่ระบุบุคคล ๔. ไม่ระบุญัตติ ๕. ตั้งญัตติภายหลัง กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติ ด้วยอาการ ๕ นี้. อนุสาวนาวิบัติ
กถํ อนุสฺสาวนโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ ปญฺจหากาเรหิ อนุสฺสาวนโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ วตฺถุํ น ปรามสติ สงฺฆํ น ปรามสติ ปุคฺคลํ น ปรามสติ สาวนํ หาเปติ อกาเล วา สาเวติ ฯ อิเมหิ ปญฺจหากาเรหิ อนุสฺสาวนโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ
ถามว่า กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนา อย่างไร? ตอบว่า กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนา ด้วยอาการ ๕ คือ:- ๑. ไม่ระบุวัตถุ ๒. ไม่ระบุสงฆ์ ๓. ไม่ระบุบุคคล ๔. ทิ้งญัตติ ๕. สวดในกาลไม่ควร กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนา ด้วยอาการ ๕ นี้. สีมาวิบัติ
กถํ สีมโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ เอกาทสหากาเรหิ สีมโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ อติขุทฺทกํ สีมํ สมฺมนฺนติ อิติมหตึ สีมํ สมฺมนฺนติ ขณฺฑนิมิตฺตํ สีมํ สมฺมนฺนติ ฉายานิมิตฺตํ สีมํ สมฺมนฺนติ อนิมิตฺตํ สีมํ สมฺมนฺนติ พหิสีเม ฐิโต สีมํ สมฺมนฺนติ นทิยา สีมํ สมฺมนฺนติ สมุทฺเท สีมํ สมฺมนฺนติ ชาตสฺสเร สีมํ สมฺมนฺนติ สีมาย สีมํ สมฺภินฺทติ สีมาย สีมํ อชฺโฌตฺถรติ ฯ อิเมหิ เอกาทสหากาเรหิ สีมโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ
ถามว่า กรรมย่อมวิบัติโดยสีมา อย่างไร? ตอบว่า กรรมย่อมวิบัติโดยสีมา ด้วยอาการ ๑๑ อย่าง คือ:- ๑. สมมติสีมาเล็กเกิน ๒. สมมติสีมาใหญ่เกิน ๓. สมมติสีมามีนิมิตขาด ๔. สมมติสีมาใช้เงาเป็นนิมิต ๕. สมมติสีมาไม่มีนิมิต ๖. ภิกษุอยู่ภายนอกสีมาสมมติสีมา ๗. สมมติสีมาในนที ๘. สมมติสีมาในสมุทร ๙. สมมติสีมาในชาตสระ ๑๐. คาบเกี่ยวสีมาด้วยสีมา ๑๑. ทับสีมาด้วยสีมา กรรมย่อมวิบัติโดยสีมา ด้วยอาการ ๑๑ อย่างนี้. บริษัทวิบัติ
กถํ ปริสโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ ทฺวาทสหากาเรหิ ปริสโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ จตุวคฺคกรเณ กมฺเม ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา เต อนาคตา โหนฺติ ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อนาหโฏ โหติ สมฺมุขีภูตา ปฏิกฺโกสนฺติ จตุวคฺคกรเณ กมฺเม ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา เต อาคตา โหนฺติ ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อนาหโฏ โหติ สมฺมุขีภูตา ปฏิกฺโกสนฺติ จตุวคฺคกรเณ กมฺเม ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา เต อาคตา โหนฺติ ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อาหโฏ โหติ สมฺมุขีภูตา ปฏิกฺโกสนฺติ ปญฺจวคฺคกรเณ กมฺเม ฯเปฯ ทสวคฺคกรเณ กมฺเม ฯเปฯ วีสติวคฺคกรเณ กมฺเม ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา เต อนาคตา โหนฺติ ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อนาหโฏ โหติ สมฺมุขีภูตา ปฏิกฺโกสนฺติ วีสติวคฺคกรเณ กมฺเม ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา เต อาคตา โหนฺติ ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อนาหโฏ โหติ สมฺมุขีภูตา ปฏิกฺโกสนฺติ วีสติวคฺคกรเณ กมฺเม ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา เต อาคตา โหนฺติ ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อาหโฏ โหติ สมฺมุขีภูตา ปฏิกฺโกสนฺติ ฯ อิเมหิ ทฺวาทสหากาเรหิ ปริสโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ
ถามว่า กรรมย่อมวิบัติโดยบริษัท อย่างไร? ตอบว่า กรรมย่อมวิบัติโดยบริษัทด้วยอาการ ๑๒ อย่าง คือ:- ๑. ในกรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอยังไม่มา, ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา, ภิกษุอยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๒. ในกรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๓. ในกรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา แต่อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน. ๔. ในกรรมอันสงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๕. ในกรรมอันสงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๖. ในกรรมอันสงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา แต่อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๗. ในกรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๘. ในกรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๙. ในกรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา แต่อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๑๐. ในกรรมอันสงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๑๑. ในกรรมอันสงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๑๒. ในกรรมอันสงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา แต่อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน. กรรมวิบัติโดยบริษัท ด้วยอาการ ๑๒ นี้. -----------------------------------------------------กรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำเป็นต้น
จตุวคฺคกรเณ กมฺเม จตฺตาโร ภิกฺขู ปกตตฺตา กมฺมปฺปตฺตา อวเสสา ปกตตฺตา ฉนฺทารหา ยสฺส สงฺโฆ กมฺมํ กโรติ โส เนว กมฺมปฺปตฺโต นปิ ฉนฺทารโห อปิจ กมฺมารโห ฯ ปญฺจวคฺคกรเณ กมฺเม ปญฺจ ภิกฺขู ปกตตฺตา กมฺมปฺปตฺตา อวเสสา ปกตตฺตา ฉนฺทารหา ยสฺส สงฺโฆ กมฺมํ กโรติ โส เนว กมฺมปฺปตฺโต นปิ ฉนฺทารโห อปิจ กมฺมารโห ฯ ทสวคฺคกรเณ กมฺเม ทส ภิกฺขู ปกตตฺตา กมฺมปฺปตฺตา อวเสสา ปกตตฺตา ฉนฺทารหา ยสฺส สงฺโฆ กมฺมํ กโรติ โส เนว กมฺมปฺปตฺโต นปิ ฉนฺทารโห อปิจ กมฺมารโห ฯ วีสติวคฺคกรเณ กมฺเม วีสติ ภิกฺขู ปกตตฺตา กมฺมปฺปตฺตา อวเสสา ปกตตฺตา ฉนฺทารหา ยสฺส สงฺโฆ กมฺมํ กโรติ โส เนว กมฺมปฺปตฺโต นปิ ฉนฺทารโห อปิจ กมฺมารโห ฯ
ในกรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๔ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะนอกนั้น เป็นผู้ควรฉันทะ สงฆ์ทำกรรมแก่ภิกษุใด ภิกษุนั้นไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรม และไม่ควรฉันทะ แต่เป็นผู้ควรกรรม ในกรรมอันสงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๕ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะนอกนั้นเป็นผู้ควรฉันทะ สงฆ์ทำกรรมแก่ภิกษุใด ภิกษุนั้นไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรม และไม่ควรฉันทะ แต่เป็นผู้ควรกรรม ในกรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๑๐ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะนอกนั้น เป็นผู้ควรฉันทะ สงฆ์ทำกรรมแก่ภิกษุใด ภิกษุนั้นไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรม และไม่ควรฉันทะ แต่เป็นผู้ควรกรรม ในกรรมอันสงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๒๐ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะนอกนั้น เป็นผู้ควรฉันทะ สงฆ์ทำกรรมแก่ภิกษุใด ภิกษุนั้นไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรม และไม่ควรฉันทะ แต่เป็นผู้ควรกรรม. กรรม ๔
จตฺตาริ กมฺมานิ อปโลกนกมฺมํ ญตฺติกมฺมํ ญตฺติทุติยกมฺมํ ญตฺติจตุตฺถกมฺมํ ฯ อิมานิ จตฺตาริ กมฺมานิ กตีหากาเรหิ วิปชฺชนฺติ ฯ อิมานิ จตฺตาริ กมฺมานิ ปญฺจหากาเรหิ วิปชฺชนฺติ วตฺถุโต วา ญตฺติโต วา อนุสฺสาวนโต วา สีมโต วา ปริสโต วา ฯ
กรรม ๔ คือ ๑. อปโลกนกรรม ๒. ญัตติกรรม ๓. ญัตติทุติยกรรม๔. ญัตติจตุตถกรรม. ถามว่า กรรม ๔ นี้ ย่อมวิบัติ โดยอาการเท่าไร? ตอบว่า กรรม ๔ นี้ ย่อมวิบัติ โดยอาการ ๕ คือ:- ๑. โดยวัตถุ ๒. โดยญัตติ ๓. โดยอนุสาวนา ๔. โดยสีมา ๕. โดยบริษัทวัตถุวิบัติ
กถํ วตฺถุโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ ปณฺฑกํ อุปสมฺปาเทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ เถยฺยสํวาสกํ อุปสมฺปาเทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ ติตฺถิยปกฺกนฺตกํ อุปสมฺปาเทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ ติรจฺฉานคตํ อุปสมฺปาเทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ มาตุฆาตกํ อุปสมฺปาเทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ ปิตุฆาตกํ อุปสมฺปาเทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ อรหนฺตฆาตกํ อุปสมฺปาเทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ ภิกฺขุนีทูสกํ อุปสมฺปาเทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ สงฺฆเภทกํ อุปสมฺปาเทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ โลหิตุปฺปาทกํ อุปสมฺปาเทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ อุภโตพฺยญฺชนกํ อุปสมฺปาเทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ อูนวีสติวสฺสํ ปุคฺคลํ อุปสมฺปาเทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ เอวํ วตฺถุโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ
ถามว่า กรรมย่อมวิบัติโดยวัตถุ อย่างไร? ตอบว่า สงฆ์ให้บัณเฑาะก์อุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนไถยสังวาสอุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้เข้ารีตเดียรถีย์อุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้ดิรัจฉานอุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้ฆ่ามารดาอุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้ฆ่าบิดาอุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้ฆ่าพระอรหันต์อุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้ประทุษร้ายภิกษุณีอุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้ทำลายสงฆ์อุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้ยังพระโลหิตห้ออุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้สองเพศอุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้มีอายุหย่อน ๒๐ ปีอุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ อย่างนี้ กรรมย่อมวิบัติโดยวัตถุ. ญัตติวิบัติ
กถํ ญตฺติโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ ปญฺจหากาเรหิ ญตฺติโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ วตฺถุํ น ปรามสติ สงฺฆํ น ปรามสติ ปุคฺคลํ น ปรามสติ ญตฺตึ น ปรามสติ ปจฺฉา วา ญตฺตึ ฐเปติ ฯ อิเมหิ ปญฺจหากาเรหิ ญตฺติโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ
ถามว่า กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติ อย่างไร? ตอบว่า กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติ ด้วยอาการ ๕ คือ:- ๑. ไม่ระบุวัตถุ ๒. ไม่ระบุสงฆ์ ๓. ไม่ระบุบุคคล ๔. ไม่ระบุญัตติ ๕. ตั้งญัตติภายหลัง กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติ ด้วยอาการ ๕ นี้. อนุสาวนาวิบัติ
กถํ อนุสฺสาวนโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ ปญฺจหากาเรหิ อนุสฺสาวนโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ วตฺถุํ น ปรามสติ สงฺฆํ น ปรามสติ ปุคฺคลํ น ปรามสติ สาวนํ หาเปติ อกาเล วา สาเวติ ฯ อิเมหิ ปญฺจหากาเรหิ อนุสฺสาวนโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ
ถามว่า กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนาอย่างไร? ตอบว่า กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนา ด้วยอาการ ๕ คือ:- ๑. ไม่ระบุวัตถุ ๒. ไม่ระบุสงฆ์ ๓. ไม่ระบุบุคคล ๔. ทิ้งญัตติ ๕. สวดในกาลไม่ควร กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนา ด้วยอาการ ๕ นี้. สีมาวิบัติ
กถํ สีมโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ เอกาทสหากาเรหิ สีมโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ อติขุทฺทกํ สีมํ สมฺมนฺนติ อติมหตึ สีมํ สมฺมนฺนติ ขณฺฑนิมิตฺตํ สีมํ สมฺมนฺนติ ฉายานิมิตฺตํ สีมํ สมฺมนฺนติ อนิมิตฺตํ สีมํ สมฺมนฺนติ พหิสีเม ฐิโต สีมํ สมฺมนฺนติ นทิยา สีมํ สมฺมนฺนติ สมุทฺเท สีมํ สมฺมนฺนติ ชาตสฺสเร สีมํ สมฺมนฺนติ สีมาย สีมํ สมฺภินฺทติ สีมาย สีมํ อชฺโฌตฺถรติ ฯ อิเมหิ เอกาทสหากาเรหิ สีมโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ
ถามว่า กรรมย่อมวิบัติโดยสีมาอย่างไร? ตอบว่า กรรมย่อมวิบัติโดยสีมา ด้วยอาการ ๑๑ อย่าง คือ:- ๑. สมมติสีมาเล็กเกิน ๒. สมมติสีมาใหญ่เกิน ๓. สมมติสีมามีนิมิตขาด ๔. สมมติสีมาใช้เงาเป็นนิมิต ๕. สมมติสีมาไม่มีนิมิต ๖. ภิกษุอยู่ภายนอกสีมาสมมติสีมา ๗. สมมติสีมาในนที ๘. สมมติสีมาในสมุทร ๙. สมมติสีมาในชาตสระ ๑๐. คาบเกี่ยวสีมาด้วยสีมา ๑๑. ทับสีมาด้วยสีมา กรรมย่อมวิบัติโดยสีมา ด้วยอาการ ๑๑ อย่างนี้. บริษัทวิบัติ
กถํ ปริสโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ ทฺวาทสหากาเรหิ ปริสโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ จตุวคฺคกรเณ กมฺเม ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา เต อนาคตา โหนฺติ ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อนาหโฏ โหติ สมฺมุขีภูตา ปฏิกฺโกสนฺติ จตุวคฺคกรเณ กมฺเม ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา เต อาคตา โหนฺติ ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อนาหโฏ โหติ สมฺมุขีภูตา ปฏิกฺโกสนฺติ จตุวคฺคกรเณ กมฺเม ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา เต อาคตา โหนฺติ ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อาหโฏ โหติ สมฺมุขีภูตา ปฏิกฺโกสนฺติ ปญฺจวคฺคกรเณ กมฺเม ฯเปฯ ทสวคฺคกรเณ กมฺเม ฯเปฯ วีสติวคฺคกรเณ กมฺเม ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา เต อนาคตา โหนฺติ ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อนาหโฏ โหติ สมฺมุขีภูตา ปฏิกฺโกสนฺติ วีสติวคฺคกรเณ กมฺเม ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา เต อาคตา โหนฺติ ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อนาหโฏ โหติ สมฺมุขีภูตา ปฏิกฺโกสนฺติ วีสติวคฺคกรเณ กมฺเม ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา เต อาคตา โหนฺติ ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อาหโฏ โหติ สมฺมุขีภูตา ปฏิกฺโกสนฺติ ฯ อิเมหิ ทฺวาทสหากาเรหิ ปริสโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ
ถามว่า กรรมย่อมวิบัติ โดยบริษัทอย่างไร? ตอบว่า กรรมย่อมวิบัติโดยบริษัท ด้วยอาการ ๑๒ อย่าง คือ:- ๑. ในกรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๒. ในกรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๓. ในกรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๔. ในกรรมอันสงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไรพวกเธอยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๕. ในกรรมอันสงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไรพวกเธอมาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๖. ในกรรมอันสงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา แต่อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๗. ในกรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๘. ในกรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๙. ในกรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา แต่อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๑๐. ในกรรมอันสงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไรพวกเธอยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๑๑. ในกรรมอันสงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไรพวกเธอมาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๑๒. ในกรรมอันสงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไรพวกเธอมาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา แต่อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน กรรมย่อมวิบัติโดยบริษัท ด้วยอาการ ๑๒ นี้. อปโลกนกรรมเป็นต้น
อปโลกนกมฺมํ กติ ฐานานิ คจฺฉติ ญตฺติกมฺมํ กติ ฐานานิ คจฺฉติ ญตฺติทุติยกมฺมํ กติ ฐานานิ คจฺฉติ ญตฺติจตุตฺถกมฺมํ กติ ฐานานิ คจฺฉติ ฯ อปโลกนกมฺมํ ปญฺจ ฐานานิ คจฺฉติ ญตฺติกมฺมํ นว ฐานานิ คจฺฉติ ญตฺติทุติยกมฺมํ สตฺต ฐานานิ คจฺฉติ ญตฺติจตุตฺถกมฺมํ สตฺต ฐานานิ คจฺฉติ ฯ
ถามว่า อปโลกนกรรมถึงฐานะเท่าไร? ญัตติกรรมถึงฐานะเท่าไร? ญัตติ-*ทุติยกรรมถึงฐานะเท่าไร? ญัตติจตุตถกรรมถึงฐานะเท่าไร? ตอบว่า อปโลกนกรรมถึงฐานะ ๕ อย่าง ญัตติกรรมถึงฐานะ ๙ อย่าง ญัตติทุติยกรรมถึงฐานะ ๗ อย่าง ญัตติจตุตถกรรมถึงฐานะ ๗ อย่าง. ฐานะแห่งอปโลกนกรรม
อปโลกนกมฺมํ กตมานิ ปญฺจ ฐานานิ คจฺฉติ ฯ โอสารณํ นิสฺสารณํ ภณฺฑุกมฺมํ พฺรหฺมทณฺฑํ กมฺมลกฺขณญฺเญว ปญฺจมํ ฯ อปโลกนกมฺมํ อิมานิ ปญฺจ ฐานานิ คจฺฉติ ฯ
ถามว่า อปโลกนกรรมถึงฐานะ ๕ เป็นไฉน? ตอบว่า โอสารณ นิสสารณา ภัณฑุกรรม พรหมทัณฑ์ ทั้งกรรมลักษณะเป็นคำรบ ๕ อปโลกนกรรมถึงฐานะ ๕ นี้. ฐานะแห่งญัตติกรรม
ญตฺติกมฺมํ กตมานิ นว ฐานานิ คจฺฉติ ฯ โอสารณํ นิสฺสารณํ อุโปสถํ ปวารณํ สมฺมตึ ทานํ ปฏิคฺคหํ ปจฺจุกฺกฑฺฒนํ กมฺมลกฺขณญฺเญว นวมํ ฯ ญตฺติกมฺมํ อิมานิ นว ฐานานิ คจฺฉติ ฯ
ถามว่า ญัตติกรรมถึงฐานะ ๙ เป็นไฉน? ตอบว่า โอสารณา นิสสารณา อุโบสถ ปวารณา สมมติ การให้ การรับการเลื่อนปวารณาออกไป ทั้งกรรมลักษณะเป็นคำรบ ๙ ญัตติกรรมถึงฐานะ ๙ นี้. ฐานะแห่งญัตติทุติยกรรม
ญตฺติทุติยกมฺมํ กตมานิ สตฺต ฐานานิ คจฺฉติ ฯ โอสารณํ นิสฺสารณํ สมฺมตึ ทานํ อุทฺธรณํ เทสนํ กมฺมลกฺขณญฺเญว สตฺตมํ ฯ ญตฺติทุติยกมฺมํ อิมานิ สตฺต ฐานานิ คจฺฉติ ฯ
ถามว่า ญัตติทุติยกรรม ถึงฐานะ ๗ อย่าง เป็นไฉน? ตอบว่า โอสารณา นิสสารณา สมมติ การให้ การถอน การแสดงทั้งกรรมลักษณะเป็นคำรบ ๗ ญัตติทุติยกรรมถึงฐานะ ๗ นี้. ฐานะแห่งญัตติจตุตถกรรม
ญตฺติจตุตฺถกมฺมํ กตมานิ สตฺต ฐานานิ คจฺฉติ ฯ โอสารณํ นิสฺสารณํ สมฺมตึ ทานํ นิคฺคหํ สมนุภาสนํ กมฺมลกฺขณญฺเญว สตฺตมํ ฯ ญตฺติจตุตฺถกมฺมํ อิมานิ สตฺต ฐานานิ คจฺฉติ ฯ
ถามว่า ญัตติจตุตถกรรม ถึงฐานะ ๗ อย่าง เป็นไฉน? ตอบว่า โอสารณา นิสสารณา สมมติ การให้ นิคคหะ สมนุภาสน์ทั้งกรรมลักษณะเป็นคำรบ ๗ ญัตติจตุตถกรรมถึงฐานะ ๗ นี้. กรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำเป็นต้น
จตุวคฺคกรเณ กมฺเม จตฺตาโร ภิกฺขู ปกตตฺตา กมฺมปฺปตฺตา อวเสสา ปกตตฺตา ฉนฺทารหา ยสฺส สงฺโฆ กมฺมํ กโรติ โส เนว กมฺมปฺปตฺโต นปิ ฉนฺทารโห อปิจ กมฺมารโห ฯ ปญฺจวคฺคกรเณ กมฺเม ฯเปฯ ทสวคฺคกรเณ กมฺเม ฯเปฯ วีสติวคฺคกรเณ กมฺเม วีสติ ภิกฺขู ปกตตฺตา กมฺมปฺปตฺตา อวเสสา ปกตตฺตา ฉนฺทารหา ยสฺส สงฺโฆ กมฺมํ กโรติ โส เนว กมฺมปฺปตฺโต นปิ ฉนฺทารโห อปิจ กมฺมารโห ฯ กมฺมวคฺโค นิฏฺฐิโต ปฐโม ฯ
ในกรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๔ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะนอกนั้นเป็นผู้ควรฉันทะ สงฆ์ทำกรรมแก่ภิกษุใด ภิกษุนั้นไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรม และไม่ควรฉันทะ แต่เป็นผู้ควรกรรม ในกรรมอันสงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๕ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตะนอกนั้นเป็นผู้ควรฉันทะ สงฆ์ทำกรรมแก่ภิกษุใด ภิกษุนั้นไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรม และไม่ควรฉันทะ แต่เป็นผู้ควรกรรม ในกรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๑๐ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะนอกนั้นเป็นผู้ควรฉันทะ สงฆ์ทำกรรมแก่ภิกษุใด ภิกษุนั้นไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรม และไม่ควรฉันทะแต่เป็นผู้ควรกรรม ในกรรมอันสงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๒๐ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะนอกนั้นเป็นผู้ควรฉันทะ สงฆ์ทำกรรมแก่ภิกษุใด ภิกษุนั้นไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรม และไม่ควรฉันทะแต่เป็นผู้ควรกรรม. กรรมวรรคที่ ๑ จบ. -----------------------------------------------------