สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้เป็นต้น อนาปัตติวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๔๙–๓๖๔ลำดับ 16 จาก 24 ในสังฆาทิเสสพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 16 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๖. กุฏิการสิกขาบท สิกขาบทวิภังค์ สิกขาบทวิภังค์
ที่ชื่อว่า การขอเอาเอง คือ ขอคนงานบ้าง อุปกรณ์ก่อสร้างสำเร็จ รูปบ้าง โคบ้าง เกวียนบ้าง มีดบ้าง ขวานบ้าง ผึ่งบ้าง จอบบ้าง สิ่วบ้าง เถาวัลย์บ้างไม้ไผ่บ้าง หญ้ามุงกระต่ายบ้าง หญ้าแฝกบ้าง หญ้าสามัญบ้าง ดินเหนียวบ้าง ด้วยตนเอง ที่ชื่อว่า กุฎี ได้แก่ ที่อยู่ซึ่งโบกฉาบภายในหรือภายนอกหรือโบกฉาบทั้ง ภายในภายนอก คำว่า สร้าง คือ สร้างเองหรือใช้คนอื่นสร้าง คำว่า ที่ไม่มีเจ้าของสร้างถวาย คือ ไม่มีใครอื่น ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายคฤหัสถ์หรือบรรพชิตเป็นเจ้าของสร้างถวาย คำว่า สร้างเป็นของส่วนตัว คือ เพื่อประโยชน์ตน คำว่า พึงสร้างให้ได้ขนาด ขนาดในการสร้างนั้น ดังนี้ : ยาว ๑๒ คืบ โดยคืบพระสุคต คือ วัดด้านนอกกุฎี คำว่า กว้าง ๗ คืบ คือ วัดด้านในฝาผนัง คำว่า ต้องพาภิกษุทั้งหลายไปแสดงพื้นที่ให้ อธิบายว่า ภิกษุผู้จะสร้างกุฎี นั้น พึงให้แผ้วถางพื้นที่สร้างกุฎี แล้วเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าเฉวียงบ่า กราบเท้าภิกษุผู้แก่พรรษากว่า นั่งกระโหย่ง ประนมมือกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านผู้เจริญ กระผมต้องการสร้างกุฎีที่ไม่มีเจ้าของสร้างถวาย สร้างเป็นของส่วนตัว ด้วยการขอเอาเองกระผมขอให้สงฆ์ตรวจดูพื้นที่สร้างกุฎี ขอรับ” พึงกล่าวขอภิกษุทั้งหลายดังนี้เป็นครั้งที่๒ พึงกล่าวขอภิกษุทั้งหลายดังนี้เป็นครั้งที่ ๓ ถ้าสงฆ์ทั้งปวงสามารถไปตรวจดูพื้นที่สร้างกุฎีได้ ก็ต้องไปตรวจดูด้วยกันทุกรูป ถ้าสงฆ์ไม่สามารถจะไปตรวจดูพื้นที่สร้างกุฎีได้หมดทุกรูป ก็ต้องขอพวกภิกษุที่ฉลาดสามารถรู้จักพื้นที่ว่า เป็นพื้นที่มีอันตรายเป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบแล้วแต่งตั้ง วิธีแต่งตั้ง และกรรมวาจาแต่งตั้ง ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงแต่งตั้งอย่างนี้ คือ ภิกษุผู้ฉลาดสามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบว่า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๘๔}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๖. กุฏิการสิกขาบท สิกขาบทวิภังค์
“ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุชื่อนี้ต้องการจะสร้างกุฎีที่ไม่มีเจ้าของสร้างถวาย สร้างเป็นของส่วนตัว ด้วยการขอเอาเอง ภิกษุนั้นขอให้สงฆ์ตรวจดูพื้นที่สร้างกุฎี ถ้าสงฆ์พร้อมกันแล้วพึงแต่งตั้งภิกษุชื่อนี้และชื่อนี้ให้ตรวจดูพื้นที่สร้างกุฎีให้แก่ภิกษุชื่อนี้ นี่เป็นญัตติ ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุชื่อนี้ต้องการจะสร้างกุฎีที่ไม่มีเจ้าของสร้างถวาย สร้างเป็นของส่วนตัว ด้วยการขอเอาเอง ภิกษุนั้นขอให้สงฆ์ตรวจดูพื้นที่สร้างกุฎี สงฆ์แต่งตั้งภิกษุชื่อนี้และชื่อนี้ให้ตรวจดูพื้นที่สร้างกุฎีให้แก่ภิกษุชื่อนี้ ท่านรูปใดเห็นด้วยกับการแต่งตั้งภิกษุชื่อนี้และชื่อนี้ให้ตรวจดูพื้นที่สร้างกุฎีให้แก่ภิกษุชื่อนี้ท่านรูปนั้นพึงนิ่ง ท่านรูปใดไม่เห็นด้วย ท่านรูปนั้นพึงทักท้วง ภิกษุชื่อนี้และชื่อนี้ สงฆ์แต่งตั้งให้ตรวจดูพื้นที่สร้างกุฎีให้แก่ภิกษุชื่อนี้ สงฆ์เห็นด้วย เพราะฉะนั้น จึงนิ่ง ข้าพเจ้าขอถือความนิ่งนั้นเป็นมติอย่างนี้”วิธีแสดงพื้นที่
ภิกษุทั้งหลายที่ได้รับแต่งตั้งเหล่านั้น ต้องไปที่นั้นแล้วพึงตรวจดูพื้นที่สร้างกุฎี ให้รู้ว่า เป็นพื้นที่มีอันตรายเป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ถ้าเป็นพื้นที่มีอันตรายทั้งไม่มีบริเวณโดยรอบพึงบอกภิกษุรูปนั้นว่า “อย่าสร้างในที่นี้” ถ้าเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายทั้งมีบริเวณโดยรอบพึงบอกสงฆ์ว่า “เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย ทั้งมีบริเวณโดยรอบ” ภิกษุผู้จะสร้างกุฎีนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าเฉวียงบ่า กราบเท้าภิกษุผู้มีพรรษาแก่กว่า นั่งกระโหย่งประนมมือกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านผู้เจริญ กระผมต้องการสร้างกุฎีที่ไม่มีเจ้าของสร้างถวาย สร้างเป็นของส่วนตัวด้วยการขอเอาเอง กระผมขอให้สงฆ์แสดงพื้นที่สร้างกุฎี”พึงกล่าวขอภิกษุทั้งหลายดังนี้เป็นครั้งที่ ๒ พึงกล่าวขอภิกษุทั้งหลายดังนี้เป็นครั้งที่ ๓กรรมวาจาขอให้สงฆ์แสดงพื้นที่สร้างกุฎี ภิกษุผู้ฉลาดสามารถพึงประกาศให้สงฆ์ทราบ ดังนี้
“ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุชื่อนี้ต้องการจะสร้างกุฎีที่ ไม่มีเจ้าของสร้างถวายสร้างเป็นของส่วนตัว ด้วยการขอเอาเอง ภิกษุนั้นขอให้สงฆ์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๘๕}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๖. กุฏิการสิกขาบท สิกขาบทวิภังค์ แสดงพื้นที่สร้างกุฎี ถ้าสงฆ์พร้อมกันแล้ว พึงไปแสดงพื้นที่สร้างกุฎีให้แก่ภิกษุชื่อนี้นี่เป็นญัตติ ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุชื่อนี้ต้องการจะสร้างกุฎีที่ไม่มีเจ้าของสร้างถวาย สร้างเป็นของส่วนตัว ด้วยการขอเอาเอง ภิกษุนั้นขอให้สงฆ์แสดงพื้นที่สร้างกุฎี สงฆ์แสดงพื้นที่สร้างกุฎีให้แก่ภิกษุชื่อนี้ ท่านรูปใดเห็นด้วยกับการแสดงพื้นที่สร้างกุฎีให้แก่ภิกษุชื่อนี้ ท่านรูปนั้นพึงนิ่ง ท่านรูปใดไม่เห็นด้วย ท่านรูปนั้นพึงทักท้วง พื้นที่สร้างกุฎี สงฆ์แสดงให้แก่ภิกษุชื่อนี้แล้ว สงฆ์เห็นด้วย เพราะฉะนั้นจึงนิ่งข้าพเจ้าขอถือเอาความนิ่งนั้นเป็นมติอย่างนี้”
ที่ชื่อว่า เป็นพื้นที่มีอันตราย คือ เป็นที่อยู่ของมด เป็นที่อยู่ของปลวก เป็นที่อยู่ของหนู เป็นที่อยู่ของงู เป็นที่อยู่ของแมงป่อง เป็นที่อยู่ของตะขาบ เป็นที่อยู่ของช้าง เป็นที่อยู่ของม้า เป็นที่อยู่ของราชสีห์ เป็นที่อยู่ของเสือโคร่ง เป็นที่อยู่ของเสือเหลือง เป็นที่อยู่ของหมี เป็นที่อยู่ของสุนัขป่า หรือเป็นที่อยู่ของสัตว์ดิรัจฉานบางเหล่า อยู่ใกล้นา อยู่ใกล้สวน อยู่ใกล้ตะแลงแกง อยู่ใกล้ที่ทรมานนักโทษอยู่ใกล้สุสาน อยู่ใกล้อุทยาน อยู่ใกล้ที่หลวง อยู่ใกล้โรงช้าง อยู่ใกล้โรงม้า อยู่ใกล้เรือนจำ อยู่ใกล้โรงสุรา อยู่ใกล้ร้านขายเนื้อ อยู่ใกล้ถนน อยู่ใกล้ทางสี่แยก อยู่ใกล้ที่ประชุม หรืออยู่ใกล้ทางเดิน นี่ชื่อว่า พื้นที่มีอันตราย ที่ชื่อว่า เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ คือ เกวียนที่เขาเทียมวัวตามปกติไม่สามารถวนไปได้ บันไดไม่สามารถจะทอดเวียนไปได้โดยรอบ นี่ชื่อว่า พื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ที่ชื่อว่า เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย คือ ไม่ใช่ที่อยู่ของมด ไม่ใช่ที่อยู่ของปลวกไม่ใช่ที่อยู่ของหนู ไม่ใช่ที่อยู่ของงู ไม่ใช่ที่อยู่ของแมงป่อง ไม่ใช่ที่อยู่ของตะขาบ ฯลฯ ไม่ใกล้ทางเดิน นี่ชื่อว่า พื้นที่ไม่มีอันตราย ที่ชื่อว่า เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ คือ เกวียนที่เขาเทียมวัวตามปกติ สามารถวนไปได้ บันไดสามารถทอดเวียนไปได้โดยรอบ นี่ชื่อว่า พื้นที่มีบริเวณโดยรอบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๘๖}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๖. กุฏิการสิกขาบท บทภาชนีย์ ที่ชื่อว่า การขอเอาเอง อธิบายว่า ขอคนงาน อุปกรณ์ก่อสร้างสำเร็จรูปฯลฯ ดินเหนียว ที่ชื่อว่า กุฎี ได้แก่ ที่อยู่ซึ่งโบกฉาบเฉพาะภายในหรือภายนอก หรือโบกฉาบทั้งภายในภายนอก คำว่า สร้าง คือ สร้างเองหรือใช้คนอื่นสร้าง คำว่า ไม่พาภิกษุทั้งหลายไปแสดงพื้นที่ให้ หรือสร้างให้เกินขนาด ความ ว่า ไม่ขอให้สงฆ์แสดงพื้นที่สร้างกุฎีด้วยญัตติทุติยกรรมวาจาก่อน สร้างเองหรือใช้คนอื่นสร้างเกินกำหนดแม้เพียงเส้นผมเดียว จะยาวหรือกว้าง ต้องอาบัติทุกกฏเพราะความพยายามแต่ละครั้ง ยังเหลืออิฐอีกก้อนหนึ่งจึงจะเสร็จ ต้องอาบัติถุลลัจจัยอิฐก้อนสุดท้ายเสร็จแล้ว ต้องอาบัติสังฆาทิเสส คำว่า เป็นสังฆาทิเสส ความว่า สำหรับอาบัตินั้น สงฆ์เท่านั้นให้ปริวาส ฯลฯ เพราะเหตุนั้น จึงตรัสเรียกว่า “เป็นสังฆาทิเสส” บทภาชนีย์ สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้
ภิกษุสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็น พื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มี บริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏกับอาบัติสังฆาทิเสส ภิกษุสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏกับอาบัติสังฆาทิเสส ภิกษุสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มี บริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๘๗}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๖. กุฏิการสิกขาบท บทภาชนีย์ สงฆ์แสดงพื้นที่ให้
ภิกษุสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ภิกษุสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณ โดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มี บริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ไม่ต้องอาบัติ สร้างเกินขนาด ภิกษุสร้างกุฎีเกินขนาด เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสร้างกุฎีเกินขนาด เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ กับอาบัติสังฆาทิเสส ภิกษุสร้างกุฎีเกินขนาด เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบต้องอาบัติทุกกฏกับอาบัติสังฆาทิเสส ภิกษุสร้างกุฎีเกินขนาด เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบต้องอาบัติสังฆาทิเสส สร้างได้ขนาด ภิกษุสร้างกุฎีได้ขนาด เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ภิกษุสร้างกุฎีได้ขนาด เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๘๘}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๖. กุฏิการสิกขาบท บทภาชนีย์ ภิกษุสร้างกุฎีได้ขนาด เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสร้างกุฎีได้ขนาด เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ไม่ต้องอาบัติ สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ สร้างเกินขนาด ภิกษุสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ สร้างเกินขนาด เป็นพื้นที่มีอันตรายเป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัวกับอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ภิกษุสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ สร้างเกินขนาด เป็นพื้นที่มีอันตรายเป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัวกับอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ภิกษุสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ สร้างเกินขนาด เป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายเป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัวกับอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ภิกษุสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ สร้างเกินขนาด เป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายเป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ สร้างได้ขนาด ภิกษุสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ สร้างได้ขนาด เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ภิกษุสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ สร้างได้ขนาด เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ สร้างได้ขนาด เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ สร้างได้ขนาด เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ไม่ต้องอาบัติ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๘๙}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๖. กุฏิการสิกขาบท บทภาชนีย์ สั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้
ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดง พื้นที่ให้ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ตัวกับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบต้องอาบัติทุกกฏกับอาบัติสังฆาทิเสส ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏกับอาบัติสังฆาทิเสส ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายเป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส สั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายเป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ไม่ต้องอาบัติ สั่งสร้างกุฎี เขาสร้างเกินขนาด ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีเกินขนาด เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส๑ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏกับอาบัติสังฆาทิเสส ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏกับสังฆาทิเสส ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบต้องอาบัติสังฆาทิเสส สั่งสร้างกุฎี เขาสร้างได้ขนาด ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีได้ขนาด เป็นพื้นที่มี อันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๙๐}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๖. กุฏิการสิกขาบท บทภาชนีย์ เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ไม่ต้องอาบัติ สั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ เขาสร้างเกินขนาด ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้สร้างเกินขนาด เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ๒ ตัวกับอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัวกับอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายเป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัวกับอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ เขาสร้างได้ขนาด ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ สร้างได้ขนาด เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัวฯลฯ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ไม่ต้องอาบัติ หลีกไปไม่ได้สั่ง สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้
ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไป แต่ไม่ได้สั่งว่า “กุฎีนั้น สงฆ์ต้องแสดงพื้นที่ให้ ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องเป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ”ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัวกับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏกับอาบัติสังฆาทิเสสฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏกับอาบัติสังฆาทิเสส ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๙๑}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๖. กุฏิการสิกขาบท บทภาชนีย์ หลีกไปไม่ได้สั่ง สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไป แต่ไม่ได้สั่งว่า “กุฎีนั้นสงฆ์ต้องแสดงพื้นที่ให้ ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องเป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ไม่ต้องอาบัติหลีกไปไม่ได้สั่ง เขาสร้างเกินขนาด ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไป แต่ไม่ได้สั่งว่า “กุฎีนั้นต้องได้ขนาด ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องเป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้เกินขนาด เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัวกับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏกับอาบัติสังฆาทิเสส ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายเป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏกับอาบัติสังฆาทิเสส ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลีกไปไม่ได้สั่ง เขาสร้างได้ขนาด ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไป แต่ไม่ได้สั่งว่า “กุฎีนั้นต้องสร้างได้ขนาด ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องมีบริเวณโดยรอบ” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีได้ขนาด เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัวฯลฯ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ไม่ต้องอาบัติ หลีกไปไม่ได้สั่ง สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ เขาสร้างเกินขนาด ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไป แต่ไม่ได้สั่งว่า “กุฎีนั้นสงฆ์ต้องแสดงพื้นที่ให้ ต้องสร้างให้ได้ขนาด ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องมีบริเวณโดย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๙๒}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๖. กุฏิการสิกขาบท บทภาชนีย์ รอบ” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ สร้างเกินขนาด เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัวกับอาบัติสังฆาทิเสส๒ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ตัวกับอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัวกับอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว หลีกไปไม่ได้สั่ง สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ เขาสร้างได้ขนาด ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไปแต่ไม่ได้สั่งว่า “กุฎีนั้นสงฆ์ต้องแสดงพื้นที่ให้ ต้องสร้างให้ได้ขนาด ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องมีบริเวณโดยรอบ” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ สร้างได้ขนาด เป็นพื้นที่มีอันตรายเป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่มีอันตรายเป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ไม่ต้องอาบัติ สร้างผิดคำสั่ง สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้
ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไปแต่ได้สั่งว่า “กุฎีนั้น สงฆ์ต้องแสดงพื้นที่ให้ ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องมีบริเวณโดยรอบ” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ภิกษุนั้นทราบข่าวว่า “เขาสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้เรา เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ” ภิกษุนั้นพึงไปเองหรือส่งทูตไปบอกว่า“กุฎีนั้นสงฆ์ต้องแสดงพื้นที่ให้ ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องมีบริเวณโดยรอบ”ถ้าเธอไม่ไปเอง หรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไปและได้สั่งว่า “กุฎีนั้นสงฆ์ต้องแสดงพื้นที่ให้ ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องมีบริเวณโดยรอบ” ผู้รับคำสั่งสร้าง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๙๓}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๖. กุฏิการสิกขาบท บทภาชนีย์ กุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ภิกษุนั้นทราบข่าวว่า “เขาสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้เรา เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ” ภิกษุนั้นพึงไปเองหรือส่งทูตไปบอกว่า “สงฆ์ต้องแสดงพื้นที่ให้และต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย” ถ้าเธอไม่ไปเองหรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไปแต่ได้สั่งว่า “กุฎีนั้นสงฆ์ต้องแสดงพื้นที่ให้ ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องมีบริเวณโดยรอบ” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบภิกษุนั้นทราบข่าวว่า ‘เขาสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้เรา เป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายเป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ’ ภิกษุนั้นพึงไปเองหรือส่งทูตไปบอกว่า “สงฆ์ต้องแสดงพื้นที่ให้และต้องมีบริเวณโดยรอบ” ถ้าเธอไม่ไปเองหรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ สร้างผิดคำสั่ง สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไปแต่ได้สั่งว่า “กุฎีนั้นสงฆ์ต้องแสดงพื้นที่ให้ ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องมีบริเวณโดยรอบ” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบภิกษุนั้นทราบข่าวว่า “เขาสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้เรา เป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายเป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ” ภิกษุนั้นพึงไปเองหรือส่งทูตไปบอกว่า “สงฆ์ต้องแสดงพื้นที่ให้” ถ้าเธอไม่ไปเองหรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ สร้างผิดคำสั่ง สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไปแต่ได้สั่งว่า “กุฎีนั้นสงฆ์ต้องแสดงพื้นที่ให้ ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องมีบริเวณโดยรอบ” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ภิกษุนั้นทราบข่าวว่า “เขาสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้เรา เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ” ภิกษุนั้นพึงไปเองหรือส่งทูตไปบอกว่า “ต้องเป็นพื้นที่ไม่มี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๙๔}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๖. กุฏิการสิกขาบท บทภาชนีย์ อันตรายและต้องมีบริเวณโดยรอบ” ถ้าเธอไม่ไปเองหรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไปและได้สั่งว่า “กุฎีนั้นสงฆ์ต้องแสดงพื้นที่ให้ ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องมีบริเวณโดยรอบ” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ภิกษุนั้นทราบข่าวว่า “เขาสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้เรา เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ” ภิกษุนั้นพึงไปเองหรือส่งทูตไปบอกว่า “ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย”ถ้าเธอไม่ไปเองหรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไปและได้สั่งว่า “กุฎีนั้นสงฆ์ต้องแสดงพื้นที่ให้ ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องมีบริเวณโดยรอบ” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบภิกษุนั้นทราบข่าวว่า “เขาสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้เรา เป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายเป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ” ภิกษุนั้นพึงไปเองหรือส่งทูตไปบอกว่า “ต้องมีบริเวณโดยรอบ”ถ้าเธอไม่ไปเองหรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไปและได้สั่งว่า “กุฎีนั้นสงฆ์ต้องแสดงพื้นที่ให้ ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องมีบริเวณโดยรอบ” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ไม่ต้องอาบัติ สั่งได้ขนาด เขาสร้างเกินขนาด
ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไปและได้สั่งว่า “กุฎีนั้น ต้องได้ขนาด ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องมีบริเวณโดยรอบ” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้เกินขนาด เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ภิกษุนั้นทราบข่าวว่า “เขาสร้างกุฎีให้เราเกินขนาด เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ” ภิกษุนั้นพึงไปเองหรือส่งทูตไปบอกว่า “ต้องได้ขนาด ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องมีบริเวณโดยรอบ” ฯลฯ “ต้องได้ขนาดและต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๙๕}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๖. กุฏิการสิกขาบท บทภาชนีย์ ฯลฯ “ต้องได้ขนาดและต้องมีบริเวณโดยรอบ” ฯลฯ “ต้องได้ขนาด” ถ้าเธอไม่ไปเองหรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ สั่งได้ขนาด เขาสร้างได้ขนาด ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไป และได้สั่งว่า “กุฎีนั้นต้องได้ขนาดต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องมีบริเวณโดยรอบ” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้ได้ขนาดเป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ภิกษุนั้นทราบข่าวว่า “เขาสร้างกุฎีให้เราได้ขนาด เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ” ภิกษุนั้นพึงไปเองหรือส่งทูตไปบอกว่า “ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องมีบริเวณโดยรอบ”ฯลฯ “ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย” ฯลฯ “ต้องเป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ” ฯลฯ ไม่ต้องอาบัติ สั่งสร้างกุฎี สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ ได้ขนาด เขาไม่สร้างตามสั่ง
ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไปและได้สั่งว่า “กุฎีนั้น สงฆ์ต้องแสดงพื้นที่ให้ ต้องได้ขนาด ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องมีบริเวณโดยรอบ” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ เกินขนาด เป็นพื้นที่มีอันตรายเป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ภิกษุนั้นทราบข่าวว่า “เขาสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้เรา เกินขนาด เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ” เธอพึงไปเองหรือส่งทูตไปบอกว่า “สงฆ์ต้องแสดงพื้นที่ให้ ต้องได้ขนาด ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย และต้องมีบริเวณโดยรอบ” ฯลฯ “สงฆ์ต้องแสดงพื้นที่ให้ ต้องได้ขนาดและต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย” ฯลฯ “สงฆ์ต้องแสดงพื้นที่ให้ ต้องได้ขนาดและต้องมีบริเวณโดยรอบ” ฯลฯ “สงฆ์ต้องแสดงพื้นที่ให้และต้องได้ขนาด” ถ้าเธอไม่ไปเองหรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ สั่งสร้างกุฎี สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ ได้ขนาด เขาสร้างตามสั่ง ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไป และได้สั่งว่า “กุฎีนั้นสงฆ์ต้องแสดงพื้นที่ให้ ต้องได้ขนาด ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องมีบริเวณโดยรอบ” ผู้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๙๖}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๖. กุฏิการสิกขาบท บทภาชนีย์ รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ได้ขนาด เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ภิกษุนั้นทราบข่าวว่า “เขาสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้เราได้ขนาดเป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ” เธอพึงไปเองหรือส่งทูตไปบอกว่า“ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องมีบริเวณโดยรอบ” ฯลฯ “ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย” ฯลฯ “ต้องเป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ” ฯลฯ ไม่ต้องอาบัติ ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไป แต่ได้สั่งว่า “กุฎีนั้นสงฆ์ต้องแสดงพื้นที่ให้ ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องมีบริเวณโดยรอบ” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบภิกษุผู้สร้างต้องอาบัติทุกกฏ ๓ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ภิกษุผู้สร้างต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ภิกษุผู้สร้างต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ภิกษุผู้สร้างต้องอาบัติทุกกฏ สร้างผิดคำสั่ง สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไปแต่ได้สั่งว่า “กุฎีนั้นสงฆ์ต้องแสดงพื้นที่ให้ ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องมีบริเวณโดยรอบ” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบภิกษุผู้สร้างต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ภิกษุผู้สร้างต้องอาบัติทุกกฏ ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ภิกษุผู้สร้างต้องอาบัติทุกกฏ ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ไม่ต้องอาบัติ สร้างผิดคำสั่ง สร้างเกินขนาด ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกฎีให้เรา” แล้วหลีกไปแต่ได้สั่งว่า “กุฎีนั้นต้องได้ขนาดต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องมีบริเวณโดยรอบ” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้เกินขนาดเป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ภิกษุผู้สร้างต้องอาบัติทุกกฏ ๓ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ภิกษุผู้สร้างต้องอาบัติ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๙๗}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๖. กุฏิการสิกขาบท บทภาชนีย์ ทุกกฏ ๒ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ภิกษุผู้สร้างต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบภิกษุผู้สร้างต้องอาบัติทุกกฏ สร้างผิดคำสั่ง สร้างได้ขนาด ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไปและได้สั่งว่า “กุฎีนั้นต้องได้ขนาดต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องมีบริเวณโดยรอบ” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้ได้ขนาดเป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ภิกษุผู้สร้างต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัวฯลฯ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ภิกษุผู้สร้างต้องอาบัติทุกกฏฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ภิกษุผู้สร้างต้องอาบัติทุกกฏ ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ไม่ต้องอาบัติสร้างผิดคำสั่ง สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ สร้างเกินขนาด ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไปและได้สั่งว่า “กุฎีนั้นสงฆ์ต้องแสดงพื้นที่ให้ต้องได้ขนาด ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องมีบริเวณโดยรอบ” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้เกินขนาด เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ภิกษุผู้สร้าง ต้องอาบัติทุกกฏ ๔ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่มีอันตรายเป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ภิกษุผู้สร้างต้องอาบัติทุกกฏ ๓ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ภิกษุผู้สร้างต้องอาบัติทุกกฏ ๓ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายเป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ภิกษุผู้สร้างต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัวสร้างผิดคำสั่ง สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ สร้างได้ขนาด ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไปและได้สั่งว่า “กุฎีนั้นสงฆ์ต้องแสดงพื้นที่ให้ต้องได้ขนาด ต้องเป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายและต้องมีบริเวณโดยรอบ” ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ได้ขนาด เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ภิกษุผู้สร้างต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่มีอันตรายเป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ภิกษุผู้สร้างต้องอาบัติทุกกฏ ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๙๘}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๖. กุฏิการสิกขาบท บทภาชนีย์ เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ภิกษุผู้สร้างต้องอาบัติทุกกฏ ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ไม่ต้องอาบัติ สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ สร้างค้าง
ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไป ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ถ้าเขาสร้างค้างไว้ ภิกษุนั้นกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุอื่น หรือรื้อสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุอื่นหรือไม่รื้อสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไป ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ถ้าเขาสร้างค้างไว้ภิกษุนั้นกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุอื่นหรือรื้อสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุอื่น หรือไม่รื้อสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏกับอาบัติสังฆาทิเสส ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตรายเป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ฯลฯ ต้องอาบัติทุกกฏกับอาบัติสังฆาทิเสส ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ฯลฯ ต้องอาบัติสังฆาทิเสสสงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ สร้างค้าง ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไป ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ถ้าเขาสร้างค้างไว้ ภิกษุนั้นกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุอื่นหรือรื้อสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้ภิกษุอื่นหรือไม่รื้อสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบต้องอาบัติทุกกฏ ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ไม่ต้องอาบัติสร้างเกินขนาด สร้างค้าง
ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไป ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้ เกินขนาด เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ถ้าเขาสร้างค้างไว้ภิกษุนั้นกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุอื่นหรือรื้อสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้ภิกษุอื่นหรือไม่รื้อ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๙๙}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๖. กุฏิการสิกขาบท บทภาชนีย์ สร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัวกับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฎกับอาบัติสังฆาทิเสส ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏกับอาบัติสังฆาทิเสส ฯลฯ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส สร้างได้ขนาด สร้างค้าง ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไป ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้ได้ขนาดเป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ถ้าเขาสร้างค้างไว้ ภิกษุนั้นกลับมาพึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุอื่นหรือรื้อสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้ภิกษุอื่นหรือไม่รื้อสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ไม่ต้องอาบัติ สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ สร้างเกินขนาด สร้างค้าง ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไป ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้ เกินขนาด เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ถ้าเขาค้างไว้ ภิกษุนั้นกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุอื่นหรือรื้อสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้ภิกษุอื่นหรือไม่รื้อสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัวกับอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัวกับอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัวกับอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ สร้างได้ขนาด สร้างค้าง ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไป ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ ได้ขนาด เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ถ้าเขาสร้าง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๔๐๐}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๖. กุฏิการสิกขาบท อนาปัตติวาร ค้างไว้ ภิกษุนั้นกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุอื่นหรือรื้อสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้ภิกษุอื่นหรือไม่รื้อสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ฯลฯ เป็นพื้นที่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯลฯ เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสั่งว่า “จงสร้างกุฎีให้เรา” แล้วหลีกไป ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีที่สงฆ์แสดงพื้นที่ให้ ได้ขนาด เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่มีบริเวณโดยรอบ ไม่ต้องอาบัติสร้างค้าง สร้างต่อ
กุฎีตนสร้างค้างไว้ ภิกษุสร้างต่อจนสำเร็จด้วยตนเอง ต้องอาบัติสังฆาทิเสส กุฎีตนสร้างค้างไว้ ภิกษุใช้ผู้อื่นสร้างต่อจนสำเร็จ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส กุฎีผู้อื่นสร้างค้างไว้ ภิกษุสร้างต่อจนสำเร็จด้วยตนเอง ต้องอาบัติสังฆาทิเสส กุฎีผู้อื่นสร้างค้างไว้ ภิกษุใช้ผู้อื่นสร้างต่อจนสำเร็จ ต้องอาบัติสังฆาทิเสสอนาปัตติวาร ภิกษุต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ
๑. ภิกษุสร้างเงื้อมผามีประตู ๒. ภิกษุตบแต่งถ้ำ ๓. ภิกษุสร้างกุฎีหญ้า ๔. ภิกษุสร้างกุฎีเพื่อภิกษุอื่น ๕. ภิกษุสร้างอาคารนอกจากนั้น ยกเว้นอาคารที่พักของตน ๖. ภิกษุวิกลจริต ๗. ภิกษุต้นบัญญัติ กุฏิการสิกขาบทที่ ๖ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๔๐๑}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑ สิกขาบทวิภังค์
ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว รฏฺฐปาลสฺส กุลปุตฺตสฺส ปิตา รฏฺฐปาลํ กุลปุตฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ อปาหนฺเต น ชานามิ รฏฺฐปาล พหู ชนา เย มํ สงฺคมฺม ยาจนฺติ กสฺมา มํ ตฺวํ น ยาจสีติ ฯ ยาจโก อปฺปิโย โหติ ยาจํ อททมปฺปิโย ตสฺมาหนฺตํ น ยาจามิ มา เม วิทฺเทสนา อหูติ ฯ โส หิ นาม ภิกฺขเว รฏฺฐปาโล กุลปุตฺโต สกํ ปิตรํ เอวํ วกฺขติ กิมงฺคํ ปน ชโน ชนํ ฯ
ที่ชื่อว่า อาการขอเอาเอง คือ ขอเองซึ่งคนก็ดี แรงงานก็ดี โคก็ดี เกวียนก็ดีมีดก็ดี ขวานก็ดี ผึ่งก็ดี จอบก็ดี สิ่วก็ดี เถาวัลย์ก็ดี ไม้ไผ่ก็ดี หญ้ามุงกระต่ายก็ดี หญ้าปล้องก็ดี หญ้าสามัญก็ดี ดินก็ดี ที่ชื่อว่า กุฎี ได้แก่ ที่อยู่ซึ่งโบกฉาบปูนไว้เฉพาะภายในก็ตาม ซึ่งโบกฉาบปูนไว้เฉพาะภายนอกก็ตาม ซึ่งโบกฉาบปูนไว้ทั้งภายในทั้งภายนอกก็ตาม บทว่า สร้าง คือทำเองก็ตาม ใช้ให้เขาทำก็ตาม บทว่า อันหาเจ้าของมิได้ คือไม่มีใครๆ อื่น ที่เป็นสตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม คฤหัสถ์ก็ตาม บรรพชิตก็ตาม เป็นเจ้าของ บทว่า เฉพาะตนเอง คือ เพื่อประโยชน์ส่วนตัว คำว่า พึงสร้างให้ได้ประมาณ ประมาณในการสร้างกุฎีนั้นดังนี้โดยยาว ๑๒ คืบด้วยคืบสุคต นั้น คือ วัดนอกฝาผนัง คำว่า โดยกว้างในร่วมใน ๗ คืบ นั้น คือ วัดร่วมในฝาผนัง
คิหีนํ หิ ภิกฺขเว ทุสฺสํหรานิ โภคานิ สมฺภตานิปิ ทุรนุรกฺขิยานิ ตตฺถ นาม ตุเมฺห โมฆปุริสา เอวํ ทุสฺสํหเรสุ โภเคสุ สมฺภเตสุปิ ทุรนุรกฺขิเยสุ ยาจนพหุลา วิญฺญตฺติพหุลา วิหริสฺสถ ปุริสํ เทถ ปุริสตฺถกรํ เทถ โคณํ เทถ สกฏํ เทถ วาสึ เทถ ผรสุํ เทถ กุฐารึ เทถ กุทฺทาลํ เทถ นิขาทนํ เทถ วลฺลึ เทถ เวฬุํ เทถ มุญฺชํ เทถ ปพฺพชํ เทถ ติณํ เทถ มตฺติกํ เทถาติ เนตํ โมฆปุริสา อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ สญฺญาจิกาย ปน ภิกฺขุนา กุฏึ การยมาเนน อสฺสามิกํ อตฺตุทฺเทสํ ปมาณิกา กาเรตพฺพา ตตฺริทํ ปมาณํ ทีฆโส ทฺวาทส วิทตฺถิโย สุคตวิทตฺถิยา ติริยํ สตฺตนฺตรา ภิกฺขู อภิเนตพฺพา วตฺถุเทสนาย ฯ เตหิ ภิกฺขูหิ วตฺถุํ เทเสตพฺพํ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ สารมฺเภ เจ ภิกฺขุ วตฺถุสฺมึ อปริกฺกมเน สญฺญาจิกาย กุฏึ กาเรยฺย ภิกฺขู วา อนภิเนยฺย วตฺถุเทสนาย ปมาณํ วา อติกฺกาเมยฺย สงฺฆาทิเสโสติ ฯ
คำว่า พึงนำภิกษุทั้งหลายไปเพื่อแสดงที่ นั้น มีพระพุทธาธิบายไว้ว่าดังนี้ ภิกษุผู้จะสร้างกุฎีนั้น พึงให้แผ้วถางพื้นที่ที่จะสร้างกุฎีนั้นเสียก่อน แล้วเข้าไปหาสงฆ์ห่มผ้าอุตรา-*สงค์เฉวียงเบ่า กราบเท้าภิกษุทั้งหลาย ผู้แก่พรรษากว่า แล้วนั่นกระหย่งประนมมือกล่าวอย่างนี้ว่าท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าใคร่จะสร้างกุฎีอันหาเจ้าของมิได้ เฉพาะตนเอง ด้วยอาการขอเอาเอง ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้านั้นขอสงฆ์ให้ตรวจดูพื้นที่ที่จะสร้างกุฎี พึงขอแม้ครั้งที่สอง พึงขอแม้ครั้งที่สามถ้าสงฆ์ทั้งหมดจะอุตสาหะไปตรวจดูพื้นที่ที่จะสร้างกุฎีได้ ก็พึงไปตรวจดูด้วยกันทั้งหมด ถ้าไม่อุตสาหะ ในหมู่สงฆ์นั้น ภิกษุเหล่าใดฉลาดสามารถจะรู้ได้ว่า เป็นสถานมีผู้จองไว้หรือไม่ เป็นสถานมีชานเดินได้รอบหรือไม่ สงฆ์พึงขอสมมติภิกษุเหล่านั้นไปแทนสงฆ์ วิธีสมมติ ก็แลสงฆ์พึงสมมติอย่างนี้ คือ ภิกษุผู้ฉลาดผู้สามารถพึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้ กรรมวาจาขอสมมติให้ภิกษุตรวจดูพื้นที่ ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุมีชื่อนี้ผู้นี้ เป็นผู้ใคร่จะสร้างกุฎีอันหาเจ้าของมิได้เฉพาะตนเอง ด้วยอาการขอเอาเอง เธอขอสงฆ์ให้ตรวจดูพื้นที่ที่จะสร้างกุฎี ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงสมมติภิกษุทั้งหลายมีชื่อนี้และมีชื่อนี้ เพื่อตรวจดูพื้นที่ที่จะสร้างกุฎีของภิกษุมีชื่อนี้ นี่เป็นญัตติ ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงพึงข้าพเจ้า ภิกษุมีชื่อนี้ผู้นี้ เป็นผู้ใคร่จะสร้างกุฎีอันหาเจ้าของมิได้ เฉพาะตนเอง ด้วยอาการขอเอาเอง เธอขอสงฆ์ให้ตรวจดูพื้นที่ที่จะสร้างกุฎี สงฆ์สมมติภิกษุทั้งหลายมีชื่อนี้และมีชื่อนี้ เพื่อตรวจดูพื้นที่ที่จะสร้างกุฎีของภิกษุมีชื่อนี้การสมมติภิกษุทั้งหลายมีชื่อนี้และมีชื่อนี้ เพื่อตรวจดูพื้นที่ที่จะสร้างกุฎีของภิกษุมีชื่อนี้ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด ภิกษุทั้งหลายมีชื่อนี้และมีชื่อนี้ อันสงฆ์สมมติแล้ว เพื่อตรวจดูพื้นที่ที่จะสร้างกุฎีของภิกษุมีชื่อนี้ ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ ด้วยอย่างนี้ วิธีแสดงพื้นที่
สญฺญาจิกา นาม สยํ ยาจิตฺวา ปุริสํปิ ปุริสตฺถกรํปิ โคณํปิ สกฏํปิ วาสึปิ ผรสุํปิ กุฐารึปิ กุทฺทาลํปิ นิขาทนํปิ ฯเปฯ ติณํปิ มตฺติกํปิ ฯ กุฏี นาม อุลฺลิตฺตา วา โหติ อวลิตฺตา วา อุลฺลิตฺตาวลิตฺตา วา ฯ การยมาเนนาติ กโรนฺโต วา การาเปนฺโต วา ฯ อสฺสามิกนฺติ น อญฺโญ โกจิ สามิโก โหติ อิตฺถี วา ปุริโส วา คหฏฺโฐ วา ปพฺพชิโต วา ฯ อตฺตุทฺเทสนฺติ อตฺตโน อตฺถาย ฯ ปมาณิกา กาเรตพฺพา ตตฺริทํ ปมาณํ ทีฆโส ทฺวาทส วิทตฺถิโย สุคตวิทตฺถิยาติ พาหิริเมน มาเนน ฯ ติริยํ สตฺตนฺตราติ อพฺภนฺตริเมน มาเนน ฯ
ภิกษุทั้งหลายผู้อันสงฆ์สมมติแล้วเหล่านั้น พึงไป ณ ที่นั้นตรวจดูพื้นที่ที่จะสร้างกุฎี พึงทราบว่าเป็นสถานมีผู้จองไว้ หรือเป็นสถานไม่มีผู้จองไว้ เป็นสถานมีชานเดินได้รอบหรือเป็นสถานไม่มีชานเดินได้รอบ ถ้าเป็นสถานมีผู้จองไว้ ทั้งไม่มีชานเดินได้รอบ พึงบอกว่าอย่าสร้างลงในที่นี้ ถ้าเป็นสถานไม่มีผู้จองไว้ทั้งมีชานเดินได้รอบ พึงแจ้งแก่สงฆ์ว่า เป็นสถานไม่มีผู้จองไว้ ทั้งมีชานเดินได้รอบ ภิกษุผู้จะสร้างกุฎีนั้น พึงเข้าไปหาสงฆ์ห่มผ้าอุตราสงค์เฉลียงบ่ากราบเท้าภิกษุทั้งหลายผู้แก่พรรษากว่า แล้วนั่งกระหย่งประนมมือกล่าวอย่างนี้ว่า ท่านเจ้าข้าข้าพเจ้าใคร่จะสร้างกุฎีอันหาเจ้าของมิได้ เฉพาะตนเองด้วยอาการขอเอาเอง ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้านั้นขอสงฆ์ให้แสดงพื้นที่ที่จะสร้างกุฎี พึงขอแม้ครั้งที่สอง พึงขอแม้ครั้งที่สาม ภิกษุผู้ฉลาดผู้สามารถพึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้ กรรมวาจาขอสงฆ์ให้แสดงพื้นที่ ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุมีชื่อนี้ผู้นี้ใคร่จะสร้างกุฎีอันหาเจ้าของมิได้ เฉพาะตนเอง ด้วยอาการขอเอาเอง เธอขอสงฆ์ให้แสดงพื้นที่ที่จะสร้างกุฎี ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงแสดงพื้นที่ที่จะสร้างกุฎีแก่ภิกษุมีชื่อนี้ นี่เป็นญัตติ ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุมีชื่อนี้ผู้นี้ใคร่จะสร้างกุฎีอันหาเจ้าของมิได้ เฉพาะตนเอง ด้วยอาการขอเอาเองเธอขอสงฆ์ให้แสดงพื้นที่ที่จะสร้างกุฎี สงฆ์แสดงพื้นที่ที่จะสร้างกุฎีแก่ภิกษุมีชื่อนี้ การแสดงพื้นที่ที่จะสร้างกุฎีของภิกษุมีชื่อนี้ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่งไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด พื้นที่ที่จะสร้างกุฎีของภิกษุมีชื่อนี้ อันสงฆ์แสดงแล้ว ชอบแก่สงฆ์เหตุนั้นจึงนิ่งข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ ด้วยอย่างนี้.
ภิกฺขู อภิเนตพฺพา วตฺถุเทสนายาติ เตน กุฏีการเกน ภิกฺขุนา กุฏีวตฺถุํ โสเธตฺวา สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา วุฑฺฒานํ ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย อหํ ภนฺเต สญฺญาจิกาย กุฏึ กตฺตุกาโม อสฺสามิกํ อตฺตุทฺเทสํ โสหํ ภนฺเต สงฺฆํ กุฏีวตฺถุโอโลกนํ ยาจามีติ ฯ ทุติยมฺปิ ยาจิตพฺพา ตติยมฺปิ ยาจิตพฺพา ฯ สเจ สพฺโพ สงฺโฆ อุสฺสหติ กุฏีวตฺถุํ โอโลเกตุํ สพฺเพน สงฺเฆน โอโลเกตพฺพํ ฯ โน เจ สพฺโพ สงฺโฆ อุสฺสหติ กุฏีวตฺถุํ โอโลเกตุํ เย ตตฺถ โหนฺติ ภิกฺขู พฺยตฺตา ปฏิพลา สารมฺภํ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อปริกฺกมนํ ชานิตุํ เต ยาจิตฺวา สมฺมนฺนิตพฺพา ฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว สมฺมนฺนิตพฺพา พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ {๕๐๔.๑} สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ สญฺญาจิกาย กุฏึ กตฺตุกาโม อสฺสามิกํ อตฺตุทฺเทสํ โส สงฺฆํ กุฏีวตฺถุโอโลกนํ ยาจติ ฯ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ อิตฺถนฺนามญฺจ อิตฺถนฺนามญฺจ ภิกฺขู สมฺมนฺเนยฺย อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน กุฏีวตฺถุํ โอโลเกตุํ ฯ เอสา ญตฺติ ฯ {๕๐๔.๒} สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ สญฺญาจิกาย กุฏึ กตฺตุกาโม อสฺสามิกํ อตฺตุทฺเทสํ โส สงฺฆํ กุฏีวตฺถุโอโลกนํ ยาจติ ฯ สงฺโฆ อิตฺถนฺนามญฺจ อิตฺถนฺนามญฺจ ภิกฺขู สมฺมนฺนติ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน กุฏีวตฺถุํ โอโลเกตุํ ฯ ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิตฺถนฺนามสฺส จ อิตฺถนฺนามสฺส จ ภิกฺขูนํ สมฺมติ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน กุฏีวตฺถุํ โอโลเกตุํ โส ตุณฺหสฺส ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ {๕๐๔.๓} สมฺมตา สงฺเฆน อิตฺถนฺนาโม จ อิตฺถนฺนาโม จ ภิกฺขู อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน กุฏีวตฺถุํ โอโลเกตุํ ฯ ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ
ที่ชื่อว่า อันมีผู้จองไว้ คือ เป็นที่อาศัยของมด เป็นที่อาศัยของปลวก เป็นที่อาศัยของหนู เป็นที่อาศัยของงู เป็นที่อาศัยของแมงป่อง เป็นที่อาศัยของตะขาบ เป็นที่อาศัยของช้าง เป็นที่อาศัยของม้า เป็นที่อาศัยของราชสีห์ เป็นที่อาศัยของเสือโคร่ง เป็นที่อาศัยของเสือเหลือง เป็นที่อาศัยของหมี เป็นที่อาศัยของสุนัขป่า เป็นที่อาศัยของสัตว์ดิรัจฉานบางเหล่าเป็นสถานใกล้ที่นา เป็นสถานใกล้ที่ไร่ เป็นสถานใกล้ตะแลงแกง เป็นสถานใกล้ที่ทรมานนักโทษเป็นสถานใกล้สุสาน เป็นสถานใกล้ที่สวน เป็นสถานใกล้ที่หลวง เป็นสถานใกล้โรงช้าง เป็นสถานใกล้โรงม้า เป็นสถานใกล้เรือนจำ เป็นสถานใกล้โรงสุรา เป็นสถานใกล้ที่สุนัขอาศัยเป็นสถานใกล้ถนน เป็นสถานใกล้หนทางสี่แยก เป็นสถานใกล้ที่ชุมนุมชน หรือเป็นสถานใกล้ทางที่เดินไปมา นี่ชื่อว่าสถานอันมีผู้จองไว้
เตหิ สมฺมเตหิ ภิกฺขูหิ ตตฺถ คนฺตฺวา กุฏีวตฺถุํ โอโลเกตพฺพํ สารมฺภํ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อปริกฺกมนํ ชานิตพฺพํ ฯ สเจ สารมฺภํ โหติ อปริกฺกมนํ มายิธ กรีติ วตฺตพฺโพ ฯ สเจ อนารมฺภํ โหติ สปริกฺกมนํ สงฺฆสฺส อาโรเจตพฺพํ อนารมฺภํ สปริกฺกมนนฺติ ฯ เตน กุฏีการเกน ภิกฺขุนา สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา วุฑฺฒานํ ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย อหํ ภนฺเต สญฺญาจิกาย กุฏึ กตฺตุกาโม อสฺสามิกํ อตฺตุทฺเทสํ โสหํ ภนฺเต สงฺฆํ กุฏีวตฺถุเทสนํ ยาจามีติ ฯ ทุติยมฺปิ ยาจิตพฺพา ตติยมฺปิ ยาจิตพฺพา ฯ พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ {๕๐๕.๑} สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ สญฺญาจิกาย กุฏึ กตฺตุกาโม อสฺสามิกํ อตฺตุทฺเทสํ โส สงฺฆํ กุฏีวตฺถุเทสนํ ยาจติ ฯ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน กุฏีวตฺถุํ เทเสยฺย ฯ เอสา ญตฺติ ฯ {๕๐๕.๒} สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ สญฺญาจิกาย กุฏึ กตฺตุกาโม อสฺสามิกํ อตฺตุทฺเทสํ โส สงฺฆํ กุฏีวตฺถุเทสนํ ยาจติ ฯ สงฺโฆ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน กุฏีวตฺถุํ เทเสติ ฯ ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน กุฏีวตฺถุสฺส เทสนา โส ตุณฺหสฺส ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ {๕๐๕.๓} เทสิตํ สงฺเฆน อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน กุฏีวตฺถุํ ฯ ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ
ที่ชื่อว่า อันหาชานรอบมิได้ คือเกวียนที่เขาเทียมวัวแล้วตามปกติ ไม่สามารถจะเวียนไปได้ บันไดหรือพะองไม่สามารถจะทอดเวียนไปได้ โดยรอบ นี่ชื่อว่า สถานอันหาชานรอบมิได้ @ สุนัขป่าในทะเลทราย, เสือดาวก็ว่า.
สารมฺภํ นาม กิปิลฺลิกานํ วา อาสโย โหติ อุปจิกานํ วา อาสโย โหติ อุนฺทุรานํ วา อาสโย โหติ อหีนํ วา อาสโย โหติ วิจฺฉิกานํ วา อาสโย โหติ สตปทีนํ วา อาสโย โหติ หตฺถีนํ วา อาสโย โหติ อสฺสานํ วา อาสโย โหติ สีหานํ วา อาสโย โหติ พฺยคฺฆานํ วา อาสโย โหติ ทีปีนํ วา อาสโย โหติ อจฺฉานํ วา อาสโย โหติ ตรจฺฉานํ วา อาสโย โหติ เยสํ เกสญฺจิ ติรจฺฉานคตานํ วา ปาณานํ อาสโย โหติ ปุพฺพณฺณนิสฺสิตํ วา โหติ อปรณฺณนิสฺสิตํ วา โหติ อพฺภาฆาตนิสฺสิตํ วา โหติ อาฆาตนนิสฺสิตํ วา โหติ สุสานนิสฺสิตํ วา โหติ อุยฺยานนิสฺสิตํ วา โหติ ราชวตฺถุนิสฺสิตํ วา โหติ หตฺถิสาลานิสฺสิตํ วา โหติ อสฺสสาลานิสฺสิตํ วา โหติ พนฺธนาคารนิสฺสิตํ วา โหติ ปานาคารนิสฺสิตํ วา โหติ สูนนิสฺสิตํ วา โหติ รจฺฉานิสฺสิตํ วา โหติ จจฺจรนิสฺสิตํ วา โหติ สภานิสฺสิตํ วา โหติ สํสรณนิสฺสิตํ วา โหติ เอตํ สารมฺภํ นาม ฯ
ที่ชื่อว่า อันไม่มีผู้จองไว้ คือ ไม่เป็นที่อาศัยของมด ไม่เป็นที่อาศัยของปลวกไม่เป็นที่อาศัยของหนู ไม่เป็นที่อาศัยของงู ไม่เป็นที่อาศัยของแมงป่อง ไม่เป็นที่อาศัยของตะขาบไม่เป็นที่อาศัยของช้าง ไม่เป็นที่อาศัยของม้า ไม่เป็นที่อาศัยของราชสีห์ ไม่เป็นที่อาศัยของเสือโคร่ง ไม่เป็นที่อาศัยของเสือเหลือง ไม่เป็นที่อาศัยของหมี ไม่เป็นที่อาศัยของสุนัขป่า ไม่เป็นที่อาศัยของสัตว์ดิรัจฉานบางเหล่า ไม่เป็นสถานใกล้ที่นา ไม่เป็นสถานใกล้ที่ไร่ ไม่เป็นสถานใกล้ตะแลงแกง ไม่เป็นสถานใกล้ที่ทรมานนักโทษ ไม่เป็นสถานใกล้สุสาน ไม่เป็นสถานใกล้ที่สวน ไม่เป็นสถานใกล้ที่หลวง ไม่เป็นสถานใกล้โรงช้าง ไม่เป็นสถานใกล้โรงม้า ไม่เป็นสถานใกล้เรือนจำ ไม่เป็นสถานใกล้โรงสุรา ไม่เป็นสถานใกล้ที่สุนัขอาศัย ไม่เป็นสถานใกล้ถนนไม่เป็นสถานใกล้หนทางสี่แยก ไม่เป็นสถานใกล้ที่ชุมนุมชน หรือไม่เป็นสถานใกล้ทางที่เดินไปมา นี่ชื่อว่า สถานอันไม่มีผู้จองไว้.
อปริกฺกมนํ นาม น สกฺกา โหติ ยถายุตฺเตน สกเฏน อนุปริคนฺตุํ สมนฺตา นิสฺเสณิยา อนุปริคนฺตุํ เอตํ อปริกฺกมนํ นาม ฯ
ที่ชื่อว่า อันมีชานรอบ คือ เกวียนที่เขาเทียมวัวแล้วตามปกติสามารถจะเวียน ไปได้ บันไดหรือพะองก็สามารถจะทอดเวียนไปได้โดยรอบ นี่ชื่อว่า สถานอันมีชานรอบ.
อนารมฺภํ นาม น กิปิลฺลิกานํ วา อาสโย โหติ น อุปจิกานํ วา อาสโย โหติ น อุนฺทุรานํ วา อาสโย โหติ น อหีนํ วา อาสโย โหติ น วิจฺฉิกานํ วา อาสโย โหติ น สตปทีนํ วา อาสโย โหติ ฯเปฯ น สํสรณนิสฺสิตํ วา โหติ เอตํ อนารมฺภํ นาม ฯ
ที่ชื่อว่า อาการขอเอาเอง อธิบายว่า ขอเอง ซึ่งคนก็ดี แรงงานก็ดี โคก็ดีเกวียนก็ดี มีดก็ดี ขวานก็ดี ผึ่งก็ดี จอบก็ดี สิ่วก็ดี เป็นต้น ที่ชื่อว่า กุฎี ได้แก่ที่อยู่ซึ่งโบกฉาบปูนไว้เฉพาะภายในก็ตาม ซึ่งโบกฉาบปูนไว้เฉพาะภายนอกก็ตาม ซึ่งโบกฉาบปูนไว้ทั้งภายในทั้งภายนอกก็ตาม บทว่า สร้าง คือ ทำเองก็ตาม ใช้ให้เขาทำก็ตาม สองพากย์ว่า หรือไม่นำภิกษุทั้งหลายไปเพื่อแสดงที่ หรือสร้างให้ล่วงประมาณความว่า ไม่ขอให้สงฆ์แสดงสถานที่สร้างกุฎีด้วยญัตติทุติยกรรมวาจาก็ตาม สร้างเองหรือใช้ให้เขาสร้างให้เกินกำหนด แม้เพียงเส้นผมเดียว โดยส่วนยาวหรือโดยส่วนกว้างก็ตาม ต้องอาบัติทุกกฏทุกประโยคที่ทำ ยังอิฐอีกก้อนหนึ่งจะเสร็จต้องอาบัติถุลลัจจัย ก้อนที่สุดเสร็จ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส บทว่า สังฆาทิเสส ความว่า สงฆ์เท่านั้นให้ปริวาสเพื่ออาบัตินั้น ชักเข้าหาอาบัติเดิมให้มานัต เรียกเข้าหมู่ ไม่ใช่คณะมากรูปด้วยกัน ไม่ใช่บุคคลรูปเดียว เพราะฉะนั้นจึงตรัสเรียกว่าสังฆาทิเสส คำว่า สังฆาทิเสส เป็นการขนานนาม คือเป็นชื่อของอาบัตินิกายนั้นแล แม้เพราะเหตุนั้น จึงตรัสเรียกว่า สังฆาทิเสส. บทภาชนีย์ พื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้
สปริกฺกมนํ นาม สกฺกา โหติ ยถายุตฺเตน สกเฏน อนุปริคนฺตุํ สมนฺตา นิสฺเสณิยา อนุปริคนฺตุํ เอตํ สปริกฺกมนํ นาม ฯ
ภิกษุผู้สร้างกุฎี ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสร้างกุฎี ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสร้างกุฎี ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสร้างกุฎี ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว พื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ภิกษุสร้างกุฎี ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ๒ ตัว ภิกษุสร้างกุฎี ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ๑ ตัว ภิกษุสร้างกุฎี ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ๑ ตัว ภิกษุสร้างกุฎี ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ไม่ต้องอาบัติ. สร้างเกินประมาณ
สญฺญาจิกา นาม สยํ ยาจิตฺวา ปุริสํปิ ปุริสตฺถกรํปิ ฯเปฯ นิขาทนํปิ ฯ กุฏี นาม อุลฺลิตฺตา วา โหติ อวลิตฺตา วา อุลฺลิตฺตาวลิตฺตา วา ฯ กาเรยฺยาติ กโรติ วา การาเปติ วา ฯ ภิกฺขู วา อนภิเนยฺย วตฺถุเทสนาย ปมาณํ วา อติกฺกาเมยฺยาติ ญตฺติทุติเยน กมฺเมน กุฏีวตฺถุํ น เทสาเปตฺวา อายามโต วา วิตฺถารโต วา อนฺตมโส เกสคฺคมตฺตมฺปิ อติกฺกาเมตฺวา กโรติ วา การาเปติ วา ปโยเค ทุกฺกฏํ ฯ เอกปิณฺฑํ อนาคเต อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ตสฺมึ ปิณฺเฑ อาคเต อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ สงฺฆาทิเสโสติ ฯเปฯ เตนปิ วุจฺจติ สงฺฆาทิเสโสติ ฯ
ภิกษุสร้างกุฎี เกินประมาณ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัวกับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสร้างกุฎี เกินประมาณ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสร้างกุฎี เกินประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสร้างกุฎี เกินประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว. สร้างเท่าประมาณ ภิกษุสร้างกุฎี เท่าประมาณ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ภิกษุสร้างกุฎี เท่าประมาณ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสร้างกุฎี เท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสร้างกุฎี เท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ไม่ต้องอาบัติ. พื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ
ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ อเทสิตวตฺถุกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯ ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ อเทสิตวตฺถุกํ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺส ฯ ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ อเทสิตวตฺถุกํ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺส ฯ ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ อเทสิตวตฺถุกํ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ {๕๑๑.๑} ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ เทสิตวตฺถุกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯ ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ เทสิตวตฺถุกํ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ เทสิตวตฺถุกํ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ เทสิตวตฺถุกํ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อนาปตฺติ ฯ
ภิกษุสร้างกุฎี ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ภิกษุสร้างกุฎี ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ มีผู้จองไว้ มีชานรอบต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ภิกษุสร้างกุฎี ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ภิกษุสร้างกุฎี ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว. พื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ
ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ ปมาณาติกฺกนฺตํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯ ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ ปมาณาติกฺกนฺตํ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺส ฯ ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ ปมาณาติกฺกนฺตํ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺส ฯ ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ ปมาณาติกฺกนฺตํ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ {๕๑๒.๑} ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ ปมาณิกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯ ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ ปมาณิกํ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ ปมาณิกํ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ ปมาณิกํ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อนาปตฺติ ฯ
ภิกษุสร้างกุฎี ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ภิกษุสร้างกุฎี ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสร้างกุฎี ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสร้างกุฎี ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ไม่ต้องอาบัติ. สั่งสร้างกุฎี มีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้
ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ อเทสิตวตฺถุกํ ปมาณาติกฺกนฺตํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทฺวินฺนํ สงฺฆาทิเสเสน ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯ ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ อเทสิตวตฺถุกํ ปมาณาติกฺกนฺตํ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทฺวินฺนํ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺส ฯ ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ อเทสิตวตฺถุกํ ปมาณาติกฺกนฺตํ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทฺวินฺนํ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺส ฯ ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ อเทสิตวตฺถุกํ ปมาณาติกฺกนฺตํ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทฺวินฺนํ สงฺฆาทิเสสานํ ฯ
ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัวสั่งสร้างกุฎี มีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ไม่ต้องอาบัติ. สั่งสร้างกุฎี เขาสร้างเกินประมาณ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เกินประมาณมีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เกินประมาณมีผู้จองไว้ มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เกินประมาณไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เกินประมาณไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว. สั่งสร้างกุฎี เขาสร้างเท่าประมาณ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เท่าประมาณมีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เท่าประมาณมีผู้จองไว้ มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เท่าประมาณไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เท่าประมาณไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ไม่ต้องอาบัติ. สั่งสร้างกุฎี มีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว. สั่งสร้างกุฎี มีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ไม่ต้องอาบัติ. หลีกไป ไม่ได้สั่ง พื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้
ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ เทสิตวตฺถุกํ ปมาณิกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯ ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ เทสิตวตฺถุกํ ปมาณิกํ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ เทสิตวตฺถุกํ ปมาณิกํ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ เทสิตวตฺถุกํ ปมาณิกํ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อนาปตฺติ ฯ
ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ไม่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ อย่าให้มีผู้จองไว้ และจงให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ๒ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ไม่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ อย่าให้มีผู้จองไว้ และจงให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ไม่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ อย่าให้มีผู้จองไว้ และจงให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัวกับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ไม่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ อย่าให้มีผู้จองไว้ และจงให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส๑ ตัว. หลีกไป ไม่ได้สั่ง สงฆ์แสดงที่ให้ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ไม่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ อย่าให้มีผู้จองไว้ และจงให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ไม่ได้สั่งไว้ว่ากุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ อย่าให้มีผู้จองไว้ และจงให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ไม่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ อย่าให้มีผู้จองไว้ และจงให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ไม่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ อย่าให้มีผู้จองไว้ และจงให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ไม่ต้องอาบัติ. หลีกไป ไม่ได้สั่ง เขาสร้างเกินประมาณ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ไม่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นจงให้ได้ประมาณ อย่าให้มีผู้จองไว้ และจงให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอเกินประมาณ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ไม่ได้สั่งไว้ว่ากุฎีนั้นจงให้ได้ประมาณ อย่าให้มีผู้จองไว้ และจงให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เกินประมาณ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ไม่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นจงให้ได้ประมาณ อย่าให้มีผู้จองไว้ และจงให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เกินประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ไม่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นจงให้ได้ประมาณ อย่าให้มีผู้จองไว้ และจงให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอเกินประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว. หลีกไป ไม่ได้สั่ง เขาสร้างเท่าประมาณ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ไม่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นจงให้ได้ประมาณ อย่าให้มีผู้จองไว้ และจงให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เท่าประมาณ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ไม่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นจงให้ได้ประมาณ อย่าให้มีผู้จองไว้ และจงให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เท่าประมาณ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ไม่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นจงให้ได้ประมาณ อย่าให้มีผู้จองไว้ และจงให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอเท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ไม่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นจงให้ได้ประมาณ อย่าให้มีผู้จองไว้ และจงให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอเท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ไม่ต้องอาบัติ. หลีกไป ไม่ ได้สั่ง พื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ไม่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ จงให้ได้ประมาณ อย่าให้มีผู้จองไว้ และจงให้มีชานรอบด้วยผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ไม่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ จงให้ได้ประมาณ อย่าให้มีผู้จองไว้ และจงให้มีชานรอบด้วยผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ไม่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ จงให้ได้ประมาณ อย่าให้มีผู้จองไว้ และจงให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ไม่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ จงให้ได้ประมาณ อย่าให้มีผู้จองไว้ และจงให้มีชานรอบด้วยผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว. หลีกไป ไม่ได้สั่ง พื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ไม่ได้สั่งไว้ว่ากุฎีนั้น ต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ จงให้ได้ประมาณ อย่าให้มีผู้จองไว้ และจงให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ไม่ได้สั่งไว้ว่ากุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ จงให้ได้ประมาณ อย่าให้มีผู้จองไว้ และจงให้มีชานรอบด้วยผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ มีผู้จองไว้ มีชานรอบต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ไม่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ จงให้ได้ประมาณ อย่าให้มีผู้จองไว้ และจงให้มีชานรอบด้วยผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ไม่ได้สั่งไว้ว่ากุฎีนั้น ต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ จงให้ได้ประมาณ อย่าให้มีผู้จองไว้ และจงให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้มีชานรอบ ไม่ต้องอาบัติ. สร้างผิดคำสั่ง พื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้
ภิกฺขุ สมาทิสติ กุฏึ เม กโรถาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ อเทสิตวตฺถุกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ {๕๑๕.๑} ภิกฺขุ สมาทิสติ กุฏึ เม กโรถาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ เทสิตวตฺถุกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อนาปตฺติ ฯ {๕๑๕.๒} ภิกฺขุ สมาทิสติ กุฏึ เม กโรถาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ ปมาณาติกฺกนฺตํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ {๕๑๕.๓} ภิกฺขุ สมาทิสติ กุฏึ เม กโรถาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ ปมาณิกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อนาปตฺติ ฯ {๕๑๕.๔} ภิกฺขุ สมาทิสติ กุฏึ เม กโรถาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ อเทสิตวตฺถุกํ ปมาณาติกฺกนฺตํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทฺวินฺนํ สงฺฆาทิเสเสน ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทฺวินฺนํ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทฺวินฺนํ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทฺวินฺนํ สงฺฆาทิเสสานํ ฯ {๕๑๕.๕} ภิกฺขุ สมาทิสติ กุฏึ เม กโรถาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ เทสิตวตฺถุกํ ปมาณิกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อนาปตฺติ ฯ
ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่ากุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ อย่าให้มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุนั้นทราบข่าวว่า เขาสร้างกุฎีให้แก่เรา ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุนั้นพึงไปเองหรือพึงส่งทูตไปบอกว่า ต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ อย่าให้มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วยถ้าไม่ไปเอง หรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ อย่าให้มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ภิกษุนั้นทราบข่าวว่า เขาสร้างกุฎีให้แก่เรา ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ภิกษุนั้นพึงไปเอง หรือพึงส่งทูตไปบอกว่า ต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ และอย่าให้มีผู้จองไว้ด้วย ถ้าไม่ไปเอง หรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ อย่าให้มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุนั้นทราบข่าวว่า เขาสร้างกุฎีให้แก่เรา ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุนั้นพึงไปเองหรือพึงส่งทูตไปบอกว่า ต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ และให้มีชานรอบด้วย ถ้าไม่ไปเอง หรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ อย่าให้มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ภิกษุนั้นทราบข่าวว่า เขาสร้างกุฎีให้แก่เรา ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ภิกษุนั้นพึงไปเอง หรือพึงส่งทูตไปบอกว่า ต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ถ้าไม่ไปเอง หรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ. สร้างผิดคำสั่ง พื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ อย่าให้มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุนั้นทราบข่าวว่า เขาสร้างกุฎีให้แก่เราซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุนั้นพึงไปเอง หรือพึงส่งทูตไปบอกว่าต้องไม่มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ถ้าไม่ไปเอง หรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ อย่าให้มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ภิกษุนั้นทราบข่าวว่า เขาสร้างกุฎีให้แก่เรา ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ภิกษุนั้นพึงไปเอง หรือพึงส่งทูตไปบอกว่าต้องไม่มีผู้จองไว้ ถ้าไม่ไปเอง หรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ อย่าให้มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุนั้นทราบข่าวว่า เขาสร้างกุฎีให้แก่เรา ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุนั้นพึงไปเอง หรือพึงส่งทูตไปบอกว่า ต้องมีชานรอบ ถ้าไม่ไปเอง หรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ อย่าให้มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ไม่ต้องอาบัติ. สั่งเท่าประมาณ เขาสร้างเกินประมาณ
ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ น จ สมาทิสติ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ อเทสิตวตฺถุกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ {๕๑๖.๑} ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ น จ สมาทิสติ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ เทสิตวตฺถุกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อนาปตฺติ ฯ {๕๑๖.๒} ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ น จ สมาทิสติ ปมาณิกา จ โหตุ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ ปมาณาติกฺกนฺตํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ {๕๑๖.๓} ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ น จ สมาทิสติ ปมาณิกา จ โหตุ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ ปมาณิกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อนาปตฺติ ฯ {๕๑๖.๔} ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ น จ สมาทิสติ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ ปมาณิกา จ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ อเทสิตวตฺถุกํ ปมาณาติกฺกนฺตํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทฺวินฺนํ สงฺฆาทิเสเสน ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทฺวินฺนํ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทฺวินฺนํ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทฺวินฺนํ สงฺฆาทิเสสานํ ฯ {๕๑๖.๕} ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ น จ สมาทิสติ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ ปมาณิกา จ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ เทสิตวตฺถุกํ ปมาณิกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อนาปตฺติ ฯ
ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่ากุฎีนั้นต้องเท่าประมาณ อย่าให้มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ผู้รับสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เกินประมาณ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุนั้นทราบข่าวว่า เขาสร้างกุฎีให้แก่เรา เกินประมาณมีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุนั้นพึงไปเอง หรือพึงส่งทูตไปบอกว่า ต้องเท่าประมาณ อย่าให้มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ถ้าไม่ไปเอง หรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องเท่าประมาณ อย่าให้มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เกินประมาณ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ภิกษุนั้นทราบข่าวว่า เขาสร้างกุฎีให้แก่เราเกินประมาณ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ภิกษุนั้นพึงไปเอง หรือพึงส่งทูตไปบอกว่า ต้องเท่าประมาณ และอย่าให้มีผู้จองไว้ ถ้าไม่ไปเอง หรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องเท่าประมาณ อย่าให้มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เกินประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุนั้นทราบข่าวว่า เขาสร้างกุฎีให้แก่เรา เกินประมาณไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุนั้นพึงไปเอง หรือพึงส่งทูตไปบอกว่า ต้องเท่าประมาณ และและให้มีชานรอบด้วย ถ้าไม่ไปเอง หรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องเท่าประมาณ อย่าให้มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เกินประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ภิกษุนั้นทราบข่าวว่า เขาสร้างกุฎีให้แก่เรา เกินประมาณไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ภิกษุนั้นพึงไปเอง หรือพึงส่งทูตไปบอกว่า ต้องเท่าประมาณ ถ้าไม่ไปเอง หรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ สั่งเท่าประมาณ เขาสร้างเท่าประมาณ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องเท่าประมาณ อย่าให้มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เท่าประมาณ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุนั้นทราบข่าวว่า เขาสร้างกุฎีให้แก่เรา เท่าประมาณมีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุนั้นพึงไปเองหรือพึงส่งทูตไปบอกว่า ต้องไม่มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ถ้าไม่ไปเองหรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องเท่าประมาณ อย่าให้มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เท่าประมาณมีผู้จองไว้ มีชานรอบ ภิกษุนั้นทราบข่าวว่า เขาสร้างกุฎีให้แก่เรา เท่าประมาณ มีผู้จองไว้มีชานรอบ ภิกษุนั้นพึงไปเองหรือพึงส่งทูตไปบอกว่า ต้องไม่มีผู้จองไว้ ถ้าไม่ไปเองหรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องเท่าประมาณ อย่าให้มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุนั้นทราบข่าวว่า เขาสร้างกุฎีให้แก่เรา เท่าประมาณไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุนั้นพึงไปเอง หรือพึงส่งทูตไปบอกว่า ต้องมีชานรอบ ถ้าไม่ไปเอง หรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องเท่าประมาณ อย่าให้มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เท่าประมาณไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ไม่ต้องอาบัติ. สั่ง พื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ เขาไม่สร้างตามสั่ง ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎี ให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ต้องเท่าประมาณ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบภิกษุนั้นทราบข่าวว่า เขาสร้างกุฎีให้แก่เรา ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุนั้นพึงไปเองหรือพึงส่งทูตไปบอกว่า ต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ต้องเท่าประมาณ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ถ้าไม่ไปเองหรือไม่ส่งทูตไปบอกต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ต้องเท่าประมาณ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ มีผู้จองไว้ มีชานรอบภิกษุนั้นทราบข่าวว่า เขาสร้างกุฎีให้แก่เรา ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ มีผู้จองไว้มีชานรอบ ภิกษุนั้นพึงไปเองหรือพึงส่งทูตไปบอกว่า ต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ต้องเท่าประมาณ และต้องไม่มีผู้จองไว้ด้วย ถ้าไม่ไปเองหรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ต้องเท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้และให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบภิกษุนั้นทราบข่าวว่า เขาสร้างกุฎีให้แก่เรา ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุนั้นพึงไปเอง หรือพึงส่งทูตไปบอกว่า ต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ต้องเท่าประมาณ และให้มีชานรอบด้วย ถ้าไม่ไปเองหรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ต้องเท่าประมาณ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบภิกษุนั้นทราบข่าวว่า เขาสร้างกุฎีให้แก่เรา ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ภิกษุนั้นพึงไปเองหรือพึงส่งทูตไปบอกว่า ต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้และต้องเท่าประมาณด้วย ถ้าไม่ไปเองหรือไม่ส่งทูตไปอีก ต้องอาบัติทุกกฏ. สั่ง พื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ เขาสร้างตามสั่ง ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ต้องเท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุนั้นทราบข่าวว่า เขาสร้างกุฎีให้แก่เรา ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบภิกษุนั้นพึงไปเอง หรือพึงส่งทูตไปบอกว่า ไม่ต้องมีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ถ้าไม่ไปเองหรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ต้องเท่าประมาณ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ภิกษุนั้นทราบข่าวว่า เขาสร้างกุฎีให้แก่เรา ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ มีผู้จองไว้มีชานรอบ ภิกษุนั้นพึงไปเองหรือพึงส่งทูตไปบอกว่า ต้องไม่มีผู้จองไว้ ถ้าไม่ไปเองหรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ต้องเท่าประมาณ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบภิกษุนั้นทราบข่าวว่า เขาสร้างกุฎีให้แก่เรา ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ไม่มีชานรอบ ภิกษุนั้นพึงไปเองหรือพึงส่งทูตไปบอกว่า ต้องมีชานรอบ ถ้าไม่ไปเอง หรือไม่ส่งทูตไปบอก ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ต้องเท่าประมาณ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบไม่ต้องอาบัติ. ทำผิดคำสั่ง พื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้
ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ สมาทิสติ จ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ อเทสิตวตฺถุกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ ฯ โส สุณาติ กุฏี กิร เม กยิรติ อเทสิตวตฺถุกา สารมฺภา อปริกฺกมนาติ ฯ เตน ภิกฺขุนา สามํ วา คนฺตพฺพํ ทูโต วา ปาเหตพฺโพ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ โน เจ สามํ วา คจฺเฉยฺย ทูตํ วา ปหิเณยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ {๕๑๗.๑} ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ สมาทิสติ จ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ อเทสิตวตฺถุกํ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ ฯ โส สุณาติ กุฏี กิร เม กยิรติ อเทสิตวตฺถุกา สารมฺภา สปริกฺกมนาติ ฯ เตน ภิกฺขุนา สามํ วา คนฺตพฺพํ ทูโต วา ปาเหตพฺโพ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ อนารมฺภา จาติ ฯ โน เจ สามํ วา คจฺเฉยฺย ทูตํ วา ปหิเณยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ {๕๑๗.๒} ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ สมาทิสติ จ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ อเทสิตวตฺถุกํ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ ฯ โส สุณาติ กุฏี กิร เม กยิรติ อเทสิตวตฺถุกา อนารมฺภา อปริกฺกมนาติ ฯ เตน ภิกฺขุนา สามํ วา คนฺตพฺพํ ทูโต วา ปาเหตพฺโพ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ สปริกฺกมนา จาติ ฯ โน เจ สามํ วา คจฺเฉยฺย ทูตํ วา ปหิเณยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ {๕๑๗.๓} ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ สมาทิสติ จ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ อเทสิตวตฺถุกํ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ ฯ โส สุณาติ กุฏี กิร เม กยิรติ อเทสิตวตฺถุกา อนารมฺภา สปริกฺกมนาติ ฯ เตน ภิกฺขุนา สามํ วา คนฺตพฺพํ ทูโต วา ปาเหตพฺโพ เทสิตวตฺถุกา โหตูติ ฯ โน เจ สามํ วา คจฺเฉยฺย ทูตํ วา ปหิเณยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ {๕๑๗.๔} ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ สมาทิสติ จ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ เทสิตวตฺถุกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ ฯ โส สุณาติ กุฏี กิร เม กยิรติ เทสิตวตฺถุกา สารมฺภา อปริกฺกมนาติ ฯ เตน ภิกฺขุนา สามํ วา คนฺตพฺพํ ทูโต วา ปาเหตพฺโพ อนารมฺภา จ โหตุ สปริกฺกมนา จาติ ฯ โน เจ สามํ วา คจฺเฉยฺย ทูตํ วา ปหิเณยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ {๕๑๗.๕} ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ สมาทิสติ จ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ เทสิตวตฺถุกํ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ ฯ โส สุณาติ กุฏี กิร เม กยิรติ เทสิตวตฺถุกา สารมฺภา สปริกฺกมนาติ ฯ เตน ภิกฺขุนา สามํ วา คนฺตพฺพํ ทูโต วา ปาเหตพฺโพ อนารมฺภา โหตูติ ฯ โน เจ สามํ วา คจฺเฉยฺย ทูตํ วา ปหิเณยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ {๕๑๗.๖} ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ สมาทิสติ จ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ เทสิตวตฺถุกํ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ ฯ โส สุณาติ กุฏี กิร เม กยิรติ เทสิตวตฺถุกา อนารมฺภา อปริกฺกมนาติ ฯ เตน ภิกฺขุนา สามํ วา คนฺตพฺพํ ทูโต วา ปาเหตพฺโพ สปริกฺกมนา โหตูติ ฯ โน เจ สามํ วา คจฺเฉยฺย ทูตํ วา ปหิเณยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ {๕๑๗.๗} ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ สมาทิสติ จ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ เทสิตวตฺถุกํ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อนาปตฺติ ฯ
ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่ากุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และให้มีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุผู้สร้าง ต้องอาบัติทุกกฏ ๓ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และมีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ภิกษุผู้สร้าง ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และมีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุผู้สร้าง ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และมีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ภิกษุผู้สร้าง ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัวทำผิดคำสั่ง พื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และมีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุผู้สร้าง ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และมีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ภิกษุผู้สร้าง ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และมีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุผู้สร้าง ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และมีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ไม่ต้องอาบัติ. ทำผิดคำสั่ง เกินประมาณ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องเท่าประมาณ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และต้องมีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เกินประมาณมีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุผู้สร้าง ต้องอาบัติทุกกฏ ๓ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องเท่าประมาณ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และมีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เกินประมาณ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ภิกษุผู้สร้าง ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องเท่าประมาณ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และมีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เกินประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุผู้สร้าง ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องเท่าประมาณ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และมีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เกินประมาณไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ภิกษุผู้สร้าง ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ทำผิดคำสั่ง เท่าประมาณ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องเท่าประมาณ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และมีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เท่าประมาณ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุผู้สร้าง ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องเท่าประมาณ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และมีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เท่าประมาณ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ภิกษุผู้สร้าง ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องเท่าประมาณ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และมีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เท่าประมาณไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุผู้สร้าง ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องเท่าประมาณ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และมีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ไม่ต้องอาบัติ. ทำผิดคำสั่ง พื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ต้องเท่าประมาณ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และมีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุผู้สร้าง ต้องอาบัติทุกกฏ ๔ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ต้องเท่าประมาณ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และมีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ภิกษุผู้สร้าง ต้องอาบัติทุกกฏ ๓ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ต้องเท่าประมาณ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และมีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบภิกษุผู้สร้าง ต้องอาบัติทุกกฏ ๓ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ต้องเท่าประมาณ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และมีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ภิกษุผู้สร้าง ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ทำผิดคำสั่ง พื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่ อันสงฆ์แสดงให้ ต้องเท่าประมาณ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และมีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุผู้สร้าง ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ต้องเท่าประมาณ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และมีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ภิกษุผู้สร้างต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ต้องเท่าประมาณ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และมีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ภิกษุผู้สร้างต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย แต่ได้สั่งไว้ว่า กุฎีนั้นต้องมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ต้องเท่าประมาณ ต้องไม่มีผู้จองไว้ และมีชานรอบด้วย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ไม่ต้องอาบัติ. พื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ ทำค้าง
ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ สมาทิสติ จ ปมาณิกา จ โหตุ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ ปมาณาติกฺกนฺตํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ ฯ โส สุณาติ กุฏี กิร เม กยิรติ ปมาณาติกฺกนฺตา สารมฺภา อปริกฺกมนาติ ฯ เตน ภิกฺขุนา สามํ วา คนฺตพฺพํ ทูโต วา ปาเหตพฺโพ ปมาณิกา จ โหตุ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯเปฯ ปมาณิกา จ โหตุ อนารมฺภา จาติ ฯเปฯ ปมาณิกา จ โหตุ สปริกฺกมนา จาติ ฯเปฯ ปมาณิกา โหตูติ ฯ โน เจ สามํ วา คจฺเฉยฺย ทูตํ วา ปหิเณยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ {๕๑๘.๑} ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ สมาทิสติ จ ปมาณิกา จ โหตุ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ ปมาณิกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ ฯ โส สุณาติ กุฏี กิร เม กยิรติ ปมาณิกา สารมฺภา อปริกฺกมนาติ ฯ เตน ภิกฺขุนา สามํ วา คนฺตพฺพํ ทูโต วา ปาเหตพฺโพ อนารมฺภา จ โหตุ สปริกฺกมนา จาติ ฯเปฯ อนารมฺภา โหตูติ ฯเปฯ สปริกฺกมนา โหตูติ ฯเปฯ อนาปตฺติ ฯ {๕๑๘.๒} ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ สมาทิสติ จ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ ปมาณิกา จ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ อเทสิตวตฺถุกํ ปมาณาติกฺกนฺตํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ ฯ โส สุณาติ กุฏี กิร เม กยิรติ อเทสิตวตฺถุกา ปมาณาติกฺกนฺตา สารมฺภา อปริกฺกมนาติ ฯ เตน ภิกฺขุนา สามํ วา คนฺตพฺพํ ทูโต วา ปาเหตพฺโพ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ ปมาณิกา จ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯเปฯ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ ปมาณิกา จ อนารมฺภา จาติ ฯเปฯ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ ปมาณิกา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯเปฯ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ ปมาณิกา จาติ ฯ โน เจ สามํ วา คจฺเฉยฺย ทูตํ วา ปหิเณยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ {๕๑๘.๓} ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ สมาทิสติ จ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ ปมาณิกา จ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ เทสิตวตฺถุกํ ปมาณิกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ ฯ โส สุณาติ กุฏี กิร เม กยิรติ เทสิตวตฺถุกา ปมาณิกา สารมฺภา อปริกฺกมนาติ ฯ เตน ภิกฺขุนา สามํ วา คนฺตพฺพํ ทูโต วา ปาเหตพฺโพ อนารมฺภา จ โหตุ สปริกฺกมนา จาติ ฯเปฯ อนารมฺภา โหตูติ ฯเปฯ สปริกฺกมนา โหตูติ ฯเปฯ อนาปตฺติ ฯ
ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่นหรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้ว สร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมาพึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส. พื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ทำค้าง ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมาพึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมาพึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ไม่ต้องอาบัติ. เกินประมาณ ทำค้าง ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เกินประมาณ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เกินประมาณ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอเกินประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เกินประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว. เท่าประมาณ ทำค้าง ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เท่าประมาณ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เท่าประมาณ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอเท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ไม่ต้องอาบัติ. พื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ ทำค้าง ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้เกินประมาณ มีผู้จองไว้ไม่มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่นหรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้เกินประมาณ มีผู้จองไว้มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่นหรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว. พื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ ทำค้าง ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่นหรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่นหรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ไม่ต้องอาบัติ. สร้างค้าง สร้างต่อ
ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ สมาทิสติ จ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ อเทสิตวตฺถุกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ การุกานํ ติณฺณํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ การุกานํ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ การุกานํ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ การุกานํ ทุกฺกฏสฺส ฯ {๕๑๙.๑} ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ สมาทิสติ จ เทสิตวตฺถุกา จ โหติ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ เทสิตวตฺถุกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ การุกานํ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ การุกานํ ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ การุกานํ ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อนาปตฺติ ฯ {๕๑๙.๒} ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ สมาทิสติ จ ปมาณิกา จ โหตุ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ ปมาณาติกฺกนฺตํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ การุกานํ ติณฺณํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ การุกานํ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ การุกานํ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ การุกานํ ทุกฺกฏสฺส ฯ {๕๑๙.๓} ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ สมาทิสติ จ ปมาณิกา จ โหตุ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ ปมาณิกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ การุกานํ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ การุกานํ ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ การุกานํ ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อนาปตฺติ ฯ {๕๑๙.๔} ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ สมาทิสติ จ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ ปมาณิกา จ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ อเทสิตวตฺถุกํ ปมาณาติกฺกนฺตํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ การุกานํ จตุนฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ การุกานํ ติณฺณํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ การุกานํ ติณฺณํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ การุกานํ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯ {๕๑๙.๕} ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ สมาทิสติ จ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ ปมาณิกา จ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ เทสิตวตฺถุกํ ปมาณิกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ การุกานํ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ การุกานํ ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ อาปตฺติ การุกานํ ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อนาปตฺติ ฯ
กุฎีที่ตนสร้างค้างไว้ ภิกษุสร้างต่อให้สำเร็จด้วยตนเอง ต้องอาบัติสังฆาทิเสส กุฎีที่ตนสร้างค้างไว้ ภิกษุให้คนอื่นสร้างต่อให้สำเร็จ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส กุฎีที่คนอื่นสร้างค้างไว้ ภิกษุสร้างต่อให้สำเร็จด้วยตนเอง ต้องอาบัติสังฆาทิเสส กุฎีที่คนอื่นสร้างค้างไว้ ภิกษุให้คนอื่นสร้างต่อให้สำเร็จ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส. อนาปัตติวาร
ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ อเทสิตวตฺถุกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ ฯ โส เจ วิปฺปกเต อาคจฺฉติ ฯ เตน ภิกฺขุนา สา กุฏี อญฺญสฺส วา ทาตพฺพา ภินฺทิตฺวา วา ปุน กาตพฺพา ฯ โน เจ อญฺญสฺส วา ทเทยฺย ภินฺทิตฺวา วา ปุน กาเรยฺย อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯ {๕๒๐.๑} ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ อเทสิตวตฺถุกํ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ ฯ โส เจ วิปฺปกเต อาคจฺฉติ ฯ เตน ภิกฺขุนา สา กุฏี อญฺญสฺส วา ทาตพฺพา ภินฺทิตฺวา วา ปุน กาตพฺพา ฯ โน เจ อญฺญสฺส วา ทเทยฺย ภินฺทิตฺวา วา ปุน กาเรยฺย อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ ... อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ ... อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ {๕๒๐.๒} ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ เทสิตวตฺถุกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ ฯ โส เจ วิปฺปกเต อาคจฺฉติ ฯ เตน ภิกฺขุนา สา กุฏี อญฺญสฺส วา ทาตพฺพา ภินฺทิตฺวา วา ปุน กาตพฺพา ฯ โน เจ อญฺญสฺส วา ทเทยฺย ภินฺทิตฺวา วา ปุน กาเรยฺย อาปตฺติ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ ... อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ ... อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อนาปตฺติ ฯ {๕๒๐.๓} ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ ปมาณาติกฺกนฺตํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ ฯ โส เจ วิปฺปกเต อาคจฺฉติ ฯ เตน ภิกฺขุนา สา กุฏี อญฺญสฺส วา ทาตพฺพา ภินฺทิตฺวา วา ปุน กาตพฺพา ฯ โน เจ อญฺญสฺส วา ทเทยฺย ภินฺทิตฺวา วา ปุน กาเรยฺย อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ ... อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ ... อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ ... อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ {๕๒๐.๔} ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ ปมาณิกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ ฯ โส เจ วิปฺปกเต อาคจฺฉติ ฯ เตน ภิกฺขุนา สา กุฏี อญฺญสฺส วา ทาตพฺพา ภินฺทิตฺวา วา ปุน กาตพฺพา ฯ โน เจ อญฺญสฺส วา ทเทยฺย ภินฺทิตฺวา วา ปุน กาเรยฺย อาปตฺติ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ ... อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ ... อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อนาปตฺติ ฯ {๕๒๐.๕} ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ อเทสิตวตฺถุกํ ปมาณาติกฺกนฺตํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ ฯ โส เจ วิปฺปกเต อาคจฺฉติ ฯ เตน ภิกฺขุนา สา กุฏี อญฺญสฺส วา ทาตพฺพา ภินฺทิตฺวา วา ปุน กาตพฺพา ฯ โน เจ อญฺญสฺส วา ทเทยฺย ภินฺทิตฺวา วา ปุน กาเรยฺย อาปตฺติ ทฺวินฺนํ สงฺฆาทิเสเสน ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ ... อาปตฺติ ทฺวินฺนํ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺส ฯเปฯ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ ... อาปตฺติ ทฺวินฺนํ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺส ฯ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ ... อาปตฺติ ทฺวินฺนํ สงฺฆาทิเสสานํ ฯ {๕๒๐.๖} ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ ฯ ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ เทสิตวตฺถุกํ ปมาณิกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ ฯ โส เจ วิปฺปกเต อาคจฺฉติ ฯ เตน ภิกฺขุนา สา กุฏี อญฺญสฺส วา ทาตพฺพา ภินฺทิตฺวา วา ปุน กาตพฺพา ฯ โน เจ อญฺญสฺส วา ทเทยฺย ภินฺทิตฺวา วา ปุน กาเรยฺย อาปตฺติ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ ฯเปฯ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ ... อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ ... อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อนาปตฺติ ฯ
ภิกษุสร้างถ้ำ ๑ ภิกษุสร้างคูหา ๑ ภิกษุสร้างกุฎีหญ้า ๑ ภิกษุสร้างกุฎีเพื่อภิกษุอื่น ๑เว้นอาคารอันเป็นที่อยู่เสีย ภิกษุสร้างนอกจากนั้น ๑ ไม่ต้องอาบัติ ภิกษุวิกลจริต ๑ ภิกษุอาทิกัม-*มิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๖ จบ. -----------------------------------------------------