ฉบับที่อ่านฉบับฉบับมหาจุฬาฯเล่ม ๓๓ ฉบับนี้แบ่ง ๒๔๔ เรื่อง อีกฉบับแบ่ง ๒๕๕ เรื่อง — เทียบตามลำดับไม่ได้ เปิดเล่ม ๓๓ ของฉบับนั้นแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี (อักษรไทย) · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๒๕

๕. กุมารกัสสปเถราปทาน เล่ม ๓๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๒๕ลำดับ 125 จาก 180 ในอปทานพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ3 ฉบับต้นฉบับพร้อมคำแปล เรียงข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ปญฺจมํ กุมารกสฺสปตฺเถราปทานํ (๕๓๕)

|๑๒๕.๑๕๐| อิโต สตสหสฺสมฺหิ กปฺเป อุปฺปชฺชิ นายโก สพฺพโลกหิโต ธีโร ปทุมุตฺตรนามโก ฯ |๑๒๕.๑๕๑| ตทาหํ พฺราหฺมโณ หุตฺวา วิสฺสุโต เวทปารคู ทิวาวิหารํ วิจรํ อทฺทสํ โลกนายกํ ฯ |๑๒๕.๑๕๒| จตุสจฺจํ ปกาเสนฺตํ โพธยนฺตํ สเทวกํ สสาวกํ จิตฺตกถิกํ วณฺณยนฺตํ มหาชเน ฯ |๑๒๕.๑๕๓| ตทา มุทิตจิตฺโตหํ นิมนฺเตตฺวา ตถาคตํ นานารตฺเตหิ วตฺเถหิ อลงฺกริตฺวาน มณฺฑปํ ฯ |๑๒๕.๑๕๔| นานารตนปชฺโชตํ สสงฺฆํ โภชยึ ตหึ โภชยิตฺวาน สตฺตาหํ นานคฺครสโภชนํ ฯ |๑๒๕.๑๕๕| นานาจิตฺเตหิ ปุปฺเผหิ ปูชยิตฺวา สสาวกํ นิปจฺจ ปาทมูลมฺหิ ตํ ฐานํ ปตฺถยึ อหํ ฯ |๑๒๕.๑๕๖| ตทา มุนิวโร อาห กรุโณ กรุณาลโย ปสฺสเถตํ ทิชวรํ ปทุมานนโลจนํ ฯ |๑๒๕.๑๕๗| ปีติปามุชฺชพหุลํ สมุทฺธคฺคตนุรุหํ หาสาวหํ วิสาลกฺขํ มม สาสนสาลยํ ฯ |๑๒๕.๑๕๘| มม ปาทมูเล ปติตํ เอกวตฺตํ สุมานสํ เอส ปตฺเถติ ตํ ฐานํ วิจิตฺตกถิกตฺตนํ ฯ |๑๒๕.๑๕๙| สตสหสฺเส อิโต กปฺเป โอกฺกากกุลสมฺภโว โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ |๑๒๕.๑๖๐| ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต กุมารกสฺสโป นาม เหสฺสติ สตฺถุสาวโก ฯ |๑๒๕.๑๖๑| วิจิตฺตปุปฺผทุสฺสานํ รตนานญฺจ วาหสา วิจิตฺตกถิกานํ โส อคฺคตฺตํ ปาปุณิสฺสติ ฯ |๑๒๕.๑๖๒| เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ |๑๒๕.๑๖๓| ปริพฺภมึ ภวาภเว รงฺคมชฺเฌ ยถา นโฏ สาขามิคตฺรโช หุตฺวา มิคิยา กุจฺฉิโมกฺกมึ ฯ |๑๒๕.๑๖๔| ตทา มยิ กุจฺฉิคเต วชฺฌวาโร อุปฏฺฐิโต สาเขน จตฺตา เม มาตา นิโคฺรธํ สรณํ คตา ฯ |๑๒๕.๑๖๕| เตน สา มิคราเชน มรณา ปริโมจิตา ปริจฺจชิตฺวาน สปฺปาณํ มเมวํ โอวที ตทา ฯ |๑๒๕.๑๖๖| นิโคฺรธเมว เสเวยฺย น สาขมูปสํวเส นิโคฺรธสฺมึ มตํ เสยฺโย ยญฺเจ สาขสฺมิ ชีวิตํ ฯ |๑๒๕.๑๖๗| เตนานุสิฏฺฐา มิคยูถเปน อหญฺจ มาตา จตเร จ ตสฺโสวาทํ อาคมฺม รมฺมํ ตุสิตาธิวาสํ คตา ปวาสํ สฆรํ ยเถว ฯ |๑๒๕.๑๖๘| ปุโน กสฺสปธีรสฺส อตฺถเมนฺตมฺหิ สาสเน อารุยฺห เสลสิขรํ ยุญฺชิตฺวา ชินสาสนํ ฯ |๑๒๕.๑๖๙| อิทานิ หิ ราชคเห ชาโต เสฏฺฐิกุเล อหํ อาปนฺนคพฺภา เม มาตา ปพฺพชิ อนคาริยํ ฯ |๑๒๕.๑๗๐| สคพฺภนฺตํ วิทิตฺวาน เทวทตฺตมุปานยุํ โส อโวจ วินาเสถ ปาปิกํ ภิกฺขุนึ อิมํ ฯ |๑๒๕.๑๗๑| อิทานิปิ มุนินฺเทน ชิเนน อนุกมฺปิตา สุขินี ชนนี มยฺหํ มาตา ภิกฺขุนูปสฺสเย ฯ |๑๒๕.๑๗๒| ตํ วิทิตฺวา มหิปาโล โกสโล มํ อโปสยิ กุมารปริหาเรน นาเมนาหญฺจ กสฺสโป ฯ |๑๒๕.๑๗๓| มหากสฺสปมาคมฺม อหํ โกมารกสฺสโป วมฺมิกสฺสทิสํ กายํ สุตฺวา พุทฺเธน เทสิตํ ฯ |๑๒๕.๑๗๔| ตโต จิตฺตํ วิมุจฺจิ เม อนุปาทาย สพฺพโส ปายาสึ ทมยิตฺวาหํ เอตทคฺคํ อปาปุณึ ฯ |๑๒๕.๑๗๕| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๑๒๕.๑๗๖| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๒๕.๑๗๗| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา กุมารกสฺสโป เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ กุมารกสฺสปตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ จตุวีสติมํ ภาณวารํ ฯ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๕๓๕. อรรถกถากุมารกัสสปเถราปทาน

พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :-

อปทานของท่านพพระกุมารกัสสปเถระ อันมีคำเริ่มต้นว่า อิโต สตสหสสมหิ ดังนี้.

ได้ทราบว่า พระเถระรูปนี้ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ท่านได้บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ บรรลุนิติภาวะแล้ว วันหนึ่ง ขณะที่กำลังฟังธรรมในสำนักของพระศาสดา ได้เป็นภิกษุรูปหนึ่งซึ่งพระศาสดาทรงสถาปนาเธอไว้ในตำแหน่งที่เลิศกว่าภิกษุผู้กล่าวธรรมกถาอันวิจิตร แม้ตนเองก็ปรารถนาตำแหน่งนั้น ดำรงชีวิตอยู่จนตลอดอายุ จุติจากอัตภาพนั้นท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ได้เสวยสมบัติในโลกทั้ง ๒ แล้ว.

ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่ากัสสปะ เขาได้บังเกิดในเรือนอันมีสกุล บวชในพระศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นแล้ว บำเพ็ญสมณธรรม ท่องเที่ยวไปเฉพาะในสุคติทั้งหลายอย่างเดียว ได้เสวยทิพยสุขและมนุษยสุขแล้ว.

ในพุทธุปบาทกาลนี้เขาได้บังเกิดในท้องลูกสาวเศรษฐีคนหนึ่ง ในกรุงราชคฤห์.

ทราบว่า ลูกสาวเศรษฐีนั้น ในเวลาที่เป็นเด็กหญิงนั่นแล มีความประสงค์จะบวช จึงขออนุญาตมารดาบิดา เมื่อไม่ได้รับอนุญาตให้บวชจึงไปยังตระกูลสามี ได้มีครรภ์ แต่ไม่รู้ว่ามีครรภ์นั้น จึงคิดแล้วว่า เราจักทำให้สามียินดี (ทำให้ถูกใจสามี) แล้วจึงจักขออนุญาตบวช.

เมื่อนางจะทำให้ถูกใจสามี จึงชี้ให้ถึงโทษของสรีระโดยนัยเป็นต้นว่า

ถ้าว่าในภายในของร่างกายนี้ จะถึงกลับออกมาในภายนอกไซร้

บุคคลก็จะต้องถือท่อนไม้คอยไล่หมู่กาและหมู่สุนัขแน่นอน ดังนี้.

จึงทำให้สามีผู้ประเสริฐนั้นได้ยินดีแล้ว

หญิงนั้นได้รับอนุญาตจากสามีแล้ว ไม่รู้ว่ามีครรภ์จึงได้บวชในหมู่นางภิกษุณีฝ่ายของพระเทวทัต. พวกนางภิกษุณีได้เห็นว่านางมีครรภ์จึงไปถามพระเทวทัต. พระเทวทัตนั้นตัดสินว่า นางภิกษุณีนี้ไม่เป็นสมณะ.

นางภิกษุณีนั้นจึงคิดว่า เรามิได้บวชอุทิศพระเทวทัต. แต่เราบวชอุทิศพระผู้มีพระภาคเจ้าดังนี้ จึงได้ไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ทูลถามพระทศพล.

พรศาสดาทรงมอบหมายให้พระอุบาลีเถระรับหน้าที่ไป.

พระเถระสั่งให้เรียกตระกูลชาวพระนครสาวัตถี และนางวิสาขาอุบาสิกามาแล้ว เมื่อจะวินิจฉัยเรื่อองนั้นพร้อมกับบริษัทผู้มีความขัดแย้ง จึงกล่าวว่า นางได้มีครรภ์ก่อนบวช ครรภ์ไม่มีอันตรายบวชแล้ว.

พระศาสดาได้ทรงสดับเรื่องนั้นแล้ว ตรัสว่า อุบาลีวินิจฉัยอธิกรณ์ถูกต้องดีแล้ว จึงทรงประทานสาธุการแก่พระเถระ.

นางภิกษุณีรูปนี้ได้คลอดบุตรรูปร่างงดงามดุจทองคำ.

พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงพระดำริว่า การเลี้ยงดูทารกจะเป็นความกังวลใจแก่พวกนางภิกษุณี จึงทรงรับสั่งให้แก่พวกญาติแล้ว รับสั่งให้เลี้ยงดู.

พวกญาติได้ตั้งชื่อทารกนั้นว่า กัสสป.

ในกาลต่อมา มารดาประดับตกแต่งแล้ว นำไปเฝ้าพระศาสดาแล้วทูลขอบรรพชาแล้ว. ก็เพราะท่านบวชในเวลาที่เป็นเด็ก เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า พวกเธอจงเรียกกัสสปะมา พวกเธอจงให้ผลไม้หรือว่าของที่ควรเคี้ยวนี้แก่กัสสปะ พวกภิกษุจึงทูลถามว่า กัสสปะไหน.

ต่อมาในเวลาเจริญวัยแล้ว จึงปรากฏชื่อว่ากุมารกัสสปะ เพราะตั้งชื่อเสียใหม่ว่ากุมารกัสสปะ และเพราะเป็นบุตรที่พระราชาทรงชุบเลี้ยง.

จำเดิมแต่บวชแล้ว ท่านก็บำเพ็ญวิปัสสนากัมมัฏฐาน และศึกษาเล่าเรียนพระพุทธวจนะ.

ลำดับนั้น ท้าวมหาพรหมผู้เป็นพระอนาคามีบังเกิดในชั้นสุทธาวาส ได้บำเพ็ญสมณธรรมบนยอดภูเขาร่วมกับท่านคิดว่า เราจักชี้ทางวิปัสสนาแล้ว กระทำอุบายเพื่อบรรลุมรรคผลได้ ดังนี้แล้วจึงแต่งปัญหาขึ้น ๑๕ ข้อแล้วบอกแก่พระเถระผู้อยู่ในป่าอันธวันว่า ท่านควรถามปัญหาเหล่านี้กะพระศาสดา.

ทีนั้น ท่านจึงทูลภามปัญหาเหล่านั้นกะพระผู้มีพระภาคเจ้า.

แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ได้ทรงวิสัชนาแก่เธอแล้ว.

พระเถระเล่าเรียนปัญหาเหล่านั้น โดยทำนองที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วทั้งหมด ยังวิปัสสนาให้ถือเอาซึ่งห้องแล้ว ให้บรรลุพระอรหัต.

พระกุมารกัสสปะนั้น พอได้บรรลุพระอรหัตแล้ว ระลึกถึงบุรพกรรมของตน ได้เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า อิโต สตสหสสมหิ ดังนี้

คำใดในคาถานั้น มีเนื้อความซ้ำกับที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้แล้วในหนหลัง คำนั้นทั้งหมด ข้าพเจ้าจักไม่พรรณนา ข้าพเจ้าจักพรรณนาเฉพาะบทที่ยากๆ เท่านั้น.

บทว่า อาปนนสตตา เม มาตา ความว่า มารดาของเรามีครรภ์แก่เป็นหญิงมีครรภ์ ได้แก่มีครรภ์แก่ใกล้เวลาคลอด.

บทว่า วมมิกสทิสํ กายํ ความว่า ขึ้นชื่อว่าสรีระเป็นเช่นกับจอมปลวก พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงคือทรงประกาศไว้ว่า ร่างกายนี้มีช่องอยู่ ๙ ช่องซึ่งไหลไปอยู่เป็นนิตย์ เปรียบเหมือนจอมปลวกมีช่องเล็กช่องใหญ่ข้างโน้นข้างนี้ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ทั้งหลาย เช่น มอดและตัวปลวกเป็นต้น ฉันนั้นเหมือนกัน.

อธิบายว่า ครั้นได้สดับพระดำรัสนั้นแล้ว จิตของเราไม่ยึดถืออาสวะทั้งหลาย พ้นแล้วจากกิเลสได้โดยพิเศษ คือดำรงอยู่แล้วในพระอรหัตผล.

ในกาลต่อมา พระศาสดาได้ทรงทราบจากภิกษุทั้งหลายในที่นั้นๆ ว่า พระเถระนั้นเป็นผู้กล่าวธรรมกถาได้อย่างวิจิตร จึงทรงสถาปนาเธอไว้ในตำแหน่งที่เลิศว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กุมารกัสสปะนี้เป็นผู้เลิศแห่งภิกษุสาวกของเราผู้กล่าวธรรมกถาให้วิจิตรแล. จบอรรถกถากุมารกัสสปเถราปทาน -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา