๓. มหากัสสปเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๙๘–๔๒๐ลำดับ 5 จาก 412 ในอปทานพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 23 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑. พุทธวรรค] ๓. เถราปทาน ๓. มหากัสสปเถราปทาน ๓. มหากัสสปเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระมหากัสสปเถระ (พระมหากัสสปเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ประชาชนพากันทำการบูชาพระผู้มีพระภาค ผู้ศาสดาพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้คงที่ ในเมื่อพระองค์ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก ได้เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว
หมู่ชนมีจิตร่าเริง บันเทิงเบิกบาน ทำการบูชา เมื่อหมู่ชนนั้นเกิดความสังเวช แต่ข้าพเจ้าเกิดความปีติยินดี
ข้าพเจ้าได้เชิญญาติมิตรมาประชุมกันแล้วได้กล่าวคำนี้ว่า พระผู้มีพระภาคผู้มีความเพียรมากได้ปรินิพพานแล้ว ขอเชิญพวกเรามาทำการบูชาเถิด
ญาติมิตรของข้าพเจ้าเหล่านั้นรับคำแล้ว ก็ทำให้ข้าพเจ้าเกิดความร่าเริงเป็นอย่างยิ่งว่า พวกเราจักทำการสั่งสมบุญ ในพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก
ข้าพเจ้าได้ช่วยกันสร้างอัคฆิยเจดีย์ เป็นเจดีย์ที่สร้างอย่างดี สูง ๑๐๐ ศอก กว้าง ๑๕๐ ศอก เป็นดังวิมานสูงเสียดฟ้า สั่งสมบุญไว้แล้ว
ข้าพเจ้าครั้นสร้างอัคฆิยเจดีย์ ซึ่งงดงามด้วยแนวแห่งต้นตาล ไว้ใกล้สถานที่ที่ทำการบูชาเจดีย์นั้นแล้ว ทำจิตของตนให้เลื่อมใส บูชาเจดีย์อันสูงสุด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑. พุทธวรรค] ๓. เถราปทาน ๓. มหากัสสปเถราปทาน
พระเจดีย์นั้นรุ่งเรืองอยู่(ด้วยรัตนะทั้ง ๗) ดุจกองไฟลุกโพลงอยู่ ส่องสว่างทั่วทั้ง ๔ ทิศ ดุจต้นพญาไม้สาละออกดอกบานสะพรั่ง และดุจสายรุ้งในอากาศ
ข้าพเจ้าทำจิตให้เลื่อมใสในห้องบรรจุพระบรมสารีริกธาตุนั้น สร้างกุศลเป็นอันมากแล้วระลึกถึงบุพกรรมแล้ว จึงไปเกิดยังสวรรค์ชั้นไตรทิพย์
ข้าพเจ้าอธิษฐานยานทิพย์เทียมด้วยม้าสินธพ ๑,๐๐๐ ตัว วิมานของข้าพเจ้า สูงตระหง่าน ๗ ชั้น
(ในวิมานนั้น) มีเรือนยอด ๑,๐๐๐ หลัง ทำด้วยทองคำล้วน รุ่งเรืองด้วยเดชของตน ส่องสว่างทั่วทุกทิศ
ครั้งนั้น มีศาลาหน้ามุขทำด้วยแก้วทับทิมแม้เหล่าอื่นอยู่ ศาลาหน้ามุขแม้เหล่านั้นมีรัศมีโชติช่วงรอบๆ ทั้ง ๔ ทิศ
เรือนยอดซึ่งเกิดขึ้นด้วยบุญกรรม ที่บุญกรรมเนรมิตไว้อย่างดี ทำด้วยแก้วมณี โชติช่วงโดยรอบทั่วทุกทิศ
แสงสว่างแห่งเรือนยอดซึ่งโชติช่วงอยู่เหล่านั้นได้สว่างเจิดจ้า ข้าพเจ้าปกครองเทวดาทั้งปวง นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม
ในกัปที่ ๖๐,๐๐๐ (นับแต่กัปนี้ไป) ข้าพเจ้าเป็นกษัตริย์นามว่าอุพพิทธะ มีชัยชนะ มีทวีปทั้ง ๔ เป็นขอบเขต ครองแผ่นดิน
ในภัทรกัปก็อย่างนั้นเหมือนกัน ข้าพเจ้าได้เกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ผู้มีพลานุภาพมาก ยินดีพอใจในกรรมของตน ถึง ๓๐ ชาติ @เชิงอรรถ : @ กรรมของตน ในที่นี้หมายถึงทศพิธราชธรรม ธรรมสำหรับพระเจ้าแผ่นดิน ๑๐ ประการ คือ ทาน (การ@ให้สิ่งของ) ศีล (ประพฤติดีงาม) ปริจจาคะ (ความเสียสละ) อาชชวะ (ความซื่อตรง) มัททวะ (ความอ่อนโยน)@ตบะ (ไม่หมกมุ่นในความสุขสำราญ) อักโกธะ (ความไม่โกรธ) อวิหิงสา (ความไม่ข่มเหงเบียดเบียน)@ขันติ (ความอดทน) อวิโรธนะ (ความไม่คลาดธรรม) (ขุ.อป.อ. ๑/๔๑๒-๔๑๓/๓๒๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑. พุทธวรรค] ๓. เถราปทาน ๓. มหากัสสปเถราปทาน
ข้าพเจ้าเป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ ในคราวเป็นพระเจ้าจักรพรรดินั้น ปราสาทของข้าพเจ้าสูงตระหง่านดังสายรุ้ง
ปราสาทนั้นยาว ๒๔ โยชน์ กว้าง ๑๒ โยชน์ มีกรุงชื่อว่ารัมมกะ มีกำแพงและค่ายมั่นคง
นครนั้น มีกำแพงและค่ายยาว ๕๐๐ โยชน์ กว้าง ๒๕๐ โยชน์ มีหมู่ชนพลุกพล่านขวักไขว่ ดังเมืองสวรรค์ชั้นไตรทิพย์
เข็ม ๒๕ เล่มที่ใส่ไว้ในกล่องเข็มแล้ว ย่อมกระทบกันและกัน เบียดเสียดกันเป็นนิตย์ ฉันใด
แม้กรุงของข้าพเจ้าก็ฉันนั้น พลุกพล่านขวักไขว่ไปด้วยช้าง ม้า และรถ มีมนุษย์ ขวักไขว่น่ารื่นรมย์ เป็นกรุงอันอุดม
ข้าพเจ้า ดื่ม กิน อยู่ในกรุงนั้น แล้วกลับไปเกิดเป็นเทวดาอีก ในภพสุดท้าย กุศลสมบัติได้มีแก่ข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลพราหมณ์ สะสมรัตนะไว้เป็นอันมาก สละทรัพย์ ๘๐ โกฏิ แล้วออกบวช
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระมหากัสสปเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้มหากัสสปเถราปทานที่ ๓ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๔}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปญฺจมํ มหากสฺสปตฺเถราปทานํ (๓)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ มหากัสสปเถราปทานที่ ๕ (๓) ว่าด้วยผลแห่งการสร้างพุทธเจดีย์
|๕.๓๙๕| ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต โลกเชฏฺฐสฺส ตาทิโน นิพฺพุเต โลกนาถสฺมึ ปูชํ กุพฺพนฺติ สตฺถุโน ฯ |๕.๓๙๖| อุทคฺคจิตฺตา ชนตา อาโมทิตปฺปโมทิตา เตสุ สํเวคชาเตสุ ปีติ เม อุปปชฺชถ ฯ |๕.๓๙๗| ญาติมิตฺเต สมาเนตฺวา อิทํ วจนมพฺรวึ ปรินิพฺพุโต มหาวีโร หนฺท ปูชํ กโรม เส ฯ |๕.๓๙๘| สาธูติ เต ปฏิสฺสุตฺวา ภิยฺโย หาสํ ชนึสุ เม พุทฺธสฺมึ โลกนาถสฺมึ กาหาม ปุญฺญสญฺจยํ ฯ |๕.๓๙๙| อคฺฆิยํ สุกตํ กตฺวา สตหตฺถํ สมุคฺคตํ ทิยฑฺฒํ หตฺถสตํปิ วิมานํ นภมุคฺคตํ ฯ |๕.๔๐๐| กตฺวาน อคฺฆิยํ ตตฺถ กุสลปนฺตีหิ จิตฺติตํ สกํ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา เจติยํ ปูชยุตฺตมํ ฯ |๕.๔๐๑| อคฺคิกฺขนฺโธว ชลติ สาลราชาว ผุลฺลิโต อินฺทลฏฺฐีว อากาเส โอภาสติ จตุทฺทิสา ฯ |๕.๔๐๒| ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา กตฺวาน กุสลํ พหุํ ปุพฺพกมฺมํ สริตฺวาน ติทสํ อุปปชฺชหํ ฯ |๕.๔๐๓| สหสฺสยุตฺตํ หยวาหึ ทิพฺพยานํ อธิฏฺฐิโต อุพฺพิทฺธํ ภวนํ มยฺหํ สตฺตภุมฺมํ สมุคฺคตํ ฯ |๕.๔๐๔| กูฏาคารสหสฺสานิ สพฺพโสณฺณมยา อหุ ชลนฺติ สกเตเชน ทิสา สพฺพา ปภาสยุํ ฯ |๕.๔๐๕| สนฺติ อญฺเญปิ นิยฺยุหา โลหิตงฺกมยา ตทา เตปิ โชตนฺติ อาภาย สมนฺตา จตุโร ทิสา ฯ |๕.๔๐๖| ปุญฺญกมฺมาภินิพฺพตฺตา กูฏาคารา สุนิมฺมิตา มณิมยาปิ โชตนฺติ ทิโสทิสํ สมนฺตโต ฯ |๕.๔๐๗| เตสํ อุชฺโชตมานานํ โอภาโส วิปุโล อหุ สพฺเพ เทเว อภิโภมิ ปุญฺญกมฺมสฺสิทํ ผลํ ฯ |๕.๔๐๘| สฏฺฐิกปฺปสหสฺสมฺหิ อุพฺพิทฺโธ นาม ขตฺติโย จาตุรนฺโต วิชิตาวี ปฐวึ อาวสึ อหํ |๕.๔๐๙| ตเถว ภทฺทเก กปฺเป ตึสกฺขตฺตุํ อโหสหํ ฯ สกกมฺมาภิรทฺโธมฺหิ จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๕.๔๑๐| สตฺตรตนสมฺปนฺโน จตุทีปมฺหิ อิสฺสโร ตตฺถาปิ ภวนํ มยฺหํ อินฺทลฏฺฐีว อุคฺคตํ ฯ |๕.๔๑๑| อายามโต จตุพฺพีสา วิตฺถาเรน จ ทฺวาทสา รมฺมกํ นาม นครํ ทฬฺหปาการโตรณํ ฯ |๕.๔๑๒| อายามโต ปญฺจสตํ วิตฺถาเรน ตทฑฺฒกํ อากิณฺณํ ชนกาเยหิ ติทสานํ ปุรํ วิย ฯ |๕.๔๑๓| ยถา สูจิฆเร สูจิ ปกฺขิตฺตา ปณฺณวีสติ อญฺญมญฺญํ ปฆฏฺเฏนฺติ อากิณฺณา โหติ สตตา ฯ |๕.๔๑๔| เอวมฺปิ นครํ มยฺหํ หตฺถสฺสรถสงฺกุลํ มนุสฺเสหิ ตทากิณฺณํ รมฺมกํ นครุตฺตมํ ฯ |๕.๔๑๕| ตตฺถ ภุตฺวา ปิวิตฺวา จ ปุน เทวตฺตตํ คโต ภเว ปจฺฉิมเก มยฺหํ อโหสิ กุลสมฺปทา ฯ |๕.๔๑๖| พฺรหฺมญฺญกุลสมฺภูโต มหารตนสญฺจโย อสีติโกฏิโย หิตฺวา หิรญฺญสฺส ปริพฺพชึ ฯ |๕.๔๑๗| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา มหากสฺสโป เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ มหากสฺสปตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ในกาลเมื่อพระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระเชฏฐบุรุษของโลก ผู้คงที่ ผู้เป็นนาถะของโลก นิพพานแล้ว ชนทั้งหลายทำการบูชาพระศาสดา หมู่ชน มีจิตร่าเริง เบิกบาน บันเทิง เมื่อเขาเหล่านั้นเกิดความสังเวช ปีติย่อมเกิด แก่เรา เราประชุมญาติและมิตรแล้ว ได้กล่าวคำนี้ว่า พระมหาวีรเจ้า ปรินิพพานแล้ว เชิญเรามาทำการบูชากันเถิด พวกเขารับคำว่าสาธุแล้ว ทำความร่าเริงให้เกิดแก่เราอย่างยิ่งว่า พวกเราจักทำทานก่อสร้างบุญ ใน พระพุทธเจ้าผู้เป็นนาถะของโลก เราได้สร้างเจดีย์อันมีค่าทำอย่างเรียบร้อย สูงร้อยศอก สร้างปราสาทร้อยห้าสิบศอก สูงจรดท้องฟ้า ครั้นสร้างเจดีย์ อันมีค่างดงามด้วยระเบียบอันดีไว้ที่นั้นแล้ว ได้ยังจิตของตนให้เลื่อมใส บูชาเจดีย์อันอุดม ปราสาทย่อมรุ่งเรือง ดังกองไฟโพลงอยู่ในอากาศ เช่น พระยารังกำลังดอกบาน ย่อมสว่างจ้าทั่วสี่ทิศเหมือนสายฟ้าในอากาศ เรา ยังจิตให้เลื่อมใสในห้องพระบรมธาตุนั้น ก่อสร้างกุศลเป็นอันมาก ระลึก ถึงกรรมเก่าแล้ว ได้เข้าถึงไตรทศ เราอยู่บนยานทิพย์อันเทียมด้วยม้าสินธพ พันตัว วิมานของเราสูงตระหง่าน สูงสุดเจ็ดชั้น กูฏาคาร (ปราสาท) พันหนึ่ง สำเร็จด้วยทองคำล้วน ย่อมรุ่งเรือง ยังทิศทั้งปวงให้สว่างไสว ด้วยเดชของตน ในกาลนั้น ศาลาหน้ามุขแม้เหล่าอื่นอันสำเร็จด้วยแก้วมณี มีอยู่ แม้ศาลาหน้ามุขเหล่านั้นก็โชติช่วงด้วยรัศมีทั่วสี่ทิศโดยรอบกูฏาคาร อันบังเกิดขึ้นด้วยบุญกรรม อันบุญกรรมนิรมิตไว้เรียบร้อย สำเร็จด้วย แก้วมณีโชติช่วงทั่วทิศน้อยทิศใหญ่โดยรอบ โอภาสแห่งกูฏาคารอันโชติช่วง อยู่เหล่านั้น เป็นสิ่งไพบูลย์ เราย่อมครอบงำเทวดาทั้งปวงได้ นี้เป็นผล แห่งบุญกรรม เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิครอบครองแผ่นดิน มีสมุทร- สาครสี่เป็นขอบเขต ในหกหมื่นกัลป์ ในภัทรกัลป์นี้ เราได้เป็นเหมือน อย่างนั้น ๓๓ ครั้ง เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้มีกำลังมาก ยินดีในกรรมของตน สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ เป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ ในครั้งนั้น ปราสาท ของเราสว่างไสวดังสายฟ้า ด้านยาว ๒๔ โยชน์ ด้านกว้าง ๑๒ โยชน์ พระนครชื่อรัมมกะ มีกำแพงและค่ายมั่นคงด้านยาว ๕๐๐ โยชน์ ด้านกว้าง ๒๕๐ โยชน์ คับคั่งด้วยหมู่ชน เหมือนเทพนครของชาวไตรทศ เข็ม ๒๕ เล่ม เขาใส่ไว้ในกล่องเข็ม ย่อมกระทบกันและกัน เบียดเสียดกันเป็นนิจ ฉันใด แม้นครของเราก็ฉันนั้น เกลื่อนด้วยช้างม้าและรถ คับคั่งด้วยหมู่มนุษย์ น่ารื่นรมย์ เป็นนครอุดม เรากินและดื่มอยู่ในนครนั้น แล้วไปเกิดเป็น เทวดาอีกในภพที่สุด กุศลสมบัติได้มีแล้วแก่เรา เราสมภพในสกุลพราหมณ์ สั่งสมรัตนะมาก ละเงินประมาณ ๘๐ โกฏิ เสียแล้วออกบวช คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ฉะนี้แล. ทราบว่า ท่านพระมหากัสสปเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้แล. จบมหากัสสปเถราปทาน. -----------------------------------------------------