๑๐. พุทธาปทานชื่อปุพพกรรมปิโลติ (๓๙๐) เล่ม ๓๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทสมํ ปุพฺพกมฺมปิโลติ นาม พุทฺธาปทานํ (๓๙๐)
๓๙๒|๓๙๒.๖๔| อโนตตฺตสราสนฺเน รมณีเย สิลาตเล นานารตนปชฺโชเต นานาคนฺธวนนฺตเร ฯ |๓๙๒.๖๕| มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน ปเรโต โลกนายโก อาสีโน พฺยากริ ตตฺถ ปุพฺพกมฺมานิ อตฺตโน ฯ |๓๙๒.๖๖| สุณาถ ภิกฺขเว มยฺหํ ยํ กมฺมํ ปกตํ มยา เอกํ อรญฺญิกํ ภิกฺขุํ ทิสฺวา ทินฺนํ ปิโลติกํ ฯ |๓๙๒.๖๗| ปตฺถิตํ ปฐมํ พุทฺธํ พุทฺธตฺตาย มยา ตทา ปิโลติยสฺส กมฺมสฺส พุทฺธตฺเตปิ วิปจฺจติ ฯ |๓๙๒.๖๘| โคปาลโก ปุเร อาสึ คาวึ ปาเชติ โคจรํ ปิวนฺตึ อุทกํ อาวิลํ คาวึ ทิสฺวา นิวารยึ ฯ |๓๙๒.๖๙| เตน กมฺมวิปาเกน อิธ ปจฺฉิมเก ภเว ปิปาสิโต ยถิจฺฉกํ น หิ ปาตุํ ลภามหํ ฯ |๓๙๒.๗๐| ปุนาลิ นามหํ ธุตฺโต ปุพฺเพ อญฺญาสุ ชาติสุ ปจฺเจกพุทฺธํ สุรภึ อพฺภาจิกฺขึ อทูสกํ ฯ |๓๙๒.๗๑| เตน กมฺมวิปาเกน นิรเย สํสรึ จิรํ พหู วสฺสสหสฺสานิ ทุกฺขํ เวเทสิ เวทนํ ฯ |๓๙๒.๗๒| เตน กมฺมาวเสเสน อิธ ปจฺฉิมเก ภเว อพฺภกฺขานํ มยา ลทฺธํ สุนฺทริกาย การณา ฯ |๓๙๒.๗๓| สพฺพาภิภุสฺส พุทฺธสฺส นนฺโท นามาสิ สาวโก ตํ อพฺภาจิกฺขาย นิรเย จิรํ สํสริตํ มยา ฯ |๓๙๒.๗๔| ทสวสฺสสหสฺสานิ นิรเย สํสรึ จิรํ มนุสฺสลาภํ ลทฺธาหํ อพฺภกฺขานํ พหุํ ลภึ ฯ |๓๙๒.๗๕| เตน กมฺมาวเสเสน จิญฺจมานวิกา มมํ อพฺภาจิกฺขิ อภูเตน ชนกายสฺส อาคตา ฯ |๓๙๒.๗๖| พฺราหฺมโณ สุตวา อาสึ อหํ สกฺกตปูชิโต มหาวเน ปญฺจสเต มนฺเต วาเจมิ มาณเว ฯ |๓๙๒.๗๗| ตตฺถาคโต อิสีภิโม ปญฺจาภิญฺโญ มหิทฺธิโก ตญฺจาหํ อาคตํ ทิสฺวา อพฺภาจิกฺขึ อทูสกํ ฯ |๓๙๒.๗๘| ตโตหํ อวจํ สิสฺเส กามโภคี อยํ อิสิ มยฺหํปิ ภาสมานสฺส อนุโมทึสุ มาณวา ฯ |๓๙๒.๗๙| ตโต มาณวกา สพฺเพ ภิกฺขมานา กุเล กุเล มหาชนสฺส อาหํสุ กามโภคี อยํ อิสิ ฯ |๓๙๒.๘๐| เตน กมฺมวิปาเกน ปญฺจภิกฺขุสตา อิเม อพฺภกฺขานํ ลภุํ สพฺเพ สุนฺทริกาย การณา ฯ |๓๙๒.๘๑| เวมาตุ ภาตรํ ปุพฺเพ ธนเหตุ หนึ อหํ ปกฺขิปึ คริทุคฺเคสุ สิลาย จ อปึสยึ ฯ |๓๙๒.๘๒| เตน กมฺมวิปาเกน เทวทตฺโต สิลํ ขิปิ องฺคุฏฺฐํ ปึสยิ ปาเท มม ปาสาณสกฺขรา ฯ |๓๙๒.๘๓| ปุเรหํ ทารโก หุตฺวา กีฬมาโน มหาปเถ ปจฺเจกพุทฺธํ ทิสฺวาน มคฺเค สกลิกํ ทหึ ฯ |๓๙๒.๘๔| เตน กมฺมวิปาเกน อิธ ปจฺฉิมเก ภเว วธตฺถํ มํ เทวทตฺโต อติมาเร ปโยชยิ ฯ |๓๙๒.๘๕| หตฺถาโรโห ปุเร อาสึ ปจฺเจกมุนิมุตฺตมํ ปิณฺฑาย วิจรนฺตํปิ อาสาเทสึ คเชนหํ ฯ |๓๙๒.๘๖| เตน กมฺมวิปาเกน ภนฺโต นาฬาคิรี คโช คิริพฺพเช ปุรวเร ทารุโณ สมุปาคมิ ฯ |๓๙๒.๘๗| ราชาหํ ปตฺติโก อาสึ สตฺติยา ปุริเส หนึ เตน กมฺมวิปาเกน นิรเย ปจฺจิสํ ภุสํ ฯ |๓๙๒.๘๘| กมฺมุโน ตสฺส เสเสน โส ทานิ สกลํ มม ปาเท ฉวึ ปกปฺเปสิ น หิ กมฺมํ วินสฺสติ ฯ |๓๙๒.๘๙| อหํ เกวฏฺฏคามสฺมึ อหุ เกวฏฺฏทารโก มจฺโฉปฆาตเก ทิสฺวา ชนยึ โสมนสฺสกํ ฯ |๓๙๒.๙๐| เตน กมฺมวิปาเกน สีสทุกฺขํ อหุ มม สกฺเกสุ หญฺญมาเนสุ ยทา หนิ วิฏฏุโภ ฯ |๓๙๒.๙๑| ผุสฺสสฺสาหํ ปาวจเน สาวเก ปริภาสยึ ยวํ ขาทถ ภุญฺชถ มา จ ภุญฺชถ สาลิโย ฯ |๓๙๒.๙๒| เตน กมฺมวิปาเกน เตมาสํ ขาทิตํ ยวํ นิมนฺติโต พฺราหฺมเณน เวรญฺชายํ วสึ ตทา ฯ |๓๙๒.๙๓| นิพฺพุทฺเธ วตฺตมานมฺหิ มลฺลปุตฺตํ นิเสธยึ เตน กมฺมวิปาเกน ปิฏฺฐิทุกฺขํ อหุ มม ฯ |๓๙๒.๙๔| ติกิจฺฉโก อหํ อาสึ เสฏฺฐิปุตฺตํ วิเรจยึ เตน กมฺมวิปาเกน โหติ ปกฺขนฺทิกํ มม ฯ |๓๙๒.๙๕| อวจาหํ โชติปาโล สุคตํ กสฺสปํ ตทา กุโต นุ โพธิมณฺฑสฺส โพธิ ปรมทุลฺลภา ฯ |๓๙๒.๙๖| เตน กมฺมวิปาเกน อจรึ ทุกฺกรํ พหุํ ฉพฺพสฺสานุรุเวลายํ ตโต โพธึ อปาปุณึ ฯ |๓๙๒.๙๗| นาหํ เอเตน มคฺเคน ปาปุณึ โพธิมุตฺตมํ กุมคฺเคน คเวสิสฺสํ ปุพฺพกมฺเมน โจทิโต ฯ |๓๙๒.๙๘| ปุญฺญปาปปริกฺขีโณ สพฺพสนฺตาปวชฺชิโต อโสโก อนุปายาโส นิพฺพายิสฺสํ อนาสโว ฯ |๓๙๒.๙๙| เอวํ ชิโน วิยากาสิ ภิกฺขุสงฺฆสฺส อตฺถโต สพฺพาภิญฺญาพลปฺปตฺโต อโนตตฺเต มหาสเรติ ฯ อิตฺถํ สุทํ ภควา อตฺตโน ปุพฺพจริตํ ปุพฺพกมฺมปิโลตึ นาม พุทฺธาปทานํ ธมฺมปริยายํ อภาสิตฺถาติ ฯ ปุพฺพกมฺมปิโลติ นาม พุทฺธาปทานํ สมตฺตํ ฯ อุทฺทานํ อมฺพฏํ อพุชญฺเจว อุทุมฺพรมิลกฺขุ จ ผารุวลฺลี จ กทลิ ปนโส โกฏิวิสโก ฯ ปุพฺพกมฺมปิโลติ จ อปทานํ มเหสิโน คาถาโย เอกนวุติ คณิตาโย วิภาวิหิ ฯ อมฺพฏผลวคฺโค เอกูนจตฺตาฬีโส ฯ จุทฺทสมํ ภาณวารํ ฯ ----------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. พุทธาปทานชื่อปุพพกัมมปิโลติ ประวัติในอดีตชาติของพระพุทธเจ้าว่าด้วยบุพกรรมเก่า (พระอานนทเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของพระพุทธเจ้าว่าด้วย บุพกรรมเก่า จึงกล่าวว่า)
ณ พื้นศิลาที่น่ารื่นรมย์ ใกล้สระอโนดาต โชติช่วงด้วยรัตนะต่างๆ ในละแวกป่ามีดอกไม้มีกลิ่นหอมนานาชนิด
พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก มีหมู่ภิกษุหมู่ใหญ่ห้อมล้อม ประทับนั่งที่ศิลาอาสน์นั้น ทรงพยากรณ์บุพกรรมของพระองค์ว่า
ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงฟังกรรมของเรา เราเห็นภิกษุ ผู้อยู่ป่าเป็นวัตร จึงได้ถวายผ้าเก่าผืนหนึ่ง [ก] ในกาลนั้น ข้าพเจ้าปรารถนาการตรัสรู้ เพื่อความเป็นพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรก ผลของการถวายผ้าเก่าให้ผลในความเป็นพระพุทธเจ้า [ข] ในชาติปางก่อน เราเกิดเป็นนายโคบาล ต้อนโคไปเลี้ยง เห็นแม่โคกำลังดื่มน้ำขุ่น จึงห้ามมันไว้ [ค] ด้วยผลกรรมนั้น ในภพสุดท้ายนี้ เรากระหายน้ำ ก็ไม่ได้ดื่มน้ำตามความปรารถนา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๕๗๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๙. อัมพฏผลวรรค] ๑๐. พุทธาปทานชื่อปุพพกัมมปิโลติ
ในชาติอื่นๆ ในปางก่อน เราเกิดเป็นนักเลงชื่อว่าปุนาลิ ได้กล่าวตู่พระปัจเจกพุทธเจ้ามีนามว่าสุรภี ผู้ไม่ประทุษร้ายใคร
ด้วยผลกรรมนั้น เราจึงได้เวียนว่ายตายเกิด อยู่ในนรกเป็นเวลานาน เสวยทุกขเวทนาหลายพันปี
ด้วยผลกรรมที่เหลืออยู่นั้น ในภพสุดท้ายนี้ เราได้รับการกล่าวตู่ เพราะนางสุนทรีเป็นเหตุ
เพราะการกล่าวตู่พระเถระนามว่านันทะ ผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า ผู้ครอบงำอันตรายทั้งปวง เราจึงเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในนรกเป็นเวลานาน
เราเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในนรกเป็นเวลานานถึง ๑๐๐,๐๐๐ ปี ครั้นได้เกิดเป็นมนุษย์ ก็ได้รับการกล่าวตู่มาก
ด้วยผลกรรมที่เหลืออยู่นั้น นางจิญจมาณวิกาจึงมากล่าวตู่เราด้วยคำไม่จริงท่ามกลางหมู่ชน
เราเกิดเป็นพราหมณ์ ผู้มีสุตะซึ่งประชาชนสักการบูชา ได้สอนมนตร์ให้มาณพประมาณ ๕๐๐ คน ในป่าใหญ่
เราได้เห็นฤๅษีผู้น่าเกรงกลัว ผู้ได้อภิญญา ๕ มีฤทธิ์มาก มายังสำนักของเรา เราจึงกล่าวตู่ฤๅษีผู้ไม่ประทุษร้ายใคร
ครั้งนั้น เราได้บอกพวกศิษย์ว่า ฤๅษีตนนี้มักบริโภคกามคุณ เพียงเราบอกเท่านั้น พวกมาณพก็พลอยเชื่อ
ตั้งแต่นั้นมา พวกมาณพทั้งหมด ไปเที่ยวหาอาหารในตระกูลทั้งหลาย พากันบอกประชาชนว่า ฤๅษีตนนี้มักบริโภคกามคุณ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๕๗๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๙. อัมพฏผลวรรค] ๑๐. พุทธาปทานชื่อปุพพกัมมปิโลติ
ด้วยผลกรรมนั้น ภิกษุ ๕๐๐ รูปเหล่านี้ ได้รับการกล่าวตู่ เพราะนางสุนทรีเป็นเหตุ
ในชาติก่อน เราได้ฆ่าน้องชายต่างมารดา เพราะเหตุแห่งทรัพย์ จับโยนลงซอกภูเขา แล้วโยนหินทับไว้
ด้วยผลกรรมนั้น พระเทวทัตจึงผลักก้อนหินกลิ้งลงมา สะเก็ดหินกระทบนิ้วหัวแม่เท้าของเรา (จนห้อเลือด)
ในชาติก่อน เรายังเป็นเด็กเล่นอยู่ที่หนทางใหญ่ ได้เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้า จึงหว่านก้อนกรวดไว้ที่หนทาง
ด้วยผลกรรมนั้น ในภพสุดท้ายนี้ พระเทวทัตจึงชักชวนนักแม่นธนู ผู้เป็นนักฆ่า เพื่อฆ่าเรา
ในชาติก่อน เราเป็นนายควาญช้าง ได้ไสช้างไล่พระปัจเจกพุทธเจ้าผู้เป็นพระมุนีสูงสุด ซึ่งกำลังเที่ยวบิณฑบาต
ด้วยผลกรรมนั้น ช้างนาฬาคีรีเชือกดุร้าย จึงวิ่งไล่เราในกรุงราชคฤห์อันประเสริฐ
ในชาติก่อน เราเป็นทหารราบ ได้ใช้หอกฆ่าคนจำนวนมาก ด้วยผลกรรมนั้น เราจึงถูกไฟไหม้อย่างร้อนแรงในนรก
ด้วยผลกรรมที่เหลืออยู่ ในบัดนี้ ไฟนั้นยังตามมา ไหม้ผิวหนังที่เท้าของเราทุกแห่ง เพราะกรรมยังไม่สิ้นไป
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๕๗๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๙. อัมพฏผลวรรค] ๑๐. พุทธาปทานชื่อปุพพกัมมปิโลติ
ในชาติก่อน เราเป็นเด็กเล็กลูกของชาวประมง อาศัยอยู่ในเกวัฏฏคาม เห็นชาวประมงฆ่าปลาแล้วเกิดความโสมนัส
ด้วยผลกรรมนั้น เราจึงปวดศีรษะ ในเมื่อเจ้าศากยะทั้งหลายถูกฆ่า คราวที่พระเจ้าวิฑูฑภะฆ่า
เราได้ด่าบริภาษเหล่าสาวกในศาสนา ของพระพุทธเจ้าพระนามว่าผุสสะด้วยคำว่า ท่านทั้งหลายจงขบเคี้ยว จงฉันแต่ข้าวเหนียว อย่าได้ฉันข้าวสาลีเลย
ด้วยผลกรรมนั้น เรารับนิมนต์พราหมณ์ อยู่จำพรรษาในเมืองเวรัญชา ได้ฉันแต่ข้าวเหนียว ตลอด ๓ เดือน
ในชาติก่อน เมื่อนักมวยกำลังชกกัน เราได้กันบุตรชายนักมวยปล้ำไว้ ด้วยผลกรรมนั้น เราจึงเกิดความทุกข์ที่สันหลัง(ปวดหลัง)
ในชาติก่อน เราเป็นหมอรักษาโรค ได้ถ่ายยาให้ลูกชายเศรษฐี(ถึงแก่ความตาย) ด้วยผลกรรมนั้น เราจึงป่วยเป็นโรคปักขันทิกาพาธ
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าชื่อว่าโชติปาละ ได้กล่าวกับพระสุคตพระนามว่ากัสสปะ ว่า การตรัสรู้ที่โคนต้นโพธิ์จักมีมาแต่ที่ไหน การตรัสรู้หาได้แสนยาก
ด้วยผลกรรมนั้น เราจึงได้บำเพ็ญทุกรกิริยานานถึง ๖ ปี ต่อจากนั้น จึงได้บรรลุพระโพธิญาณที่ตำบลอุรุเวลา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๕๗๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๙. อัมพฏผลวรรค] รวมอปทานที่มีในวรรค
แต่ว่า เราก็มิได้บรรลุพระโพธิญาณที่สูงสุดด้วยทางนี้ เราถูกกรรมในปางก่อนตักเตือนแล้ว จึงแสวงหา(โพธิญาณ)ผิดทาง
เราสิ้นบาปสิ้นบุญแล้ว ปราศจากความเร่าร้อนทุกอย่าง ไม่มีความเศร้าโศก ไม่มีความคับแค้น ไม่มีอาสวะ จักปรินิพพาน
พระพุทธชินเจ้าได้ทรงบรรลุกำลังแห่งอภิญญาทั้งปวงแล้ว ทรงพยากรณ์โดยมุ่งหวังประโยชน์สำหรับหมู่ภิกษุ ที่ใกล้สระใหญ่ชื่ออโนดาต ด้วยประการฉะนี้แล ได้ทราบว่า พระผู้มีพระภาคได้ทรงภาษิตธรรมบรรยายพุทธาปทาน ชื่อปุพพ-กัมมปิโลติ ซึ่งเป็นบุพจริตของพระองค์ ด้วยประการฉะนี้แล พุทธาปทานชื่อปุพพกัมมปิโลติที่ ๑๐ จบ อัมพฏผลวรรคที่ ๓๙ จบบริบูรณ์ รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อัมพฏผลทายกเถราปทาน ๒. ลพุชทายกเถราปทาน ๓. อุทุมพรผลทายกเถราปทาน ๔. ปิลักขผลทายกเถราปทาน ๕. ผารุสผลทายกเถราปทาน ๖. วัลลิผลทายกเถราปทาน ๗. กทลิผลทายกเถราปทาน ๘. ปนสผลทายกเถราปทาน ๙. โสณโกฏิวีสเถราปทาน ๑๐. พุทธาปทานชื่อว่าปุพพกัมมปิโลติ บัณฑิตทั้งหลายนับได้ ๙๑ คาถา ภาณวารที่ ๑๔ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๕๗๘}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓๙๐. อรรถกถาปุพพกัมมปิโลติกพุทธาปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อโนตตฺตสราสนฺเน ความว่า ชื่อว่า อโนตตฺโต เพราะน้ำที่ถูกความร้อนแห่งพระจันทร์และพระอาทิตย์แผ่ปกคลุมไปไม่ถึง เพราะมียอดภูเขาหลายยอดช่วยปิดบังไว้.
ชื่อว่าสระ เพราะเป็นแดนไหลไป คือเป็นแดนเกิดก่อน หลั่งไหลไปแห่งแม่น้ำใหญ่.
อธิบายว่า แม่น้ำใหญ่ที่ไหลออกจากช่องมีช่องสีหะเป็นต้นแล้ว ไหลวนไปทางขวา ๓ รอบ จึงไหลไปทางทิสาภาคที่ไหลออกแล้วๆ แต่เดิม.
อโนตัตตะศัพท์ กับสระศัพท์ รวมกันเป็นอโนตัตตสระ.
อธิบายว่า ที่อยู่ใกล้กับสระนั้น คือใกล้กับสระอโนดาต ได้แก่ตรงที่ใกล้สระอโนดาตนั้น.
บทว่า รมณีเย ความว่า ในสถานที่อันน่ารื่นรมย์ใจนั้น.
ชื่อว่า รมณียํ เพราะเป็นสถานที่อันเทวดา ทานพ คนธรรพ์ กินนร งู พระพุทธเจ้าและพระปัจเจกพุทธเจ้าเป็นต้น พึงรื่นรมย์ใจ คือพึงติดใจ.
บทว่า สิลาตเล ความว่า พื้นแห่งศิลาเป็นภูเขาลูกเดียว.
บทว่า นานารตนปชฺโชเต ความว่า โชติช่วงเปล่งปลั่งด้วยแก้วมากมายหลายประการมีแก้ว ทับทิมและไพฑูรย์เป็นต้น.
บทว่า นานาคนฺธวนนฺตเร เชื่อมความว่า ที่พื้นศิลา (หิน) ในละแวกป่าอันเป็นชัฏดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมนานาชนิด เช่นไม้จันทน์ กฤษณา การบูร คูน หมากหอม อโศก กากะทิง บุนนาคและการะเกดเป็นต้นมีประการต่างๆ.
ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้นำของชาวโลก เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของชาวโลกทั้ง ๓ ทรงมีภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่แวดล้อม เพราะยิ่งใหญ่ด้วยพระคุณ และเพราะยิ่งใหญ่ด้วยการนับ ประทับนั่งเหนืออาสนะศิลานั้นแล้ว ตรัสชี้แจงถึงกรรม คือการถวายดอกไม้ของพระองค์ คือได้ทรงกระทำให้ปรากฏชัดเป็นพิเศษ.
คำที่เหลือในข้อความนั้นมีเนื้อความพอจะรู้ได้ง่ายทั้งหมด เพราะได้กล่าวไว้แล้วในพุทธาปทานในหนหลัง และเพราะมีเนื้อความง่าย.
พระธรรมสังคาหกเถระทั้งหลายได้รวบรวมกุศลกรรมและอกุศลกรรมไว้ในอปทานนี้ ทั้งที่มีปรากฏอยู่ในพุทธาปทานแล้ว ก็ด้วยมุ่งที่จะรวมไว้ในวรรค เพราะจะได้ชี้แจงแสดงเฉพาะกรรมแล. จบอรรถกถาปุพพกัมมปิโลติกพุทธาปทาน จบอรรถกถาอัมพฏผลวรรคที่ ๓๙ -----------------------------------------------------
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อัมพฏผลทายกเถราปทาน
๒. ลพุชทายกเถราปทาน
๓. อุทุมพรผลทายกเถราปทาน
๔. มิลักขุผลทายกเถราปทาน
๕. ผารุสผลทายกเถราปทาน
๖. วัลลิผลทายกเถราปทาน
๗. กทลิผลทายกเถราปทาน
๘. ปนสผลทายกเถราปทาน
๙. โสณโกฏิวิสเถราปทาน
๑๐. พุทธาปทานชื่อปุพพกรรมปิโลติ
บัณฑิตทั้งหลายคำนวณคาถาได้ ๙๑ คาถา จบอัมพฏผลวรรคที่ ๓๙ จบภาณวารที่ ๑๔ -----------------------------------------------------