ตติยภาณวาร - ปริญเญยยนิทเทส
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๑–๒๒ลำดับ 6 จาก 89 ในปฏิสัมภิทามรรคพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 2 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
การทรงจำธรรมที่ได้สดับมาว่า “ธรรมเหล่านี้ควรกำหนดรู้” ปัญญา รู้ชัดธรรมที่ได้สดับมานั้น ชื่อว่าสุตมยญาณ เป็นอย่างไร คือ ธรรม ๑ อย่างที่ควรกำหนดรู้ คือ ผัสสะซึ่งมีอาสวะเป็นที่ตั้งแห่งอุปาทาน ธรรม ๒ อย่างที่ควรกำหนดรู้ คือ นาม ๑ รูป ๑ ธรรม ๓ อย่างที่ควรกำหนดรู้ คือ เวทนา ๓ ธรรม ๔ อย่างที่ควรกำหนดรู้ คือ อาหาร ๔ ธรรม ๕ อย่างที่ควรกำหนดรู้ คือ อุปาทานขันธ์ ๕ ธรรม ๖ อย่างที่ควรกำหนดรู้ คือ อายตนะภายใน ๖ @เชิงอรรถ : @ อนุปปาทญาณ หมายถึงญาณในอริยผล (ขุ.ป.อ. ๑/๑๙/๑๑๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๒๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑. สุตมยญาณนิทเทส ธรรม ๗ อย่างที่ควรกำหนดรู้ คือ วิญญาณฐิติ ๗ ธรรม ๘ อย่างที่ควรกำหนดรู้ คือ โลกธรรม ๘ ธรรม ๙ อย่างที่ควรกำหนดรู้ คือ สัตตาวาส ๙ ธรรม ๑๐ อย่างที่ควรกำหนดรู้ คือ อายตนะ ๑๐ ภิกษุทั้งหลาย สิ่งทั้งปวงควรกำหนดรู้ สิ่งทั้งปวงที่ควรกำหนดรู้ คืออะไร คือ จักขุควรกำหนดรู้ รูปควรกำหนดรู้ จักขุวิญญาณควรกำหนดรู้ จักขุสัมผัสควรกำหนดรู้ สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้น เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยควรกำหนดรู้ โสตะควรกำหนดรู้ สัททะ ฯลฯ ฆานะควรกำหนดรู้ คันธะ ฯลฯ ชิวหาควรกำหนดรู้ รสะ ฯลฯ กายควรกำหนดรู้ โผฏฐัพพะ ฯลฯ มโนควรกำหนดรู้ ธรรมารมณ์ ... มโนวิญญาณ ... มโนสัมผัส ... สุขเวทนาทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยควรกำหนดรู้ รูปควรกำหนดรู้ เวทนาควรกำหนดรู้ สัญญาควรกำหนดรู้ สังขารควร กำหนดรู้ วิญญาณควรกำหนดรู้ จักขุควรกำหนดรู้ ฯลฯ ชราและมรณะ ฯลฯ ธรรมที่หยั่งลงสู่อมตะคือ นิพพานเพราะมีสภาวะเป็นที่สุดควรกำหนดรู้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้ @เชิงอรรถ : @ วิญญาณฐิติ ๗ ได้แก่ (๑) สัตว์บางพวกมีกายต่างกัน มีสัญญาต่างกัน เช่น พวกมนุษย์ เทพบางเหล่า@วินิปาติกะ(เปรต)บางเหล่า (๒) สัตว์บางพวกมีกายต่างกัน มีสัญญาอย่างเดียวกัน เช่น เหล่าเทพจำพวก@พรหมผู้เกิดในภูมิปฐมฌาน (๓) สัตว์บางพวกมีกายอย่างเดียวกัน แต่มีสัญญาต่างกัน เช่น พวกเทพ@อาภัสสระ (๔) สัตว์บางพวกมีกายอย่างเดียวกัน มีสัญญาอย่างเดียวกัน เช่น พวกเทพสุภกิณหะ@(๕) สัตว์บางพวก ผู้เข้าถึงชั้นอากาสานัญจายตนะ (๖) สัตว์บางพวกผู้เข้าถึงชั้นวิญญาณัญจายตนะ@(๗) สัตว์บางพวก ผู้เข้าถึงชั้นอากิญจัญญายตนะ (ขุ.ป.อ. ๑/๒๑/๑๒๐) @ สัตตาวาส ๙ ได้แก่ ข้อ (๑-๔) ตรงกับวิญญาณฐิติ ๔ ข้อต้น, (๕) สัตว์บางพวก ไม่มีสัญญา ไม่เสวย@เวทนา เช่น เหล่าเทพอสัญญีสัตว์, ข้อ (๖-๘) ตรงกับวิญญาณฐิติ ข้อที่ ๕-๗, (๙) สัตว์บางพวก ผู้เข้าถึง@ชั้นเนวสัญญานาสัญญายตนะ (ขุ.ป.อ. ๑/๒๑/๑๒๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๒๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑. สุตมยญาณนิทเทส ธรรมใดๆ ได้ธรรมนั้นๆ แล้ว ธรรมเหล่านั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้
บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้เนกขัมมะ ได้เนกขัมมะแล้ว ธรรมนั้น เป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อ ต้องการได้อพยาบาท ได้อพยาบาทแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้อาโลกสัญญา ได้อาโลก-สัญญาแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้อวิกเขปะ ได้อวิกเขปะแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้ธัมมววัตถานได้ธัมมววัตถานแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้ญาณ ได้ญาณแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้ปามุชชะได้ปามุชชะแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้ปฐมฌาน ได้ปฐมฌานแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้ทุติย-ฌาน ฯลฯ ตติยฌาน ฯลฯ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้จตุตถฌาน ได้จตุตถ-ฌานแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้อากาสานัญจายตนสมาบัติ ได้อากาสานัญจายตน-สมาบัติแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้วิญญาณัญจายตนสมาบัติ ได้วิญญาณัญจายตน-สมาบัติแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้อากิญจัญญายตนสมาบัติ ได้อากิญจัญญายตน-สมาบัติแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ ได้เนวสัญญา-นาสัญญายตนสมาบัติแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๓๐}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑. สุตมยญาณนิทเทส บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้อนิจจานุปัสสนา ได้อนิจจานุปัสสนาแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้ทุกขานุปัสสนา ได้ทุกขานุปัสสนาแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้อนัตตานุปัสสนาได้อนัตตานุปัสสนาแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้นิพพิทานุปัสสนา ได้นิพพิทานุปัสสนาแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้วิราคานุปัสสนา ได้วิราคานุปัสสนาแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้นิโรธานุปัสสนาได้นิโรธานุปัสสนาแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้ปฏินิสสัคคานุปัสสนา ได้ปฏินิสสัคคานุปัสสนาแล้วธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้ขยานุปัสสนา ได้ขยานุปัสสนาแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้วยานุปัสสนา ได้วยานุปัสสนาแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้วิปริณามานุปัสสนา ได้วิปริณามานุปัสสนาแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้อนิมิตตานุปัสสนา ได้อนิมิตตานุปัสสนาแล้วธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้อัปปณิหิตานุปัสสนา ได้อัปปณิหิตานุปัสสนาแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้สุญญตานุปัสสนา ได้สุญญตานุปัสสนาแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้อธิปัญญาธัมมวิปัสสนาได้อธิปัญญาธัมมวิปัสสนาแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๓๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑. สุตมยญาณนิทเทส แล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้ยถาภูตญาณทัสสนะ ได้ยถาภูตญาณ-ทัสสนะแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้อาทีนวานุปัสสนา ได้อาทีนวานุปัสสนาแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้ปฏิสังขานุปัสสนา ได้ปฏิสังขานุปัสสนาแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้วิวัฏฏนานุปัสสนาได้วิวัฏฏนานุปัสสนาแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้โสดาปัตติมรรค ได้โสดาปัตติมรรคแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้สกทาคามิมรรค ได้สกทาคามิมรรคแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้อนาคามิมรรคได้อนาคามิมรรคแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้อรหัตตมรรค ได้อรหัตตมรรคแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลพยายามเพื่อต้องการได้ธรรมใดๆ ได้ธรรมนั้นๆ แล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้และพิจารณาแล้วอย่างนี้ ชื่อว่าญาณ เพราะมีสภาวะรู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะมีสภาวะรู้ชัด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า การทรงจำธรรมที่ได้สดับมาว่า “ธรรมเหล่านี้ควรกำหนดรู้” ปัญญารู้ชัดธรรมที่ได้สดับมานั้น ชื่อว่าสุตมยญาณ (๒)
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
กถํ อิเม ธมฺมา ปริญฺเญยฺยาติ โสตาวธานํ ตํปชานนา ปญฺญา สุตมเย ญาณํ เอโก ธมฺโม ปริญฺเญยฺโย ผสฺโส สาสโว อุปาทานิโย เทฺว ธมฺมา ปริญฺเญยฺยา นามญฺจ รูปญฺจ ตโย ธมฺมา ปริญฺเญยฺยา ติสฺโส เวทนา จตฺตาโร ธมฺมา ปริญฺเญยฺยา จตฺตาโร อาหารา ปญฺจ ธมฺมา ปริญฺเญยฺยา ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา ฉ ธมฺมา ปริญฺเญยฺยา ฉ อชฺฌตฺติกานิ อายตนานิ สตฺต ธมฺมา ปริญฺเญยฺยา สตฺต วิญฺญาณฏฺฐิติโย อฏฺฐ ธมฺมา ปริญฺเญยฺยา อฏฺฐ โลกธมฺมา นว ธมฺมา ปริญฺเญยฺยา นว สตฺตาวาสา ทส ธมฺมา ปริญฺเญยฺยา ทสายตนานิ ฯ
ปัญญาเครื่องทรงจำธรรมที่ได้สดับมา คือ เครื่องรู้ชัดธรรมที่ได้สดับมาแล้วนั้นว่า ธรรมเหล่านี้ควรกำหนดรู้ เป็นสุตมยญาณอย่างไร ฯ ธรรมอย่างหนึ่งควรกำหนดรู้ คือ ผัสสะอันมีอาสวะ เป็นที่ตั้งแห่งอุปาทาน ธรรม ๒ ควรกำหนดรู้ คือ นาม ๑ รูป ๑ ธรรม ๓ ควรกำหนดรู้คือ เวทนา ๓ ธรรม ๔ ควรกำหนดรู้ คือ อาหาร ๔ ธรรม ๕ ควรกำหนดรู้ คืออุปาทานขันธ์ ๕ ธรรม ๖ ควรกำหนดรู้ คือ อายตนะภายใน ๖ ธรรม ๗ ควรกำหนดรู้ คือ วิญญาณฐิติ ๗ ธรรม ๘ ควรกำหนดรู้ คือ โลกธรรม ๘ ธรรม ๙ควรกำหนดรู้ คือ สัตตาวาส ๙ ธรรม ๑๐ ควรกำหนดรู้ คือ อายตนะ ๑๐ ฯ
สพฺพํ ภิกฺขเว ปริญฺเญยฺยํ กิญฺจ ภิกฺขเว สพฺพํ ปริญฺเญยฺยํ จกฺขุํ ภิกฺขเว ปริญฺเญยฺยํ รูปา ปริญฺเญยฺยา จกฺขุวิญฺญาณํ ปริญฺเญยฺยํ จกฺขุสมฺผสฺโส ปริญฺเญยฺโย ยมฺปิทํ จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา ตมฺปิ ปริญฺเญยฺยํ โสตํ ปริญฺเญยฺยํ สทฺทา ปริญฺเญยฺยา ฯเปฯ ฆานํ ปริญฺเญยฺยํ คนฺธา ปริญฺเญยฺยา ชิวฺหา ปริญฺเญยฺยา รสา ปริญฺเญยฺยา กาโย ปริญฺเญยฺโย โผฏฺฐพฺพา ปริญฺเญยฺยา มโน ปริญฺเญยฺโย ธมฺมา ปริญฺเญยฺยา มโนวิญฺญาณํ ปริญฺเญยฺยํ มโนสมฺผสฺโส ปริญฺเญยฺโย ยมฺปิทํ มโนสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา ตมฺปิ ปริญฺเญยฺยํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งทั้งปวงควรกำหนดรู้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สิ่งทั้งปวงที่ควรกำหนดรู้คืออะไร คือ ตา รูป จักขุวิญญาณ จักขุสัมผัส สุขเวทนาทุกขเวทนา หรือแม้อทุกขมสุขเวทนา ที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยควรกำหนดรู้ทุกอย่าง ฯ หู เสียง ฯลฯ จมูก กลิ่น ฯลฯ ลิ้น รส ฯลฯ กาย โผฏฐัพพะฯลฯ ใจ ธรรมารมณ์ มโนวิญญาณ มโนสัมผัส สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรือแม้อทุกขมสุขเวทนา ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย ควรกำหนดรู้ทุกอย่าง ฯ
รูปํ ปริญฺเญยฺยํ เวทนา ปริญฺเญยฺยา สญฺญา ปริญฺเญยฺยา สงฺขารา ปริญฺเญยฺยา วิญฺญาณํ ปริญฺเญยฺยํ จกฺขุํ ฯเปฯ ชรามรณํ ฯเปฯ อมโตคธํ นิพฺพานํ ปริโยสานฏฺเฐน ปริญฺเญยฺยํ เยสํ เยสํ ธมฺมานํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส เต เต ธมฺมา ปฏิลทฺธา โหนฺติ เอวํ เต ธมฺมา ปริญฺญาตา เจว โหนฺติ ตีริตา จ ฯ
รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ จักขุ ฯลฯ ชราและมรณะ ฯลฯ นิพพานที่หยั่งลงในอมตะด้วยความว่าเป็นที่สุด ควรกำหนดรู้ทุกอย่างบุคคลผู้พยายามเพื่อจะได้ธรรมใดๆ เป็นอันได้ธรรมนั้นๆ แล้ว ธรรมเหล่านั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้แล้วและพิจารณาแล้วอย่างนี้ ฯ
เนกฺขมฺมํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส เนกฺขมฺมํ ปฏิลทฺธํ โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ อพฺยาปาทํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส อพฺยาปาโท ปฏิลทฺโธ โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ อาโลกสญฺญํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส อาโลกสญฺญา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ อวิกฺเขปํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส อวิกฺเขโป ปฏิลทฺโธ โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ ธมฺมววตฺถานํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส ธมฺมววตฺถานํ ปฏิลทฺธํ โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ ญาณํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส ญาณํ ปฏิลทฺธํ โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ ปามุชฺชํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส ปามุชฺชํ ปฏิลทฺธํ โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ ฯ
บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้เนกขัมมะ เป็นอันได้เนกขัมมะแล้ว ธรรมนั้น เป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้แล้วและพิจารณาแล้วอย่างนี้ ฯ บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้ความไม่พยาบาท เป็นอันได้ความไม่พยาบาทแล้ว ... บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้อาโลกสัญญา เป็นอันได้อาโลกสัญญาแล้ว ... บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้ความไม่ฟุ้งซ่าน เป็นอันได้ความไม่ฟุ้งซ่านแล้ว ... บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้การกำหนดธรรม เป็นอันได้การกำหนดธรรมแล้ว ... บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้ญาณ เป็นอันได้ญาณแล้ว ... บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้ความปราโมทย์ เป็นอันได้ความปราโมทย์แล้ว ธรรมนั้น เป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้แล้วและพิจารณาแล้วอย่างนี้ ฯ
ปฐมชฺฌานํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส ปฐมชฺฌานํ ปฏิลทฺธํ โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ ทุติยชฺฌานํ ฯเปฯ ตติยชฺฌานํ จตุตฺถชฺฌานํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส จตุตฺถชฺฌานํ ปฏิลทฺธํ โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ อากาสานญฺจายตนสมาปตฺตึ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส อากาสานญฺจายตนสมาปตฺติ ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ วิญฺญาณญฺจายตนสมาปตฺตึ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส วิญฺญาณญฺจายตนสมาปตฺติ ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺตึ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺติ ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺตึ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติ ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ ฯ
บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้ปฐมฌาน เป็นอันได้ปฐมฌานแล้ว ธรรมนั้น เป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้แล้ว และพิจารณาแล้วอย่างนี้บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้ทุติยฌาน ฯลฯ ตติยฌาน ฯลฯ จตุตถฌานเป็นอันได้จตุตถฌานแล้ว ... บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้อากาสานัญจายตน-*สมาบัติ ... วิญญาณัญจายตนสมาบัติ ... อากิญจัญญายตนสมาบัติ ... เนวสัญญา-*นาสัญญายตนสมาบัติ เป็นอันได้เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้แล้ว และพิจารณาแล้วอย่างนี้ ฯ
อนิจฺจานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส อนิจฺจานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ ทุกฺขานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส ทุกฺขานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ อนตฺตานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส อนตฺตานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ นิพฺพิทานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส นิพฺพิทานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ วิราคานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส วิราคานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ นิโรธานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส นิโรธานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ ขยานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส ขยานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ วยานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส วยานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ วิปริณามานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส วิปริณามานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ อนิมิตฺตานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส อนิมิตฺตานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ อปฺปณิหิตานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส อปฺปณิหิตานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ สุญฺญตานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส สุญฺญตานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ ฯ
บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้อนิจจานุปัสนา เป็นอันได้ อนิจจานุปัสนาแล้ว ธรรมนั้น เป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้แล้วและพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้ทุกขานุปัสนา ... อนัตตานุปัสนา... นิพพิทานุปัสนา ... วิราคานุปัสนา ... นิโรธานุปัสนา ... ปฏินิสสัคคานุปัสนา... ขยานุปัสนา ... วยานุปัสนา ... วิปริณามานุปัสนา ... อนิมิตตานุปัสนา ... อัปปณิหิตานุปัสนา ... สุญญตานุปัสนา ... เป็นอันได้สุญญตานุปัสนาแล้ว ธรรมนั้น เป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้แล้วและพิจารณาแล้วอย่างนี้ ฯ
อธิปญฺญาธมฺมวิปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส อธิปญฺญาธมฺมวิปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ ยถาภูตญาณทสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส ยถาภูตญาณทสฺสนํ ปฏิลทฺธํ โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ อาทีนวานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส อาทีนวานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ ปฏิสงฺขานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส ปฏิสงฺขานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ วิวฏฺฏนานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส วิวฏฺฏนานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ ฯ
บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้อธิปัญญาธรรมวิปัสสนา การพิจารณาเห็นธรรมด้วยปัญญาอันยิ่ง เป็นอันได้อธิปัญญาธรรมวิปัสสนาแล้ว ธรรมนั้น เป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้แล้วและพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้ยถาภูตญาณทัสนะ ... อาทีนวานุปัสนา ... ปฏิสังขานุปัสนา ... วิวัฏฏนานุปัสนา ... เป็นอันได้วิวัฏฏนานุปัสนาแล้ว ธรรมนั้น เป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้แล้วและพิจารณาแล้วอย่างนี้ ฯ
โสตาปตฺติมคฺคํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส โสตาปตฺติมคฺโค ปฏิลทฺโธ โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ สกทาคามิมคฺคํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส สกทาคามิมคฺโค ปฏิลทฺโธ โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ อนาคามิมคฺคํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส อนาคามิมคฺโค ปฏิลทฺโธ โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ อรหตฺตมคฺคํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส อรหตฺตมคฺโค ปฏิลทฺโธ โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ เยสํ เยสํ ธมฺมานํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส เต เต ธมฺมา ปฏิลทฺธา โหนฺติ เอวํ เต ธมฺมา ปริญฺญาตา เจว โหนฺติ ตีริตา จ ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ อิเม ธมฺมา ปริญฺเญยฺยาติ โสตาวธานํ ตํปชานา ปญฺญา สุตมเย ญาณํ ฯ
บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้โสดาปัตติมรรค เป็นอันได้โสดาปัตติมรรคแล้ว ธรรมนั้น เป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้แล้วและพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้สกทาคามิมรรค ... อนาคามิมรรค... อรหัตมรรค เป็นอันได้อรหัตมรรคแล้ว ธรรมนั้น เป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้แล้วและพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้ธรรมใดๆเป็นอันได้ธรรมนั้นๆ แล้ว ธรรมเหล่านั้น เป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้แล้วและพิจารณาแล้วอย่างนี้ ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญาเพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาเครื่องทรงจำธรรมที่ได้สดับมาแล้ว คือ เครื่องรู้ชัดธรรมที่ได้สดับมาแล้วนั้นว่า ธรรมเหล่านี้ควรกำหนดรู้ ชื่อว่าสุตมยญาณ ฯ