สมสีสัฏฐญาณนิทเทส เล่ม ๓๑
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๒๒๗กถํ สพฺพธมฺมานํ สมฺมาสมุจฺเฉเท นิโรเธ จ อนุปฏฺฐานตาปญฺญา สมสีสฏฺเฐ ญาณํ ฯ {๒๒๗.๑} สพฺพธมฺมานนฺติ ปญฺจกฺขนฺธา ทฺวาทสายตนานิ อฏฺฐารส ธาตุโย กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา อพฺยากตา ธมฺมา กามาวจรา ธมฺมา รูปาวจรา ธมฺมา อรูปาวจรา ธมฺมา อปริยาปนฺนา ธมฺมา ฯ
๒๒๘สมฺมาสมุจฺเฉเทติ เนกฺขมฺเมน กามจฺฉนฺทํ สมฺมา สมุจฺฉินฺทติ อพฺยาปาเทน พฺยาปาทํ สมฺมา สมุจฺฉินฺทติ อาโลกสญฺญาย ถีนมิทฺธํ สมฺมา สมุจฺฉินฺทติ อวิกฺเขเปน อุทฺธจฺจํ สมฺมา สมุจฺฉินฺทติ ธมฺมววตฺถาเนน วิจิกิจฺฉํ สมฺมา สมุจฺฉินฺทติ ญาเณน อวิชฺชํ สมฺมา สมุจฺฉินฺทติ ปามุชฺเชน อรตึ สมฺมา สมุจฺฉินฺทติ ปฐมชฺฌาเนน นีวรเณ สมฺมา สมุจฺฉินฺทติ ฯเปฯ อรหตฺตมคฺเคน สพฺพกิเลเส สมฺมา สมุจฺฉินฺทติ ฯ
๒๒๙นิโรเธติ เนกฺขมฺเมน กามจฺฉนฺทํ นิโรเธติ อพฺยาปาเทน พฺยาปาทํ นิโรเธติ อาโลกสญฺญาย ถีนมิทฺธํ นิโรเธติ อวิกฺเขเปน อุทฺธจฺจํ นิโรเธติ ธมฺมววตฺถาเนน วิจิกิจฺฉํ นิโรเธติ ญาเณน อวิชฺชํ นิโรเธติ ปามุชฺเชน อรตึ นิโรเธติ ปฐมชฺฌาเนน นีวรเณ นิโรเธติ ฯเปฯ อรหตฺตมคฺเคน สพฺพกิเลเส นิโรเธติ ฯ
๒๓๐อนุปฏฺฐานตาติ เนกฺขมฺมํ ปฏิลทฺธสฺส กามจฺฉนฺโท น อุปฏฺฐาติ อพฺยาปาทํ ปฏิลทฺธสฺส พฺยาปาโท น อุปฏฺฐาติ อาโลกสญฺญํ ปฏิลทฺธสฺส ถีนมิทฺธํ น อุปฏฺฐาติ อวิกฺเขปํ ปฏิลทฺธสฺส อุทฺธจฺจํ น อุปฏฺฐาติ ธมฺมววตฺถานํ ปฏิลทฺธสฺส วิจิกิจฺฉา น อุปฏฺฐาติ ญาณํ ปฏิลทฺธสฺส อวิชฺชา น อุปฏฺฐาติ ปามุชฺชํ ปฏิลทฺธสฺส อรติ น อุปฏฺฐาติ ปฐมชฺฌานํ ปฏิลทฺธสฺส นีวรณา น อุปฏฺฐนฺติ ฯเปฯ อรหตฺตมคฺคํ ปฏิลทฺธสฺส สพฺพกิเลสา น อุปฏฺฐนฺติ ฯ
๒๓๑สมนฺติ กามจฺฉนฺทสฺส ปหีนตฺตา เนกฺขมฺมํ สมํ พฺยาปาทสฺส ปหีนตฺตา อพฺยาปาโท สมํ ถีนมิทฺธสฺส ปหีนตฺตา อาโลกสญฺญา สมํ อุทฺธจฺจสฺส ปหีนตฺตา อวิกฺเขโป สมํ วิจิกิจฺฉาย ปหีนตฺตา ธมฺมววตฺถานํ สมํ อวิชฺชาย ปหีนตฺตา ญาณํ สมํ อรติยา ปหีนตฺตา ปามุชฺชํ สมํ นีวรณานํ ปหีนตฺตา ปฐมชฺฌานํ สมํ ฯเปฯ สพฺพกิเลสานํ ปหีนตฺตา อรหตฺตมคฺโค สมํ ฯ
๒๓๒สีสนฺติ เตรส สีสานิ ปลิโพธสีสญฺจ ตณฺหา พนฺธนสีสญฺจ มาโน ปรามาสสีสญฺจ ทิฏฺฐิ วิกฺเขปสีสญฺจ อุทฺธจฺจํ กิเลสสีสญฺจ อวิชฺชา อธิโมกฺขสีสญฺจ สทฺธา ปคฺคหสีสญฺจ วิริยํ อุปฏฺฐานสีสญฺจ สติ อวิกฺเขปสีสญฺจ สมาธิ ทสฺสนสีสญฺจ ปญฺญา ปวตฺตสีสญฺจ ชีวิตินฺทฺริยํ โคจรสีสญฺจ วิโมกฺโข สงฺขารสีสญฺจ นิโรโธ ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ สพฺพธมฺมานํ สมฺมาสมุจฺเฉเท นิโรเธ จ อนุปฏฺฐานตาปญฺญา สมสีสฏฺเฐ ญาณํ ฯ --------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๓๖. สมสีสัฏฐญาณนิทเทส ๓๖. สมสีสัฏฐญาณนิทเทส แสดงสมสีสัฏฐญาณ
ปัญญาในความไม่ปรากฏแห่งธรรมทั้งปวง เพราะตัดขาดโดยชอบ และดับไป ชื่อว่าสมสีสัฏฐญาณ (ญาณในอรรถแห่งธรรมที่สงบและเป็นประธาน)เป็นอย่างไร คือ คำว่า ธรรมทั้งปวง ได้แก่ ขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ กุศลธรรมอกุศลธรรม อัพยากตธรรม กามาวจรธรรม รูปาวจรธรรม อรูปาวจรธรรมอปริยาปันนธรรม คำว่า เพราะตัดขาดโดยชอบ อธิบายว่า พระโยคาวจรย่อมตัดกามฉันทะขาดโดยชอบด้วยเนกขัมมะ ตัดพยาบาทขาดโดยชอบด้วยอพยาบาท ตัดถีนมิทธะขาดโดยชอบด้วยอาโลกสัญญา ตัดอุทธัจจกุกกุจจะขาดโดยชอบด้วยอวิกเขปะ ตัดวิจิกิจฉาขาดโดยชอบด้วยธัมมววัตถาน ตัดอวิชชาขาดโดยชอบด้วยญาณ ตัดอรติขาดโดยชอบด้วยปามุชชะ ตัดนิวรณ์ขาดโดยชอบด้วยปฐมฌาน ฯลฯ ตัดกิเลสทั้งปวงขาดโดยชอบด้วยอรหัตตมรรค คำว่า ดับไป อธิบายว่า พระโยคาวจรดับกามฉันทะได้ด้วยเนกขัมมะ ดับ พยาบาทได้ด้วยอพยาบาท ดับถีนมิทธะได้ด้วยอาโลกสัญญา ดับอุทธัจจะได้ ด้วยอวิกเขปะ ดับวิจิกิจฉาได้ด้วยธัมมววัตถาน ดับอวิชชาได้ด้วยญาณ ดับอรติได้ด้วยปามุชชะ ดับนิวรณ์ได้ด้วยปฐมฌาน ฯลฯ ดับกิเลสทั้งปวงได้ด้วยอรหัตตมรรค คำว่า ไม่ปรากฏ อธิบายว่า เมื่อพระโยคาวจรได้เนกขัมมะ กามฉันทะย่อมไม่ปรากฏ เมื่อได้อพยาบาท พยาบาทย่อมไม่ปรากฏ เมื่อได้อาโลกสัญญา ถีนมิทธะย่อมไม่ปรากฏ เมื่อได้อวิกเขปะ อุทธัจจะย่อมไม่ปรากฏ เมื่อได้ธัมมววัตถาน วิจิกิจฉาย่อมไม่ปรากฏ เมื่อได้ญาณ อวิชชาย่อมไม่ปรากฏ เมื่อได้ปามุชชะ อรติย่อมไม่ปรากฏ เมื่อได้ปฐมฌาน นิวรณ์ย่อมไม่ปรากฏ ฯลฯ เมื่อได้อรหัตตมรรค กิเลสทั้งปวงย่อมไม่ปรากฏ @เชิงอรรถ : @ คำแปลของแต่ละญาณมีปรากฏอยู่ในภาคอุทเทสหรือมาติกาหน้า ๔ โดยทั่วไปจะไม่นำมาไว้ในภาคนิทเทสนี้@นอกจากคำแปลของญาณที่ท่านอธิบายไว้ด้วย จึงจะนำมา เช่น คำแปลของญาณนี้คือคำว่า สงบ และเป็น@ประธาน ท่านอธิบายไว้ด้วย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๔๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๓๖. สมสีสัฏฐญาณนิทเทส คำว่า สงบ อธิบายว่า เนกขัมมะชื่อว่าสงบ เพราะละกามฉันทะได้แล้ว อพยาบาทชื่อว่าสงบ เพราะละพยาบาทได้แล้ว อาโลกสัญญาชื่อว่าสงบ เพราะละถีนมิทธะได้แล้ว อวิกเขปะชื่อว่าสงบ เพราะละอุทธัจจะได้แล้ว ธัมมววัตถานชื่อว่าสงบ เพราะละวิจิกิจฉาได้แล้ว ญาณชื่อว่าสงบ เพราะละอวิชชาได้แล้ว ปามุชชะชื่อว่าสงบ เพราะละอรติได้แล้ว ปฐมฌานชื่อว่าสงบ เพราะละนิวรณ์ได้แล้ว ฯลฯ อรหัตตมรรคชื่อว่าสงบ เพราะละกิเลสทั้งปวงได้แล้ว คำว่า เป็นประธาน อธิบายว่า ธรรมเป็นประธาน ๑๓ ประการ ได้แก่ ๑. ตัณหามีความกังวลเป็นประธาน ๒. มานะมีความพัวพันเป็นประธาน ๓. ทิฏฐิมีความยึดถือเป็นประธาน ๔. อุทธัจจะมีความฟุ้งซ่านเป็นประธาน ๕. อวิชชามีกิเลสเป็นประธาน ๖. ศรัทธามีความน้อมใจเชื่อเป็นประธาน ๗. วิริยะมีความประคองไว้เป็นประธาน ๘. สติมีความเข้าไปตั้งมั่นเป็นประธาน ๙. สมาธิมีความไม่ฟุ้งซ่านเป็นประธาน ๑๐. ปัญญามีความเห็นเป็นประธาน ๑๑. ชีวิตินทรีย์มีความเป็นไปเป็นประธาน ๑๒. วิโมกข์มีอารมณ์เป็นประธาน ๑๓. นิโรธมีสังขารเป็นประธาน ชื่อว่าญาณ เพราะมีสภาวะรู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะมีสภาวะรู้ชัด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในความไม่ปรากฏแห่งธรรมทั้งปวง เพราะตัดขาดโดยชอบและดับไป ชื่อว่าสมสีสัฏฐญาณ สมสีสัฏฐญาณนิทเทสที่ ๓๖ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๔๗}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓๖. อรรถกถาสมสีสัฏฐญาณนิทเทส
[๒๒๗-๒๓๒] พึงทราบวินิจฉัยในสมสีสัฏฐญาณนิทเทสดังต่อไปนี้.
พึงทราบการสงเคราะห์ทั้งหมดด้วยหมวด ๑๐ มีอาทิว่า ปญฺจกฺขนฺธา - ขันธ์ทั้งหลาย ๕.
จริงอยู่ ท่านมิได้จัดธรรมทั้งหมดไว้แผนกหนึ่งๆ ด้วยหมวด ๘ ที่เหลือเว้นหมวดอายตนะ ธาตุ ด้วยสามารถธรรมหมวดหนึ่งๆ. ก็เพราะโลกุตรธรรมมิใช่เป็นธรรมที่ควรตัด ด้วยการตัดขาดเหตุ. ฉะนั้น โลกุตรธรรมแม้ท่านสงเคราะห์เข้าด้วยศัพท์ว่า สพฺพธมฺมา ก็ไม่พึงถือเอาในที่นี้ เพราะมีคำว่า สมุจเฉทะ ควรถือเอาเตภูมิกธรรมอันควรตัดด้วยการตัดเหตุ.
บทว่า สมฺมา สมุจฺฉินฺทติ - ตัดขาดโดยชอบ.
ความว่า เมื่อดับปริยุฏฐานกิเลสและอนุสัยกิเลสด้วยอำนาจแห่งวิกขัมภนปหานะ ตทังคปหานะและสมุจเฉทปหานะตามควร ชื่อว่าตัดขาดโดยชอบ.
ท่านแสดงการตัดขาดโดยชอบ ด้วยเทศนาเป็นบุคลาธิฏฐานอย่างนี้.
บทว่า นิโรเธติ - ให้ดับ คือให้ดับด้วยอนุปาทนิโรธ - ดับโดยไม่มีเกิดขึ้น.
ด้วยบทนี้ท่านกล่าวถึงอรรถแห่งสมุจเฉท.
บทว่า น อุปฏฺฐาติ - ย่อมไม่ปรากฏ.
ความว่า เมื่อดับอย่างนี้แล้ว ธรรมนั้นๆ ก็ไม่ปรากฏขึ้นอีก คือไม่เกิดขึ้น.
ด้วยบทนี้ท่านกล่าวถึงอรรถแห่งนิโรธ.
ท่านแสดงถึงความไม่ปรากฏ ด้วยสามารถแห่งธรรมอันไม่ปรากฏ.
บทว่า สมํ - ความสงบ คือ ชื่อว่าสงบเพราะกามฉันทะเป็นต้นสงบ.
ธรรม ๓๗ คือธรรม ๗ มีเนกขัมมะเป็นต้นเหล่านั้น รูปฌานอรูปฌาน ๘, มหาวิปัสสนา ๑๘, อริยมรรค ๔
ท่านกล่าวธรรมเป็นประธานคือสีสะ ๑๓ ประการ ด้วยสามารถแห่งการสงเคราะห์ธรรมทั้งหมดที่เป็นสีสะ. แต่ในที่นี้ ธรรมเป็น ประธาน ๘ มีศรัทธาเป็นต้นย่อมควร. เพราะธรรมเป็นประธาน ๕ มีตัณหาเป็นต้นมิได้มีแก่พระอรหันต์.
บทว่า ปลิโพธสีสํ - มีความกังวลเป็นประธาน คือมีความห่วงใยปลิโพธ. อธิบายว่า เป็นเครื่องกั้นทางไปนิพพาน.
บทว่า สีสํ เป็นประธาน คือธรรมอันยิ่ง.
ปลิโพธนั่นแหละเป็นประธาน หรือเป็นประธานในปลิโพธทั้งปวง มีการประกอบด้วยธรรมนั้นเป็นต้น เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า ปลิโพธสีสํ.
ในบทที่เหลือมีนัยนี้แล.
แต่โดยความต่างกันในบทว่า พนฺธนํ - ความผูกพัน คือผูกพันในสงสารด้วยสามารถการเย่อหยิ่ง.
บทว่า ปรามาโส คือ ความยึดมั่น.
บทว่า วิกฺเขโป คือ ความฟุ้งซ่าน.
บทว่า กิเลโส คือ ความเศร้าหมอง.
บทว่า อธิโมกฺโข คือ น้อมใจเชื่อ.
บทว่า ปคฺคโห ความประคอง คือความอุตสาหะ.
บทว่า อุปฏฺฐานํ - เข้าไปตั้งไว้ คือการทำซ้ำๆ.
บทว่า อวิกฺเขโป คือ ความไม่ฟุ้งซ่าน.
บทว่า ทสฺสนํ - ความเห็น คือแทงตลอดตามความเป็นจริง.
บทว่า ปวตฺตํ - ความเป็นไป คือความเป็นไปด้วยอุปาทินนกขันธ์.
บทว่า โคจโร คือ อารมณ์.
ธรรมมีอรรถเป็นประธาน เป็นหัวหน้า ในวาระแม้ ๑๒ เหล่านี้.
บทว่า วิโมกฺโข คือ นิพพานอันเป็นนิสสรณวิมุตติ ในวิมุตติ ๕ คือ วิกขัมภนวิมุตติ ๑ ตทังควิมุตติ ๑ สมุจเฉทวิมุตติ ๑ ปฏิปัสสัทธิวิมุตติ ๑ นิสสรณวิมุตติ ๑.
บทว่า สงฺขารสีสํ - มีสังขารเป็นประธาน คือเป็นประธานแห่งสังขารอันเป็นสังขตะทั้งปวง.
อธิบายว่า เป็นยอดสุด.
ด้วยบทนี้ ท่านกล่าวถึงอนุปาทิเสสปรินิพพาน. หรือท่านกล่าวถึงขันธปรินิพพานด้วยเพียงไม่มีสังขาร.
ชื่อว่า สมสีสี เพราะอรรถว่ามีความสงบ มีเนกขัมมะเป็นต้น และธรรมเป็นประธานมีศรัทธาเป็นต้น หรือมีความสงบและธรรมเป็นประธานเสมอกัน.
อีกอย่างหนึ่ง การตรัสรู้และอนุปาทิเสสปรินิพพานในเพราะโรคอย่างหนึ่งก็ดี, ในเพราะอิริยาบถอย่างหนึ่งก็ดี, ในเพราะชีวิตินทรีย์อันเสมอกันก็ดี แห่งอริยสัจ ๔ เหล่านี้ คือ
ธรรมเป็นประธาน ๕ มีตัณหาเป็นต้น แห่งธรรมเป็น
ประธาน ๑๓ เป็นสมุทยสัจจะ. ธรรมเป็นประธาน ๕
มีศรัทธาเป็นต้น เป็นมรรคสัจจะ. ชีวิตินทรีย์มีความ
เป็นไปเป็นประธาน เป็นทุกขสัจจะ. วิโมกข์มีอารมณ์
เป็นประธาน และมีสังขารเป็นประธาน เป็นนิโรธสัจจะ.
ย่อมมีแก่ผู้ใด ผู้นั้น ท่านกล่าวว่าเป็นสมสีสี เพราะมีความสงบ ดังได้กล่าวไว้แล้วในก่อนและมีธรรมเหล่านี้เป็นประธาน.
จบอรรถกถาสมสีสัฏฐญาณนิทเทส -----------------------------------------------------