๖. โคปาลวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๕๙–๑๑๗๐ลำดับ 80 จาก 85 ในวิมานวัตถุพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 12 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๒. ปุริสวิมาน] ๗. สุนิกขิตตวรรค ๖. โคปาลวิมาน ๖. โคปาลวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่คนเลี้ยงโคผู้ถวายขนมแด่ภิกษุ (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า)
ภิกษุรูปหนึ่งเห็นเทวดาแล้ว สอบถามว่า ท่านสวมเครื่องประดับข้อมือ มีบริวารยศ รุ่งเรืองอยู่ในวิมานสูงซึ่งตั้งอยู่ชั่วกาลนาน เหมือนจันทเทพบุตรรุ่งเรืองอยู่ในทิพยวิมาน
ท่านประดับแล้ว ทัดทรงดอกไม้ ทรงพัสตราภรณ์สวยงาม ใส่ต่างหูงดงาม ตัดผมโกนหนวดเรียบร้อย สวมเครื่องประดับข้อมือ มีบริวารยศ รุ่งเรืองอยู่ในทิพยวิมานดังดวงจันทร์
อนึ่ง ทวยเทพพากันมาบรรเลงพิณทิพย์ดังไพเราะ และเทพกัญญา ๖๔,๐๐๐ นางมีรูปงาม ท่องเที่ยวไปมาอย่างสำราญในภพดาวดึงส์ มีสมบัติมากมาย เป็นผู้ชำนาญการ พากันมาฟ้อนรำขับร้อง ให้ความบันเทิงใจอยู่
ท่านได้บรรลุเทวฤทธิ์ มีอานุภาพมาก เมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไรท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
เทพบุตรนั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า
เมื่อข้าพเจ้าเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ รับจ้างเลี้ยงโคนมทั้งหลายของคนเหล่าอื่น ต่อมามีสมณะมาหาข้าพเจ้า และฝูงโคได้พากันไปเพื่อจะกินถั่วราชมาส
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๔๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๒. ปุริสวิมาน] ๗. สุนิกขิตตวรรค ๖. โคปาลวิมาน
อนึ่ง วันนี้ข้าพเจ้าต้องทำกิจสองอย่างควบคู่กันไป ท่านขอรับ ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้คิดอย่างนั้นแหละ แต่นั้นจึงกลับได้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง จึงวางห่อขนมถวายในมือพร้อมกับกราบเรียนว่า ผมขอถวาย ขอรับ
ข้าพเจ้านั้นรีบรุดไปยังไร่ถั่วราชมาส ก่อนที่ไร่ถั่วราชมาสซึ่งเป็นทรัพย์สินของเจ้าของไร่จะถูกฝูงโคทำลาย ณ ที่นั้น งูเห่ามีพิษร้ายได้กัดเท้าข้าพเจ้าผู้กำลังรีบด่วน
ข้าพเจ้านั้นถูกความทุกข์เบียดเบียนบีบคั้น และภิกษุได้แก้ห่อขนมนั้นออก แล้วฉันขนมเพื่ออนุเคราะห์ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าตายเคลื่อนจากอัตภาพนั้นแล้วตายไปเกิดเป็นเทวดา
ข้าพเจ้ากระทำกุศลกรรมนั้นไว้เท่านี้ ตนเองจึงได้เสวยผลกรรมที่นำความสุขมาให้ เพราะพระคุณเจ้าอนุเคราะห์ไว้มากแล้ว ข้าพเจ้าขอกราบไหว้พระคุณเจ้าด้วยความกตัญญู
ในมนุษยโลกพร้อมทั้งเทวโลกและมารโลก ไม่มีมุนีท่านอื่นผู้อนุเคราะห์เช่นกับพระคุณเจ้า เพราะพระคุณเจ้าอนุเคราะห์ไว้มากแล้ว ข้าพเจ้าขอกราบไหว้พระคุณเจ้าด้วยความกตัญญู
อนึ่ง ไม่ว่าในโลกนี้หรือโลกหน้า ไม่มีมุนีท่านอื่นผู้อนุเคราะห์เช่นกับพระคุณเจ้า เพราะพระคุณเจ้าอนุเคราะห์ไว้มากแล้ว ข้าพเจ้าขอกราบไหว้พระคุณเจ้าด้วยความกตัญญู โคปาลวิมานที่ ๖ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๔๖}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๖. โคปาลวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในโคปาลวิมาน พระมหาโมคคัลลานเถระ ได้ถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า
|๘๐.๘๘๑| ๖ ทิสฺวาน เทวํ ปฏิปุจฺฉิ ภิกฺขุ อุจฺเจ วิมานมฺหิ จิรฏฺฐิติเก อามุตฺตหตฺถาภรโณ ยสสฺสี ทิพฺเพ วิมานมฺหิ ยถาปิ จนฺทิมา |๘๐.๘๘๒| ทิพฺพา จ วีณา ปวทนฺติ วคฺคู อฏฺฐฏฺฐกา สิกฺขิตา สาธุรูปา ทิพฺพา จ กญฺญา ติทสจรา อุฬารา นจฺจนฺติ คายนฺติ ปโมทยนฺติ |๘๐.๘๘๓| เทวิทฺธิปตฺโตสิ มหานุภาโว มนุสฺสภูโต กิมกาสิ ปุญฺญํ เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาโว วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๘๐.๘๘๔| โส เทวปุตฺโต อตฺตมโน โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิโต ... เป ... ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๘๐.๘๘๕| อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูโต สงฺคมฺม รกฺขิสฺสํ ปเรสํ เธนุโย ตโต จ อาคา สมโณ มม สนฺติเก คาโว จ มาเส อคมํสุ ขาทิตุํ |๘๐.๘๘๖| ทฺวยชฺชกิจฺจํ อุภยญฺจ การิสฺสํ อิจฺเจวหํ ภนฺเต ตทา วิจินฺตยํ ตโต จ สญฺญํ ปฏิลทฺธโยนิโส อทาสิ ภนฺเตติ ขิปึ อนนฺตกํ |๘๐.๘๘๗| โส มาสเขตฺตํ ตุริโต อวาสรึ ปุรายํ ภญฺชติ ยสฺสิทํ ธนํ ตโต จ กโณฺห อุรโค มหาวิโส อฑํสิ ปาเท ตุริตสฺส เม สโต |๘๐.๘๘๘| สฺวาหํ อฏฺโฏมฺหิ ทุกฺเขน ปีฬิโต ภิกฺขุ จ ตํ มุญฺจิตฺวา อนนฺตกํ อทาสิ กุมฺมาสํ มมานุกมฺปาย ตโต จุโต กาลมกโตมฺหิ เทวตา |๘๐.๘๘๙| ตเทว กมฺมํ กุสลํ กตํ มยา สุขญฺจ กมฺมํ อนุโภมิ อตฺตนา ตยา หิ ภนฺเต อนุกมฺปิโต ภุสํ กตญฺญุตาย อภิวาทยามิ ตํ |๘๐.๘๙๐| สเทวเก โลเก สมารเก จ อญฺโญ มุนิ นตฺถิ ตยานุกมฺปโก ตยา หิ ภนฺเต อนุกมฺปิโต ภุสํ กตญฺญุตาย อภิวาทยามิ ตํ |๘๐.๘๙๑| อิมสฺมึ โลเก ปรสฺมึ วา ปน อญฺโญ มุนิ นตฺถิ ตยานุกมฺปโก ตยา หิ ภนฺเต อนุกมฺปิโต ภุสํ กตญฺญุตาย อภิวาทยามิ ตนฺติ ฯ โคปาลวิมานํ ฉฏฺฐํ ฯ
ภิกษุเห็นข้าพเจ้าแล้วได้ถามว่า ท่านมีมือสวมเครื่องประดับเรืองยศ รุ่งโรจน์อยู่ในวิมานอันสูง อันตั้งอยู่สิ้นกาลนาน ดุจพระจันทร์ รุ่งโรจน์ อยู่ในทิพยวิมานฉะนั้น อนึ่ง เทพบุตรผู้มีเสียงอันไพเราะพากันมาบรร- เลงพิณทิพย์ให้ฟัง ในปราสาทหลังหนึ่งๆ มีนางเทพอัปสร ๖ หมื่นนาง ล้วนได้ศึกษาแล้วมีรูปงามยิ่ง เที่ยวไปในไตรทศ พากันมาฟ้อนรำขับร้อง ให้ท่านบันเทิงใจ ท่านถึงความเป็นเทพเจ้าผู้มีฤทธิ์ มีอานุภาพมาก เมื่อ ท่านเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีสว่าง ไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญอะไร? เทพบุตรนั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบปลื้มใจ จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งกรรมที่ถูกถามนั้นว่า ข้าพเจ้าเกิดเป็นมนุษย์อยู่ ในมนุษย์ ได้รับจ้างรักษาแม่โคนมของชนเหล่าอื่น ภายหลังมีสมณะ มายังสำนักของข้าพเจ้า แม่โคทั้งหลาย ได้ไปเพื่อจะกินถั่วราชมาส และ ข้าพเจ้าได้ทำกิจสองอย่างในวันนี้ ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ครั้งนั้น ข้าพเจ้า ได้คิดอยู่อย่างนั้น ภายหลังกลับได้สัญญาโดยอุบายอันแยบคาย จึงวาง- ขนมกุมมาสลงในมือของพระเถระ พร้อมกับกล่าวว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอจงให้โอกาส ข้าพเจ้าได้รีบเข้าไปสู่ไร่ถั่วราชมาสก่อนกว่าเจ้าของไร่ ที่หมู่โคหักรานทรัพย์นั้น งูเห่าที่มีพิษมากได้กัดเท้าของข้าพเจ้าผู้รีบไปใน ไร่ถั่วราชมาสนั้น ข้าพเจ้าผู้อันทุกข์บีบคั้นแล้ว เป็นผู้อึดอัดใจ ภิกษุฉัน ขนมกุมมาสนั้นเองแล้วได้ให้ขนมกุมมาสเพื่ออนุเคราะห์ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า กระทำกาละ จุติจากอัตภาพนั้น แล้วไปบังเกิดเป็นเทวดา กุศลกรรม เพียงเท่านั้น อันข้าพเจ้ากระทำแล้ว ข้าพเจ้าได้เสวยกรรมอันเป็นสุข ด้วยตนเอง ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็ข้าพเจ้าเป็นผู้อันพระคุณเจ้าอนุเคราะห์ แล้วอย่างยิ่ง ขออภิวาทพระคุณเจ้าด้วยความเป็นผู้กตัญญู มุนีอื่นในโลก พร้อมเทวโลก มารโลก เป็นผู้อนุเคราะห์ยิ่งกว่าพระคุณเจ้ามิได้มี ข้าแต่ ท่านผู้เจริญ ก็ข้าพเจ้าเป็นผู้อันพระคุณเจ้าอนุเคราะห์แล้วอย่างยิ่ง ขออภิ- วาทพระคุณเจ้าด้วยความเป็นผู้กตัญญู มุนีอื่นในโลกนี้หรือในโลกหน้า เป็นผู้อนุเคราะห์ยิ่งกว่าพระคุณเจ้า มิได้มี ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็ข้าพเจ้าเป็น ผู้อันพระคุณเจ้าอนุเคราะห์แล้วอย่างยิ่ง ขออภิวาทพระคุณเจ้าด้วยความ เป็นผู้กตัญญู. จบ โคปาลวิมานที่ ๖.