๙. วิสาลักขิวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๖๖–๖๘๑ลำดับ 37 จาก 85 ในวิมานวัตถุพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 16 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. วิสาลักขิวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่นางสุนันทาอุบาสิกาผู้มีตาโต (สมเด็จอมรินทราธิราชตรัสถามสุนันทาเทพธิดาว่า)
เทพธิดาผู้มีดวงตาโต เธอมีหมู่นางอัปสรแวดล้อม มีชื่อว่าอะไร มาเที่ยวเดินชมอยู่รอบๆ สวนจิตรลดาอันน่ารื่นรมย์
ในเวลาที่เหล่าเทวดาชั้นดาวดึงส์ล้วนทรงม้า ทรงรถ ประดับเครื่องทรงวิจิตรงดงาม พากันมา ณ ที่นี้ เข้าไปชมสวนจิตรลดานี้ @เชิงอรรถ : @ คำว่า วิสาลกฺขิ เทพธิดาผู้มีดวงตาโตนี้ อรรถกถาแก้เป็นอาลปนภัตติ (ขุ.วิ.อ. ๖๖๖/๑๙๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๗๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๓. ปาริจฉัตตวรรค ๙.วิสาลักขิวิมาน
แต่เมื่อเธอมาถึงที่นี่เที่ยวชมสวนอยู่ กายเธองามกระทั่งความงามของสวนไม่ปรากฏ เพราะเหตุอะไรรูปกายเธอจึงงามเช่นนี้ เทพธิดา เราถามแล้ว ขอเธอจงบอกเถิดว่า นี้เป็นผลของกรรมอันใดเล่า (สุนันทาเทพธิดาผู้เป็นอัครชายาทูลตอบว่า)
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมเทพ ผู้ทรงบำเพ็ญทานมาแต่ปางก่อน ขอพระองค์โปรดสดับกรรมอันเป็นเหตุให้ดิฉันมีรูปงาม บังเกิดในเทวโลก มีฤทธิ์และอานุภาพ
หม่อมฉันเป็นอุบาสิกามีนามว่าสุนันทา อยู่ในกรุงราชคฤห์ อันน่ารื่นรมย์ เป็นผู้มีศรัทธา สมบูรณ์ด้วยศีล ยินดีแจกจ่ายทานเป็นนิตย์
หม่อมฉันมีจิตเลื่อมใสในเหล่าภิกษุผู้ปฏิบัติตรง จึงได้ถวายผ้านุ่งผ้าห่ม ภัตตาหาร เสนาสนะ และเครื่องตามประทีป
ทั้งได้เข้าจำอุโบสถศีลซึ่งประกอบด้วยองค์ ๘ ทุกวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และ ๘ ค่ำแห่งปักษ์ และตลอดปาฏิหาริยปักษ์
สำรวมระวังในศีลตลอดเวลา และแจกจ่ายทานด้วยความเคารพ จึงได้ครอบครองวิมานนี้
หม่อมฉันงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ การลักขโมย การประพฤตินอกใจสามี สำรวมระวังจากการพูดเท็จ และจากการดื่มน้ำเมา
หม่อมฉันยินดีในศีล ๕ ฉลาดในอริยสัจ เป็นอุบาสิกาของพระผู้มีพระภาคทรงพระนามว่า โคดม ผู้มีพระจักษุ มีพระยศ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๗๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๓. ปาริจฉัตตวรรค ๑๐. ปาริจฉัตตกวิมาน
หม่อมฉันใช้ดอกไม้ทั้งหมดที่หญิงรับใช้นำมาจากตระกูลญาติเนือง นิตย์นั้นเองบูชาที่พระสถูปของพระผู้มีพระภาค
อนึ่ง ในวันอุโบสถ หม่อมฉันมีจิตเลื่อมใส ได้ถือมาลัยของหอมและเครื่องลูบไล้ ไปบูชาที่พระสถูปของพระผู้มีพระภาคนั้นด้วยมือทั้งสองของตน
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมเทพ เพราะกรรมที่หม่อมฉันใช้มาลัยบูชาพระสถูป หม่อมฉันจึงมีรูปงาม บังเกิดในเทวโลก มีฤทธิ์และอานุภาพเช่นนี้
อนึ่ง การที่หม่อมฉันรักษาศีลเป็นปกติ จะอำนวยผลเพียงเท่านั้นก็หามิได้ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมเทพ หม่อมฉันมีความหวังว่า อย่างไรเสีย เราพึงได้เป็นพระสกทาคามีวิสาลักขิวิมานที่ ๙ จบ ๑๐. ปาริจฉัตตกวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ใช้มาลัยดอกอโศก บูชาพระพุทธเจ้า (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพธิดาองค์หนึ่งว่า)
เทพธิดา เธอนำดอกไม้สวรรค์ชื่อปาริจฉัตตกะ หอมหวน น่ารื่นรมย์ มาร้อยเป็นมาลัยทิพย์ ขับร้องรื่นเริงบันเทิงอยู่
เมื่อเธอนั้นกำลังฟ้อนรำอยู่ เสียงทิพย์น่าฟัง น่ารื่นรมย์ใจ ย่อมเปล่งออกจากอวัยวะน้อยใหญ่ทุกส่วนสัดของเธอ @เชิงอรรถ : @ ของพระผู้มีพระภาค (ขุ.วิ.อ. ๖๗๘/๑๙๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๗๗}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๙. วิสาลักขิวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในวิสาลักขิวิมาน สมเด็จอัมรินทราธิราชตรัสถามนางสุนันทาเทพธิดาว่า
|๓๗.๔๕๒| ๙ กา นาม ตฺวํ วิสาลกฺขี รมฺเม จิตฺตลตาวเน สมนฺตา อนุปริยาสิ นารีคณปุรกฺขิตา |๓๗.๔๕๓| ยทา เทวา ตาวตึสา ปวิสนฺติ อิมํ วนํ สโยคฺคา สรถา สพฺเพ จิตฺรา โหนฺติ อิธาคตา |๓๗.๔๕๔| ตุยฺหญฺจ อิธ ปตฺตาย อุยฺยาเน วิจรนฺติยา กาเยน ทิสฺสติ จิตฺตํ เกน รูปํ ตเวทิสํ เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ (อิติ ฯ) |๓๗.๔๕๕| เยน กมฺเมน เทวินฺท รูปํ มยฺหํ คตี จ เม อิทฺธี จ อานุภาโว จ ตํ สุโณหิ ปุรินฺทท |๓๗.๔๕๖| อหํ ราชคเห รมฺเม สุนนฺทา นาม อุปาสิกา สทฺธาสีเลน สมฺปนฺนา สํวิภาครตา สทา |๓๗.๔๕๗| อจฺฉาทนญฺจ ภตฺตญฺจ เสนาสนํ ปทีปิยํ อทาสึ อุชุภูเตสุ วิปฺปสนฺเนน เจตสา |๓๗.๔๕๘| จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ อฏฺฐงฺคสุสมาคตํ |๓๗.๔๕๙| อุโปสถํ อุปวสึ สทา สีเล สุสํวุตา ปาณาติปาตา วิรตา มุสาวาทา จ สญฺญตา เถยฺยา จ อติจารา จ มชฺชปานา จ อารกา |๓๗.๔๖๐| ปญฺจสิกฺขาปเท รตา อริยสจฺจาน โกวิทา อุปาสิกา จกฺขุมโต โคตมสฺส ยสสฺสิโน |๓๗.๔๖๑| ตสฺสา เม ญาติกุลํ อาสิ สทา มาลาภิหารติ ตาหํ ภควโต ถูเป สพฺพเมวาภิโรปยึ |๓๗.๔๖๒| อุโปสเถวหํ คนฺตฺวา มาลาคนฺธวิเลปนํ ถูปสฺมึ อภิโรเปสึ ปสนฺนา สเกหิ ปาณิหิ |๓๗.๔๖๓| เตน กมฺเมน เทวินฺท รูปํ มยฺหํ คตี จ เม อิทฺธี จ อานุภาโว จ ยญฺจ มาลาภิโรปยึ |๓๗.๔๖๔| ยญฺจ สีลวตี อาสึ น ตํ ตาว วิปจฺจติ อาสา จ ปน เม เทวินฺท สกทาคามินี สิยนฺติ ฯ วิสาลกฺขิวิมานํ นวมํ ฯ
ดูกรแม่เทพธิดาผู้มีนัยน์ตางาม เธอชื่อไร ได้ทำกรรมอะไรไว้ จึงได้มีหมู่ นางฟ้าแวดล้อมเป็นบริวารเดินวนเวียนอยู่รอบๆ ในสวนจิตรลดาอันน่า รื่นรมย์ ในคราวที่พวกเทวดาชั้นดาวดึงส์ ล้วนแต่ขึ้นม้า ขึ้นรถ ตบแต่งร่างกายวิจิตรงดงาม เข้าไปยังสวนนั้นแล้ว จึงมาในที่นี้ แต่เมื่อ เธอพอมาถึงในที่นี้ กำลังเที่ยวชมสวน รัศมีก็สว่างไสวไปทั่วจิตรลดาวัน โอภาสของสวนมิได้ปรากฏ รัศมีของท่านมาข่มเสีย ดูกรแม่เทพธิดา ฉันถามเธอแล้ว ขอเธอจงบอกว่า นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร? นางสุนันทาเทพธิดาผู้เป็นอัครชายาทูลตอบว่า ขอเดชะ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมเทพ ผู้ทรงบำเพ็ญทานมาแต่เก่าก่อน รูป อันสวยงาม คติ ฤทธิ์ และอานุภาพของหม่อมฉัน ย่อมมีได้ด้วยกรรม อันใด ขอพระองค์จงทรงสดับกรรมนั้น หม่อมฉันเป็นอุบาสิกามีนามว่า สุนันทาอยู่ในพระนครราชคฤห์อันน่ารื่นรมย์ ถึงพร้อมด้วยศรัทธา และ ศีล ยินดีในการจำแนกทานทุกเมื่อ คือหม่อมฉันมีจิตเลื่อมใส ได้ ถวายผ้านุ่งผ้าห่ม ภัตตาหาร เสนาสนะและเครื่องประทีป ในภิกษุ ทั้งหลายผู้เที่ยงตรง ทั้งได้รักษาอุโบสถ อันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ ตลอดวัน ๑๔ ค่ำ วัน ๑๕ ค่ำ และวัน ๘ ค่ำแห่งปักษ์ และตลอด ปฏิหาริยปักษ์ เป็นผู้สำรวมอยู่ในศีลเป็นนิตย์ หม่อมฉันยินดีแล้วใน สิกขาบททั้ง ๕ คือ งดเว้นจากปาณาติบาต จากความเป็นขโมย จากการประพฤตินอกใจ ระมัดระวังจากการพูดเท็จ และเว้นไกล จากการดื่มน้ำเมา เป็นผู้ฉลาดในอริยสัจจธรรมทั้ง ๔ เป็นอุบาสิกาของพระสมณโคดมผู้มีพระจักษุ ผู้เรืองยศ บิดาของหม่อม ฉันใช้ให้หม่อมฉันนำดอกไม้มาทุกๆ วัน หม่อมฉันได้บูชาที่สถูป อันเป็นที่บรรจุพระบรมธาตุของพระผู้มีพระภาคทุกๆ วัน ในวันอุโบสถ หม่อมฉันมีใจผ่องใส ได้ถือเอาพวงมาลัย ของหอมและเครื่องลูบไล้ ไปบูชาพระสถูปของพระผู้มีพระภาคนั้นด้วยมือของตน ข้าแต่พระองค์ ผู้จอมเทพ รูปอันสวยงาม คติ ฤทธิ์ และอานุภาพเช่นนี้ เกิดมีแก่ หม่อมฉันเพราะกรรมนั้น มิใช่ว่าผลที่หม่อมฉันได้บูชาพระสถูปด้วย พวงมาลัย และที่หม่อมฉันได้รักษาศีล จะให้ผลเท่านั้นก็หามิได้ ยังกลับ ให้หม่อมฉันพึงได้สกทาคามี ตามความปรารถนาของหม่อมฉันอีกด้วย. จบ วิสาลักขิวิมานที่ ๙