๑. อัญญตรสูตร ๒. ปัจจันตสูตร ๓. ปัญญาสูตร ๔. สุราเมรยสูตร ๕. โอทกสูตร ๖. มัตเตยยสูตร ๗. เปตเตยยสูตร ๘. สามัญญสูตร ๙. พรหมัญญสูตร ๑๐. ปจายิกสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๓๑–๑๑๔๐ลำดับ 441 จาก 444 ในมหาวรรคพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 10 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑๒. สัจจสังยุต] ๗. ปฐมอามกธัญญเปยยาลวรรค ๒. ปัจจันตสูตร ๗. ปฐมอามกธัญญเปยยาลวรรค หมวดว่าด้วยอามกธัญญเปยยาลที่ ๑ ๑. อัญญตรสูตร ว่าด้วยสัตว์ที่กลับมาเกิดนอกจากมนุษย์
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงใช้ปลายพระนขาช้อนฝุ่นขึ้นมาเล็กน้อยแล้วรับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสถามว่า “ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นว่าอย่างไร ฝุ่นเล็กน้อยที่เราใช้ปลายเล็บช้อนขึ้นมากับแผ่นดินใหญ่นี้อย่างไหนจะมากกว่ากัน” ภิกษุทั้งหลายทูลตอบว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แผ่นดินใหญ่นี้แลมากกว่าฝุ่นที่พระองค์ทรงใช้ปลายพระนขาช้อนขึ้นมา ฝุ่นเล็กน้อยที่พระองค์ทรงใช้ปลายพระนขาช้อนขึ้นมา เมื่อเทียบกับแผ่นดินใหญ่แล้ว คำนวณไม่ได้ เทียบเคียงกันไม่ได้หรือไม่ถึงส่วนเสี้ยว” “ภิกษุทั้งหลาย ข้อนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ทั้งหลายที่กลับมาเกิดในหมู่มนุษย์มีเพียงเล็กน้อย ส่วนสัตว์ที่กลับมาเกิดนอกจากมนุษย์มีจำนวนมากกว่า ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะไม่ได้เห็นอริยสัจ ๔ ประการ อริยสัจ ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ทุกขอริยสัจ ฯลฯ ๔. ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้น เธอทั้งหลายพึงทำความเพียรเพื่อรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา”อัญญตรสูตรที่ ๑ จบ ๒. ปัจจันตสูตร ว่าด้วยสัตว์ที่กลับมาเกิดในปัจจันตชนบท
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงใช้ปลายพระนขาช้อนฝุ่นขึ้นมาเล็กน้อย แล้วรับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสถามว่า “ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจะเข้าใจ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๖๔๐}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑๒. สัจจสังยุต] ๗. ปฐมอามกธัญญเปยยาลวรรค ๔. สุราเมรยสูตร ความข้อนั้นว่าอย่างไร ฝุ่นเล็กน้อยนี้ที่เราใช้ปลายเล็บช้อนขึ้นมากับแผ่นดินใหญ่นี้อย่างไหนจะมากกว่ากัน” ภิกษุทั้งหลายทูลตอบว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แผ่นดินใหญ่นี้แลมากกว่าฝุ่นที่พระองค์ทรงใช้ปลายพระนขาช้อนขึ้นมามีเพียงเล็กน้อย ฝุ่นเล็กน้อยที่พระองค์ทรงใช้ปลายพระนขาช้อนขึ้นมา เมื่อเทียบกับแผ่นดินใหญ่แล้ว คำนวณไม่ได้เทียบเคียงกันไม่ได้ หรือไม่ถึงส่วนเสี้ยว” “ภิกษุทั้งหลาย ข้อนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ที่กลับมาเกิดในมัชฌิมชนบท มีเพียงเล็กน้อย ส่วนสัตว์ที่กลับมาเกิดในปัจจันตชนบทในหมู่ชาวมิลักขะผู้โง่เขลามีจำนวนมากกว่า ฯลฯ ปัจจันตสูตรที่ ๒ จบ ๓. ปัญญาสูตร ว่าด้วยสัตว์ที่มีปัญญาจักษุ
“ภิกษุทั้งหลาย ข้อนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ที่ประกอบด้วยปัญญาจักษุ อย่างประเสริฐ มีจำนวนน้อย ส่วนสัตว์ที่ตกอยู่ในอวิชชา ลุ่มหลงมีจำนวนมากกว่า ฯลฯ ปัญญาสูตรที่ ๓ จบ ๔. สุราเมรยสูตร ว่าด้วยสัตว์ที่เว้นขาดจากการดื่มสุราและเมรัย
“ภิกษุทั้งหลาย ข้อนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ที่เว้นขาดจากการดื่ม น้ำเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นเหตุแห่งความประมาทมีจำนวนน้อย ส่วนสัตว์ที่ไม่เว้นขาดจากการดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นเหตุแห่งความประมาทมีจำนวนมากกว่า ฯลฯ สุราเมรยสูตรที่ ๔ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๖๔๑}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑๒. สัจจสังยุต] ๗. ปฐมอามกธัญญเปยยาลวรรค ๙. พรหมัญญสูตร ๕. โอทกสูตร ว่าด้วยสัตว์ที่เกิดในน้ำ
“ภิกษุทั้งหลาย ข้อนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ที่เกิดบนบกมีจำนวนน้อยส่วนสัตว์ที่เกิดในน้ำมีจำนวนมากกว่า ข้อนั้นเพราะเหตุไร ฯลฯ โอทกสูตรที่ ๕ จบ ๖. มัตเตยยสูตร ว่าด้วยสัตว์ที่เกื้อกูลแก่มารดา
“ภิกษุทั้งหลาย ข้อนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ที่เกื้อกูลแก่มารดามีจำนวนน้อย ส่วนสัตว์ที่ไม่เกื้อกูลแก่มารดามีจำนวนมากกว่า ฯลฯ มัตเตยยสูตรที่ ๖ จบ ๗. เปตเตยยสูตร ว่าด้วยสัตว์ที่เกื้อกูลแก่บิดา
“ภิกษุทั้งหลาย ข้อนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ที่เกื้อกูลแก่บิดามีจำนวนน้อย ส่วนสัตว์ที่ไม่เกื้อกูลแก่บิดามีจำนวนมากกว่า ฯลฯ เปตเตยยสูตรที่ ๗ จบ ๘. สามัญญสูตร ว่าด้วยสัตว์ที่เกื้อกูลแก่สมณะ
“ภิกษุทั้งหลาย ข้อนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ที่เกื้อกูลแก่สมณะมีจำนวนน้อย ส่วนสัตว์ที่ไม่เกื้อกูลแก่สมณะมีจำนวนมากกว่า ฯลฯ สามัญญสูตรที่ ๘ จบ ๙. พรหมัญญสูตร ว่าด้วยสัตว์ที่เกื้อกูลแก่พราหมณ์
“ภิกษุทั้งหลาย ข้อนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ที่เกื้อกูลแก่พราหมณ์ มีจำนวนน้อย ส่วนสัตว์ที่ไม่เกื้อกูลแก่พราหมณ์มีจำนวนมากกว่า ฯลฯ พรหมัญญสูตรที่ ๙ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๖๔๒}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑๒. สัจจสังยุต] ๗. ปฐมอามกธัญญเปยยาลวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค ๑๐. ปจายิกสูตร ว่าด้วยสัตว์ที่อ่อนน้อมต่อผู้เจริญ
“ภิกษุทั้งหลาย ข้อนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ที่อ่อนน้อมต่อบุคคล ผู้เจริญที่สุดในตระกูลมีจำนวนน้อย ส่วนสัตว์ที่ไม่อ่อนน้อมต่อบุคคลผู้เจริญที่สุดในตระกูลมีจำนวนมากกว่า” ปจายิกสูตรที่ ๑๐ จบ ปฐมอามกธัญญเปยยาลวรรคที่ ๗ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อัญญตรสูตร ๒. ปัจจันตสูตร ๓. ปัญญาสูตร ๔. สุราเมรยสูตร ๕. โอทกสูตร ๖. มัตเตยยสูตร ๗. เปตเตยยสูตร ๘. สามัญญสูตร ๙. พรหมัญญสูตร ๑๐. ปจายิกสูตร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๖๔๓}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อามกธญฺญเปยฺยาเล ปฐมวคฺโค สตฺตโม
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค อามกธัญญเปยยาล ปฐมวรรคที่ ๗ อัญญตรสูตร ว่าด้วยสัตว์ผู้มาเกิดในมนุษย์น้อย
อถ โข ภควา ปริตฺตํ นขสิขายํ ปํสุํ อาโรเปตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ตํ กึ มญฺญถ ภิกฺขเว กตมํ นุ โข พหุตรํ ฯ โย วายํ มยา ปริตฺโต นขสิขายํ ปํสุ อาโรปิโต อยํ วา มหาปฐวีติ ฯ เอตเทว ภนฺเต พหุตรํ ยทิทํ มหาปฐวี อปฺปมตฺตกายํ ภควตา ปริตฺโต นขสิขายํ ปํสุ อาโรปิโต สงฺขมฺปิ น อุเปติ อุปนิธมฺปิ น อุเปติ กลภาคมฺปิ น อุเปติ มหาปฐวึ อุปนิธาย ภควตา ปริตฺโต นขสิขายํ ปํสุ อาโรปิโตติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว อปฺปมตฺตกา เต สตฺตา เย มนุสฺเสสุ ปจฺจาชายนฺติ อถ โข เอเตว พหุตรา สตฺตา เย อญฺญตฺร มนุสฺเสหิ ปจฺจาชายนฺติ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ อทิฏฺฐตฺตา ภิกฺขเว จตุนฺนํ อริยสจฺจานํ ฯ กตเมสํ จตุนฺนํ ฯ ทุกฺขสฺส อริยสจฺจสฺส ฯเปฯ ทุกฺขนิโรธ- คามินีปฏิปทาย อริยสจฺจสฺส ฯ ตสฺมา ติห ภิกฺขเว อิทํ ทุกฺขนฺติ โยโค กรณีโย ฯเปฯ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ โยโค กรณีโยติ ฯ
ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงช้อนฝุ่นเล็กน้อยไว้ในปลายพระนขา แล้วตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาแล้วตรัสถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ฝุ่นเล็กน้อยที่เราช้อนขึ้นไว้ในปลายเล็บกับแผ่นดินใหญ่นี้ ไหนจะมากกว่ากัน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แผ่นดินใหญ่นี้แลมากกว่า ฝุ่นเล็กน้อยที่พระผู้มีพระภาคทรงช้อนไว้ในปลายพระนขามีประมาณน้อย เมื่อเทียบกับแผ่นดินใหญ่ ฝุ่นเล็กน้อยที่พระผู้มีพระภาคทรงช้อนไว้ในปลายพระนขา ย่อมไม่ถึงซึ่งการนับ การเปรียบเทียบ หรือแม้ส่วนเสี้ยว. พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ที่กลับมาเกิดในหมู่มนุษย์มีน้อยโดยที่แท้ สัตว์ที่กลับมาเกิดนอกจากมนุษย์มีมากกว่า ข้อนั้นเพราะเหตุไร? เพราะไม่ได้เห็นอริยสัจ ๔ อริยสัจ ๔ เป็นไฉน? คือ ทุกขอริยสัจ ฯลฯ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงกระทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่านี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา. จบ สูตรที่ ๑ ปัจจันตสูตร ว่าด้วยสัตว์ผู้มาเกิดในปัจจันตชนบทมาก
อถ โข ภควา ปริตฺตํ นขสิขายํ ปํสุํ อาโรเปตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ตํ กึ มญฺญถ ภิกฺขเว กตมํ นุ โข พหุตรํ ฯ โย วายํ มยา ปริตฺโต นขสิขายํ ปํสุ อาโรปิโต อยํ วา มหาปฐวีติ ฯ เอตเทว ภนฺเต พหุตรํ ยทิทํ มหาปฐวี อปฺปมตฺตกายํ ภควตา ปริตฺโต นขสิขายํ ปํสุ อาโรปิโต สงฺขมฺปิ น อุเปติ อุปนิธมฺปิ น อุเปติ กลภาคมฺปิ น อุเปติ มหาปฐวึ อุปนิธาย ภควตา ปริตฺโต นขสิขายํ ปํสุ อาโรปิโตติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว อปฺปมตฺตกา เต สตฺตา เย มชฺฌิเมสุ ชนปเทสุ ปจฺจาชายนฺติ อถ โข เอเตว พหุตรา สตฺตา เย ปจฺจนฺติเมสุ ชนปเทสุ ปจฺจาชายนฺติ ฯ อวิญฺญาตาเรสุ มิลกฺขูสุ ฯเปฯ
ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงช้อนฝุ่นเล็กน้อยไว้ในปลายพระนขา แล้วตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาแล้วตรัสถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ฝุ่นเล็กน้อยที่เราช้อนขึ้นไว้ในปลายเล็บกับแผ่นดินใหญ่นี้ ไหนจะมากกว่ากัน?ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แผ่นดินใหญ่นี้แลมากกว่า ฝุ่นเล็กน้อยที่พระผู้มีพระภาคทรงช้อนไว้ในปลายพระนขามีประมาณน้อย เมื่อเทียบกับแผ่นดินใหญ่ ฝุ่นเล็กน้อยที่พระผู้มีพระภาคทรงช้อนไว้ในปลายพระนขา ย่อมไม่ถึงซึ่งการนับ การเปรียบเทียบหรือแม้ส่วนเสี้ยว. พ. ฉันนั้นเหมือนกัน ภิกษุทั้งหลาย สัตว์ที่กลับมาเกิดในมัชฌิมชนบท มีประมาณน้อย โดยที่แท้ สัตว์ที่กลับมาเกิดในปัจจันตชนบทมีมากกว่า ที่กลับมาเกิดในพวกมิลักขะซึ่งเป็นพวกที่ไม่รู้แจ้ง ฯลฯ. จบ สูตรที่ ๒ ปัญญาสูตร ว่าด้วยสัตว์มีปัญญาจักษุน้อย
เอวเมว โข ภิกฺขเว อปฺปมตฺตกา เต สตฺตา เย อริเยน ปน ปญฺญาจกฺขุนา สมนฺนาคตา อถ โข เอเตว พหุตรา สตฺตา เย อวิชฺชาคตา สมฺมูฬฺหา ฯเปฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้ประกอบด้วยปัญญาจักษุ อันเป็นอริยะ มีประมาณน้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้ตกไปในอวิชชา เป็นผู้งมงาย มีมากกว่า ฯลฯ. จบ สูตรที่ ๓ สุราเมรยสูตร ว่าด้วยสัตว์ผู้งดเว้นการดื่มน้ำเมามีน้อย
เอวเมว โข ภิกฺขเว อปฺปกา เต สตฺตา เย สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา ปฏิวิรตา อถ โข เอเตว พหุตรา สตฺตา เย สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา อปฺปฏิวิรตา ฯเปฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้งดเว้นจากการดื่มน้ำเมา คือสุราเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาทมีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้ไม่งดเว้นจากการดื่มน้ำเมา คือสุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท มีมากกว่า ฯลฯ จบ สูตรที่ ๔ อุทกสูตร ว่าด้วยสัตว์ที่เกิดในน้ำมีมาก
เอวเมว โข ภิกฺขเว อปฺปกา เต สตฺตา เย ถลชา อถ โข เอเตว พหุตรา สตฺตา เย อุทกชา ฯเปฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว อปฺปกา เต สตฺตา เย มตฺเตยฺยา อถ โข เอเตว พหุตรา สตฺตา เย อมตฺเตยฺยา ฯเปฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้เกิดบนบก มีน้อย โดยที่แท้สัตว์ที่เกิดในน้ำ มีมากกว่า ฯลฯ. จบ สูตรที่ ๕ มัตเตยยสูตร ว่าด้วยสัตว์ผู้เกื้อกูลมารดามีน้อย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้เกื้อกูลแก่มารดา มีน้อย โดยที่แท้สัตว์ผู้ไม่เกื้อกูลแก่มารดา มีมากกว่า. จบ สูตรที่ ๖ เปตเตยยสูตร ว่าด้วยสัตว์ผู้เกื้อกูลบิดามีน้อย
เอวเมว โข ภิกฺขเว อปฺปกา เต สตฺตา เย เปตฺเตยฺยา อถ โข เอเตว พหุตรา สตฺตา เย อเปตฺเตยฺยา ฯเปฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้เกื้อกูลแก่บิดามีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้ไม่เกื้อกูลแก่บิดา มีมากกว่า ฯลฯ. จบ สูตรที่ ๗ สามัญญสูตร ว่าด้วยสัตว์ผู้เกื้อกูลสมณะมีน้อย
เอวเมว โข ภิกฺขเว อปฺปกา เต สตฺตา เย สามญฺญา ฯเปฯ อถ โข เอเตว พหุตรา สตฺตา เย อสามญฺญา ฯเปฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้เกื้อกูลแก่สมณะมีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้ไม่เกื้อกูลแก่สมณะ มีมากกว่า ฯลฯ. จบ สูตรที่ ๘ พราหมัญญสูตร ว่าด้วยสัตว์เกื้อกูลพราหมณ์มีน้อย
เอวเมว โข ภิกฺขเว อปฺปกา เต สตฺตา เย พฺราหฺมญฺญา อถ โข เอเตว พหุตรา สตฺตา เย อพฺราหฺมญฺญา ฯเปฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้เกื้อกูลแก่พราหมณ์มีน้อยโดยที่แท้ สัตว์ผู้ไม่เกื้อกูลแก่พราหมณ์ มีมากกว่า ฯลฯ. จบ สูตรที่ ๙ อปจายิกสูตร ว่าด้วยสัตว์ผู้อ่อนน้อมต่อผู้เจริญมีน้อย
เอวเมว โข ภิกฺขเว อปฺปกา เต สตฺตา เย กุเลเชฏฺฐาปจายิโน อถ โข เอเตว พหุตรา สตฺตา เย อกุเลเชฏฺฐาปจายิโนติ ฯ วคฺโค ฯ อุทฺทานํ อญฺญตฺร ปจฺจนฺตํ ปญฺญาย สุราเมรยโอทกา มตฺเตยฺยเปตฺเตยฺยา จาปิ สามญฺญํ พฺราหฺมปจายิกนฺติ ฯ ---------
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้นอบน้อมต่อบุคคลผู้เจริญในสกุล มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้ไม่นอบน้อมต่อบุคคลผู้เจริญในสกุล มีมากกว่า ฯลฯ. จบ สูตรที่ ๑๐ จบ อามกธัญญเปยยาล ปฐมวรรคที่ ๗ -----------------------------------------------------รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อัญญตรสูตร ๒. ปัจจันตสูตร ๓. ปัญญาสูตร ๔. สุราเมรยสูตร ๕. อุทกสูตร ๖. มัตเตยยสูตร ๗. เปตเตยยสูตร ๘. สามัญญสูตร ๙. พราหมัญญสูตร ๑๐. อปจายิกสูตร-----------------------------------------------------