ฉิคคฬสูตร ที่ ๒ เล่ม ๑๙
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๑๗๔๔เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว อยํ มหาปฐวี เอโกทิกา อสฺส ตตฺร ปุริโส เอกจฺฉิคฺคฬํ ยุคํ ปกฺขิเปยฺย ตเมนํ ปุรตฺถิโม วาโต ปจฺฉิเมน สํหเรยฺย ปจฺฉิโม วาโต ปุรตฺถิเมน สํหเรยฺย อุตฺตโร วาโต ทกฺขิเณน สํหเรยฺย ทกฺขิโณ วาโต อุตฺตเรน สํหเรยฺย ตตฺรสฺส กาโณ กจฺฉโป โส วสฺสสตสฺส วสฺสสตสฺส อจฺจเยน สกึ สกึ อุมฺมุชฺเชยฺย ฯ {๑๗๔๔.๑} ตํ กึ มญฺญถ ภิกฺขเว อปิ นุ โข กาโณ กจฺฉโป วสฺสสตสฺส วสฺสสตสฺส อจฺจเยน สกึ สกึ อุมฺมุชฺชนฺโต อมุสฺมึ เอกจฺฉิคฺคเฬ ยุเค คีวํ ปเวเสยฺยาติ ฯ อธิจฺจมิทํ ภนฺเต ยํ โส กาโณ กจฺฉโป วสฺสสตสฺส วสฺสสตสฺส อจฺจเยน สกึ สกึ อุมฺมุชฺชนฺโต อมุสฺมึ เอกจฺฉิคฺคเฬ ยุเค คีวํ ปเวเสยฺยาติ ฯ เอวํ อธิจฺจมิทํ ภิกฺขเว ยํ มนุสฺสตฺตํ ลภติ ฯ เอวํ อธิจฺจมิทํ ภิกฺขเว ยํ ตถาคโต โลเก อุปฺปชฺชติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ฯ เอวํ อธิจฺจมิทํ ภิกฺขเว ยํ ตถาคตปฺปเวทิโต ธมฺมวินโย โลเก ทิปฺปติ ฯ ตสฺสิทํ ภิกฺขเว มนุสฺสตฺตํ ลทฺธํ ตถาคโต จ โลเก อุปฺปนฺโน อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ตถาคตปฺปเวทิโต จ ธมฺมวินโย โลเก ทิปฺปติ ฯ ตสฺมา ติห ภิกฺขเว อิทํ ทุกฺขนฺติ โยโค กรณีโย ฯเปฯ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ โยโค กรณีโยติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑๒. สัจจสังยุต] ๕. ปปาตวรรค ๙. ปฐมสิเนรุปัพพตราชสูตร ๘. ทุติยฉิคคฬยุคสูตร ว่าด้วยอุปมาด้วยแอกมีรูเดียว สูตรที่ ๒
“ภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนมหาปฐพีนี้เนื่องเป็นอันเดียวกันบุรุษพึงโยนแอกที่มีรูเดียวลงบนมหาปฐพีนั้น ลมทางทิศตะวันออกพัดแอกนั้นไปทางทิศตะวันตก ลมทางทิศตะวันตกพัดไปทางทิศตะวันออก ลมทางทิศเหนือพัดไปทางทิศใต้ ลมทางทิศใต้พัดไปทางทิศเหนือ บนมหาปฐพีนั้นมีเต่าตาบอดอยู่ตัวหนึ่ง มันโผล่ขึ้นมา ๑๐๐ ปีต่อครั้ง เธอทั้งหลายจะเข้าใจความข้อนั้นว่าอย่างไรเต่าตาบอดโผล่ขึ้นมา ๑๐๐ ปีต่อครั้ง จะสอดคอเข้าไปในแอกที่มีรูเดียวโน้นได้บ้างหรือ” “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้อที่เต่าตาบอดนั้นโผล่ขึ้นมา ๑๐๐ ปีต่อครั้งจะสอดคอเข้าไปในแอกที่มีรูเดียวโน้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก” “ภิกษุทั้งหลาย อุปมานี้ฉันใด อุปไมยก็ฉันนั้นเหมือนกัน การได้ความเป็นมนุษย์ก็ยาก การที่ตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกก็ยาก การที่ธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้วรุ่งเรืองในโลกก็ยาก บัดนี้เต่านั้นได้ความเป็นมนุษย์นี้แล้ว ตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าอุบัติขึ้นแล้วในโลก และธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้วก็รุ่งเรืองในโลก ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้น เธอทั้งหลายพึงทำความเพียรเพื่อรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา” ทุติยฉิคคฬยุคสูตรที่ ๘ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาทุติยฉิคคฬสูตรที่ ๘
พึงทราบอธิบายในทุติยฉิคคฬสูตรที่ ๘.
คำว่า มหาปฐพี ได้แก่ แผ่นดินใหญ่ระหว่างจักรวาล.
คำว่า อธิจฺจมิทํ ความว่า ถ้าว่าแอกนั้นไม่พึงเน่า น้ำในทะเลจะไม่แห้ง และเต่านั้นยังไม่ตาย เหตุนั้นก็จะพึงมีด้วยอำนาจตามความปรารถนาได้บ้าง.
ในคำว่า ภิกษุทั้งหลาย การได้ความเป็นมนุษย์เป็นของยากอย่างนี้ นี้พระมหาสีวเถระได้แสดงยุตทั้ง ๔ คือการได้ความเป็นมนุษย์ ชื่อว่าได้ยากอย่างยิ่ง เหมือนการทำเต่าตาบอดนั้นสอดคอเข้าไปทางช่องแอกที่บุรุษยืนอยู่ที่ขอบปากจักรวาลด้านทิศตะวันออกโยนใส่เข้าไป.
ก็การเกิดขึ้นแห่งพระตถาคตเจ้า ชื่อว่าเป็นเหตุให้ถึงฝั่งก็ยากอย่างยิ่ง เหมือนการที่เต่าตาบอดตัวที่บุรุษผู้ยืนที่ขอบปากจักรวาลด้านทิศใต้ โยนใส่เข้าไปแล้วหมุนไปรอบๆ อยู่ ถึงแอกอันแรกแล้วขึ้นไปสู่ช่องข้างบนโดยทางช่องสอดคอเข้าไปทางช่องอยู่.
ก็การแสดงธรรมและวินัย ที่พระตถาคตเจ้าทรงประกาศแล้วชื่อว่าเป็นเหตุเกิดที่ยากยิ่งกว่าเหมือนการที่เต่าตาบอดตัวที่บุรุษผู้ยืนที่ขอบปากจักรวาลด้านทิศตะวันตกโยนใส่เข้าไปแล้ว หมุนไปรอบๆ แล้วถึงแอก ๒ อันข้างบนแล้วขึ้นสู่ช่องข้างบนโดยทางช่อง แล้วสอดคอเข้าไปทางช่องอยู่.
ก็การแทงตลอดสัจจะ ๔ พึงทราบว่า เป็นเหตุเกิดที่ยากยิ่งกว่าอย่างยิ่ง เหมือนการที่เต่าตาบอดตัวที่บุรุษผู้ยืนที่ขอบปากจักรวาลด้านทิศเหนือ โยนใส่เข้าไปแล้วหมุนไปรอบๆ อยู่ ถึงแอก ๓ อันข้างบนแล้วขึ้นไปสู่ช่องข้างบนโดยทางช่องแล้วสอดคอเข้าไปทางช่องอยู่.
สูตรที่ ๙ เป็นต้นมีนัยตามที่กล่าวแล้วในอภิสมยสังยุตนั่นเทียวแล.
จบอรรถกถาทุติยฉิคคฬสูตรที่ ๘ จบปปาตวรรควรรณนาที่ ๕ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. จินตสูตร
๒. ปปาตสูตร
๓. ปริฬาหสูตร
๔. กูฏสูตร
๕. วาลสูตร
๖. อันธการีสูตร
๗. ฉิคคฬสูตรที่ ๑
๘. ฉิคคฬสูตรที่ ๒
๙. สิเนรุสูตรที่ ๑
๑๐. สิเนรุสูตรที่ ๒ -----------------------------------------------------