๑. อัชฌัตตอนิจจฉันทสูตร ๒. อัชฌัตตอนิจจราคสูตร ๓. อัชฌัตตอนิจจฉันทราคสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๘–๑๗๐ลำดับ 146 จาก 292 ในสฬายตนวรรคพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 3 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๔. จตุตถปัณณาสก์ ๒. สัฏฐิเปยยาลวรรค ๒. อัชฌัตตอนิจจราคสูตร ๒. สัฏฐิเปยยาลวรรค หมวดว่าด้วยพระสูตรย่อ ๖๐ สูตร ๑. อัชฌัตตอนิจจฉันทสูตร ว่าด้วยการละฉันทะในอายตนะภายในที่ไม่เที่ยง
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละฉันทะในสิ่งนั้น ก็อะไรเล่าชื่อว่าไม่เที่ยง คือ จักขุไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละฉันทะในจักขุนั้น ฯลฯ ชิวหาไม่เที่ยงเธอทั้งหลายพึงละฉันทะในชิวหานั้น ฯลฯ มโนไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละฉันทะในมโนนั้น ภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละฉันทะในสิ่งนั้น”อัชฌัตตอนิจจฉันทสูตรที่ ๑ จบ ๒. อัชฌัตตอนิจจราคสูตร ว่าด้วยการละราคะในอายตนะภายในที่ไม่เที่ยง
“ภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละราคะในสิ่งนั้น ก็อะไรเล่าชื่อว่าไม่เที่ยง คือ จักขุไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละราคะในจักขุนั้น ฯลฯ ชิวหาไม่เที่ยงเธอทั้งหลายพึงละราคะในชิวหานั้น ฯลฯ มโนไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละราคะในมโนนั้น ภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละราคะในสิ่งนั้น” อัชฌัตตอนิจจราคสูตรที่ ๒ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๒๐๒}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๔. จตุตถปัณณาสก์ ๒. สัฏฐิเปยยาลวรรค ๔-๖. ทุกขฉันทาทิสูตร ๓. อัชฌัตตอนิจจฉันทราคสูตร ว่าด้วยการละฉันทราคะในอายตนะภายในที่ไม่เที่ยง
“ภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละฉันทราคะในสิ่งนั้น ก็อะไรเล่าชื่อว่าไม่เที่ยง คือ จักขุไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละฉันทราคะในจักขุนั้น ฯลฯ ชิวหาไม่เที่ยงเธอทั้งหลายพึงละฉันทราคะในชิวหานั้น ฯลฯ มโนไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละฉันทราคะในมโนนั้น ภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละฉันทราคะในสิ่งนั้น”อัชฌัตตอนิจจฉันทราคสูตรที่ ๓ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สฏฺฐิเปยฺยาโล ทุติโย
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ฉันทสูตรที่ ๑
ยํ ภิกฺขเว อนิจฺจํ ตตฺร โว ฉนฺโท ปหาตพฺโพ ฯ กิญฺจ ภิกฺขเว อนิจฺจํ ฯ จกฺขุํ ภิกฺขเว อนิจฺจํ ตตฺร โว ฉนฺโท ปหาตพฺโพ ฯเปฯ ชิวฺหา อนิจฺจา ตตฺร โว ฉนฺโท ปหาตพฺโพ ฯเปฯ มโน อนิจฺโจ ตตฺร โว ฉนฺโท ปหาตพฺโพ ฯ ยํ ภิกฺขเว อนิจฺจํ ตตฺร โว ฉนฺโท ปหาตพฺโพติ ฯ {๒๕๗.๑} ยํ ภิกฺขเว อนิจฺจํ ตตฺร โว ราโค ปหาตพฺโพ ฯ กิญฺจ ภิกฺขเว อนิจฺจํ ฯ จกฺขุํ ภิกฺขเว อนิจฺจํ ตตฺร โว ราโค ปหาตพฺโพ ฯเปฯ ชิวฺหา อนิจฺจา ตตฺร โว ราโค ปหาตพฺโพ ฯเปฯ มโน อนิจฺโจ ตตฺร โว ราโค ปหาตพฺโพ ฯ ยํ ภิกฺขเว อนิจฺจํ ตตฺร โว ราโค ปหาตพฺโพติ ฯ {๒๕๗.๒} ยํ ภิกฺขเว อนิจฺจํ ตตฺร โว ฉนฺทราโค ปหาตพฺโพ ฯ กิญฺจ ภิกฺขเว อนิจฺจํ ฯ จกฺขุํ ภิกฺขเว อนิจฺจํ ตตฺร โว ฉนฺทราโค ปหาตพฺโพ ฯเปฯ ชิวฺหา อนิจฺจา ตตฺร โว ฉนฺทราโค ปหาตพฺโพ ฯเปฯ มโน อนิจฺโจ ตตฺร โว ฉนฺทราโค ปหาตพฺโพ ฯ ยํ ภิกฺขเว อนิจฺจํ ตตฺร โว ฉนฺทราโค ปหาตพฺโพติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละความพอ ใจในสิ่งนั้นเสีย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สิ่งอะไรเล่าไม่เที่ยง ดูกรภิกษุทั้งหลาย จักษุไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละความพอใจในจักษุนั้นเสีย หูไม่เที่ยง ... จมูกไม่เที่ยง... ลิ้นไม่เที่ยง ... กายไม่เที่ยง ... ใจไม่เที่ยงเธอทั้งหลายพึงละความพอใจในใจนั้นเสีย ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดไม่เที่ยง เธอพึงละความพอใจในสิ่งนั้นเสีย ฯ จบสูตรที่ ๑ ราคสูตรที่ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละความรักใคร่ในสิ่งนั้นเสีย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สิ่งอะไรเล่าไม่เที่ยง ดูกรภิกษุทั้งหลาย จักษุไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละความรักใคร่ในจักษุนั้นเสีย หูไม่เที่ยง ... จมูกไม่เที่ยง ... ลิ้นไม่เที่ยง ... กายไม่เที่ยง ... ใจไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละความรักใคร่ในใจนั้นเสีย ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละความรักใคร่ในสิ่งนั้นเสีย ฯ จบสูตรที่ ๒ ฉันทราคสูตรที่ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละความพอใจและความรักใคร่ในสิ่งนั้นเสีย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สิ่งอะไรเล่าไม่เที่ยง ดูกรภิกษุทั้งหลาย จักษุไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละความพอใจและความรักใคร่ในจักษุนั้นเสียหูไม่เที่ยง ... จมูกไม่เที่ยง ... ลิ้นไม่เที่ยง ... กายไม่เที่ยง ... ใจไม่เที่ยงเธอทั้งหลายพึงละความพอใจและความรักใคร่ในใจนั้นเสีย ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดไม่เที่ยงเธอทั้งหลายพึงละความพอใจและความรักใคร่ในสิ่งนั้นเสีย ฯ จบสูตรที่ ๓